Category: Computer

  • Safari ชื่อนี้คุณมั่นใจ

    เมื่อคืนนั่งเขียนเว็บอยู่ พอลงรูปแล้วเปิดด้วย Firefox ไม่เห็นภาพ เลยลองด้วย IE บน Windows ก็ไม่เห็นอีก แต่พอลองกับ Safari เออ เห็นแฮะ ยังกับผีหลอก ถ้าหากว่า path ผิดมันต้องไม่เห็นทุกบราวเซอร์นี่ แต่นี่เห็นเฉพาะ Safari เลยต้องย้อนกลับไปหาสาเหตุที่ไฟล์รูปภาพ ดูไปดูมา อ้าวไฟล์มันเป็น CMYK นี่ (เพราะเป็นไฟล์รูปโฆษณาที่ส่งโรงพิมพ์ แต่ย่อมาลงเว็บเลยยังเป็นไฟล์แบบ CMYK อยู่) เลยทำการแก้โหมดสีเป็น RGB ทุกอย่างก็กลับมาเห็นได้ในบัดดล

    ว่าแล้วเลยคิดว่า Safari นี่ดีด้อยอย่างไรเมื่อเทียบกับบราวเซอร์อื่น (ความเห็นส่วนตัว)

    1. เปิดตัวโปรแกรมบน Mac OS X ได้เร็วกว่า Firefox, Camino, Flock อย่างมีนัยสำคัญ(ลองบนเครื่อง iBook G4 OS X tiger)
    2. ไม่สามารถใช้ตัว Editor บนเว็บได้เลย (T_T) อย่างการเขียน Blog บน Wordpress ผมจะเขียนบน Flock เป็นหลัก เพราะทำงานเรื่องภาพจาก Flickr ได้ในตัว แถมมี Editor ให้ใช้ด้วย
    3. ตัดคำไทยได้โดยไม่ต้อง Patch ใด ๆ
    4. ปิดแล้วไม่สามารถจำแท็บที่เปิดค้างไว้ได้ (ยกเว้นใช้ plug-in Saft ช่วย) Firefox 2.0 ทำได้นะเออ
    5. ไม่มี Anti-phishing มั้ง เท่าที่ทราบนะ (Firefox 2.0 กับ IE7 ทำได้แล้วเน่อ)
    6. มีหน้าต่างจัดการบุ๊คมาร์ค ก็ดีนะครับ ดูที่เดียวได้ครบเลย (Firefox 2.0 ทำได้แล้วเช่นกัน)
    7. อ่านไฟล์ Jpeg แบบ CMYK ได้ (เพิ่งเจอกับตัว และไม่ได้เป็นข้อดีอะไรเลย)

    สรุปว่าใช้งานบน OS X แล้วตัว Safari มันเปิดปิดเร็วและตัดคำไทยได้เนียน ดังนั้นส่วนใหญ่ผมจึงใช้ Safari เป็นหลักครับผม

    ปล. แต่ Entry นี้ post บน IE7 (อ้าว ซะงั้น) สรุปคร่าว ๆ ว่าน้องใหม่คนนี้ (ซึ่งกินเวลาเป็นชาติในการแต่งหน้าทาปาก กว่าจะออกมาให้ใช้งานกันได้) หน้าตาสวยดี เร็วใช้ได้ แต่ไม่มีเมนูบาร์แล้วหัวมันขาด ๆ พิกล กับงงชะมัดที่ย้ายปุ่มรีเฟรชและปุ่ม Stop ไปทางขวา

  • ฟอนต์ฟรีฟรีเฟร้ย

    กรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์แห่งชาติ (SIPA) จัดดครงการประกวดออกแบบฟอนต์ขึ้น ตอนนี้ประกวดเสร็จแล้วครับ ทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงได้เปิดให้ดาวน์โหลดฟอนท์เหล่านี้ไปใช้กัน โดยใช้ได้ตามข้อตกลงในหน้าที่ลิงค์ให้ครับ

    ทดสอบแล้วบน Mac OS X 10.4.8 ใช้งานได้ดี เมื่อติดตั้งแล้วไม่มีอาการผิดปกติ ใช้งานบน TextEdit Pages Keynote photoshop CS Gimpshop วรรณยุกต์ไม่ลอย แต่ถ้าใช้กับ MS Word (for Mac os x) ยังลอยอยู่ครับ
    ส่วนวินโดวส์ยังไม่ได้เทสต์

    โหลดได้ที่นี่

  • Cars เน่อ

    Cars สนุกดีครับ

    ตัวหนังทำได้สนุกตามมาตรฐาน Pixar เหมือนถ้าเซ็งจิตอยู่ ดูหนังค่ายนี้แล้วมั่นใจได้ว่ายิ้มแย้มแน่นอน แม้หนึ่งในใจนี้ยังเป็น nemo  แต่เรื่อง Cars ก็ทำได้ดี แบบผ่านเกณฑ์สบาย ๆ หายห่วง

    งานด้านภาพ เนี๊ยบเหมือนเดิม เทคโนโลยีตัวใหม่ที่ทำการเรนเดอร์เงาบนตัวรถก็เด็ดขาด (เครดิตตอนท้ายมีโลโก้ Render Man ขึ้นด้วย – แอบแซว) ส่วนเรื่องการแสดงออกถึงอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครที่ผมมองว่า Pixar ทำได้เหนือกว่าเจ้าอื่น (คิดดูสิ ทำปลาให้แสดงอารมณ์ขนาดนั้นได้) ใน Cars เองก็ทำได้ดีมาก แม้ว่าจะรู้สึกมันไม่สุดขั้น แต่ก็คิดว่าด้วยสรีระที่ไม่มีแขน มันคงจะได้เต็มที่เท่านี้แหละ

    บทแน่นเหมือนเคย ไม่มีหลุด เนื้อเรื่องพร้อมที่จะให้ผู้ใหญ่ดูก็ฮาได้ เด็กดูก็สนุกดี ตัวละครที่ออกแบบมาเพื่อให้ใครดูก็รัก อย่างเรารถลากจอมฮา ที่แม้จะไม่โดดเด่นเท่าดอรี่ แต่ก็เติมเต็มเรื่องราวและรสชาติได้เป็นอย่างดี แม้ช่วงท้าย ๆ จะดูโอเวอร์ไปหน่อย แต่ก็นะ ถ้าผมเป็นผู้กำกับ ถ้าโอเวอร์แล้วคนดูอิ่มเอมขนาดนี้ผมก็ยินดีที่จะเวอร์เหมือนกันครับ (แต่แหม … รถมันพูดได้ซะขนาดนั้นก็น่าจะเรียกว่าโอเวอร์แต่แรกแล้วล่ะเนอะ)

    สุดท้ายในเครดิต มีขึ้น Intel ด้วย แหมญาติดีกันไปหมดทั้ง Apple แล้วก็ Pixar แล้วเน่อ (แอบแซว)

    ปล. เพลงเพราะดี
    ปล. ยังกับจะกลายเป็นบล็อกวิจารณ์หนังไปแล้ว
    ีปล. ชอบเสียงพากย์ไทยของเมเธอร์ ที่ลงท้ายว่าเน่อ ๆ จนต้องมาลงเป็นชื่อ Entry

  • iPod King

    วันนี้ตามอ่านบอร์ดของ Thaimacclub.net เจอเรื่อง iPod เฉลิมพระเกียรติ อ่านเรื่องสรุปได้ที่ Dualgeek ที่นี่
    อ่านเรื่องนี้แล้วก็เกิดสะดุ้ง ส่วนหนึ่งเพราะพาดพิงถึงในหลวงที่เรา ๆ ทุกคนเคารพ อีกส่วนเพราะคิดเรื่องทำนองนี้อยู่ในใจตั้งแต่ตอนที่ iPod ออก ในขณะเดียวกันก็เข้าใจฝรั่งที่ไม่เข้าใจ”แนวทางการแสดงความเคารพ” ของชาวไทยด้วยไปพร้อมกัน
    ในช่วงที่ iPod เฉลิมพระเกียรติออกตัวมา มีการวิพากษ์วิจารณ์กันในบอร์ดต่าง ๆ โดยเฉพาะบอร์ดชาวแมคอย่างกว้างขวางว่า เหมาะสมหรือไม่ โดยประเด็นหลักเป็นเรื่องที่ขัดแย้งกันเองระหว่าง Pop culture อย่าง iPod กับ เศรษฐกิจพอเพียง แม้บางความเห็นจะดูรุนแรง แต่บางความเห็นก็ดูจะน่าสนใจดี
    สุดท้ายในตอนนั้น ตอนที่ iPod ออกมาแล้ว ผมเองก็ถือว่าไหน ๆ ก็ออกมาแล้ว แม้จะไม่เห็นด้วยอยู่ลึก ๆ แต่ก็ถือซะว่า มีคนส่วนหนึ่งที่ต้องการแสดงออกเรื่องจงรักภักดี (และไม่อยากซื้อ Wristband) ก็อาจจะใช้วิธีนี้แทนได้บ้าง (แต่ส่วนตัวคิดว่าจำนวนการผลิต 9,999 เป็นจำนวนที่มากไปหน่อย)
    คราวนี้มาถึงเรื่องที่ฝรั่งลงข้อเขียน ด้วยการ”ด้น”เอาว่า ในหลวงซื้อ iPod 9,999 เครื่องมา แล้วทำการประทับตราออกขายให้กับราษฎร ซึ่งเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน”อย่างใหญ่หลวง” เพราะ iPod รุ่นนี้ทาง Apple ประเทศไทย เป็นผู้ผลิตออกมาจำหน่าย คล้าย ๆ กับเสื้อ, wristband, ธนบัตร, เหรียญตรา, คอมพิวเตอร์, โน๊ตบุ้ค ที่แต่ละผู้ผลิตใช้วิธีนี้ในการ”ทำธุรกิจ” (โดยเฉพาะในปีนี้)
    หากว่าสินค้าต่าง ๆ ทำออกมาดียังพอทำเนา แต่ล่าสุดที่จตุจักรผมเห็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ดูไม่เหมาะสมอย่างรุนแรง เช่น การพิมพ์ภาพในหลวงบนจาน สำหรับประดับในบ้าน หรือที่แย่กว่านั้นคือการพิมพ์ลงบนแก้วน้ำดื่ม (คิดได้ยังไง) เห็นแล้วก็แสลงใจ และจะแย่ถึงที่สุดถ้าฝรั่งถามว่า ใครเหรอที่พิมพ์อยู่บนแก้วใบนั้น

    อย่างไรก็ดี ถ้าสมมุติว่าจะซื้อ iPod ซักเครื่อง ผมเป็นคนนึงที่จะไม่ซื้อ iPod รุ่นนี้ เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่เหมาะ ถือแล้วไม่มั่นใจ รู้สึกขัดแย้งในตัวเอง

    ปล. จากการอ่านที่ DualGeek ก็พบว่าผมก็เป็นคนหนึ่งที่เจอคนมาขอความช่วยเหลือว่า ตัวเองลบคลิปวีดีโอพระราชกรณียกิจไปอย่างไม่ตั้งใจ
    ปล2. ผมใช้ iPod nano 2GB อยู่ครับ (ได้มาฟรีจากการแถมมากับสินค้าที่สั่งซื้อ)

  • Uninstall Windows Vista RC1

    หลังจากที่ได้ลองลง Windows Vista RC1 ลงใน Notebook ที่ไดร์ฟ D (ซึ่งเดิมเครื่องลง XP ไว้ที่ Drive C) จากที่ไม่ได้ Activate ทำให้ Vista หมดอายุขัยลงใน 14 วัน (บอกตามตรงว่าผมก็ไม่รู้ว่าไอ้ตัวทดสอบนี่ต้อง Activate ยังไง) ก็เลยจำเป็นต้องหาทางลง ครั้น Format ทั้งเครื่องก็ดูสิ้นคิดไปหน่อย เลยมั่ว ๆ ด้วยการ Format ไดร์ฟ D ซะ พอเข้าหน้าจอ Boot เครื่องก็มีให้เลือก Vista อยู่ดี เลยคิดว่าคงเพราะที่ MBR (Master Boot Record) อาจจะยังมีส่วนที่ Vista เขียนไว้อยู่ (ตัวที่เป็น OS Selection)
    คิดได้ดังนั้นก็เอาแผ่น CD Windows XP ใส่เครื่อง รีบูต เข้าเมนู Setup ของแผ่น CD จากนั้นเลือก Repair รอซักครู่จะเข้าหน้าจอดำ ๆ ให้เลือก 1 เข้าแก้ไข Windows ตัวปัจจุบัน จากนั้นให้กรอก Administrator Password ที่ใช้ใน Windows เข้าไป รอซักครู่ จะเข้าสู่ c:/windows> พิมพ์ fixboot จากนั้นรอซักครู่ รีบูต ทุกอย่างก็กลับมาเหมือนปกติ

    สำเร็จแบบฟลุค ๆ งง ๆ

  • BreadCrumb

    หลายคนที่ได้ลอง Vista ตัว RC1 แล้ว ใน Windows Explorer คงจะเห็นตัวแสดง path แบบใหม่ หน้าตาคล้าย ๆ กับเวลาเราใช้งานเว็บ

    Home page -> Section page -> Sub section page
    Computer -> Pictures -> Baby

    ซึ่งตรงนี้เค้าเรียกว่า BreadCrumb (เศษขนมปัง) วันนี้เกิดสงสัยว่าทำไมเรียกว่า เศษขนมปัง เลยไปค้นดูที่ wikipedia เจ้าเก่าได้ความดังนี้

    Breadcrumbs or breadcrumb trails is a navigation technique used in user interfaces. Its purpose is to give users a way to keep track of their location within programs or documents.

    The technique takes its name from the trail of bread crumbs left by Hansel and Gretel in the popular fairytale.

    จึงถึงบางอ้อ ว่ามาจากเทพนิยายบ้านขนมปัง ที่ Hensel และ Gretel สองพี่น้อง ทิ้งเศษขนมปังไว้ตามทางในป่า เพื่อจะได้กลับบ้านถูก

    ปล.แถมให้ว่าหากสนใจเรื่อง GUI มีอีกเพียบที่นี่

  • 1000th Junk Mail Anniversary

    วันนี้เปิด Outlook 2003 ดูเมล์เห็นว่า Junk Mail แจ้งว่า 1000 พอดี เห็นเลขสวยเลยเอามาลงไว้เป็นที่ระทึก แต่ที่แย่เหนืออื่นใดคือ จำนวนนี้นับจากวันที่ 23 เดือนที่แ้ล้ว ถึงวันนี้ก็สิริรวม 29 วันเท่านั้น ไม่รู้จะสแปมอะไรกันนักหนา
    จากที่เคยบ่นว่า Outlook มี Junk Filter ห่วย ก็พบทางสว่างด้วยการไปโหลด update for Outlook 2003 Junk E-mail Filter จาก Microsoft.com ก็ดีขึ้นผิดหูผิดตา ดักจับได้ถูกเกือบ ๆ 90% ก็ขอแนะนำนะครับ สำหรับคนที่ใช้อยู่

  • ทำมาหากิน

    วันนี้เปิดบล็อกมาก็พบว่า ไม่ได้อัพหลายวัน จริง ๆ แล้วช่วงนี้ยุ่ง ๆ กับงานอยู่น่ะครับ เป็นงานประมูลคอมพิวเตอร์โรงเรียนที่จัดซื้อพร้อม ๆ กันทั่วประเทศ งานนี้ค่อนข้างมีเบื้องลึกเบื้องหลังพอสมควร อย่างไรก็ดี จนถึงวันนี้เราตัดสินใจไม่ทำ เพราะเชื่อว่าจะบาดเจ็บ สิ่งที่น่าสนใจ(แกมประหลาดใจ) คืองานนี้มีการออกรายละเอียดสินค้าที่”เข้มงวด”จนผมคิดว่าเกินพอดีไปหน่อย อย่างต่อมาคือ งานนี้กดราคาสินค้ามากเกินไป
    ในทางปฎิบัติแล้วการขายสินค้างานประมูลมีความแตกต่างกับการขายหน้าร้านอยู่พอสมควร คร่าว ๆ ดังนี้

    1. การขายหน้าร้านเป็นสด งานประมูลราชการเป็นเชื่อ (ซึ่งก็แบกความเสี่ยงเรื่องได้เงินช้า อย่างไม่มีกำหนดแน่นอนมาอีกอย่าง)
    2. การขายหน้าร้านลูกค้ามารับ งานประมูลต้องไปส่งถึงที่ (มีค่าใช้จ่าย)
    3. การขายหน้าร้านไม่มีค่าใช้จ่ายอื่น งานประมูลมีค่าซื้อแบบ(เพื่อซื้อสิทธิ์ในการเข้าร่วมงานประมูลได้ ต้องจ่ายเงินด้วย มากน้อยแล้วแต่นโยบายของหน่วยงาน ส่วนใหญ่เริ่มที่ 500 บาท ไปจนถึง 2000 บาทก็เคยเจอมาแล้ว)
    4. งานประมูลต้องมีหลักประกันซอง(เงินที่จ่ายเปล่า ๆ ตอนยื่นซอง จะได้คืนเมื่อการยื่นซองจบ แต่ในทางปฎิบัติก็ต้องลุ้นว่าเจ้าหน้าที่จะทำคืนให้เร็วหรือไม่)
    5. งานประมูลมีค่าหลักประกันสัญญา (เป็นเงินที่ต้องจ่ายให้หน่วยงานตอนได้งานแล้ว ประมาณ 1-2% ของมูลค่างานที่ได้ อย่าง 1 ล้านก็จ่าย 1 หมื่น หน่วยงานเก็บไว้จนกว่าของส่งแล้วเสร็จจึงจะได้คืน โดยทั่วไปจะคืน 1 ปีหลังจากส่งมอบสินค้า)

    ดังนั้นการที่กดราคามาขนาดนี้ (ขอไม่เปิดเผยมูลค่านะครับ แต่กำไรน้อยกว่าราคาที่ขายหน้าร้านเสียอีก) ทำให้เราตัดใจ และเอาเวลาไป”ทำมาหากิน”อย่างอื่นดีกว่า พลางคิดในใจว่า รัฐบาลคิดอะไรอยู่ หากทำราคาแบบนี้ ผมเชื่อว่าร้านค้าส่วนใหญ่ที่ทำธุรกิจมานาน ไม่น่าจะโดดลงไปทำ คงเหลือแต่ร้านเล็ก ๆ บ้าพลังที่อยากทำเอาชื่อเท่านั้น

    คิดได้ดังนี้ก็มาอัพบล็อกดีกว่า

    Update 27-9-2006 : สรุปงานนี้ไม่มีร้านค้าไหนทำครับ เงินส่งคืนรัฐบาล ปีงบประมาณหน้าว่ากันใหม่

  • Trust Mac

    แคมเปญโฆษณา Get a mac ของ Apple เปิดตัวไปเมื่อหลายเดือนก่อน หลังจากนั้นก็ทยอยปล่อยโฆษณาออกมาให้ดูเรื่อย ๆ บอกตามตรงว่าจริง ๆ ก็ไม่ค่อยถูกใจซักเท่าไหร่ ดูไปก็หัวเราะแค่หึ ๆ เท่านั้น คิดว่าเหตุผลคือไม่ค่อยชอบที่เอาชาวบ้านเค้ามาเปรียบเทียบ (แม้ว่าจะดูน่ารักน่าเอ็นดูในระดับนึงก็ตาม) และฟังไม่ค่อยจะรู้เรื่องเท่าไหร่
    วันนี้ได้มาเขียนถึง เพราะเป็นอันแรกที่ดูแล้วหัวเราะก๊าก ไม่รู้คนอื่นเป็นไหม แต่ชอบจังอันนี้น่ะ Trust Mac

    ไม่รู้ทำไม ยิ่งดูไป ผมกลับเอ็นดูคุณ PC มากกว่าแฮะ

  • เครื่องร้าว ใจก็พลอยร้าวไปด้วย

    วันนี้ได้อ่านข่าว Apple เรียกถ่านแล็บท็อปคืน เลยแอบลุ้นว่าจะได้ถ่านก้อนใหม่หรือเปล่า เพราะใช้มาจะปีพอดี ได้ถ่านใหม่ก็ดีเลยสิ
    ปรากฎว่าแกะมาตรวจไม่ตรงตามเงื่อนไข (หมายเลขอยู่คนละช่วง) อืมน่าเสียดาย

    ได้พูดเรื่องนี้ก็ขอบ่นหน่อย ถ้าจำกันได้เครื่อง iBook ผมแตกที่ขอบจอด้านใน และได้ไปเปลี่ยนที่ Mac Center ก็โดนไปพันกว่าบาท หลังจากนั้นไม่ได้เล่าให้ฟังต่อ

    เรื่องของเรื่องคือ พอกลับมาได้ 3 วัน พลาสติกรอบน็อตที่ใต้เครื่องเกิดอาการร้าว สาเหตุน่าจะมาจากการขันน็อตแน่นเกินไปของช่าง เลยไปรื้อหาไขควงมาขันให้หลวมซักหน่อย แม้รอยแตกก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม แต่ก็ไม่รู้จะทำไง เพราะบ้านอยู่ต่างจังหวัด พอจากนั้นราว 1 สัปดาห์ รอบน็อตที่ขอบจอด้านนอกทางขวาก็ร้าวไปตามกันอีก จนใจจริง ๆ

    (หลังจากนั้นอีกราว ๆ เดือนกว่า ๆ )ได้ไปกทม. เลยถือโอกาสแวะไปที่ Mac Center อีกรอบเอาไปให้เค้าดู บอกว่าน่าจะเพราะช่างขันแน่นเกินไป ไม่รู้ว่าครอบคลุมเงื่อนไขรับประกันหรือเปล่า เจ้าหน้าที่บอกว่า ถ้าตอนรับเครื่องมันไม่แตก ก็สรุปว่าไม่ใช่ความผิดของทางบริษัท ส่วนนี้ไม่เปลี่ยนให้ เลยพยายามอธิบายว่าถ้ามันแตกตามริมเครื่องก็รับได้ว่าผมอาจเอาไปกระแทกอะไรเข้า แต่นี่มันแตกจากน็อต ก็เป็นเพราะช่างชัวร์อยู่แล้ว แต่เค้าก็ยืนยันว่าไม่อยู่ในเงื่อนไขจริง ๆ ในฐานะอยู่ในวงการก็พอเข้าใจว่า แม้ช่างทำจริง แต่บริษัทก็ไม่สามารถรับผิดชอบได้ ไม่งั้นบริษัทคงไปตัดเงินเดือนช่างแทน

    ตอนแรกว่าจะถามราคากรอบด้านนอกว่าแพงไหม คิดไปคิดมาเปลี่ยนใจ ไม่ดีกว่า เพราะถ้าเปลี่ยนใหม่ แล้วช่างขันกรอบแตกอีก คงเซ็งหนักเข้าไปใหญ่

    คิดได้ดังนี้ เครื่องต่อไปถ้าเป็นไปได้จะไม่ใช้Mac Book แล้ว ขอเป็น Mac Book Pro สถานเดียว (ส่วนจะหาเงินจากไหนอีกเรื่องหนึ่ง)

    แต่ตอนนี้ใช้ตัวเดิมไปให้คุ้มก่อน