Category: Recommended

  • ฟอนต์ฟรีฟรีเฟร้ย

    กรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์แห่งชาติ (SIPA) จัดดครงการประกวดออกแบบฟอนต์ขึ้น ตอนนี้ประกวดเสร็จแล้วครับ ทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงได้เปิดให้ดาวน์โหลดฟอนท์เหล่านี้ไปใช้กัน โดยใช้ได้ตามข้อตกลงในหน้าที่ลิงค์ให้ครับ

    ทดสอบแล้วบน Mac OS X 10.4.8 ใช้งานได้ดี เมื่อติดตั้งแล้วไม่มีอาการผิดปกติ ใช้งานบน TextEdit Pages Keynote photoshop CS Gimpshop วรรณยุกต์ไม่ลอย แต่ถ้าใช้กับ MS Word (for Mac os x) ยังลอยอยู่ครับ
    ส่วนวินโดวส์ยังไม่ได้เทสต์

    โหลดได้ที่นี่

  • My Beloved 13

    หนังมันดีครับ

    หนังถูกสร้างจากการ์ตูนของคุณเอกสิทธิ์ ไทยรัตน์ (ผมตามอ่านตั้งแต่แกเขียนเรื่องแรกเมื่อ 10 กว่าปีก่อน)
    ตอนนี้หนังสือการ์ตูนที่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของหนังเรื่องนี้พิมพ์ออกมาขายอีกรอบ (พิมพ์ครั้งที่ 3) หาได้ง่ายดายนักตามแผงการ์ตูนทั่วราชอาณาจักร ในนั้นถ้าใครได้อ่านจะพบว่าเป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นที่สนุกเอามาก ๆ ทุกเรื่องมีไอเดียเด็ด ๆ รวมอยู่เสมอ พร้อม ๆ กับหักมุมจบคล้าย ๆ เรื่องสั้นของสรจักร ที่ฮิต ๆ สมัยก่อน สนุกครับ ขอแนะนำ อย่างไรก็ดี ผมคิดว่าถ้าได้ดูหนังก่อนอ่านหนังสือจะเป็นการดีมาก

    ต่อจากนี้จะมีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของเรื่อง

    ตัวหนัง 13 ดำเนินเรื่องโดยรวมได้น่าสนใจ แม้จะมีบางช่วงขัด ๆ ความรู้สึกบ้าง (อย่างโชว์แหวะมนุษย์ครึ่งหัว) แต่โดยรวมก็สามารถโน้มนำเราไปได้อย่างอยู่หมัด (ฉากรถเมล์ทำได้ทรงพลังมาก, คุณน้อยก็แสดงเรื่องนี้ได้ดีมาก) จนกระทั่งช่วงท้ายที่พลังของผู้กำกับดูแผ่ว ๆ ไปหน่อย น่าเสียดายที่ผกก.ไม่ได้สร้างความผูกพันพ่อกับภูชิตไว้ให้แข็งแกร่ง ทำให้ตอนที่ข้อ 13 ออกมา ผมไม่รู้สึกเครียดไปกับตัวละคร (แถมการแฟลชแบ็คตอนนั้นก็ออกมายังไม่โดนเท่าที่ควร) ถ้าข้อ 13 ออกมาเป็นผู้หญิงที่คอยติดตามพระเอกมา ผมคงเครียดกว่านี้หลายเท่านัก แต่จุดหักมุมตอนท้ายก็ดีมาก ๆ ถือว่าเหนือชั้น(ถ้าไม่ได้อ่านการ์ตูนมาก่อนน่ะนะ) และพลอยทำให้อยากดู 14 กับ 12 ขึ้นมาทันที

    หนังเรื่องนี้เป็นไตรภาค มีเรื่อง 12 – 13 – 14 โดย 12 มีชื่อเต็ม ๆ ว่า 12 Begin ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด ผมได้ดู 12 แล้ว โดยส่วนตัวคิดว่าดู 13 ก่อน 12 ให้อารมณ์ที่ดีกว่า หรืออย่างน้อย ๆ คุณก็ควรจะรู้กติกาของ 13 ก่อนจะช่วยให้ได้อรรถรสมากขึ้น

    และแน่นอน ตอนนี้ผมอยากดู 14 ชะมัด

    แวะเยี่ยมชมเว็บ 13 (เจ๋งดี)

    ดู 12 Begin หนังสั้น 30 นาที (ที่ดีมาก) ได้ที่นี่ Episode 1 | Episode 2 | Episode 3

  • หมานคร เมืองคนมีหาง

    เนื้อหามีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของหนัง

    วันนี้ได้มีโอกาสดู หมานคร DVD ที่ซื้อมาเมื่อเดือนที่แล้ว (แผ่นแท้ราคา 89 บาท คุ้มเกินคุ้ม) ตัวหนังสนุกมาก เซอร์เรียลได้ใจ ส่วนตัวแล้วตอนที่ดู ฟ้าทลายโจร ตัวหนังเรียกได้ว่าคูลแต่ไม่ค่อยสนุก แต่เรื่องหมานคร ทั้งคูลทั้งสนุก

    หนังเรื่องนี้เหมาะกับคำว่า “ศิลปะ”

    ดูแล้วรู้เลยว่างานโปรดักชั่นเนี๊ยบมาก รวมทั้งโพสต์โปรฯด้วย ดูแล้วก็จี๊ดซะเยอะ เห็นเบื้องหลังฉากบ้านของนางเอกที่บ้านนอกว่าเซ็ตฉากไปสามวัน ออกมาในหนัง 15 วินาที นับถือเลยกับการยกเครนไปตั้งบนแพกลางน้ำ เพื่อถ่ายบ้านกลางน้ำของนางเอกอีกที (บ้าไปแล้ว)

    ที่โดนใจเป็นอย่างแรงก็ตอนที่พระเอกกลับบ้านแล้วพบว่าทุกอย่างที่บ้านนอกช้าลงหมดยกเว้นตัวเอง เพราะเวลาผมไปกรุงเทพฯทีไร ก็รู้สึกว่าคนพวกนี้จะรับอะไรกันนักกันหนา
    ถ้าคุณว่าหนังเรื่อง Sin City คูลมาก ผมว่าหนังเรื่องนี้คูลกว่าเยอะ ตอนที่ผมดู Sin City พบว่ามันจัดจ้าน และบาดใจ แต่เรื่องนี้มันดูคูลขณะที่เป็นไทย ๆ ด้วย (ไม่รู้จะใช้คำอะไรแทนคูล “เจ๋ง”ก็ดูไม่เหมาะเท่าไหร่ ทน ๆ เอาหน่อยนะครับ)

    จุดเด่น – บท, งานด้านภาพ, โปรดักชั่น
    จุดด้อย – การแสดงนางเอก, คุณยายที่โผล่มาให้เสียอารมณ์, บทพูดที่ขัดเขิน, เพลงประกอบ

    ในส่วนธีมหลักของเพลงที่เป็นเพลง ก่อน ซึ่งโดยส่วนตัวผมรู้สึกว่าไม่ค่อยเข้ากับตัวหนัง เพราะภาพเพลงก่อนของผมถูกผูกไว้กับพราย ปฐมพร ความหม่นมืดและการฆ่าตัวตาย (เพลงนี้พรายแต่งให้แฟนเพลงที่ฆ่าตัวตาย) ดังนั้นการนำมาประกอบกับหนังสดใสขนาดนี้ ก็รู้สึกขัด ๆ อยู่ไม่น้อย

    สุดท้ายนี้ผมคิดว่าถ้าไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ ถือว่าผมพลาดไปอย่างแรง ไม่เสียใจเลยที่ซื้อหนังเรื่องนี้มา แนะนำว่าใครสนใจตอนนี้ยังหาได้ตามกระบะเลหลัง VCD ทั่วกรุงเทพฯ

    เรื่องย่อและข้อมูลหนัง ที่นี่

  • เขาคือใคร Jonathan Ive

    บทความสัมภาษณ์และแนะนำ Jonathan Ive หัวหน้าฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์ของ Apple ตีพิมพ์ใน BusinessWeek เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ตอนนี้มีคนแปลไทยแล้ว เอามาฝากครับ อ่านแล้วก็ได้แรงบันดาลใจดี อ่านได้ที่นี่

    หรือใครมั่นใจในวิชาภาษาต่างประเทศของตัวเองก็ลองได้ที่นี่
    และท่านสามารถแวะดูผลิตภัณฑ์ที่ Ive ออกแบบได้ที่นี่

  • Dedicated to Nuxera

    ………วันนี้ฝนตกยังกับฟ้ารั่ว
    ความขมุกขมัวของฟ้าฝน ดูเหมือนคนหดหู่ใจ

    ปี 2540
    ผมเข้าเรียนที่ม. ธรรมศาสตร์ที่ศูนย์รังสิต คณะวิทยาศาสตร์ สาขาศาสตร์คอมพิวเตอร์ คืนแรกของการรับน้อง ผมนั่งปน ๆ กับเพื่อน ๆ รุ่นเดียวกันที่รู้จักกันอย่างผิวเผินที่สนามหญ้าข้างตึกโดมศูนย์รังสิต ในมือถือดอกกุหลาบที่ได้รับมาจากรุ่นพี่ พวกเรามานั่งรวมกันเพื่อนั่งฟังรุ่นพี่ 5-6 คนยิงมุขกันเป็นเวลาเกือบ ๆ 2 ชั่วโมง (ถ้าจำไม่ผิด) ด้วยความอึดอัดในสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ มุข “ยัง!” ช่วยผ่อนคลายความเครียดเหล่านั้นไปได้โข ผมยังยิงมุขนี้กับเพื่อนที่พักห้องเดียวกันในคืนนั้นอย่างครื้นเครง
    หนึ่งในรุ่นพี่ 5-6 คนนั้นมีผู้ชายอ้วน ๆ ผมยาว หนวดรกรุงรัง ท่าทางจะแก่ที่สุดในกลุ่ม ชื่อว่า พี่นุ๊ก ออกเสียงเหมือน นุีก สุทธิดา แต่รูปร่างหน้าตาต่างกันเหลือใจ (ภายหลังแกบอกชื่อในวงการแกว่า Nuxera)
    ถ้านึกหน้าแกไม่ออก ขอให้นึกถึงคุณปาเดย์ (มือเบสของวง Sepia, T-bone)
    มือกลองเก่าพี่นุ๊ก (ชื่ออะไรจำไม่ได้) เห็นหน้าแกครั้งแรกตอนที่เดินสวนกันตรงทางเดิน ชี้หน้าแกพร้อมตะโกนออกมาว่า”ปาเดย์” แล้วก็วิ่งหนีไป แกเล่าให้ผมฟังพร้อมหัวเราะร่วน ในช่วงหลังที่ได้มีโอกาสรู้จักกันจริง ๆ จัง ๆ
    พอเปิดเทอมไม่นาน ผมเข้าห้องเชียร์ครบทุกครั้ง (ที่ธรรมศาสตร์ยุคนั้นไม่บังคับเข้า) จนเพื่อน ๆ แปลกใจ เหตุใหญ่คือผมอยากไปฟังมุขพี่นุ๊ก ฟังดูเหมือนเพี้ยน ๆ แต่ผมอยากเป็นอย่างแกแฮะ แม้ว่าจนแล้วจนรอด พี่แกเข้าแค่ครั้งเดียวเอง (ผมจึงกลายเป็นคนไม่กี่คนในรุ่นที่ร้องเพลงเชียร์ได้เกือบ ๆ ครบ)

    ปี 2541
    ผมขึ้นเล่นดนตรีรับน้องใหม่ ของนักศึกษาทุนช้างเผือก ในอาคารกีฬาที่ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ วันเดียวกันวงพี่นุ๊กขอแจมด้วย วงพี่นุ๊กเล่นก่อนวงเรา ทราบว่าสมาชิกในวงแกกำลังจะจบกันหมดแล้ว เหลือแกที่กำลังจะขึ้นปี 6 ในเทอมนี้ หลังวงพี่นุ๊กเล่นจบ วงผมเล่นต่อจนเลิกงาน พี่นุีกเข้ามาบอก เฮ้ย ตีกลองดีนี่หว่า รู้สึกดีใจ

    ปี 2542
    พี่นุีกฟอร์มวงคณะขึ้นใหม่ พร้อม ๆ กับนักร้องที่อวบอั๋นไม่แพ้กัน พี่เอิร์ธ กับมือกีตาร์ เจ้าเป้ ตอนนั้นระหว่างที่ผมเล่นกับวงเดิม ก็ถูกชวนไปตีกลองให้ ปีนั้นผมขึ้นเล่นให้ 2 วง วงนึง(วงเดิม) เล่นฮาร์ดคอร์โคตรโหด กับอีกวง วงพี่นุ๊ก เล่นเพลงตลาด ฮา ๆ
    หลังจากนั้นไม่นาน เราก็สถาปนาตัวเองขึ้นเป็นวงคณะได้อย่างไรไม่ทราบ แต่เมื่อไหร่มีงานของคณะ เราก็ได้ขึ้นเล่นทุกครั้งไป วงนี้เหมือนคณะตลก ขึ้นไปยิงมุข ยิงมุข เล่น ๆ แล้วก็ลง
    ช่วงนี้พี่นุีกลงวิชา Algorithm ด้วยกัน มีเรื่องเล่าว่า ด้วยนึกสนุก แกไปโกหกเพื่อนคนนึงว่า สัปดาห์หน้าจะสอบ หลังจากเพื่อนคนดังกล่าวกระจายข่าวไปจนทั่วทั้ง Section แล้วสุดท้ายข่าวก็วนกลับมาจนถึงแกว่าสัปดาห์หน้ามีสอบ แกก็ดันเชื่อ! สุดท้ายมารู้กันทีหลังว่าจริง ๆ พี่นุ๊กนั่นแหละเป็นคนมั่วแต่แรก
    มีอีกครั้งที่ผมลืมทำการบ้านส่ง ก่อนขึ้นรถไฟกลับบ้าน โทรไปหาพี่นุีกบอกพี่ช่วยทำให้หน่อย พี่นุ๊กบอก เออ ๆ ไอ้เพชรมันทำเสร็จแล้วเดี๋ยวจัดการให้ อ้อ พี่ ๆ ขอให้ไอ้เจนด้วยนะ สุดท้ายพอเปิดเรียนมา ได้คะแนนกันครึ่งเดียวยกแก๊งค์ เนื่องจากพี่นุีกเล่นพรินท์จากคอมพ์ออกมาครบคน หน้าตาเหมือนกันเด๊ะ (เอาน่า ก็ดีกว่า 0 เนอะว่าไหม)
    ช่วงปลายปี พี่นุ๊กเริ่มมาติดพันผม หลังจากที่มาเลียบ ๆ เคียง ๆ ถามเรื่อง Photoshop กัน แบ่งปันเรื่องนู้นนี้ ทั้งเรื่องดนตรี เรื่องโปรแกรมกราฟฟิค โปรแกรมทำเว็บ จนกระทั่งปิดเทอม พี่นุ๊กยืมหนังสือ Photoshop ไปตั้งใหญ่จากผม

    ปี 2543
    พี่นุ๊กมาบอกอย่างเศร้าใจว่าหนังสือหายหมด โดนแม่บ้านเอาไปทิ้งหรือโดนขโมยผมจำได้ไม่ถนัดนัก แต่ตอนนั้นไม่โกรธอะไร แปลกดีเหมือนกัน
    ลงท้ายช่วงกลางปี(ถ้าจำไม่ผิดนะ) พี่นุีกถูกรีไทร์ แม้ว่าไม่ได้ถามเรื่องรายละเอียด แต่รู้คร่าว ๆ ว่าแกเรียน Stat ไม่ผ่านหลายรอบมาก แกไทร์แล้วแต่ก็ยังมาสิงนอนที่หอเรา ที่ห้องผมบ้าง ห้องพวกน้องภาคเกษตรบ้าง แล้วแต่วัน ช่วงนั้นมีพักนึงที่ผมกับพี่นุ๊กรับจ๊อบทำเว็บ ได้ตังค์มากินขนม กันตามเรื่อง ก็สนุกดี ช่วงหลัง ๆ แกเข้าทำงานในตำแหน่งเว็บดีไซเนอร์ที่บริษัทในเครือของจัสมิน อินเตอร์เน็ต ก็มีลากผมไปช่วยงานอยู่นิดหน่อย ไปนอนเล่นบ้านแก(ของบริษัทน่ะ) ได้ตังค์ติดกระเป๋ามานิดหน่อย

    ปี 2544
    พี่นุ๊กและคณะมาร่วมงานบายเนียร์คอมพิวเตอร์ที่โรงแรม วันนั้นแกมาในฐานะรุ่นพี่ขอกินฟรี ดังนั้นเพื่อเป็นการตอบแทน แกจึงเอาเพลงมาแลกข้าว ด้วยการร้องเพลง รักเธอทั้งหมดของหัวใจ ของ Pause บนเวที สุดท้ายพอจบเพลงยิงมุขว่า เพลงนี้โจ้ร้องให้กับน้องที่ตายไปแล้ว เหอ เหอ ว่าแล้วก็ลงมาจากเวทีไปนั่งกินต่อสบายใจ
    พี่นุ๊กมาร่วมงานรับปริญญารุ่นเราในชุดเสื้อเชิ๊ตลายหมากรุก หนวดเฟิ้ม แว่นตาดำ และเอาผ้าโพกหัวสีน้ำเงิน ท่าทางเหมือนพวกฝรั่งที่ชอบขับช๊อปเปอร์ประมาณนั้น ถ้าจำไม่ผิดตอนนั้นแกโกนหัวอยู่ ทีแรกแกทำผมเดร็ดล็อค แต่สุดท้ายรักษาไม่ไหวเพราะคัน เลยโกนออก พอโกนแล้วท่าทางจะชอบ เลยไว้มาโดยตลอด

    ปี 2545
    ผมกลับมาทำงานที่บ้านที่อุบลฯ พี่นุ๊กโทรมาหาทางโทรศัพท์บอกว่าแนะนำผมให้ทาง Matching Studio แกพูดติดตลกว่า ทางนั้นอยากได้พี่นุ๊กไปทำงานด้วย แต่แกว่าแกจะแนะนำอาจารย์แกให้ สุดท้ายผมก็ขอบคุณและปฎิเสธที่จะไปสัมภาษณ์กับทางบริษัท เพราะว่าตอนนั้นเริ่มงานที่บ้านมาพักนึงแล้ว

    ปี2549
    ผมไม่ได้ติดต่อพี่นุ๊กมาหลายปีแล้ว พี่เอิร์ธนักร้องของวงโทรมาหาตอนเที่ยง ๆ ของวันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคม 2549 ว่าพี่นุ๊กสิ้นใจแล้ว
    ฟังคร่าว ๆ ว่าเป้นอุบัติเหตุมอร์เตอร์ไซค์ แกถูกรถมอร์เตอร์ไซค์ขับสวนเลนมาชนเข้า หลังจากถึงโรงพยาบาลตอนตี 2 และหมอบอกว่าแค่ขาหัก พอตี 5 แกสิ้นใจ เนื่องจากปอดฉีก

    วันนี้ผมแวะไปเดินเล่นที่ B2S วน ๆ ดูหนังสือ ดู DVD ดู CD เพลง จนเจอกับอัลบั้ม Dedicated to PAUSE พลิกไปหลังปก เห็นเพลงรักเธอทั้งหมดของหัวใจ ผมหยิบ CD ขึ้นมาเดินไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ ในใจพลางคิดไปเรื่อยเปื่อยถึงตอนที่เล่นดนตรีกับพี่นุ๊ก เราเคยเล่นเพลง Pause กันหลายเพลงเหมือนกัน

    ผมออกมาจาก Robinson ระหว่างเดินไปที่รถ พื้นเฉอะแฉะ มองขึ้นไปบนท้องฟ้ามืด ๆ เพลง รักเธอทั้งหมดของหัวใจ ก็ดังแว่วมาเงียบ ๆ
    … ทุกครั้งที่ฉันคิดถึงเธอ ใจมันคอยบอกตัวเองอยู่เสมอ ว่าเธอนั้นเป็นสุขไปแล้ว….
    วันนี้ฝนตกยังกับฟ้ารั่ว ….. ผมนึกขอบคุณฝนในใจเบา ๆ

    ปล. เรื่องเหล่านี้เขียนจากความทรงจำเก่า ๆ ของผมเอง หากมีข้อมูลใดผิดพลาดวานผู้รู้แจ้งได้
    ปล2. ภาพด้านบนเป็นภาพวอลเปเปอร์ที่พี่นุ๊กทำทิ้งไว้ในเครื่องผมเมื่อนานมาแล้ว

  • OK GO II (Here it goes again)

    OK GO
    มิวสิคใหม่มาอีกแล้ว (ดูอันเก่าได้ที่นี่)
    กับเพลง Here it Goes again
    คราวนี้นอกจากจะมีท่าเต้นสุดแนว
    ยังมีความซับซ้อนด้วยอุปกรณ์สุดแนวอีกด้วย

    QuickTime 100 | 300
    Windows Media 100 | 300
    Real 100 | 300
    You Tube Link

    แน่นอนยังถ่ายเทคเดียวอีกเช่นเคย
    พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง!!

  • เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

    ทีแรกว่าจะเขียนถึงเพราะว่าดูแล้วชอบ แต่ได้อ่านบทความนี้แล้ว พบว่าเขียนได้โดนใจที่อยากเขียน (แถมเขียนดีกว่าเป็นกอง) ดังนั้นอ่านของคุณวิวัฒน์แทนที่ Open Online  (ไม่แนะนำหากยังไม่ได้ดูหนัง)

    จริง ๆ แล้ววันนี้ตั้งใจมาเขียนเชียร์ ไปดูกันเถิดครับ แม้หนังจะไม่สมบูรณ์แบบอะไร แต่มันสนุกมาก ๆ แค่ตัวหนังพาผมย้อนกลับไปเวลาดี ๆ ตอนเดินกลับบ้านกับสาวสมัยมัธยม แค่นี้ก็คุ้มแล้วครับ เพราะนั่นเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของชีวิตช่วงหนึ่ง

    ปล.ผมเชียร์อ้อมนะ ถ้าใครรู้จักกันเป็นการส่วนตัว จะรู้ว่าทำไม ; D

  • คุยกับ eYacht ตอนที่ 1 :: ปัญหาของนู๋

    หลายวันก่อนมี E-mail ส่งมาให้ผม โดยผ่านการส่งจากเมนู Contact ด้านบน เนื้อความมีอยู่ว่า

    คือนู๋อยู่ที่โคราช แล้วมันก็มีผับที่ชื่อว่า update เปิดอยู่ใก้ลๆบ้านนู๋ แล้วเค้าก็สามารถเปิดได้ถึงเช้าทุกวันเลยค่ะ นู๋รำคาญเสียงเพลงที่ดังมาก และที่สำคัญไปกว่านั้นคือตำรวจท้องที่ไม่มีใครแตะต้องเค้าเลยค่ะ อาจารย์ช่วยแนะนำหน่อยได้ไม๊คะว่านู๋จะต้องทำยังไงดี

    นู๋ขอขอบพระคุณอาจารย์ ณ.ที่นี้เลยนะคะ

    อ่านทีแรกก็งง ๆ แต่คิดไปคิดมาเอาน่ะ ไหน ๆ ก็เป็นแฟนตัวหนังสือคุณประภาส (ประภาส ชลศรานนท์) แล้วก็ตั้งคอลัมภ์ “คุยกับ eYacht” ขึ้นมาซะเลย ถือซะว่าเป็นการแสดงความเคารพนับถืออย่างหนึ่งก็แล้วกัน -_-” (ใครจะส่งคำถามก็เชิญนะครับ ยินดีตอบ แต่จะตอบได้โดนหรือไม่อันนี้อีกเรื่อง)

    ขอตอบ”นู๋” เป็นข้อ ๆ ดังนี้
    1. ภาษาเขียนในกรณีที่หนูจะส่งถึงคนที่หนูคิดว่าเป็นอาจารย์ ควรจะเขียนให้ถูกอักขระ เพื่อให้ไม่เป็นการดูถูกผู้รับและดูถูกตัวหนูเอง (ส่วนหากนู๋จะคุยนุ้งนิ้งกับแฟนหนุ่ม จะงุงิ หรือ อะจิิอะจึ๋ย ก็ตามแต่ใจเถิด)
    2. ตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมา ผมเคยเหยียบโคราชไม่ถึง 8 วันเห็นจะได้ ดังนั้นผมไม่รู้เรื่องผับที่ชื่อ Update จริง ๆ และไม่สามารถทราบได้ว่ากฎหมายทางโคราชผับเปิดได้ถึงสว่าง
    3. หนูประสบปัญหาเรื่องเพลงเสียงดัง ตำรวจช่วยเหลือหนูไม่ได้ ผมเองบ้านอยู่อุบลฯ แม้เป็นคนอีสานด้วยกัน แต่คงไม่สะดวกเดินทางไปช่วย ดังนั้นผมคิดว่าหนูต้องช่วยเหลือตัวเองแล้วล่ะ ผมถือหลักว่าคนเราถูกสร้างมาไม่เหมือนกัน การจะเปลี่ยนคนอื่นเป็นเรื่องที่ทำได้ แต่ยากมาก ทางที่ง่ายกว่าคือเปลี่ยนตัวเราเอง ผมคิดว่าการทำความเข้าใจกับปัญหา ง่ายกว่าการแก้ปัญหามากทีเดียว ผมเชื่อว่าหากหนูเข้าใจปัญหานี้แล้ว หนูอาจไม่จำเป็นแม้แต่ต้องแก้มัน
    4. ขอบคุณที่หนูขอบพระคุณมานะครับ แต่ต้องขอแจ้งนิดหน่อยว่า ผมไม่ใช่อาจารย์ครับ ผมเป็นพ่อค้า จริง ๆ นะ (อ่านได้จากเมนูด้านบน)
    5. หนูมีทักษะทางภาษาที่ดี สังเกตจากที่หนูใช้ คะ ค่ะ อย่างถูกต้อง ซึ่งผมคิดว่านั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ดังนั้นอยากให้ทำให้สมบูรณ์แบบ ด้วยการยกเลิกการพิมพ์ “.” (จุด) หลัง “ณ” ในประโยคสุดท้ายจะทำให้หนูดูดีมีระดับขึ้นอีก 2% เห็นจะได้ (นอกจากนี้หากปฎิบัติตามข้อที่ 1 ได้จะทำให้ดูดีขึ้นอีกโขทีเดียว)

  • ช่างทองใจคด (ภาคเฉลย)

    เมื่อวานมีรุ่นน้องทวงเรื่อง ช่างทองใจคด ที่เคยถามไว้เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน สารภาพวันนี้ว่าลืมไปแล้วว่าต้องกลับมาเฉลย ใครยังไม่ได้อ่านคำถามก็อ่านซะตอนนี้ครับ ก๊อปมาลงให้วันนี้แถมคำใบ้ด้วย โดยไม่ต้องกดกลับไปหน้าเก่า หรือยังไงก็อยากไปอ่านอันเก่าก็กดได้ที่นี่ (ปล. Comment ที่ตอบหน้านั้นไม่ถูกนะครับ)

    ถ้ามีทองหนัก 100 กิโลกรัมนำไปให้ช่างทองตีเป็นเหรียญทองคำเหรียญละ 1 กิโลกรัมจะได้เหรียญทั้งหมด 100 เหรียญ แบ่งใส่ไว้ในถุง 10 ถุง ถุงละ 10 เหรียญ
    แต่ปรากฎว่าช่างทองใจคดขโมยไป 1 กิโล แล้วทำให้เหรียญ 10 เหรียญในถุงใดถุงหนึ่งเป็นเหรียญละ 900 กรัม ซึ่งพอรวมทั้งหมด 10 เหรียญ จะหนักเพียง 9 กิโลเท่านั้น
    คำถามคือ ทำอย่างไรเราจึงจะสามารถระบุได้ว่าถุงใดหนัก 9กิโลกรัม โดยการชั่งน้ำหนักเพียงครั้งเดียวบนตาชั่งธรรมดาทั่วไป (ชั่งเพียงครั้งเดียว คือวางอะไรก็ได้ลงไปบนตาชั่ง เข็มกระดิกเพียงครั้งเดียว ก็ได้คำตอบทันที ไม่มีการกระดิกของเข็มตาชั่งอีก) นอกจากนี้เรายังไม่สามารถระบุความแตกต่างได้โดยสายตา หรือการถือขึ้นมาเทียบน้ำหนักได้
    ลองคิดกันเล่น ๆ ดูครับ

    คำใบ้
    ในเมื่อชั่งได้ครั้งเดียวเท่านั้น ต้องสร้าง Index ที่สามารถแยกแยะถุงแต่ละใบออกจากกันในการชั่งรวมกัน

    ……คิดไม่ออก
    อ่านเฉลยกดที่คำว่า (more) ด้านล่าง
    (more…)

  • MV El Nin Yo (Uncensored)

    MV El Nin yo
    Ta ta Young – Album Temperature Rising
    (It’s Hot and Burn!!)

    ปล. ขอแสดงความคิดเห็นส่วนตัวหน่อยครับ พอผมได้มีโอกาสดู MV เวอร์ชั่นนี้จบ ผมก็รู้สึกที่งในเรื่องของความกล้า และความสามารถของเด็กสมัยนี้จริง ๆ นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ที่ใครจะกล้ามาแสดงออกถึงขั้นนี้ ไม่มีอย่างอื่นจะบอกนอกจากว่า “น่าทึ่งจริง ๆ”

    ปล.เนื่องจากเจ้าของไฟล์ได้ทำการลบคลิปเด็กปีศาจออกจาก YouTube ไปแล้วดังนั้นวันนี้จึงขอเพิ่มอันใหม่เข้ามาแทนครับ ดูได้ที่นี่ MV El-Ka-tag น่าสะพรึงกลัวไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน