อ่านเอาเรื่อง 01 ความงาม – สัมพัทธ์ – สัมบูรณ์

ในวันที่ธุรกิจเสริมความงามกำลังแข่งขันกันดุเดือด โดยเฉพาะการมาถึงของห้างเซ็นทรัล พลาซา อุบลฯ ที่มีโซนอรหันต์ระดับ 8 สำหรับหญิงผิวหน้าหมองคล้ำและหญิงอวบระยะสุดท้าย ที่ต้องใช้พลังงานอย่างมาก ในการฝ่าดงฝ่ายขายหน้าร้านของโซนความงาม หลายครั้งคงเปลี่ยนใจยอมเดินไกลไปเข้าห้องน้ำอีกฟากของอาคาร ซึ่งน่าจะเหนื่อยน้อยกว่าการฝ่าด่านอรหันต์ออกมาให้สำเร็จ

แต่หลายคนก็เห็นเป็นเรื่องของการก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างหนึ่ง อย่าว่าแต่ใครอื่น เพื่อนสาวใกล้ตัวหลายคนยอมจ่ายเงินกันทีละครึ่งแสน เพื่อยิงเลเซอร์ ทำโบท็อกซ์ ร้อยไหมทอง กันหน้าตาเฉย หลายคนให้เหตุผลอย่างคนเกาหลีว่า ”ความงามนั้นคือการลงทุน” ซึ่งให้ผลตอบแทนเป็นโอกาสที่ดีขึ้น หน้าที่การงานที่ดีขึ้น และที่ขาดเสียไมได้ เพิ่มโอกาสชายหนุ่มที่เข้ามาจีบสูงขึ้น ทำเอาชายลูกครึ่งไทยจีนอย่างผมได้แต่พยักหน้าทำความเข้าใจโดยไม่กล้าโต้แย้ง

“แหม ก็ความสวยกับสามีนี่รอกันได้ทีไหน “ ใครบางคนพูดขึ้นกลางวง

-1-

วันหนึ่งระหว่างสนทนากันในมื้ออาหาร ขณะถกกันเรื่องเทคโนโลยีศัลยกรรมเพื่อความงามในปัจจุบัน เพื่อนหญิงคนหนึ่งแสดงความคิดเห็นขึ้นกลางวงว่า

ผู้หญิงที่เคยสวยมากเมื่อหลายปีก่อน กำลังสวย”น้อยลง” เนื่องมาจากการที่คนทั่ว ๆ ไปสวยขึ้นจากการศัลยกรรม

นำมาซึ่งข้อสงสัยสำหรับผมว่า ความสวยนั้นเป็นสิ่ง สัมพัทธ์ หรือ สัมบูรณ์ กันแน่ หรือเป็นคำถามในศัพท์เทคนิคว่า ความสวยนั้นเป็นค่าแบบ relative value หรือ absolute valueกันแน่

ค่าสัมพัทธ์นั้นคือการระบุค่าโดยการเปรียบเทียบ เช่นว่า ตะเกียบจะยาวหรือสั้น ขึ้นกับว่าตะเกียบถูกเทียบกับไม้จิ้มฟัน หรือ กระบอง นั่นเองคือสัมพัทธ์

ขณะที่สัมบูรณ์คือความหมายหมดจรด เบ็ดเสร็จ ไม่จำเป็นต้องนิยามด้วยการเปรียบเทียบกับสิ่งไหน

จำไม่ได้ว่าวันนั้นข้อคิดเห็นจบลงอย่างไร แต่เพื่อนหญิงกล่าวว่า ความงามนั้นน่าจะลดลงเนื่องจากความเคยชินของคนมอง และแปรผกผันกับความสวยของคนรอบข้าง ที่เพิ่มความเร่งขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญตามคมมีดของหมอแต่ละคน

-2-

เคยอ่านเจอเรื่องเล่าจากหนังสือ “ระยะทางอันห่างใกล้” ของคุณนิ้วกลมและคุณพิมปาย เป็นเรื่องเล่าจากเทือกเขาหิมาลัย ในบ้านของคนที่อาศัยในเทือกเขาที่เรียกได้ว่ามีเสน่ห์ที่สุดในโลกนั้น กลับมีปฎิทินรูปเทือกเขาในสวิสเซอร์แลนด์แขวนไว้ เออหนอคนเรา อยู่ใกล้หิมาลัย แต่ใจกลับอยู่ที่สวิสเซอร์แลนด์ คุณนิ้วกลมตั้งคำถามขึ้นมาว่า

“คนที่นี่(หิมาลัย) จะเห็นว่าวิวแบบนี้สวยไหม”

หากมีสมการความสวย ค่าความสวยกับความใกล้ชิด ค่าความสวยกับความเคยชิน จะแปรผกผันกันไหม

ยิ่งใกล้ชิดมากเท่าไหร่ ยิ่งเห็นว่าสวยน้อยลง

ยิ่งเคยชินกับสิ่งนั้นมากแค่ไหน ก็ยิ่งเห็นว่ามันช่างสามัญธรรมดา

-3-

คิดทบทวนย้อนไปยังคำกล่าวที่ว่า

“Beauty lies in the eyes of the beholder”
“ความงามนั้นขึ้นกับสายตาที่มอง”

ท้ายสุดแล้วผมค่อนข้างเห็นด้วยว่าความสวยนั้นสัมพัทธ์จริง แต่ความสวยของคนคนนั้นไม่ได้สัมพัทธ์กับคนรอบ ๆ ตัวเธอ หากแต่สัมพัทธ์กับสายตาของคนมองต่างหาก ดังนั้นด้วยความสวยที่ทวีขึ้นของคนรอบข้าง หากสร้างความเคยชินให้กับใครคนหนึ่ง เขาก็ย่อมเห็นเธอคนนั้นสวยน้อยลงเป็นธรรมดา

อย่างไรก็ดีความสวยนั้น ไม่ได้อยู่เพียงภายนอกเท่านั้น

สายตาที่มองเห็นแต่ความสวยภายนอกโดยละเลยความงามภายใน นั่นเป็นเพียงสายตาอันโง่เขลาเท่านั้น

เพราะความงามภายในนั้นสัมบูรณ์ และถูกสร้างขึ้นโดยเจ้าของเท่านั้น มีดหมอไม่เกี่ยว

ตีพิมพ์ครั้งแรก
นิตยสาร Up Ubon ฉบับ กรกฎาคม 2013
ในนามปากกา ยอดขมองอุ่น

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *