Category: Sport

  • Olympic London 2012 Logo

    Olympic Emblem

    เอาหน้าตาของโลโก้โอลิมปิกครั้งที่ผ่าน ๆ มามาให้ดู ผมค่อนข้างชอบโลโก้ของงานโอลิมปิกที่จีนค่อนข้างมาก คิดว่าข้อได้เปรียบอย่างนึงที่จีนเหนือกว่าหลาย ๆ ประเทศที่เคยจัดมาคือ ความเข้มแข็งของวัฒนธรรม จีนมีอารยธรรมที่ยาวนาน จนมีวัฒนธรรมที่มีความเฉพาะตัวสูงมาก หลาย ๆ อย่างเห็นปุ๊บรู้ทันทีว่าเป็นของจีน ยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างเช่น อักษรจีน พู่กันจีน อาคารทรงจีน แม้แต่สีแบบจีน ๆ (แดงแจ๋) ดังนั้นพอจะทำอะไรซักอย่างจึงสามารถทำได้อย่างชัดเจน อย่างเช่นโลโก้ของงานโอลิมปิกครั้งนี้ที่ออกมาหน้าตาแบบนี้

    เห็นครั้งแรกผมว่าคนคิดตอบโจทย์ได้ดีเหลือเกิน อาจจะด้วยว่ามีความคุ้นเคยกับวัฒนธรรมจีนพอสมควร พอมองปราดเดียวก็รู้เลยว่า นี่มันเป็นการเลียนแบบตราประทับลงชื่อของจีน แล้วเอาอักษรของคำว่าปักกิ่งมาบิดให้กลายเป็นคนในตราประทับอีกที แล้วเขียนอักษรด้วย Type Face แบบพู่กันจีน ทั้งหมดนี้ดูมีความหมายและหนักแน่นในส่วนของวัฒนธรรมจีนอย่างมาก น่าทึ่งเหลือเกิน

    ด้วยความสงสัยเลยค้นโลโก้ของงาน London 2012 ที่จะจัดขึ้นในอีก 4 ปีข้างหน้านี้ แล้วพบว่ามันมีหน้าตาอย่างนี้

    ในทีแรกผมว่ามันอุบาทว์อย่างที่ใคร ๆ คิดนั่นล่ะครับ แถมมารู้อีกว่าไอ้โลโก้สีแปร๋นนี้มันราคา 25 ล้านบาท ก็แทบลมใส่ และคิดในใจว่า ใครมันโง่จ่าย (วะ)
    แต่ความคิดของผมก็เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อแวะไปในหน้าเว็บของผู้ออกแบบ คุณ Wolff Olins ผมเริ่มค่อย ๆ เข้าใจขึ้นมาทีละนิดในแต่ละคลิก (โอ้โห ฟังดูดราม่ามาก) และรู้สึกทึ่งไปกับความคิดของผู้สร้างขึ้นมาทีละน้อย

    อย่างแรกที่สังเกตุได้คือ การออกแบบครั้งนี้ใช้สีฉูดฉาดกว่าปกติ แถมสีที่เลือกเป็นสี M100 กับ C 100 ซึ่งถือว่าเป็นสี เด็กแนว ในพ.ศ.นี้ เป็นสีที่นิยมใช้กันในเว็บไซต์ รวมถึงงานสิ่งพิมพ์ใหม่ ๆ ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งที่เลือกแบบนี้ผู้ออกแบบบอกว่า เพื่อดึงคนที่อายุไม่มากนักให้มาสนใจงานโอลิมปิกมากกว่าเน้นให้เป็นเทศกาลอันศักดิ์สิทธิ์

    จากนั้นพอผมย้อนดูผลงานเก่า ๆ ของคุณ Wolff มาก ๆ เข้าก็เข้าใจว่า หลาย ๆ ครั้งงานออกแบบของเค้าไม่ได้เป็นแค่การออกแบบโลโก้ แต่เป็นการออกแบบ Brand แบบรอบด้าน อย่างเช่น นอกจาก โลโก้ Sony Ericsson จะถูกออกแบบขึ้นมาแล้ว มันยังถูกกำหนดแนวทางการใช้งาน และการวางตัวอักษร (ซึ่งรวมถึง type face ของ Font และ การวางตำแหน่งของอักษรอย่างคล้องจองกัน) และอื่น ๆ อีกมากมาย อีกด้วย

    แล้วพอกลับมาดูเว็บหน้าที่พูดถึงการออกแบบโลโก้โอลิมปิกผมเลยเห็นอะไรบางอย่าง ดูจากภาพนี้ครับ

    อย่างนึงที่น่าสนใจคือ โลโก้มันค่อนข้างจะเป็นลักษณะของ form ในแบบ Universal คือมันเอาไปทำอะไรได้หลายอย่าง โดยที่ยังอยู่ใน Theme ของงาน อย่างทำกำแพงเป็นลายเหลี่ยม ๆ สีสันฉูดฉาด ทำเสื้อ ถุงผ้า ทำนั่นทำนี่ มองปราดเดียวก็รู้ว่านี่มันงานโอลิมปิกนี่ แถมในโลโก้ยังเปลี่ยนสีไปมา สีอะไรก็ได้ (หรือแม้กระทั่งข้างในเป็นรูปถ่าย) เพราะสิ่งที่เป็นแกนหลักของ Brand คือรูปทรงและโทนของสีสัน ไม่ใช่ตัวโลโก้แบบเป๊ะ ๆ

    พอเห็นแบบนี้ผมรู้สึกทึ่งไปกับการออกแบบพอสมควร หากโจทย์คือการปรับมุมมองของโอลิมปิกให้กลายเป็นกีฬาสำหรับทุกคน ผมว่านี่เป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นที่ดี ต่อไปนี้อยู่ที่ฝีมือของทีมจัดงานแล้วว่าจะทำอย่างไรให้ทุกอย่างสอดคล้อง ส่งเสริมกัน และกลายเป็นงานที่เชิดหน้าชูตาอังกฤษบนเวทีโลกอย่างเต็มภาคภูมิ เหมือนอย่างที่โอลิมปิก 2008 ได้เปิดตัวจีนอย่างสมศักดิ์ศรีในปีนี้

    ตอนนี้กลายเป็นผมมาคอยภาวนาว่า คณะกรรมการอย่าได้ยอมฟังกระแสของคนคัดค้านจนยอมเปลี่ยนโลโก้นะครับ ผมอยากเห็นการใช้งานโลโก้นี้ในงานอีก 4 ปีข้างหน้าชะมัด อยากรู้ว่าจะทำได้ดีแค่ไหน แล้วถ้าถึงตอนนั้นผมยังเขียนบล็อก คงได้มา Post ว่าถูกใจหรือผิดหวังอย่างไร

    ปล. มีใครดูออกไหมว่า โลโก้นี้มันเป็นรูปอะไร ผมใช้เวลาดูอยู่ 2 ชั่วโมง จนพบว่ามันคือเลข 2012

  • Almost Famous Goleo VI

    Goleo VI

    เพิ่งได้มีโอกาสอ่านข้อเขียน “Almost Famous … Mascot” ของคุณภาสกร ประมูลวงศ์ ที่เขียนระบุว่าทำไม Mascot ประจำฟุตบอลโลกปี 2006 ที่เยอรมัน เจ้า Goleo VI ถึงทำเอาบริษัทที่ซื้อลิขสิทธิ์จำหน่ายของที่ระลึกเจ๊งไม่เป็นท่า ชาวเยอรมันไม่มีใครซื้อสินค้าเจ้าตัวสิงโตนี้กัน เพรา

    1. สิงโตเป็นตัวแทนของชาติอังกฤษ (เยอรมันมีนกอินทรีหรือกระรอกเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมือง)
    2. เสื้อหมายเลข 6 ลึกลับที่ไม่มีใครเข้าใจความหมาย แถมยังมีอยู่ในชื่อของมันซะด้วย
    3. ชื่อ Goleo VI เป็นชื่อไม่เฮงสุด ๆ เพราะเหมือนกับเชียร์ว่า Go Leo! สู้เค้าอังกฤษ (แปลภาษาสเปนว่า ฉันได้ประตู)
    4. ลูกบอลคู่หูชื่อ Pille หน้าตาน่าเกลียดมาก (อันนี้เห็นด้วย)
    5. สุดท้าย มันไม่ใส่กางเกง (นิตยาสารบางฉบับบอกว่ามันเหมือนเกย์)

    อารามด้วยความสงสัย ผมเลยไปหารูปเจ้า Goleo VI มาดูเพิ่ม ด้วยความที่เป็นคนไม่ดูบอลเลย จึงไม่เคยเห็นหน้าค่าตาเต็ม ๆ ของเจ้า Goleo VI มาก่อนแล้วก็พาลอยากจะไปดู Mascot ปีก่อน ๆ ของบอลโลกด้วย WikiPedia ให้คำตอบเราได้แน่นอน ค้นไม่นานก็เจอที่นี่ครับ
    (ค้นไปค้นมาเรื่องความล้มเหลวเจ้าสิงโตตัวนี้ มีรายละเอียดที่ Wikipedia ด้วยเหมือนกัน ที่นี่)

    ดูแล้วพบว่า เออ ไม่นับเจ้าแท่งไม้ของอิตาลี เจ้านกของฝรั่งเศส เจ้าตัวเรืองแสงของญี่ปุ่นเกาหลี (ซึ่งพวกนี้เค้าไม่ใส่เสื้อผ้า) ชาวบ้านเค้าใส่กางเกงกันหมดจริง ๆ ด้วย
    อีกอย่างมันเป็นตัวเดียวที่ไม่เป็นการ์ตูนแฮะ (คงเพราะบริษัทออกแบบเป็นบริษัททำหุ่นเชิดล่ะมั้ง)