………วันนี้ฝนตกยังกับฟ้ารั่ว
ความขมุกขมัวของฟ้าฝน ดูเหมือนคนหดหู่ใจ
ปี 2540
ผมเข้าเรียนที่ม. ธรรมศาสตร์ที่ศูนย์รังสิต คณะวิทยาศาสตร์ สาขาศาสตร์คอมพิวเตอร์ คืนแรกของการรับน้อง ผมนั่งปน ๆ กับเพื่อน ๆ รุ่นเดียวกันที่รู้จักกันอย่างผิวเผินที่สนามหญ้าข้างตึกโดมศูนย์รังสิต ในมือถือดอกกุหลาบที่ได้รับมาจากรุ่นพี่ พวกเรามานั่งรวมกันเพื่อนั่งฟังรุ่นพี่ 5-6 คนยิงมุขกันเป็นเวลาเกือบ ๆ 2 ชั่วโมง (ถ้าจำไม่ผิด) ด้วยความอึดอัดในสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ มุข “ยัง!” ช่วยผ่อนคลายความเครียดเหล่านั้นไปได้โข ผมยังยิงมุขนี้กับเพื่อนที่พักห้องเดียวกันในคืนนั้นอย่างครื้นเครง
หนึ่งในรุ่นพี่ 5-6 คนนั้นมีผู้ชายอ้วน ๆ ผมยาว หนวดรกรุงรัง ท่าทางจะแก่ที่สุดในกลุ่ม ชื่อว่า พี่นุ๊ก ออกเสียงเหมือน นุีก สุทธิดา แต่รูปร่างหน้าตาต่างกันเหลือใจ (ภายหลังแกบอกชื่อในวงการแกว่า Nuxera)
ถ้านึกหน้าแกไม่ออก ขอให้นึกถึงคุณปาเดย์ (มือเบสของวง Sepia, T-bone)
มือกลองเก่าพี่นุ๊ก (ชื่ออะไรจำไม่ได้) เห็นหน้าแกครั้งแรกตอนที่เดินสวนกันตรงทางเดิน ชี้หน้าแกพร้อมตะโกนออกมาว่า”ปาเดย์” แล้วก็วิ่งหนีไป แกเล่าให้ผมฟังพร้อมหัวเราะร่วน ในช่วงหลังที่ได้มีโอกาสรู้จักกันจริง ๆ จัง ๆ
พอเปิดเทอมไม่นาน ผมเข้าห้องเชียร์ครบทุกครั้ง (ที่ธรรมศาสตร์ยุคนั้นไม่บังคับเข้า) จนเพื่อน ๆ แปลกใจ เหตุใหญ่คือผมอยากไปฟังมุขพี่นุ๊ก ฟังดูเหมือนเพี้ยน ๆ แต่ผมอยากเป็นอย่างแกแฮะ แม้ว่าจนแล้วจนรอด พี่แกเข้าแค่ครั้งเดียวเอง (ผมจึงกลายเป็นคนไม่กี่คนในรุ่นที่ร้องเพลงเชียร์ได้เกือบ ๆ ครบ)
ปี 2541
ผมขึ้นเล่นดนตรีรับน้องใหม่ ของนักศึกษาทุนช้างเผือก ในอาคารกีฬาที่ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ วันเดียวกันวงพี่นุ๊กขอแจมด้วย วงพี่นุ๊กเล่นก่อนวงเรา ทราบว่าสมาชิกในวงแกกำลังจะจบกันหมดแล้ว เหลือแกที่กำลังจะขึ้นปี 6 ในเทอมนี้ หลังวงพี่นุ๊กเล่นจบ วงผมเล่นต่อจนเลิกงาน พี่นุีกเข้ามาบอก เฮ้ย ตีกลองดีนี่หว่า รู้สึกดีใจ
ปี 2542
พี่นุีกฟอร์มวงคณะขึ้นใหม่ พร้อม ๆ กับนักร้องที่อวบอั๋นไม่แพ้กัน พี่เอิร์ธ กับมือกีตาร์ เจ้าเป้ ตอนนั้นระหว่างที่ผมเล่นกับวงเดิม ก็ถูกชวนไปตีกลองให้ ปีนั้นผมขึ้นเล่นให้ 2 วง วงนึง(วงเดิม) เล่นฮาร์ดคอร์โคตรโหด กับอีกวง วงพี่นุ๊ก เล่นเพลงตลาด ฮา ๆ
หลังจากนั้นไม่นาน เราก็สถาปนาตัวเองขึ้นเป็นวงคณะได้อย่างไรไม่ทราบ แต่เมื่อไหร่มีงานของคณะ เราก็ได้ขึ้นเล่นทุกครั้งไป วงนี้เหมือนคณะตลก ขึ้นไปยิงมุข ยิงมุข เล่น ๆ แล้วก็ลง
ช่วงนี้พี่นุีกลงวิชา Algorithm ด้วยกัน มีเรื่องเล่าว่า ด้วยนึกสนุก แกไปโกหกเพื่อนคนนึงว่า สัปดาห์หน้าจะสอบ หลังจากเพื่อนคนดังกล่าวกระจายข่าวไปจนทั่วทั้ง Section แล้วสุดท้ายข่าวก็วนกลับมาจนถึงแกว่าสัปดาห์หน้ามีสอบ แกก็ดันเชื่อ! สุดท้ายมารู้กันทีหลังว่าจริง ๆ พี่นุ๊กนั่นแหละเป็นคนมั่วแต่แรก
มีอีกครั้งที่ผมลืมทำการบ้านส่ง ก่อนขึ้นรถไฟกลับบ้าน โทรไปหาพี่นุีกบอกพี่ช่วยทำให้หน่อย พี่นุ๊กบอก เออ ๆ ไอ้เพชรมันทำเสร็จแล้วเดี๋ยวจัดการให้ อ้อ พี่ ๆ ขอให้ไอ้เจนด้วยนะ สุดท้ายพอเปิดเรียนมา ได้คะแนนกันครึ่งเดียวยกแก๊งค์ เนื่องจากพี่นุีกเล่นพรินท์จากคอมพ์ออกมาครบคน หน้าตาเหมือนกันเด๊ะ (เอาน่า ก็ดีกว่า 0 เนอะว่าไหม)
ช่วงปลายปี พี่นุ๊กเริ่มมาติดพันผม หลังจากที่มาเลียบ ๆ เคียง ๆ ถามเรื่อง Photoshop กัน แบ่งปันเรื่องนู้นนี้ ทั้งเรื่องดนตรี เรื่องโปรแกรมกราฟฟิค โปรแกรมทำเว็บ จนกระทั่งปิดเทอม พี่นุ๊กยืมหนังสือ Photoshop ไปตั้งใหญ่จากผม
ปี 2543
พี่นุ๊กมาบอกอย่างเศร้าใจว่าหนังสือหายหมด โดนแม่บ้านเอาไปทิ้งหรือโดนขโมยผมจำได้ไม่ถนัดนัก แต่ตอนนั้นไม่โกรธอะไร แปลกดีเหมือนกัน
ลงท้ายช่วงกลางปี(ถ้าจำไม่ผิดนะ) พี่นุีกถูกรีไทร์ แม้ว่าไม่ได้ถามเรื่องรายละเอียด แต่รู้คร่าว ๆ ว่าแกเรียน Stat ไม่ผ่านหลายรอบมาก แกไทร์แล้วแต่ก็ยังมาสิงนอนที่หอเรา ที่ห้องผมบ้าง ห้องพวกน้องภาคเกษตรบ้าง แล้วแต่วัน ช่วงนั้นมีพักนึงที่ผมกับพี่นุ๊กรับจ๊อบทำเว็บ ได้ตังค์มากินขนม กันตามเรื่อง ก็สนุกดี ช่วงหลัง ๆ แกเข้าทำงานในตำแหน่งเว็บดีไซเนอร์ที่บริษัทในเครือของจัสมิน อินเตอร์เน็ต ก็มีลากผมไปช่วยงานอยู่นิดหน่อย ไปนอนเล่นบ้านแก(ของบริษัทน่ะ) ได้ตังค์ติดกระเป๋ามานิดหน่อย
ปี 2544
พี่นุ๊กและคณะมาร่วมงานบายเนียร์คอมพิวเตอร์ที่โรงแรม วันนั้นแกมาในฐานะรุ่นพี่ขอกินฟรี ดังนั้นเพื่อเป็นการตอบแทน แกจึงเอาเพลงมาแลกข้าว ด้วยการร้องเพลง รักเธอทั้งหมดของหัวใจ ของ Pause บนเวที สุดท้ายพอจบเพลงยิงมุขว่า เพลงนี้โจ้ร้องให้กับน้องที่ตายไปแล้ว เหอ เหอ ว่าแล้วก็ลงมาจากเวทีไปนั่งกินต่อสบายใจ
พี่นุ๊กมาร่วมงานรับปริญญารุ่นเราในชุดเสื้อเชิ๊ตลายหมากรุก หนวดเฟิ้ม แว่นตาดำ และเอาผ้าโพกหัวสีน้ำเงิน ท่าทางเหมือนพวกฝรั่งที่ชอบขับช๊อปเปอร์ประมาณนั้น ถ้าจำไม่ผิดตอนนั้นแกโกนหัวอยู่ ทีแรกแกทำผมเดร็ดล็อค แต่สุดท้ายรักษาไม่ไหวเพราะคัน เลยโกนออก พอโกนแล้วท่าทางจะชอบ เลยไว้มาโดยตลอด
ปี 2545
ผมกลับมาทำงานที่บ้านที่อุบลฯ พี่นุ๊กโทรมาหาทางโทรศัพท์บอกว่าแนะนำผมให้ทาง Matching Studio แกพูดติดตลกว่า ทางนั้นอยากได้พี่นุ๊กไปทำงานด้วย แต่แกว่าแกจะแนะนำอาจารย์แกให้ สุดท้ายผมก็ขอบคุณและปฎิเสธที่จะไปสัมภาษณ์กับทางบริษัท เพราะว่าตอนนั้นเริ่มงานที่บ้านมาพักนึงแล้ว
ปี2549
ผมไม่ได้ติดต่อพี่นุ๊กมาหลายปีแล้ว พี่เอิร์ธนักร้องของวงโทรมาหาตอนเที่ยง ๆ ของวันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคม 2549 ว่าพี่นุ๊กสิ้นใจแล้ว
ฟังคร่าว ๆ ว่าเป้นอุบัติเหตุมอร์เตอร์ไซค์ แกถูกรถมอร์เตอร์ไซค์ขับสวนเลนมาชนเข้า หลังจากถึงโรงพยาบาลตอนตี 2 และหมอบอกว่าแค่ขาหัก พอตี 5 แกสิ้นใจ เนื่องจากปอดฉีก
วันนี้ผมแวะไปเดินเล่นที่ B2S วน ๆ ดูหนังสือ ดู DVD ดู CD เพลง จนเจอกับอัลบั้ม Dedicated to PAUSE พลิกไปหลังปก เห็นเพลงรักเธอทั้งหมดของหัวใจ ผมหยิบ CD ขึ้นมาเดินไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ ในใจพลางคิดไปเรื่อยเปื่อยถึงตอนที่เล่นดนตรีกับพี่นุ๊ก เราเคยเล่นเพลง Pause กันหลายเพลงเหมือนกัน
ผมออกมาจาก Robinson ระหว่างเดินไปที่รถ พื้นเฉอะแฉะ มองขึ้นไปบนท้องฟ้ามืด ๆ เพลง รักเธอทั้งหมดของหัวใจ ก็ดังแว่วมาเงียบ ๆ
… ทุกครั้งที่ฉันคิดถึงเธอ ใจมันคอยบอกตัวเองอยู่เสมอ ว่าเธอนั้นเป็นสุขไปแล้ว….
วันนี้ฝนตกยังกับฟ้ารั่ว ….. ผมนึกขอบคุณฝนในใจเบา ๆ
ปล. เรื่องเหล่านี้เขียนจากความทรงจำเก่า ๆ ของผมเอง หากมีข้อมูลใดผิดพลาดวานผู้รู้แจ้งได้
ปล2. ภาพด้านบนเป็นภาพวอลเปเปอร์ที่พี่นุ๊กทำทิ้งไว้ในเครื่องผมเมื่อนานมาแล้ว







