หลังดูหนังจบแล้วออกมาอ่านที่หลายคนที่เขียนถึงแล้วยังไม่โดนใจเท่าไหร่ อัดอั้นตันใจมากจนต้องมาเขียนซะเอง ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่ได้เขียนมานานแล้ว (แถมยังเสียเวลามานั่งปรับหน้าตาเว็บใหม่อีกต่างหาก เพราะ Theme K2 นี่โบราณล้านปีมาก)
เนื้อหาหลังจากนี้มีการเปิดเผยส่วนสำคัญของเรื่อง โปรดหลีกเลี่ยงหากยังไม่ได้ดู
- พล็อตที่เลือกใช้ค่อนข้างจะเมโลดราม่า (น้ำเน่า) มาก น่าจะถูกเล่ากันมาล้านรอบแล้ว กับความรักของพระเอกนางเอกแบบนางฟ้ากับหมาวัดในเวลาจำกัด ตัวอย่างโด่งดังก็น่าจะเป็นไททานิก ไปยัน Lost in Translation ได้เลย
- แต่พล็อตที่เลือกดันโดนข้าพเจ้าเป็นอย่างยิ่ง ดอกฟ้ากับหมาวัดไอที โอ้โห อันนี้โดนจริงจัง ทำเอาอิน ก่อนหน้านี้ที่รู้สึกโดนมาก ๆ ก็ Suck Seeds ที่ดูแล้วก็เหมือนเห็นตัวเองในหนัง (แต่ไม่ได้หล่อขนาดนั้นแค่นั้นเอง)
- หลายคนค่อนข้างจับจดกับเรื่องความเป็นไปได้ของ TGA ความจำเสื่อมระยะสั้นที่มีเงื่อนไขพิลึกแถมแม่นยำ กับ การเดินทางผ่านมิติของพระเอกนางเอก ที่เที่ยวได้รอบโลกในเวลาวันเดียว ส่วนตัวคิดว่าผู้กำกับเองคงมีไอเดียของแต่ละสถานที่ที่อยากจะเล่า และเงื่อนไขจะมาบอกว่าจำได้ในเวลา 2 วัน ก็คงดูไม่เซ็กซี่เท่าไหร่ เลยเอาวะ เอาอย่างอื่นกลบเอาละกัน
- ซึ่งส่วนตัวไม่ได้รู้สึกประดักประเดิดอะไรกับความเป็นไปไม่ได้เหล่านี้ เพราะแค่โรคของนางเอกก็คงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว หนังสร้างโลกอันน่าเชื่อถือขึ้นมาจากความรู้สึกนึกคิดของตัวละครมากกว่า พอเรื่องเป็นเมโลดราม่ามากับการถ่ายทอดความรู้สึกที่แน่น ก็ไม่รู้สึกว่าโครงเรื่องจะหลวมจนเกินไป
- ส่วนตัวคิดว่าผู้กำกับเล่นท่ายากขึ้น แม้ว่าจะเป็นหนังน้ำเน่า แต่ก็มีเส้นเรื่องที่แม่นยำและละเอียดอ่อน ซึ่งถ้ามือไม่ถึงก็คิดว่าจะเอาไม่อยู่ ตัวหนังคงจะเพ้อ ๆ ไปกว่านี้ รวมถึงเดาเอาเองว่าผู้กำกับคงอยากจะลองขยับมาสร้างเรื่องที่เน้นความรู้สึกของตัวละครมากขึ้น เล่าเรื่องตัวละครที่เทา ๆ มากขึ้น ทำยังไงให้คนดูยังเอาใจช่วยพวกเค้าได้ ทั้ง ๆ ที่เบื้องหลังพระเอกนางเอกก็ไม่ได้เป็นคนดีไปเสียทั้งหมด
- ชอบสัญลักษณ์หลาย ๆ อย่างที่ทิ้งไว้ อย่าง หิมะ, เทศกาลน้ำแข็ง, การทุบทำลายน้ำแข็ง, ตัวรูปปั้นหิมะใส่แว่น, แหวนที่หักได้ ละลายได้ ทุกอย่างโยงไปถึงการไม่คงทน เดี๋ยวก็ละลายหายไป
- ชอบการเล่นกับความทรงจำ การลืม การจำ ซึ่งเอามาใช้พลิกเรื่องได้อย่างน่าสนใจ เด่นอยากจะลืมวันที่ตัวเองเผลอไปบอกรักเค้า เด่นอยากจะจำเวลาดี ๆ นี้ไว้คนเดียวโดยไม่บอกให้นุ้ยรู้ ตอนเริ่มความจำเสื่อม นุ้ยอยากจะจำได้ว่าตัวเองเป็นใคร พอรู้ความจริง นุ้ยอยากจะลืมว่าตัวเองเคยอยู่ในสถานะอะไร พอเข้าใจเรื่องทั้งหมดนุ้ยอยากจะจำได้ว่าเหตุการณ์วันนี้มันดีแค่ไหน
เด่นอยากให้นุ้ยลืมเรื่องของเด่นในวันนี้ เพราะกลัวความจริงจะทำลายความงดงามของวันนี้ไป แต่เด่นก็อยากให้นุ้ยจำความสุขที่ตัวเองมีในวันนี้ได้จึงไม่ลบคลิปนั้นออกไป - ชอบการเอาคลิปวีดีโอมาใช้ในการพลิกโครงเรื่องได้อย่างเหมาะเจาะและไม่ยัดเยียด ตัวละครตัดสินใจอย่างเป็นเหตุเป็นผล เด่นลบคลิปตามที่ตัวเองตั้งใจ วันเดียวเปลี่ยนอะไรไม่ได้มากขนาดนั้น เด่นรู้ดี
- หลายคนรู้สึกขัดใจไม่ชอบตอนจบ ผมกลับชอบมาก ชอบในความกล้าหาญของผู้กำกับที่เลือกท่ายากในการสร้างบทสรุปของเรื่องราว อย่างที่ไม่ยัดเยียดและสมเหตุสมผล รวมถึงการตัดต่อที่จงใจน็อคให้เรามึน แล้วเรื่องราวก็วนเวียนในหัวเราต่อไปอีกหลายวัน
- เราไม่อาจรู้อย่างแท้จริงว่านุ้ยลุกออกจากโต๊ะเดินออกจากห้องโดยไม่สนใจเสียงเรียกของท็อป หลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น แต่เราก็เชื่อว่าความรู้สึกของนุ้ยได้เปลี่ยนไปแล้ว หลังจากที่เห็นตัวเองยิ้มอย่างมีความสุขจนน่าอิจฉา และหลังจากคลิปวีดีโอนั้นจบลง นุ้ยก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
- หลายคนถกเถึยงถึงประเด็นว่านางเอกจะตามหาชายลึกลับคนนี้ไหม ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องยากถ้านางเอกจะพยายาม หนังพูดอย่างรัดกุมอยู่แล้วว่านางเอกพยายามไปถามเจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์ เด่นลาออกจากงานหลังจากกลับมาจากท่องเที่ยว เพื่อนทักเรื่องเสื้อกันหนาวในคลิป ผู้กำกับไม่ได้ปกปิดความเป็นไปได้ในการที่นุ้ยจะตามหาเด่นจนเจอ
- หนังไม่พยายามสรุปว่านุ้ยจะตามหาเด่นไหม ทั้งคู่จะรักกันหรือเปล่า เพราะก็เหมือนที่เด่นบอก ความจริงมันเป็นคนละเรื่องกับความฝันที่เกิดขึ้นในวันนี้ คนดูเอง เดินเข้าโรงไปนั่งร่วมทุกข์ร่วมสุขไปกับความฝันของเด่นและนุ้ย นั่งมองโลกที่มีความสุขที่สุดของทั้งสองคน ถูกต้องแล้วที่ผู้กำกับไม่พยายามยัดเยียดความจริงปลอม ๆ ให้กับเราว่าเค้าทั้งคู่จะรักกัน
- แต่แน่นอน ท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าทั้งคู่จะรักกันหรือไม่นั้นไม่สำคัญเท่ากับความจริงที่ว่า ทั้งคู่ได้เรียนรู้ว่าความสุขและความรักคืออะไร
- …รวมถึงคนดูทุกคนด้วย
ปล. ชอบมุก tick tock มาก โคตร Geek แต่โทนเสียงน่ารัก


Leave a Reply