
เอาหน้าตาของโลโก้โอลิมปิกครั้งที่ผ่าน ๆ มามาให้ดู ผมค่อนข้างชอบโลโก้ของงานโอลิมปิกที่จีนค่อนข้างมาก คิดว่าข้อได้เปรียบอย่างนึงที่จีนเหนือกว่าหลาย ๆ ประเทศที่เคยจัดมาคือ ความเข้มแข็งของวัฒนธรรม จีนมีอารยธรรมที่ยาวนาน จนมีวัฒนธรรมที่มีความเฉพาะตัวสูงมาก หลาย ๆ อย่างเห็นปุ๊บรู้ทันทีว่าเป็นของจีน ยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างเช่น อักษรจีน พู่กันจีน อาคารทรงจีน แม้แต่สีแบบจีน ๆ (แดงแจ๋) ดังนั้นพอจะทำอะไรซักอย่างจึงสามารถทำได้อย่างชัดเจน อย่างเช่นโลโก้ของงานโอลิมปิกครั้งนี้ที่ออกมาหน้าตาแบบนี้

เห็นครั้งแรกผมว่าคนคิดตอบโจทย์ได้ดีเหลือเกิน อาจจะด้วยว่ามีความคุ้นเคยกับวัฒนธรรมจีนพอสมควร พอมองปราดเดียวก็รู้เลยว่า นี่มันเป็นการเลียนแบบตราประทับลงชื่อของจีน แล้วเอาอักษรของคำว่าปักกิ่งมาบิดให้กลายเป็นคนในตราประทับอีกที แล้วเขียนอักษรด้วย Type Face แบบพู่กันจีน ทั้งหมดนี้ดูมีความหมายและหนักแน่นในส่วนของวัฒนธรรมจีนอย่างมาก น่าทึ่งเหลือเกิน
ด้วยความสงสัยเลยค้นโลโก้ของงาน London 2012 ที่จะจัดขึ้นในอีก 4 ปีข้างหน้านี้ แล้วพบว่ามันมีหน้าตาอย่างนี้

ในทีแรกผมว่ามันอุบาทว์อย่างที่ใคร ๆ คิดนั่นล่ะครับ แถมมารู้อีกว่าไอ้โลโก้สีแปร๋นนี้มันราคา 25 ล้านบาท ก็แทบลมใส่ และคิดในใจว่า ใครมันโง่จ่าย (วะ)
แต่ความคิดของผมก็เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อแวะไปในหน้าเว็บของผู้ออกแบบ คุณ Wolff Olins ผมเริ่มค่อย ๆ เข้าใจขึ้นมาทีละนิดในแต่ละคลิก (โอ้โห ฟังดูดราม่ามาก) และรู้สึกทึ่งไปกับความคิดของผู้สร้างขึ้นมาทีละน้อย
อย่างแรกที่สังเกตุได้คือ การออกแบบครั้งนี้ใช้สีฉูดฉาดกว่าปกติ แถมสีที่เลือกเป็นสี M100 กับ C 100 ซึ่งถือว่าเป็นสี เด็กแนว ในพ.ศ.นี้ เป็นสีที่นิยมใช้กันในเว็บไซต์ รวมถึงงานสิ่งพิมพ์ใหม่ ๆ ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งที่เลือกแบบนี้ผู้ออกแบบบอกว่า เพื่อดึงคนที่อายุไม่มากนักให้มาสนใจงานโอลิมปิกมากกว่าเน้นให้เป็นเทศกาลอันศักดิ์สิทธิ์
จากนั้นพอผมย้อนดูผลงานเก่า ๆ ของคุณ Wolff มาก ๆ เข้าก็เข้าใจว่า หลาย ๆ ครั้งงานออกแบบของเค้าไม่ได้เป็นแค่การออกแบบโลโก้ แต่เป็นการออกแบบ Brand แบบรอบด้าน อย่างเช่น นอกจาก โลโก้ Sony Ericsson จะถูกออกแบบขึ้นมาแล้ว มันยังถูกกำหนดแนวทางการใช้งาน และการวางตัวอักษร (ซึ่งรวมถึง type face ของ Font และ การวางตำแหน่งของอักษรอย่างคล้องจองกัน) และอื่น ๆ อีกมากมาย อีกด้วย
แล้วพอกลับมาดูเว็บหน้าที่พูดถึงการออกแบบโลโก้โอลิมปิกผมเลยเห็นอะไรบางอย่าง ดูจากภาพนี้ครับ

อย่างนึงที่น่าสนใจคือ โลโก้มันค่อนข้างจะเป็นลักษณะของ form ในแบบ Universal คือมันเอาไปทำอะไรได้หลายอย่าง โดยที่ยังอยู่ใน Theme ของงาน อย่างทำกำแพงเป็นลายเหลี่ยม ๆ สีสันฉูดฉาด ทำเสื้อ ถุงผ้า ทำนั่นทำนี่ มองปราดเดียวก็รู้ว่านี่มันงานโอลิมปิกนี่ แถมในโลโก้ยังเปลี่ยนสีไปมา สีอะไรก็ได้ (หรือแม้กระทั่งข้างในเป็นรูปถ่าย) เพราะสิ่งที่เป็นแกนหลักของ Brand คือรูปทรงและโทนของสีสัน ไม่ใช่ตัวโลโก้แบบเป๊ะ ๆ
พอเห็นแบบนี้ผมรู้สึกทึ่งไปกับการออกแบบพอสมควร หากโจทย์คือการปรับมุมมองของโอลิมปิกให้กลายเป็นกีฬาสำหรับทุกคน ผมว่านี่เป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นที่ดี ต่อไปนี้อยู่ที่ฝีมือของทีมจัดงานแล้วว่าจะทำอย่างไรให้ทุกอย่างสอดคล้อง ส่งเสริมกัน และกลายเป็นงานที่เชิดหน้าชูตาอังกฤษบนเวทีโลกอย่างเต็มภาคภูมิ เหมือนอย่างที่โอลิมปิก 2008 ได้เปิดตัวจีนอย่างสมศักดิ์ศรีในปีนี้
ตอนนี้กลายเป็นผมมาคอยภาวนาว่า คณะกรรมการอย่าได้ยอมฟังกระแสของคนคัดค้านจนยอมเปลี่ยนโลโก้นะครับ ผมอยากเห็นการใช้งานโลโก้นี้ในงานอีก 4 ปีข้างหน้าชะมัด อยากรู้ว่าจะทำได้ดีแค่ไหน แล้วถ้าถึงตอนนั้นผมยังเขียนบล็อก คงได้มา Post ว่าถูกใจหรือผิดหวังอย่างไร
ปล. มีใครดูออกไหมว่า โลโก้นี้มันเป็นรูปอะไร ผมใช้เวลาดูอยู่ 2 ชั่วโมง จนพบว่ามันคือเลข 2012

