Category: Day Life

  • 10 Things I hate about Macbook (Unibody)

    1. จอกระจก คงไม่ต้องอธิบายอะไรอีกเกี่ยวกับเรื่องนี้
    2. Trackpad เสียงดัง เวลาเรากด ดังทั้งตอนกดลงไปและตอนปล่อย ไม่เห็นคนเค้าบ่นกัน แต่ส่วนตัวคิดว่าดังผิดปกติไปหน่อย
    3. จออ้าเวลาถือ หากประกบเครื่องแล้วถือเหมือนแฟ้ม (มือจับตรงบานพับ ถือไว้ข้างตัว) ตัวจอที่เป็นแม่เหล็กจะดีดออกมา เครื่องจะแง้ม ๆ ไม่ประกบกันสนิท ไม่ได้ห่างจนทำให้เครื่องตื่นจาก Sleep Mode แต่ก็ทำให้รำคาญได้พอสมควร ทีแรก ๆ ตอนที่ได้เครื่องมาใหม่ ๆ ไม่มีอาการนี้ แต่หลังจากไปวางไว้หลังเครื่อง Server Dell จู่ ๆ แม่เหล็กก็หมดแรงไปกะทันหัน ไม่รู้ว่าเพราะสนามแม่เหล็กของ Server Dell หรือ ถูก Dell สูบวิญญาณไป
    4. ไม่มี Firewire Port ดันซื้อ HDD External ที่มี Firewire และ USB มาใช้งาน พอใช้ไม่ได้รู้สึกเสียโอกาสเล็กน้อย
    5. เสียง DVD-Rom ที่จะต้องดังทุกครั้งเวลาเปิดฝาเครื่อง หากเครื่องอยู่ใน Sleep Mode
    6. ช่องเสียบหูฟังที่มาตรฐานดีเกินไป ทำมารองรับหูฟังที่มีไมค์แบบของ iPhone ทำให้หากเอา Jack ที่ไม่ค่อยได้มาตรฐานเสียบเข้าไปจะทำให้รูหลวมไปเลย (ซึ่ง Jack ที่มีอยู่กับตัวก็ไม่ค่อยจะได้มาตรฐานดีเท่าไหร่ ดังนั้นตอนนี้ช่อง Jack หลวม ๆ ไปซะแล้ว)
    7. ช่อง mini-Display Port ที่จะต้องทำให้เราเสียเงินซื้อหัวแปลง หลายคนอาจบอกว่า แหม ยังไม่ชินอีกเหรอ ก็ต้องขอบอกว่าใช่ครับ ยังไม่ค่อยชิน เพราะต้องควักเงินอีกพันกว่า
    8. Wi-Fi ไม่ค่อยแรงเท่าไหร่ คงเพราะตัวเครื่องเป็น Aluminum ซึ่งถือเป็นฉนวนที่ดี เป็นเรื่องจนทำให้ต้องจัดหาที่วาง Access Point ในบ้านใหม่
    9. ไม่มี Multi- Card reader คนส่วนใหญ่ในปัจจุบันอย่างน้อยก็ต้องมีการ์ดซักอย่างในชีวิตบ้าง ไม่มีก็ไม่ถึงกับเดือดร้อนอะไร แต่ถ้ามีคงจะดี
    10. ปิดฝาแล้วเข้าโหมด Sleep ช้ามาก (ตอนใช้ iBook เร็วกว่าเยอะ) แถมระหว่าง Sleep ก็กินแบตอย่างมีนัยยะสำคัญ

    เขียนเรื่องนี้ไว้นานแล้ว แต่รู้สึกว่ายังไม่ค่อยครบถ้วนเท่าไหร่ แต่เมื่อคืนงาน WWDC ทำเครื่องเราตกรุ่นไปแล้ว ดังนั้นเลยต้องรีบมาโพสต์ไว้  (ตัวใหม่มี SD Card reader แล้ว ข้อ 9 ก็นับได้ว่าตกไป)

    อีกอย่างเช้านี้ตื่นขึ้นมา Macbook ที่บ้านก็กลายเป็น Macbook Pro ไปซะงั้น
    หรือมองอีกมุมคือ Macbook ที่บ้านกลายเป็น Macbook Limited Edition ไปแล้ว เพราะเป็น Macbook รุ่นเดียวที่เป็น Aluminum

    ปล. มีใครสังเกตุไหมว่า Macbook Pro 13 นิ้ว ให้ HDD ขนาดเล็กลง

  • ทหารผ่านศึกที่เคยรบในสงครามเดียวกัน

    วันนี้ได้อ่านบล็อกของคุณ iPattt หลังจากดองมานาน โดนใจมากกับเรื่อง เว็บราชการ รัฐบาล ทำไมถึงแพง? ไม่ขอบอกว่าเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยเรื่องไหน แต่ขอบอกว่ารู้สึกเหมือนเจอ “ทหารผ่านศึกที่เคยรบในสงครามเดียวกันมา” คุณ iPattt อธิบายหลาย ๆ อย่างที่ผมไม่รู้จะเขียนออกมาเป็นตัวหนังสืออย่างไรดีได้

    คารวะหนึ่งจอก!

  • Museum of Siam พิพิธภัณฑ์สยาม


    แวะไปมาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากได้ยิน คำร่ำลือ มา อย่าง ท่วมท้น

    เดินดูแล้วรู้สึกเท่ห์มากที่ได้เกิดมาบนแผ่นดินที่มีพิพิธภัณฑ์แบบนี้ตั้งอยู่ ขอบคุณสำนักนายกรัฐมนตรี (ไม่ว่าจะเป็นชุดใดก็แล้วแต่) ที่ได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นมา

    ขอชื่นชมและขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกคน

    ปัจจุบันนี้เก็บค่าเข้าชมแล้ว แต่ผมเชื่อว่ามันไม่แพงเลย เมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้กลับมา

    ปล.ขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เก็บกระเป๋าที่ลืมไว้ให้ และยอมเปิดให้เข้าส่วนของพิพิธภัณฑ์ชั่วคราว(ลูกปัด) ทั้งที่หมดเวลาทำการแล้ว

    พิพิธภัณฑ์สยาม http://www.ndmi.or.th

    ผู้คิดคอนเซปต์ http://storyinc.co.nz

    ผู้ดูแลโปรดักชั่นและจัดการโครงการฯ http://www.picothai.com/

    ผู้ออกแบบ http://www.designlab.co.th

  • หอศิลป์ กรุงเทพ

    ชื่อเต็ม ๆ ว่า หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อวานแวะไปเดินมาครับ น่าดีใจที่เรามีอะไรแบบนี้

    1. คนเยอะกว่าที่คิดมาก น่าจะเพราะมีการแสดงภาพถ่ายจากงานประกวดของสมาคมภาพถ่ายด้านล่าง (กำลังจัดกัน) เลยคึกคักเป็นพิเศษ
    2. นักศึกษาปี 4 ม.กรุงเทพฯมาจัดแสดง Thesis ในชื่อหัวข้อ OH ที่ชั้น 4 จากการสอบถาม ทางหอศิลป์จะขอให้ส่งรายละเอียดงานมาให้ตรวจก่อน จากนั้นก็ระบุวันที่จะจัดแสดง ที่สำคัญไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการมาแสดงงาน
    3. จากการสอบถามแม่บ้าน ที่นี่เปิด 10.00 – 21.00 น. หยุดวันจันทร์ตามธรรมเนียม และเย็นวันศุกร์จะมีนักเรียนมาเดินเยอะ น่าดีใจแทน
    4. หอศิลป์สร้างขึ้นมาโดยมีสถาปัตยกรรมที่ดี ใช้แสงจากภาพนอกเพื่อประหยัดไฟ โถงโล่งตรงกลางมองได้จนถึงพื้นชั้น 1 ลดความอึดอัด แม้จะหน้าตาดูเหมือนที่กักเกนไฮม์ นิวยอร์คไปบ้าง (จริง ๆ ก็เยอะอยู่) แต่ไม่เป็นไร ๆ ทุกอย่างต้องมีการเริ่มต้น
    5. เว็บไซต์ของหอศิลป์ สวยดีแต่ยังไม่สุดยอด รูปน้อยไปหน่อย ไม่ค่อยเรียกแขก ตัวหนังสือเล็กไปหน่อย ที่น่าชมเชยคือใช้ฟอนต์เดียวกันกับที่หอศิลป์ใช้ในการแสดงงาน ดูสอดคล้องกันดี
    6. โลโก้สวยดี น่าจะเล่นได้มากกว่านี้ เอามาทำของที่ระลึกขายได้
    7. ร้านขายของที่ระลึกยังไม่เปิด เห็นพี่รปภ.บอกว่ากำลังทำอยู่ แต่ยังไม่มีกำหนดเปิด อยากได้เข็มกลัดลายที่เป็นรูปโลโก้อ่ะ
    8. ส่วนตัวคิดว่าทางหอศิลป์สามารถเก็บเงินค่าเข้ากับผู้ใหญ่ในราคาไม่แพงนักได้ (ผมยินดีที่จะจ่ายนะ)  ฟรีสำหรับนักเรียนที่มีบัตรนักเรียน ทำระบบสมาชิกให้เข้มแข็ง(แจ้งข่าวสาร, ส่วนลดของที่ระลึก, ลดราคาค่าเข้าชม) สร้างรายได้จากการขายของที่ระลึก การสำเนาภาพสำหรับผู้ที่อยากได้ เพื่อสร้างรายได้มาหมุนเวียนเลี้ยงตัวเอง ทำได้น่าจะดีมาก ๆ
    9. งานก่อสร้างไม่ค่อยเรียบร้อย เห็นรอยโป้วสี, งานทาสีหยาบ ๆ หลายจุด น่าเสียดาย
    10. ห้องจัดแสดงงานไม่ค่อยต่อเนื่องกัน บริเวณชั้น 2-3 ที่เป็นห้องกระจก ถูกออกแบบมาทำให้การแสดงงานไม่ค่อยเชื่อมต่อกัน เราต้องเดินเข้าห้องแล้วกลับออกทางเดิม เพื่อเข้าห้องถัดไปให้ความรู้สึกไม่ค่อยต่อเนื่องเวลาดูงานเท่าที่ควร ทางออกน่าจะเชื่อมไปยังห้องถัดไปได้ในทันที
    11. ทางลาดชันวนขึ้นบริเวณชั้น  5-7 ชันไปหน่อย คงเพราะเส้นรอบวงของอาคารแคบไปนิด
    12. งานที่จัดแสดงเน้นภาพถ่ายมากไปหน่อย อยากให้มีความหลากหลายมากกว่านี้ ทั้งงานปั้น งาน Installation ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนจะยินดีมอบงานให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย หากได้มาจัดแสดงที่นี่
    13. ขอชี้ชวนให้แวะไปครับ ไปง่าย (ทางเชื่อมรถไฟฟ้า BTS ทะลุเข้าไปได้เลย)  ได้เสพงานจรรโลงใจ แถมไม่เสียตังค์
  • ศาสตร์เอ้ย

    ที่ร้านเป็นตัวแทนของ canon ทำให้เราตกแต่งร้านเป็นสีแดง และเสื้อพนักงานเป็นสีแดง จริง ๆ แล้วก็มีปัญหากันบ้างตามสมควร อย่างเวลาไปทานอาหารจะถูกมองด้วยสายตาแปลก ๆ หรือระหว่างที่ขี่มอเตอร์ไซค์ติดไฟแดงอยู่ ก็มีคนที่ร้านเคยถูกคนบนรถกระบะเรียกขึ้นรถไปร่วมชุมนุม ฯลฯ อย่างไรก็ดียังไม่เคยเกิดปัญหาที่แย่ ๆ อะไร อย่างเช่นโดนทำร้าย หรือ ถูกสบถด่า

    หลายวันก่อนพนักงานที่ร้าน 2 คนขับรถไปรับของที่มหาวิทยาลัยอุบลฯ รถที่ร้านจะติดสติ๊กเกอร์ชื่อร้าน โลโก้ canon และรูปพอลล่า ใครเห็นก็จะทราบได้ทันที เพราะเราใช้รูปแบบสติ๊กเกอร์นี้มาราว ๆ ซัก 2 ปีเห็นจะได้

    ปัญหาคือทาง มหาวิทยาลัยอุบล ไม่อนุญาตให้พนักงานเข้าไปในมหาวิทยาลัยได้ เนื่องจากพนักงานที่ร้านสวมเสื้อแดง

    นี่เราอยู่ในยุคกลางที่คนล่าแม่มดกันหรืออย่างไรวะครับ

    ศาสตร์ร์ร์ร์….
    (เป็นขั้นสุภาพกว่าของสาดดด)

  • สัปดาห์หนังสือ

    หนังสือที่ได้จากสัปดาห์หนังสือปีนี้ หลังจากไปตะลุยเดินอยู่ 4 ชั่วโมง หอบหนังสือจนขาลากพบเรื่องที่น่าสนใจหลายอย่าง

    1. คนที่เรียนป.โทด้วยกันสนใจงานสัปดาห์หนังสือน้อยจนน่าใจหาย (ไม่แน่ใจว่าเพราะผมเป็นคนต่างจังหวัดหรือเปล่า เลยกรี๊ดกร๊าดเป็นพิเศษ เพราะแถวบ้านไม่มี)
    2. ผมสนใจอ่านหนังสือวรรณกรรมน้อยลงมาก (เมื่อก่อนอ่านเรื่องสั้นเยอะ ยิ่งอินดี้ยิ่งชอบ)
    3. ผมเสี่ยงน้อยลง หากไม่ใช่นักเขียนที่รู้จัก หรือเคยอ่านจะไม่ค่อยกล้าซื้อ
    4. ผมสนใจหนังสือเรื่องธุรกิจมากขึ้น และใจถึงกับหนังสือเหล่านี้มากกว่าหนังสือวรรณกรรม (เศร้าเล็กน้อย)
    5. หนังสือที่รู้สึกโดนใจในงาน ส่วนใหญ่ซื้อตามร้านหนังสือไปหมดแล้ว และในงานนี้ไม่ค่อยมีหนังสือปกใหม่ ๆ ที่โดนใจเท่าไหร่
    6. ค่าความเสียหายน่าจะเกือบ ๆ  3 พันได้มั้ง ลืมนับเงินก่อนเข้างาน แต่ที่แน่ ๆ กดมา 2500 ไม่พอใช้ต้องไปกดอีกรอบ
    7. หนังสือธุรกิจแพง หนังสือการ์ตูนก็แพง แต่ก็ซื้อ
    8. งานนี้หนังสือการ์ตูนเยอะขึ้น นักเขียนการ์ตูนไทยหาที่ทางได้เยอะขึ้นมาก (รู้สึกเป็นห่วง mud จังเลย สู้เค้านะครับพี่คุ่น)
    9. งานนี้เจอนิ้วกลม (ดีใจอย่างแรง ได้ลายเซ็นด้วย คุยกันนิดหน่อย บอกว่าพี่เขียนหนังสือโคตรเก่งเลยครับ พี่แกคงกินข้าวอร่อยไปสามล้านปีแสง ; ผมรู้สึกอย่างที่พูดจริง ๆ นะครับ), เจอคุณทรงวิทย์ สี่กิติกุล โดยบังเอิญ ได้ลายเซ็นด้วย, เห็นบก. Let’s, เห็นคุณโหน่ง (วงศ์ทนงค์) (คนนี้ไม่่ค่อยตื่นเต้นแล้ว)
    10. Let’s Comic เล่มใหญ่เลิกแล้ว เปลี่ยนเป็น Bookazine แทน ขายราคาเป็นสองเท่าของเล่มเดิม ลุยอุดหนุนกันต่อไป โย่ว!
    11. สำนักพิมพ์แจ่มใส คือนครเมกกะของเด็กสาว ม.ต้น คนเยอะมากกกกกกก
    12. สำนักพิมพ์ a book ทอนเงินช้าที่สุดในงาน, นิ้วกลมอยู่บูธ Full Stop, คุณวินทร์ เลียววารินท์ มีบูธเป็นของตัวเองใหญ่มาก และมีหนังสือที่เค้าเขียนเต็มไปหมด (สุดยอด)
    13. 4 ชั่วโมง เดินยังไม่หมด (เกือบ ๆ ) ถ้าสัปดาห์หน้าคึกเดี๋ยวไปอีกรอบ เก็บตก
    14. ได้เสื้อ Movie lovers are sick people รุ่นใหม่ของ Bioscope มา 1 ตัว ดีใจ (สีแดง ลายแฟรงเกนสไตน์) ตอนนี้ยังใส่อยู่ด้วยความเห่อ
    15. มีบริการฝากของแถว ๆ ด้านนอกของแพลนนารี่ฮอลล์ แต่ถ้ามีของมีค่ามาก ๆ มีล็อกเกอร์บริการ อยู่ แถว ๆ ประตูทางออกที่ติดทะลุไปรถไฟฟ้าใต้ดิน (ใกล้ ๆ ฟู้ดคอร์ท อยู่หน้าห้องน้ำ) สนนราคาอยู่ที่ 20 บาท ใช้ได้ดี ลองมาแล้ววันนี้
    16. ได้มาทั้งสิ้น 20 เล่ม ได้แก่ TRY, เพลงรักประกอบชีวิต, ปอกกล้วยในมหาสมุทร, ปลาย่าง, จิ๊บปี้ การผจญภัยของนกกระจอกแห่งหลังคา, หนังอาร์ตไม่ได้มาเพราะโชคช่วย, mud เล่ม Superheroes, มักก้าซิน Demo 2 Years later, Let’s comic vol.1, โลกของเรา, ที่นี่…มีชีวิต, ABC Comic Vol. 4 Colors, เด็ก สตรี คนชรา, รู้เช่นเห็นชาติ การตลาดยุคใหม่, เปรี้ยง เจาะลึกไอเดียเขย่าเมือง, โฆษณุก, แบรนด์ไทย ไปโตเมืองนอก, The Effective Executive, จับเข่าสนทนา 12 ปรมาจารย์การตลาด, ผ่าความคิด สตีฟ จอบส์
  • คิดนอกกรอบ Thinking out of the box

    โจทย์วิชา Business Communication อาจารย์ให้ขึ้นไปพูดหน้าห้องเรื่องอะไรก็ได้ยาว 3 นาที คิดใคร่ครวญแล้วคิดว่าอยากเล่าเรื่อง Fosbury flop แต่คิดว่าอาจจะน่าสนใจน้อยไปหน่อย เลยขึ้นเรื่องและจบเรื่องด้วยคำถามเรื่องการลากเส้นต่อจุด 9 จุดสุดคลาสสิค เพื่อทำให้งานนำเสนอน่าสนใจขึ้น และเฉลยช่วงท้ายเรื่องการลากด้วยเส้น 1 เส้น หรือ 0 เส้น คิดว่าหลายคนน่าจะยังไม่รู้

    พอทำและพรีเซ็นต์หน้าห้องไปแล้ว รู้สึกว่าสไลด์ชุดนี้ทำได้ดี มีการทำเกริ่นนำ ส่วนเนื้อหา และสรุปปิดท้าย ภาพสวย และประเด็นน่าสนใจ เอามาแปะไว้ เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อคนอื่น ๆ

  • หนทางสู่สันติภาพ

    There is no way to peace — peace is the way.
    ไม่มีหนทางสู่สันติภาพ – สันติภาพคือหนทาง

    A.J. Muste ( บ้างก็ว่าเป็นคำพูดของ มหาตมะ คานธี )

  • เปิดเทอม

    เปิดเทอมแล้วครับ

    ตอนนี้ชีวิตผมกำลังเปลี่ยนแปลง นี่นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในรอบหลายปีที่ผ่านมา เพราะผมกำลังเริ่มต้นเรียนปริญญาโท หลังจากที่จบตรีมาหลายปีดีดักแล้ว

    จริง ๆ เรื่องการเรียนโทอยู่ในใจมาโดยตลอด เพียงแต่เนื่องจากการทำงานที่บ้าน ทำให้เราทิ้งภาระไว้ไม่ลง ท้ายที่สุดก็มาเกิดนิมิตรเอาเมื่อปลายปีที่แล้วว่า ต้องเรียนแล้วล่ะครับ ก่อนที่จะแก่ไปกว่านี้ ไม่ได้หมายความว่าแก่แล้วนะครับ แค่คิดว่าถ้าเรียนตอนยังฟิต ๆ อยู่น่าจะดีกว่า ว่าแล้วก็อ่านหนังสือเตรียมสอบข้อเขียนอยู่ 2-3 เดือน แล้วก็สอบสัมภาษณ์ต่อจนกระทั่งตอนนี้เปิดเทอมแล้วครับ

    คอร์สที่เรียนชื่อ Young Executive MBA เรียนวันเสาร์- อาทิตย์ ซึ่งมีข้อกำหนดว่าต้องมีประสบการณ์ทำงานไม่น้อยกว่า 3 ปี

    หลังจากนี้ไปตั้งใจว่าหากไม่เหนื่อยจนเกินไป จะแบ่งเวลาเพื่ออัพเนื้อหาในห้องที่ประทับใจไว้ เพื่อทบทวนตัวเองและเผื่อจะมีประโยชน์กับท่านอื่น ๆ ด้วย จะพยายามสะกดจิตให้ตัวเองขยันพอมาอัพนะครับ

    เอาล่ะ เปิดเทอมแล้ว สู้โว้ย!

  • Hug Festival : ถนนคนเดิน อุบล ตอน (ฮักแพงแบ่งปัน)

    มีวงดนตรี 10 วงเล่นตลอดงาน, โชว์ B-Boy, แฟชั่นโชว์, แกลเลอรี่ภาพถ่าย, และของขายอีกเพียบ ๆ !