Category: Movies

  • รีวิว Fanday แฟนเดย์ – บทสรุปอันแสนขัดใจ

    รีวิว Fanday แฟนเดย์ – บทสรุปอันแสนขัดใจ

    หลังดูหนังจบแล้วออกมาอ่านที่หลายคนที่เขียนถึงแล้วยังไม่โดนใจเท่าไหร่ อัดอั้นตันใจมากจนต้องมาเขียนซะเอง ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่ได้เขียนมานานแล้ว (แถมยังเสียเวลามานั่งปรับหน้าตาเว็บใหม่อีกต่างหาก เพราะ Theme K2 นี่โบราณล้านปีมาก)

    เนื้อหาหลังจากนี้มีการเปิดเผยส่วนสำคัญของเรื่อง โปรดหลีกเลี่ยงหากยังไม่ได้ดู

    • พล็อตที่เลือกใช้ค่อนข้างจะเมโลดราม่า (น้ำเน่า) มาก น่าจะถูกเล่ากันมาล้านรอบแล้ว กับความรักของพระเอกนางเอกแบบนางฟ้ากับหมาวัดในเวลาจำกัด ตัวอย่างโด่งดังก็น่าจะเป็นไททานิก ไปยัน Lost in Translation ได้เลย
    • แต่พล็อตที่เลือกดันโดนข้าพเจ้าเป็นอย่างยิ่ง ดอกฟ้ากับหมาวัดไอที โอ้โห อันนี้โดนจริงจัง ทำเอาอิน ก่อนหน้านี้ที่รู้สึกโดนมาก ๆ ก็ Suck Seeds ที่ดูแล้วก็เหมือนเห็นตัวเองในหนัง (แต่ไม่ได้หล่อขนาดนั้นแค่นั้นเอง)
    • หลายคนค่อนข้างจับจดกับเรื่องความเป็นไปได้ของ TGA ความจำเสื่อมระยะสั้นที่มีเงื่อนไขพิลึกแถมแม่นยำ กับ การเดินทางผ่านมิติของพระเอกนางเอก ที่เที่ยวได้รอบโลกในเวลาวันเดียว ส่วนตัวคิดว่าผู้กำกับเองคงมีไอเดียของแต่ละสถานที่ที่อยากจะเล่า และเงื่อนไขจะมาบอกว่าจำได้ในเวลา 2 วัน ก็คงดูไม่เซ็กซี่เท่าไหร่ เลยเอาวะ เอาอย่างอื่นกลบเอาละกัน
    • ซึ่งส่วนตัวไม่ได้รู้สึกประดักประเดิดอะไรกับความเป็นไปไม่ได้เหล่านี้ เพราะแค่โรคของนางเอกก็คงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว หนังสร้างโลกอันน่าเชื่อถือขึ้นมาจากความรู้สึกนึกคิดของตัวละครมากกว่า พอเรื่องเป็นเมโลดราม่ามากับการถ่ายทอดความรู้สึกที่แน่น ก็ไม่รู้สึกว่าโครงเรื่องจะหลวมจนเกินไป
    • ส่วนตัวคิดว่าผู้กำกับเล่นท่ายากขึ้น แม้ว่าจะเป็นหนังน้ำเน่า แต่ก็มีเส้นเรื่องที่แม่นยำและละเอียดอ่อน ซึ่งถ้ามือไม่ถึงก็คิดว่าจะเอาไม่อยู่ ตัวหนังคงจะเพ้อ ๆ ไปกว่านี้ รวมถึงเดาเอาเองว่าผู้กำกับคงอยากจะลองขยับมาสร้างเรื่องที่เน้นความรู้สึกของตัวละครมากขึ้น เล่าเรื่องตัวละครที่เทา ๆ มากขึ้น ทำยังไงให้คนดูยังเอาใจช่วยพวกเค้าได้ ทั้ง ๆ ที่เบื้องหลังพระเอกนางเอกก็ไม่ได้เป็นคนดีไปเสียทั้งหมด
    • ชอบสัญลักษณ์หลาย ๆ อย่างที่ทิ้งไว้ อย่าง หิมะ, เทศกาลน้ำแข็ง, การทุบทำลายน้ำแข็ง, ตัวรูปปั้นหิมะใส่แว่น, แหวนที่หักได้ ละลายได้ ทุกอย่างโยงไปถึงการไม่คงทน เดี๋ยวก็ละลายหายไป
    • ชอบการเล่นกับความทรงจำ การลืม การจำ ซึ่งเอามาใช้พลิกเรื่องได้อย่างน่าสนใจ เด่นอยากจะลืมวันที่ตัวเองเผลอไปบอกรักเค้า เด่นอยากจะจำเวลาดี ๆ นี้ไว้คนเดียวโดยไม่บอกให้นุ้ยรู้ ตอนเริ่มความจำเสื่อม นุ้ยอยากจะจำได้ว่าตัวเองเป็นใคร พอรู้ความจริง นุ้ยอยากจะลืมว่าตัวเองเคยอยู่ในสถานะอะไร พอเข้าใจเรื่องทั้งหมดนุ้ยอยากจะจำได้ว่าเหตุการณ์วันนี้มันดีแค่ไหน
      เด่นอยากให้นุ้ยลืมเรื่องของเด่นในวันนี้ เพราะกลัวความจริงจะทำลายความงดงามของวันนี้ไป แต่เด่นก็อยากให้นุ้ยจำความสุขที่ตัวเองมีในวันนี้ได้จึงไม่ลบคลิปนั้นออกไป
    • ชอบการเอาคลิปวีดีโอมาใช้ในการพลิกโครงเรื่องได้อย่างเหมาะเจาะและไม่ยัดเยียด ตัวละครตัดสินใจอย่างเป็นเหตุเป็นผล เด่นลบคลิปตามที่ตัวเองตั้งใจ วันเดียวเปลี่ยนอะไรไม่ได้มากขนาดนั้น เด่นรู้ดี
    • หลายคนรู้สึกขัดใจไม่ชอบตอนจบ ผมกลับชอบมาก ชอบในความกล้าหาญของผู้กำกับที่เลือกท่ายากในการสร้างบทสรุปของเรื่องราว อย่างที่ไม่ยัดเยียดและสมเหตุสมผล รวมถึงการตัดต่อที่จงใจน็อคให้เรามึน แล้วเรื่องราวก็วนเวียนในหัวเราต่อไปอีกหลายวัน
    • เราไม่อาจรู้อย่างแท้จริงว่านุ้ยลุกออกจากโต๊ะเดินออกจากห้องโดยไม่สนใจเสียงเรียกของท็อป หลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น แต่เราก็เชื่อว่าความรู้สึกของนุ้ยได้เปลี่ยนไปแล้ว หลังจากที่เห็นตัวเองยิ้มอย่างมีความสุขจนน่าอิจฉา และหลังจากคลิปวีดีโอนั้นจบลง นุ้ยก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
    • หลายคนถกเถึยงถึงประเด็นว่านางเอกจะตามหาชายลึกลับคนนี้ไหม ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องยากถ้านางเอกจะพยายาม หนังพูดอย่างรัดกุมอยู่แล้วว่านางเอกพยายามไปถามเจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์ เด่นลาออกจากงานหลังจากกลับมาจากท่องเที่ยว เพื่อนทักเรื่องเสื้อกันหนาวในคลิป ผู้กำกับไม่ได้ปกปิดความเป็นไปได้ในการที่นุ้ยจะตามหาเด่นจนเจอ
    • หนังไม่พยายามสรุปว่านุ้ยจะตามหาเด่นไหม ทั้งคู่จะรักกันหรือเปล่า เพราะก็เหมือนที่เด่นบอก ความจริงมันเป็นคนละเรื่องกับความฝันที่เกิดขึ้นในวันนี้ คนดูเอง เดินเข้าโรงไปนั่งร่วมทุกข์ร่วมสุขไปกับความฝันของเด่นและนุ้ย นั่งมองโลกที่มีความสุขที่สุดของทั้งสองคน ถูกต้องแล้วที่ผู้กำกับไม่พยายามยัดเยียดความจริงปลอม ๆ ให้กับเราว่าเค้าทั้งคู่จะรักกัน
    • แต่แน่นอน ท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าทั้งคู่จะรักกันหรือไม่นั้นไม่สำคัญเท่ากับความจริงที่ว่า ทั้งคู่ได้เรียนรู้ว่าความสุขและความรักคืออะไร
    • …รวมถึงคนดูทุกคนด้วย

    ปล. ชอบมุก tick tock มาก โคตร Geek แต่โทนเสียงน่ารัก

  • Inception ปฐมสำนึกของมิติเวลาหลายระดับ

    ข้อเขียนนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของภาพยนตร์

    จากการเฝ้ารอมานาน แล้ว Inception ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง Chirstopher Nolan ไปล่าเนื้อหาและเทคนิคการนำเสนอใหม่ ๆ มาผสมอย่างกลมกล่อม หลายคนยกย่องเค้าเป็น Stanley Kubrick ในยุคนี้ บ้างก็ว่า Orson Welles พร้อมพาดพึงไปถึงว่าของเล่นในเซฟ ประหนึ่งว่าเป็น Rosebud ของ Citizen Kane กันเลยทีเดียว

    ไม่ว่าคุณ Nolan จะถูกเปรียบเปรยอย่างไร สำหรับผมแล้วคุณโนแลนมีความสำคัญในฐานะคนเชื้อเชิญผมให้สนใจภาพยนตร์ทางเลือก ผ่านภาพยนตร์ที่ชื่อว่า Memento เมื่อหลายปีก่อน

    ใน Memento โนแลนเล่นกับความทรงจำคนดู ด้วยการเล่าเรื่องแบบย้อนหลังและไม่ลำดับเวลา ใน Inception โนแลนใช้วิธีเล่าเรื่องแบบไม่ลำดับเวลาตามถนัด แต่ก้าวไปอีกขั้นด้วยการเล่าเรื่องซ้อนกัน 5 ชั้น ในหน่วยเวลาเดียวกันด้วยตัวละครตัวเดียวกัน ในสิ่งที่คล้่าย ๆ จะเรียกได้ว่าเป็น “ความจริง 4 มิติ” ซึ่งแม้จะฟังดู Sci-fi และซับซ้อน แต่ภาพยนตร์ก็สามารถมอบความบันเทิงให้กับคนดูระดับทั่วไปได้อีกด้วย

    แม้เรื่องราวของความฝันหรือกระทั่งความฝันซ้อนฝันนั้นจะมีให้เห็นกันดาษดื่นผ่านภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่อง เห็นกันง่าย ๆ อย่าง เฟรดดี้ ครูเกอร์ ที่เล่นมุขฝันซ้อนฝันกันบ่อย แต่ใน Inception โนแลน วางโครงเรื่องเหนือชั้นด้วยการเปิดให้สงสัยกับภาพเด็กสองคน และคนแก่ในราชวังญี่ปุ่น เปิดตัวคุณแฟนสุดหลอน หลังจากนั้น “Kick” เราด้วยฝันซ้อนฝันสุดล้ำ ที่ถาโถมกันมาแบบไม่ประนีประนอม แล้วปิดภารกิจแรกด้วยความล้มเหลว ต่อจากนั้นจึงออก “กฎ” ของ Dream-Share ให้คนดูฟังไปพร้อม ๆ กับ สถาปนิกสาว ก่อนจะเริ่มปฎิบัติการฝันซ้อนที่กลายเป็นช่วงวินาทีที่ยาวนานที่สุดเท่าที่จินตนาการเราจะไปถึง

    ฉากในโรงแรมนั้นแม้จะไม่ได้ดูใหม่สด เพราะถ้าว่ากันตามจริง มันก็ไม่ต่างกับภาพสภาวะไร้น้ำหนักใน 2001 : Space Odyssey ซึ่งสร้างความตะลึงให้กับคนดูเมื่อเกือบ 50 ปีที่แล้ว แต่ด้วยองค์ประกอบที่ถูกวางดักไว้ก่อนหน้านั้นหลายจุดทำให้ความฝันชั้น 2 ที่โรงแรมกลายเป็นหนึ่งในฉากที่จัดว่าน่าทึ่งกับไอเดียอันซับซ้อนและใช้ประโยชน์กับ “กฎ” ที่กำหนดไว้ได้ทุกเม็ดจริง ๆ

    ดนตรีประกอบนั้นโดดเด่นตั้งแต่ Trailers ออกมาแล้ว ด้วยฝีมือของ Han Zimmer ที่จะว่าไปเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความลึกลับ และช่วยคลี่คลายความซับซ้อนของภาพยนตร์ได้เป็นอย่างดี

    งานด้านภาพนั้นดูดีสมราคางานสร้าง และเป็นอีกครั้งที่รู้สึกได้ว่า งาน CG ทั้งหลายในภาพยนตร์ถูกสร้างมารับใช้เนื้อหาได้อย่างเหมาะสมลงตัว ฉากน่าตื่นใจอย่างการพลิกเมือง ก็ทำได้อย่างสมเหตุสมผลกับเนื้อหาที่มี เรียบเนียนไปกับเรื่องราวของหนัง

    แน่นอนชื่อชั้นของ Nolan ยังคงฝากเรื่องหักมุมที่คาดเดาไม่ได้ไว้อย่างแนบเนียน โดยเฉพาะความลับลึกสุดที่พระเอกซ่อนไว้ใน Limbo ของตน ที่คลี่คลายในที่สุดว่าความผิดที่ติดอยู่ในใจของพระเอกคือความผิดพลาดที่ทำ Inception ไว้และความคิดที่ขยายตัวราวกับไวรัสที่ส่งผลสะท้อนจนทำลายชีวิตในโลกแห่งความจริงของพระเอกไปจนสิ้น

    อย่างไรก็ดีแม้หลายอย่างจะดูสมบูรณ์ แต่เรื่องของความรู้สึก ความรัก ซึ่งเป็นจุดอ่อนของโนแลนยังคงเป็นจุดบอดเล็ก ๆ ในภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ดี แม้จะได้รับการแก้ไขและขัดเกลาดีขึ้นกว่าเรื่องที่ผ่าน ๆ มา แต่ต้องยอมรับว่าขณะที่ส่วนอื่นดูอยู่ในระดับสุดยอด พอมีอะไรที่ดูด้อยไปหน่อย เรื่องนั้นก็จะโดดออกมาจนเห็นได้ค่อนข้างชัดเจน แต่ถึงอย่างนั้น Inception ก็ยังเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายของวงการภาพยนตร์ได้โดยไม่ต้องสงสัย

    หลายคนกำลังนั่งถกเถียงตอนจบอย่างออกรส ว่าสุดท้ายแล้วพระเอกฝันหรือตื่นกันแน่ ในนาทีตอนท้ายนั้น พระเอกหมุนโทเท็มของตัวเอง และไม่รอดูว่ามันจะหยุดหมุนหรือไม่ สำหรับผมแล้วนั่นคือคำตอบแล้วว่า Cobb ไม่ได้สนใจแล้วว่าที่ ๆ เค้าอยู่จะเป็นบ้านจริง ๆ จะเป็น Limbo จะเป็นฝันชั้นไหนก็ตาม พระเอก Kick ตัวเองออกจากวังวนของความผิดที่กัดกินตนเองมานานแสนนาน คว้าโอกาสที่จะได้พบหน้าลูกไว้และก้าวไปข้างหน้าตามที่ตนเองเลือกที่จะเชื่อ

    หรือจะเรียกได้ว่า Cobb ได้ Inception ตนเองไปแล้วก็ไม่ผิดนัก

  • Palm d’or 2010 – ลุงบุญมีระลึกชาติ

    อภิชาติพงศ์

    ขอใช้ Post นี้แสดงความยินดีกับคุณอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล
    รางวัล Palm D’or (ปาล์มทองคำ) จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ 2010

  • District 9 :: มนุษย์ต่างด้าว

    หลังจากถูกวางตัวให้กำกับโปรเจ็คหนังฟอร์มยักษ์อย่าง Halo โดยมี Peter jackson เป็นคนโปรดิวซ์ให้ ทุกคนก็พุ่งความสนใจไปยังผู้กำกับหนังหน้าใหม่ Neill Blomkamp กันใหญ่ แต่หลังโปรเจ็คถูกพับไม่มีกำหนด Neill จึงได้รับอนุญาตให้เอาหนังมนุษย์ต่างดาวที่เคยเป็นหนังสั้นมาพัฒนาต่อจนกลายเป็น District 9

    ในแง่ของผู้กำกับหน้าใหม่ที่ต้องมาดูแลงานสร้างขนาดนี้นับว่าเสี่ยงไม่เบา อย่างไรก็ดี Neill ก็แสดงให้เห็นว่าเอาอยู่ และนับว่าสร้างได้ถูกมาก เมื่อเทียบกับฟุตเตจ CG จำนวนมากที่ซ่อนตัวอยู่ในหนัง แน่นอนว่าด้วยหน้าหนังแล้วคงไม่ใช่หนังที่จะทำเงินมากมายนัก (ใครจะยอมมาดูหนังภาพไหว ๆ แบบนี้ซักกี่คนกัน) แต่ด้วยทุนสร้าง 80 ล้านเหรียญ หักลบกลบหนี้ คงได้ทั้งเงินได้ทั้งกล่องไปไม่ยาก

    ถ้าพูดถึงประเด็นของหนัง ตัวแก่นของเรื่องก็พื้น ๆ ไม่มีอะไรหักเหลี่ยมเฉือนคม แต่ Neill ฉลาดในการวางองค์ประกอบหนังให้ดูสมจริง (ทำเป็น Mocumentary) น่าสนใจ (เหตุเกิดในแอฟริกาใต้, กุ้ง (มนุษย์ต่างดาว) เป็นพวกลี้ภัย ฯลฯ) ทำให้แม้ประเด็นที่พูดจะธรรมดาไปหน่อย แต่ด้วยรูปแบบการนำเสนอทำให้เรื่องเดิม ๆ นั้นดูน่าสนใจขึ้นเป็นอย่างมาก

    ส่วนตัวดูจบแล้วรู้สึกว่าแกนของหนังอยู่ที่การรับมือต่อการกลายสภาพของตัวเอก (แต่หน้าโปสเตอร์เมืองไทยนี่สื่อให้เห็นว่ามันเป็นหนังมนุษย์ต่างดาวบุกโลก ยิงกันระห่ำเดือด ซึ่งเชื่อว่าจะมีคนผิดหวังหลังจากออกจากโรงอยู่ไม่น้อย ) ปมประเด็นหลายอย่างถูกจัดวางไว้ เพื่อใช้ประโยชน์เป็นช่วง ๆ ได้เป็นอย่างดี ตัวเอกต่อกรทั้งกับการกลายสภาพภายนอก และการกลายสภาพภายใน จนในที่สุดหนังก็มาถึงบทสรุปว่า มุมมองของตัวเอกต่อกุ้งเป็นอย่างไรและอะไรคือเป้าหมายถัดไปในชีวิตของเขากัน

    ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่สำคัญว่าวิคัสจะกลายสภาพเป็นอะไร เมื่อภาพสุดท้ายแสดงให้เห็นแล้วว่า เค้ายังคงเป็นมนุษย์และการกลายสภาพนั้นเป็นเพียงเปลือกนอกเท่านั้น

    สมหวัง
    + การนำเสนอรูปแบบใหม่ น่าสนใจ และนำมารับใช้เนื้อหาเป็นอย่างดี
    + ตีโจทย์ได้รอบ รวมถึงใช้ประโยชน์ได้ค่อนข้างคุ้มค่า เช่น กรณีเป้าหมายลึก ๆ ของรัฐบาล, พวกหาประโยชน์ชาวไนจีเรีย, การค้าประเวณีข้ามสายพันธุ์ ฯลฯ สร้างโลกอันสมจริงขึ้นมาอย่างน่าเชื่อถือ
    + สะใจที่เรื่องเกิดในโจฮันเนสเบิร์ก แอฟริกา (หาใช่ใน USA ไม่)
    + งาน CG คุณภาพเยี่ยม และที่สำคัญนำมารับใช้เนื้อหา ไม่ใช่นำ

    ผิดหวัง
    – ด้วยปัญหาเรื่องรูปแบบการนำเสนอที่ดูสมจริง ทำให้พอมีอะไรที่ผิดตรรกะหน่อย จึงก่อให้เกิดความสงสัยมากกว่าปกติ เช่น อาวุธที่กุ้งมี ทำไมไม่ใช้ประโยชน์กัน, วิคัสที่พลัดหลงไปบ้านคริสโตเฟอร์อย่างบังเอิญ, จู่ ๆ ทำไมถึงอพยพมาอยู่กันที่โลก เป็นต้น
    – เป็นหนังที่ดูแล้วจิตตกไปหน่อย แต่ถ้าชอบดราม่าหนัก ๆ ก็น่าจะโดนใจไม่ยาก
    – ระบบความคิดที่ไม่แน่นอนของพวกกุ้ง รวมถึงกุ้งบางตัวในหนังที่ฉลาดเกินหน้ากุ้งอีกล้านกว่าตัวที่เหลืออย่างมีนัยยะสำคัญเกินไป
    – แฟนสาวของวิคัสที่บทไม่ค่อยสร้างความน่าเชื่อถือว่าทั้งคู่รักกันขนาดนั้น

  • WWDC 2009 Keynote Download Link

    WWDC 2009

    มีมาให้โหลดกันแล้วครับกับ Key Note ของ WWDC 2009  แบบเป็น MP4 ที่ไม่ใช่ Streaming เอามาฝากกันตามธรรมเนียม  คลิกโดยพลัน

  • Apple iPhone Firmware 3.0 Keynote Download

    เมื่อคืนมีเปิดตัว iPhone firmware 3.0 ตัวใหม่ สำหรับคนที่ดูผ่าน Streaming ของ Apple ไม่ได้ ตอนนี้วีดีโอมีให้โหลดแล้วครับ คลิกโลด Download Keynote

  • Coraline

    Coraline ภาพยนตร์แอนิเมชั่น เทคนิคสต๊อปโมชั่น ของ Henry Selick ผู้กำกับ  The Nightmare before Chrismas ( Tim burton ไม่ใช่ผู้กำกับ Nightmareฯ นะครับ ) อยากดู หลอนได้ใจมาก

    ปล. ช่วงนี้โพสต์วีดีโอหากินไปวัน ๆ

  • MacWorld 2009 Keynote Download

    ไฟล์  Macworld 2009 Keynote เปิดให้โหลดแล้ว (เปิดตัว iLife ’09, iWork ’09 + iWork.com, Macbook Pro 17″ Unibody + iTunes with DRM Free)

    ส่วนความคิดเห็นส่วนตัวเดี๋ยวมาโพสต์อีกที

  • คานส์ทองไทย

    บังเอิญวันนี้ได้ทราบข่าวที่น่ายินดี และเคยเขียนถึงกรณีนี้ไปเมื่อนานมาแล้ว เลยคิดว่าเอามาโพสต์เสียหน่อย ให้ชาวไทยได้ภาคภูมิใจกัน

    คุณอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ได้รับเลือกเป็นกรรมการการประกวดสายหลัก ของงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปีนี้ (สายหลักด้วยนะ ขอบอก ไม่ใช่ส่วนของหนังสั้น หรือ สาย UnCertain Regard เสียด้วย )

    ภาคภูมิใจอย่างแรง สำหรับผมแล้ว คานส์เท่ห์กว่าออสการ์หลายช่วงตัว (เพราะติสต์แตกกว่ากันเยอะ) ดังนั้นการที่คุณเจ้ยได้รับเลือกแสดงให้เห็นว่า งานศิลปะนี่มันไร้พรมแดนจริง ๆ 

    ว่าแล้วก็อยากจะเฮ่อ หลาย ๆ ที เพราะที่อุบลฯไม่มีทางเอา แสงศตวรรษ มาฉายอย่างแน่นอน ได้แต่หวังว่าจะมี DVD ให้ซื้อหา (และไม่ตัดฉากใด ๆ ออกไป)

    ปล.ผมดูหนังคุณเจ้ยไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก แต่ผมว่าหนังแก”แนว”ดี

    ที่มา : ThaiCinema.org

  • BROHEMIAN RHAPSODY

    เพลงแปลง + มิวสิคล้อเลียนเพลง Queen ที่ฮาได้ใจ ไฟล์วีดีโอใหญ่จนล้นหน้าจอบล็อกนี้ ใส่แล้วเละ ดังนั้นใครอยากดูกดที่นี่ครับ

    เนื้อเพลง

    Is this the frat life
    This is so phat to me
    Hittin’ the ice-luge
    This is the sickest party
    Open your thighs
    Give my bros high fives, so sweet
    I’m just a frat boy, taking virginities
    Because it’s golf pros, tennis hoes
    Gettin’ high with my bros
    Anyway this bitch blows, doesnt really matter to me
    To meHarlan, just killed a keg
    God I rule at Tony Hawk
    Dude you suck, don’t even talk
    Duncan, we’re up at beer pong
    If you don’t sink 5 cups you’re such a gay
    You guys, brooos
    I’m so f-ing drunk
    If Im not out of bed on time tomorrow
    Wake me up, wake me up
    I can’t miss Western CivOh great, I have to piss
    Break the seal yeah now it’s time
    What the hell is with this line
    Goodbye everybody, I’ve got to go
    Gotta leave you all behind and pee outside
    Oh no, duuude (There’s a cop car)
    Damn you Gamma Pi
    I sometimes wish I never had pledged at all

    I see a little party foul over there
    What a douche, what a douche someone get the mop bucket
    Chad and Moose are fighting
    What is with this lighting here
    Broke a lamp, broke a lamp
    Broke a lamp, broke a lamp
    Shards of glass inside my foot
    Oh God oh ow ow ow ow
    I tried to jump it thought I could clear it
    He tried to jump it, he’s a drunk idiot
    Get him some gauze for his lamp injury
    Easy Trent, easy bro, think I’m bout to blow
    (Vomit noise) No! We will not let you bro, let me bro!
    (Vomit noise) No! We will not let you bro, let me bro!
    (Vomit noise) No! We will not let you bro, let me bro!
    Will not let you bro, let me bro!
    Will not let you bro, let me bro!
    No, no, no, no, no, no, no!
    Dude I’m gonna, dude I’m gonna, dude I’m gonna let me bro
    Fuck all you guys, I’m gonna puke and rally, rally, rally

    Swear to God I’m not crying, there’s shit in my eye
    You guys promised to love me until we all died
    Oh Logan, cant do this to me Logan
    Just gotta get hugged, just gotta hug it out here

    Brotherhood’s forever,
    Anyone can see,
    Nothing really matters, Bro-dy

    ที่มา : colledgehumor

    ดูมิวสิค (more…)