“Tragedy is when I cut my finger. Comedy is when you walk into an open sewer and die.”
“เรื่องเศร้าคือเมื่อฉันทำมีดบาดนิ้วตัวเอง ส่วนเรื่องฮาคือเมื่อคุณตกท่อ แล้วตาย”
ปล. อ่านมาจาก Bioscope เล่มใหม่ รู้สึกชอบ เอามาเก็บไว้
ชีวิตเรารื่นรมย์กว่าที่เราเข้าใจเสมอ
“Tragedy is when I cut my finger. Comedy is when you walk into an open sewer and die.”
“เรื่องเศร้าคือเมื่อฉันทำมีดบาดนิ้วตัวเอง ส่วนเรื่องฮาคือเมื่อคุณตกท่อ แล้วตาย”
ปล. อ่านมาจาก Bioscope เล่มใหม่ รู้สึกชอบ เอามาเก็บไว้
หลายวันก่อนช่วยเพื่อนคิดการบ้าน Marketing การเขียนแผนการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ประสบความสำเร็จ คิดไปคิดมาได้ไอเดียเรื่องมือถือสำหรับผู้สูงอายุ จดเก็บเอาไว้
วันนี้สั่งเครื่อง Notebook ของ HP กับ Compaq มาขาย
ได้มาปรากฎว่าไม่มี Driver มาให้ (ตามคาด)
ต้องไปดาวน์โหลดตามระเบียบ
(เคยโทรถามแล้ว HP บอกว่าเป็นนโยบายของบริษัท (ที่ห่วยแตกมาก) อันนี้ผมเติมเอง)
แต่ความห่วยของห่วยคือ ในเว็บมันให้ Driver ผิดตัว
เครื่องเป็น Centrino Duo แต่ให้โหลด Driver ของ Broadcom
โหลดมาก็ใช้ไม่ได้น่ะสิ
ต้องไปค้นในเว็บว่ามันใช้ Chip อะไรกันแน่
(แล้วที่เจอว่ามันใช้ Chip อะไรคือที่ tohome.com อายไหมล่ะ hp)
พบว่าเป็น Intel Pro/Wireless 3945ABG
ก็ไปค้นDriver ตัวนี้ใน hp.com เออดี ไม่เจออีก
เลยไปที่ Intel ค้นเจอและดาวน์โหลดมาลง
เออ ใช้ได้ซะที
CD แผ่นละไม่ถึง 10 บาท ขี้เหนียวทำไมวะ
เป็นความประทับใจที่ไม่มีทางลืมลง
อ้อ .. รีโมตที่แถมก็ใส่ถ่านยากมาก ๆ ใส่อยู่เกือบ 10 นาที
อยากให้ CEO hp เอารีโมตนี้แจกผู้บริหารทุกคนในห้องประชุม
แล้วให้ใส่ให้ได้ใน 5 นาที อยากรู้จะทำได้ซักคนไหม
ส่วนอีกรุ่นที่บันเดิลวินโดวส์แท้มา
พนักงานผมก็บ้า ฟอร์แมททิ้งแล้วลงตัวเถื่อน
ผมเจอเข้าบอกให้ลงกลับคืนเสีย
เค้าซื้อของจริง จะให้ได้ของปลอมทำไม(วะ)
ปรากฎว่าไม่มีแผ่น Recovery มาครับทั่น
มีกระดาษเล็ก ๆ เขียนแนบมาบอกว่า
พอคุณได้รับเครื่องให้เอาแผ่นเปล่ายัดเข้าไป
สั่งให้เครื่อง Burn แผ่น Recovery ให้ด้วยนะ
เราไม่มีนโยบายให้แผ่น Recovery นะ
เพราะเราขี้เหนียว เราขี้ตืด เราขี้เหม็น (อันหลังเติมเอง)
อ้อ! แผ่นเปล่าก็ไม่ให้นะ หาซื้อเอง
เวรแท้ ๆ ดังนั้นจึงเรียก Windows ตัวจริงกลับมาไม่ได้
โทรไปที่ศูนย์บอกว่าเครื่องเพิ่งได้มา
License ก็ถูกต้อง ลงคืนให้หน่อยได้ไหม
ศูนย์บอกคิดพันกว่าบาทยังไม่รวมภาษี
เวร! ที่สุด
ราคานี้ปั๊มแผ่น Recovery ได้หลายร้อยแผ่นเลย
เมื่อคืนนั่งเขียนเว็บอยู่ พอลงรูปแล้วเปิดด้วย Firefox ไม่เห็นภาพ เลยลองด้วย IE บน Windows ก็ไม่เห็นอีก แต่พอลองกับ Safari เออ เห็นแฮะ ยังกับผีหลอก ถ้าหากว่า path ผิดมันต้องไม่เห็นทุกบราวเซอร์นี่ แต่นี่เห็นเฉพาะ Safari เลยต้องย้อนกลับไปหาสาเหตุที่ไฟล์รูปภาพ ดูไปดูมา อ้าวไฟล์มันเป็น CMYK นี่ (เพราะเป็นไฟล์รูปโฆษณาที่ส่งโรงพิมพ์ แต่ย่อมาลงเว็บเลยยังเป็นไฟล์แบบ CMYK อยู่) เลยทำการแก้โหมดสีเป็น RGB ทุกอย่างก็กลับมาเห็นได้ในบัดดล
ว่าแล้วเลยคิดว่า Safari นี่ดีด้อยอย่างไรเมื่อเทียบกับบราวเซอร์อื่น (ความเห็นส่วนตัว)
สรุปว่าใช้งานบน OS X แล้วตัว Safari มันเปิดปิดเร็วและตัดคำไทยได้เนียน ดังนั้นส่วนใหญ่ผมจึงใช้ Safari เป็นหลักครับผม
ปล. แต่ Entry นี้ post บน IE7 (อ้าว ซะงั้น) สรุปคร่าว ๆ ว่าน้องใหม่คนนี้ (ซึ่งกินเวลาเป็นชาติในการแต่งหน้าทาปาก กว่าจะออกมาให้ใช้งานกันได้) หน้าตาสวยดี เร็วใช้ได้ แต่ไม่มีเมนูบาร์แล้วหัวมันขาด ๆ พิกล กับงงชะมัดที่ย้ายปุ่มรีเฟรชและปุ่ม Stop ไปทางขวา

รูปนี้ถ่ายเมื่อนานมาแล้ว เห็นตอนอยุ่บนรถ
วันนี้ได้มีโอกาสดึงภาพออกมาจากกล้องเลยเอามาโพสต์ด้วย
วันนี้ที่ริมน้ำมีการแข่งขันเรือยาวกันครับ เลยแวะไปดูกับน้องมาตอนเกือบ ๆ เที่ยง อากาศร้อนมาก แต่บรรยากาศน่ารักดี พอเดินเข้าไปมีหมอลำ ร้องรำทำเพลงกลางแดดเปรี้ยงแบบน้องนางไม่ยั่นแดด (แต่ไม่มีคนดูเลย น่าสงสาร) พ่อค้า แม่ค้า ก็เข้ามาค้าขายกันเต็มตลิ่ง ข้าวของก็ประมาณไอติม, น้ำ, ของเล่นเด็กประมาณนั้น
ผมเดินดุ่ย ๆ พลันก็นึกเสียดายที่ไม่ได้ติดกล้องมา เลยเอามือถือรุ่น 3 ปีที่แล้วออกมาถ่าย ก็ได้อย่างที่เห็นที่แหละครับ พอถูไถ


มาดเรือยาวพายมาเตรียมตัวที่จุดสตาร์ท

ภาพตอนที่แข่งกัน
ถ่ายได้เท่านี้มือถือก็เต็มแล้วครับ (-_-“)
การแข่งเรือยาวจะเป็นการแข่งแบบพบกันหมด เก็บแต้ม เรือจะเข้าแข่งกันทีละคู่ โดยพายไปไกลราว ๆ 400-600 เมตรมั้ง ไม่แน่ใจ ถ้าเข้าไปดูใกล้ ๆ กับเรือ จะพบว่าเค้านับ 1-10 เพื่อเป็นสัญญาณให้ลงฝีพายได้พร้อม ๆ กัน เพื่อประสิทธิภาพในการเคลื่อนที่สูงสุด ท้ายเรือจะมีคนคัดท้าย 1 คน และคอยระวังไม่ให้เรือชนกัน ที่บอกนับ 1-10 นี่เป็นการนับที่เร็วมาก ใช้เวลาราว 5-6 วินาทีก็ครบ แล้วก็วนนับใหม่ไปเรื่อย ๆ พอนับตัวเลขก็พายลงไป พอดูใกล้ ๆ แล้วเป็นการแข่งขันที่ดูมีพลังมาก มันเอาเรื่องเหมือนกันนะครับ
ส่วนที่สนุกที่สุดเห็นจะเป็นนักพากย์
“วันนี้ทุกท่านคงจะได้ความมันกลับบ้านไปด้วยอย่างแน่นอนครับ มันแรกคือมันในอารมณ์ ส่วนอีกมันคือความมันที่จะทำให้เกิดสิวบนใบหน้า” -_-” เอากับเค้าสิ
“เอาล่ะครับรอบนี้เป็นการพบกันระหว่าง เรือบ้านคำสิงห์ กับ เรือบ้านคำไหล คู่นี้กินกันไม่ลงจริง ๆ ครับ ฝ่ายบ้านคำสิงห์มีพอลล่ามาเชียร์ ส่วนบ้านคำไหลก็ไม่น้อยหน้ามีบัวชมพูฟอร์ดมาเชียร์เหมือนกัน (อย่าให้บรรยายหน้าตาของพอลล่ากับบัวชมพูนะครับ ขอร้อง หยึย)”
ไปดูเรือกลับได้ฮาคนพากย์เป็นของแถม เพลิน ๆ ดี
Cars สนุกดีครับ
ตัวหนังทำได้สนุกตามมาตรฐาน Pixar เหมือนถ้าเซ็งจิตอยู่ ดูหนังค่ายนี้แล้วมั่นใจได้ว่ายิ้มแย้มแน่นอน แม้หนึ่งในใจนี้ยังเป็น nemo แต่เรื่อง Cars ก็ทำได้ดี แบบผ่านเกณฑ์สบาย ๆ หายห่วง
งานด้านภาพ เนี๊ยบเหมือนเดิม เทคโนโลยีตัวใหม่ที่ทำการเรนเดอร์เงาบนตัวรถก็เด็ดขาด (เครดิตตอนท้ายมีโลโก้ Render Man ขึ้นด้วย – แอบแซว) ส่วนเรื่องการแสดงออกถึงอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครที่ผมมองว่า Pixar ทำได้เหนือกว่าเจ้าอื่น (คิดดูสิ ทำปลาให้แสดงอารมณ์ขนาดนั้นได้) ใน Cars เองก็ทำได้ดีมาก แม้ว่าจะรู้สึกมันไม่สุดขั้น แต่ก็คิดว่าด้วยสรีระที่ไม่มีแขน มันคงจะได้เต็มที่เท่านี้แหละ
บทแน่นเหมือนเคย ไม่มีหลุด เนื้อเรื่องพร้อมที่จะให้ผู้ใหญ่ดูก็ฮาได้ เด็กดูก็สนุกดี ตัวละครที่ออกแบบมาเพื่อให้ใครดูก็รัก อย่างเรารถลากจอมฮา ที่แม้จะไม่โดดเด่นเท่าดอรี่ แต่ก็เติมเต็มเรื่องราวและรสชาติได้เป็นอย่างดี แม้ช่วงท้าย ๆ จะดูโอเวอร์ไปหน่อย แต่ก็นะ ถ้าผมเป็นผู้กำกับ ถ้าโอเวอร์แล้วคนดูอิ่มเอมขนาดนี้ผมก็ยินดีที่จะเวอร์เหมือนกันครับ (แต่แหม … รถมันพูดได้ซะขนาดนั้นก็น่าจะเรียกว่าโอเวอร์แต่แรกแล้วล่ะเนอะ)
สุดท้ายในเครดิต มีขึ้น Intel ด้วย แหมญาติดีกันไปหมดทั้ง Apple แล้วก็ Pixar แล้วเน่อ (แอบแซว)
ปล. เพลงเพราะดี
ปล. ยังกับจะกลายเป็นบล็อกวิจารณ์หนังไปแล้ว
ีปล. ชอบเสียงพากย์ไทยของเมเธอร์ ที่ลงท้ายว่าเน่อ ๆ จนต้องมาลงเป็นชื่อ Entry
หนังมันดีครับ
หนังถูกสร้างจากการ์ตูนของคุณเอกสิทธิ์ ไทยรัตน์ (ผมตามอ่านตั้งแต่แกเขียนเรื่องแรกเมื่อ 10 กว่าปีก่อน)
ตอนนี้หนังสือการ์ตูนที่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของหนังเรื่องนี้พิมพ์ออกมาขายอีกรอบ (พิมพ์ครั้งที่ 3) หาได้ง่ายดายนักตามแผงการ์ตูนทั่วราชอาณาจักร ในนั้นถ้าใครได้อ่านจะพบว่าเป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นที่สนุกเอามาก ๆ ทุกเรื่องมีไอเดียเด็ด ๆ รวมอยู่เสมอ พร้อม ๆ กับหักมุมจบคล้าย ๆ เรื่องสั้นของสรจักร ที่ฮิต ๆ สมัยก่อน สนุกครับ ขอแนะนำ อย่างไรก็ดี ผมคิดว่าถ้าได้ดูหนังก่อนอ่านหนังสือจะเป็นการดีมาก
ต่อจากนี้จะมีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของเรื่อง
ตัวหนัง 13 ดำเนินเรื่องโดยรวมได้น่าสนใจ แม้จะมีบางช่วงขัด ๆ ความรู้สึกบ้าง (อย่างโชว์แหวะมนุษย์ครึ่งหัว) แต่โดยรวมก็สามารถโน้มนำเราไปได้อย่างอยู่หมัด (ฉากรถเมล์ทำได้ทรงพลังมาก, คุณน้อยก็แสดงเรื่องนี้ได้ดีมาก) จนกระทั่งช่วงท้ายที่พลังของผู้กำกับดูแผ่ว ๆ ไปหน่อย น่าเสียดายที่ผกก.ไม่ได้สร้างความผูกพันพ่อกับภูชิตไว้ให้แข็งแกร่ง ทำให้ตอนที่ข้อ 13 ออกมา ผมไม่รู้สึกเครียดไปกับตัวละคร (แถมการแฟลชแบ็คตอนนั้นก็ออกมายังไม่โดนเท่าที่ควร) ถ้าข้อ 13 ออกมาเป็นผู้หญิงที่คอยติดตามพระเอกมา ผมคงเครียดกว่านี้หลายเท่านัก แต่จุดหักมุมตอนท้ายก็ดีมาก ๆ ถือว่าเหนือชั้น(ถ้าไม่ได้อ่านการ์ตูนมาก่อนน่ะนะ) และพลอยทำให้อยากดู 14 กับ 12 ขึ้นมาทันที
หนังเรื่องนี้เป็นไตรภาค มีเรื่อง 12 – 13 – 14 โดย 12 มีชื่อเต็ม ๆ ว่า 12 Begin ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด ผมได้ดู 12 แล้ว โดยส่วนตัวคิดว่าดู 13 ก่อน 12 ให้อารมณ์ที่ดีกว่า หรืออย่างน้อย ๆ คุณก็ควรจะรู้กติกาของ 13 ก่อนจะช่วยให้ได้อรรถรสมากขึ้น
และแน่นอน ตอนนี้ผมอยากดู 14 ชะมัด
แวะเยี่ยมชมเว็บ 13 (เจ๋งดี)
ดู 12 Begin หนังสั้น 30 นาที (ที่ดีมาก) ได้ที่นี่ Episode 1 | Episode 2 | Episode 3

ไม่รู้มีใครเคยดูอัจฉริยะข้ามคืนหรือเปล่า (เอ หรือต้องถามว่าใครไม่เคยดูจะเหมาะกว่าไหม)
ผมเคยดูครั้งเดียว (และดูไม่จบซะด้วย) แต่พอเข้าใจคอนเซปต์คร่าว ๆ ว่า
เกมที่เอาคนเก่งด้านต่าง ๆ มารวมกันในหนึ่งคืน แล้วให้แข่งกันแก้ปัญหาใครชนะได้ 1 ล้านบาท
วันนี้เจอเข้าที่ Wikipedia รวมคำถามที่ต้องแก้ปริศนาตัวเลขท้ายรายการ จากคำใบ้พิลึก ๆ ให้กลายเป็นเลข 4 หลัก อ่านแล้วก็งง สงสัยว่าผู้แข่งขันมันคิดกันได้ไงฟะ
หรือเราโง่เองหว่า
เชิญพิสูจน์ตัวเองได้ที่นี่
เว็บไซต์ของรายการ ที่นี่
สินค้า : กรรไกรตัดเล็บ
ยี่ห้อ : Metro X
ผลิตโดย : บ.เซ็นทรัล วัตสัน จำกัด
จัดจำหน่ายที่ : ร้าน Watson
ราคา : 65 บาท (ถือว่าแพง)
จุดขาย : ดีไซน์เก๋ไก๋ (แต่จับยากมาก), วางจำหน่ายในร้านที่น่าเชื่อถือ
วันที่ผลิต : 09/09/2549
วิธีใช้ : ใช้ตัดเล็บ
จำนวนเล็บที่ตัดได้ : 0
สรุป : แกะมาแล้วตัดเล็บไม่เข้า เล็บจะเบี้ยว ๆ ขึ้นมาบาดคุณเองเหมือนเวลากัดเล็บ ห่วยมาก ใครเล็งสินค้าชิ้นนี้อยู่อย่าซื้อโดยเด็ดขาด
ปัจจุบัน : ลังเลว่าจะทิ้งลงถังขยะ หรือ จะแวะไปโวยกับ Watson ดี
edit 12 ต.ค. 49 : ผมตัดสินใจแวะไปที่ Watson แต่ไม่ได้ไปโวยอะไรนะครับ แวะไปถามว่ามีใครมาเปลี่ยนบ้างไหม เพราะผมใช้งานมันไม่ได้เลย ปรากฎว่าไม่มี (ไม่รู้ว่าขี้เกียจกัน หรือผมซวยได้อันที่ห่วย) ด้วยความสะเพร่าผมทิ้งใบเสร็จไปตั้งแต่ตอนซื้อมา เพราะไม่คิดว่าสินค้าจะใช้งานไม่ได้ (และยังไม่มีเล็บที่อยากตัดน่ะ) สุดท้ายทางร้านไม่รับผิดชอบ เนื่องจากผมไม่มีใบเสร็จ ผมจึงฝากพนักงานในร้านทิ้ง เพราะมันใช้งานไม่ได้ และลาก่อน Watson