Category: Day Life

  • ความเหมือน ความต่าง

    “…เพื่อนอาตมาเป็นคนอเมริกัน แต่งงานกับคนญี่ปุ่น มีลูกสาวเป็นลูกครึ่ง
    แล้วลูกครึ่งคนนี้มีปัญหามากเลย คือเขาอยู่ญี่ปุ่น
    เวลาไปโรงเรียน คนญี่ปุ่นก็จะหาว่าเด็กคนนี้เป็นอเมริกัน
    พอเขากลับไปอเมริกา ญาติฝ่ายพ่อเขาก็จะบอกว่าเด็กคนนี้เป็นญี่ปุ่น
    คนอเมริกันจะเห็นแต่ความเป็นญี่ปุ่นของเด็กคนนี้
    ส่วนคนญี่ปุ่นก็จะเห็นแต่ความเป็นอเมริกันของเด็กคนนี้
    ทั้งที่มันอยู่ในคนคนเดียวกัน
    มุมมองแบบนั้นจะเห็นได้ชัดมากในเมืองไทยตอนนี้
    คนจะไม่เห็นความเหมือนของอีกฝ่าย จะจดจ้องจดจ่ออยู่กับความต่าง…”

    พระไพศาล วิสาโล

  • Fake

    ข้อความบนเสื้อของคนบนรถเมล์วันนี้

    Girls fake orgasm Boys fake relationship.

    ผู้หญิงโกหกตัวเองเพื่อคนรัก ผู้ชายโกหกคนรักเพื่อตัวเอง

  • ทิปภูสอยดาว

    1. ภูสอยดาวอยู่จังหวัดอุตรดิตถ์ การเดินทางไปค่อนข้างยาก แนะนำคือแบบแรก ไปกับทัวร์ แบบที่สอง นั่งรถทัวร์ไปลงพิษณุโลก ต่อรถจากพิษณุโลกไปชาติตระการ แล้วนั่งมอเตอร์ไซค์ไปตลาดชาติตระการ แล้วต่อสองแถวไปที่ที่ทำการอุทยาน จากนั้นเดินต่ออีกกิโลกว่าก็ถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว แบบที่สาม ไปให้ถึงพิษณุโลกแล้วเหมารถไปกลับศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเลย สนนราคาราว 2000 บาท
    2. เวลาไปแนะนำเดือนสิงหาคม-กันยายน เพราะดอกหงอนนาคที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่กำลังบานกันสะพรั่งภู หากไปตุลาคมก็พอจะทันแต่ดอกจะเริ่มโรยลงบ้างแล้ว ส่วนเดือนอื่นขึ้นได้แต่ไม่ได้ดูทุ่งดอกไม้
    3. ดังนั้นเดือนแนะนำคือหน้าฝน ดังนั้นถ้าจะไปตามฤดูก็ต้องเตรียมตัวเรื่องฝนให้ดี แพ็คของใส่ถุงแล้วใส่ลงในกระเป๋าอีกที อย่าห่อกระเป๋าด้วยถุงดำ เพราะมันขาดง่าย และอย่าไปหวังกับ Cover ห่อกระเป๋าที่อยู่ก้นกระเป๋าบางรุ่น เพราะมันกันละอองฝนได้ แต่เจอหนัก ๆ ก็เละอยู่ดี เตรียมร่มและเสื้อกันฝนให้พร้อม เต๊นท์ต้องมีฟลายชีทคุมอีกที
    4. กรณีไปหน้าฝน กางเต๊นท์ต้องขุดคลองรอบระบายน้ำออก กางฟลายชีทคลุมเหนือเต๊นท์อีกชั้น รวมถึงควรจะมีที่รองนอนเพราะอากาศช่วงหน้าฝนจะเย็น
    5. การขึ้นภูต้องเดินขึ้นระยะทางราว 6.5 กม. ใช้ระยะเวลาเดินราว ๆ 4-6 ชม. แล้วแต่ความฟิต ส่วนตัวเชื่อว่าทุกคนขึ้นไหวแน่นอน ข้าวของมีลูกหาบบริการ คิดกิโลละ 15 บาท หรือใครจะลองหอบเองก็ต้องเผื่อเวลาเดินเพิ่มอีกหน่อย เพราะทางโหดพอดู และต้องเตรียมน้ำและข้าวกล่องติดตัวขึ้นไประหว่างเดินด้วย(ข้าวกล่องซื้อได้ที่ร้านขายข้าวก่อนขึ้นภู) เพราะที่นี่ระหว่างทางเดินขึ้นภูไม่มีของขาย
    6. ถ้าไม่ได้เตรียมของมาให้ติดต่อที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวก่อนเดินขึ้น เค้ามีบริการให้เช่าของต่าง ๆ และเช็คได้ว่าบนภูมีของที่เราต้องใช้หรือไม่เพื่อความชัวร์ แต่ถ้าจะให้ดีเตรียมไปเองดีกว่า โดยเฉพาะของกินเนื่องจากบนภูไม่มีของกินขาย ต้องขนขึ้นไปทำเองทุกอย่าง กรณีเลวร้ายขึ้นไปแล้วโดยไม่ได้เตรียมอะไรขึ้นไปเลย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์บนภูโดยด่วน เค้าจะให้ลูกหาบหอบของที่จำเป็นขึ้นมาส่งได้ ส่วนเรื่องอาหารการกินเจ้าหน้าที่ขอร้องว่าอย่าเป็นหมูกระทะหรือบาบีคิว เพราะความมันจะทำลายธรรมชาติ อยู่ป่าอย่าทำของกินเอิกเริกเกินเหตุ
    7. บนภูไม่มีไฟฟ้า เตรียมไฟฉายให้พร้อม และเตรียมตะเกียงหากไปกันหลายคน ดังนั้นอุปกรณ์ที่ต้องชาร์จไฟ เช่นกล้องให้เตรียมแบตไปให้พอใช้  บนภูไม่มีน้ำ แม้จะมีห้องน้ำให้แต่ไม่มีน้ำต้องหอบน้ำจากลำธารไปใช้ (ไม่ไกล อยู่ติด ๆ กัน) ดังนั้นเตรียมถังกับขันไปเองจะสะดวก แต่หากไม่มีติดตัวไป สามารถเช่าที่ที่ทำการบนภูได้ อย่างไรก็ดีป้องกันการขาดแคลน เตรียมไปเองน่าจะปลอดภัยกว่า
    8. บนภูที่บริเวณกางเต๊นท์ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือไม่ว่าค่ายไหน หากต้องการใช้โทรศัพท์ต้องเดินจากบริเวณกางเต๊นท์ไปแถว ๆ หมุดเขตแดน(น่าจะราว ๆ กิโลกว่า ๆ ไม่แน่ใจ) Dtac และ AIS จะมีสัญญาณนิดหน่อย หรือที่บนจุดชมวิว บนนั้น Dtac เต็ม (AIS ไม่แน่ใจ) แต่บางทีสัญญาณวูบ ๆ ติดเป็นช่วง ๆ ให้ลุ้นกันขำ ๆ
    9. ที่เที่ยวแนะนำคือ ดูทุ่งหงอนนาค(อันนี้สวย), ไปดูหมุดเขตแดน(ภาคบังคับเดี๋ยวอายเพื่อน แต่จริง ๆ ไม่ค่อยมีอะไร), ไปจุดชมวิวที่ห่างจากจุดสมรภูมิร่มเกล้า 800 เมตร (พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง แนะนำช่วงเย็น ๆ ซัก 4-5 โมง), จุดชมวิวพระอาทิตย์ตก(ที่นี่ไม่มีจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น), น้ำตกสายทิพย์ น้ำตกหลุมพบ (ถ้าอยากดูจนครบต้องลงทางที่ไม่ใช่ทางปกติ ต้องให้เจ้าหน้าที่พาไป ติดต่อได้ ถ้าจำไม่ผิดไม่คิดตังค์นะ), จุดสูงสุดของภู 2,102 เมตร เดินไปกลับได้ใช้เวลาทั้งวันบวกความฟิต หากเป็นช่วงหน้าฝน เจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตเพราะอันตราย ใครต้องการขึ้นจริง ๆ ต้องเช็คกับทางอุทยานก่อนไปจะดีกว่า
    10. ขากลับลงเดินกลับทางเก่าใช้เวลาราว ๆ 2 -2.5 ชม. ก็น่าจะถึงพื้นโลก และคงต้องปวดหัวเข่าแบบเลี่ยงไม่ได้ เตรียมยานวดไว้ได้เลย ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวมีไปรษณียบัตรขาย ซึ่งค่อนข้างสวยและคุณภาพดี (แนะนำให้ซื้อถือขึ้นไปเขียนบนภูจะได้ฟีลมาก) เจ้าหน้าที่ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวรับส่งไปรษณียบัตรด้วย คิดค่าส่งใบละ 10 บาท
  • การเดินทางของเพลงได้ใจ Dr.Fuu

    เรื่องเริ่มต้นขึ้นตอนเรียนธรรมศาสตร์ โดยมี นาค(ร้องนำ แต่งเพลง) ยอร์ช(กลอง) ตูน(กีตาร์) ฐิ(เบส) ในชื่อวงซีอุย(กรณีเล่นแนวโหด) และโยเกิร์ต(ในกรณีเล่นแนวตลาด) อ่านเรื่องราวของวงในความทรงจำผมได้จากที่ ปิดตำนานซีอุย

    วันนี้ไอ้นาคโทรมาบอกให้ฟังเพลงได้ใจ ของ Dr.Fuu ซึ่งเป็นเพลงที่เหมือนกับเพลงที่นาคแต่งสมัยเรียน และพวกเราเล่นกันในมหาวิทยาลัย ไม่ใช่คล้าย ๆ แต่เหมือนกันชนิดคำต่อคำ (เพลงนี้เล่นคู่ ๆ กับเพลงปอดบวมในตำนาน บังเอิญเพลงปอดบวมดังกว่า คนเลยอาจจำเพลงนี้ไม่ได้ เอิ๊ก) ถ้าจำไม่ผิดนาคแต่งตอนเลิกกับน้องหน้าขาวหน้าตาสวย ๆ คนนั้นหรือเปล่าหว่า ไม่แน่ใจ

    พอเปิดฟังก็ตกใจ เออ นี่มันเพลงของพวกเรานี่ บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าดีใจหรือเสียใจ ออกไปทางงง ๆ มากกว่า พอคุยกับนาค นาคบอกว่าหลังจากพวกเราแยกวง เรียนจบแยกย้ายกันไป ตูน(มือกีตาร์) ซึ่งตอนนั้นซิ่วไปม.บู ก็ฟอร์มวงใหม่ชื่อ I Have a Car ในมหาวิทยาลัย และเอาเพลงนี้ไปเล่น โดยใช้ชื่อ Fuck (ถ้าจำไม่ผิด ชื่อเพลงเป็นชื่อที่นาคตั้งมั้ง) แล้ววง I Have a Car ดูเหมือนจะมีทำ CD  รวมเพลงขายกันเองกับวง Playground ด้วย (ในแผ่นนั้นมีเพลงของทั้ง 2 วง) แล้วปรากฎว่าเพลง Fuck ใน CD แผ่นนั้นดังพอสมควร (นาคคุยว่าติดชาร์ทของวิทยุชื่อซันชายน์ ซึ่งเป็นวิทยุท้องถิ่นที่นั่น) แล้วท้ายที่สุดเพลงนี้ก็เงียบหายไปตามกาลเวลา รวม ๆ ตั้งแต่แต่งมาร้องมาเล่นกันก็น่าจะราว ๆ  10 ปีเห็นจะได้แล้ว

    วันนี้เรานั่งหัวเราะกันทางโทรศัพท์ ว่าเรื่องแบบนี้ก็เกิดขึ้นกับเราจนได้ สิ่งที่น่าตลกคือ เพลงเราได้ออกเทป แม้จะช้าไปราว ๆ 10 ปี

    อยากให้เพื่อน ๆ ธรรมศาสตร์ลองค้น ๆ มาฟังกันดู อยากรู้เหมือนกันว่าจะมีใครคุ้น ๆ ไหม

  • Apple Special Event (Rock & Roll) – Video Download Link

    Apple Special Event

    เปิดตัวไปแล้วเมื่อคืนนี้ ถ้าว่างจะเขียนถึง ช่วงนี้งานเข้า แต่เอาลิงค์วีดีโอในงานมาให้โหลดก่อน ยังไม่เห็นแบบ Streaming บนเว็บ แต่บน Podcast ออกแล้ว เลยได้ลิงค์มา

  • Gabrielle Bonheur “Coco” Chanel

    Coco Chanel

    หากผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง แล้วผู้คนกล่าวกันว่า ” ชุดนั้นสวยจริง ๆ ” นั่นหมายความว่าชุดนั้นแย่มาก ๆ
    แต่ถ้าผู้คนกล่าวกันว่า “ผู้หญิงคนนี้สวยจริง ๆ ” มันหมายความว่า ชุดนั้นเยี่ยมจริง ๆ
    Coco Chanel

    ปล. Coco เป็นชื่อที่ถูกตั้งขึ้นภายหลัง
    ปฬ. ภาพยนตร์ที่จะเข้าฉายเร็ว ๆ นี้มีชื่อว่า Coco Avant Chanel แต่ Avant ไม่ใช่ชื่อกลางของ Chanel แต่มีความหมายว่า Before ดังนั้นชื่อภาพยนตร์นั้นหมายถึง Coco ก่อนมีห้องเสื้อชื่อ Chanel ดังนั้นหากเช็คดูดี ๆ จะทราบว่า ภาพยนตร์มีอีกชื่อว่า Coco Before Chanel (ตั้งได้เท่ห์ซะไม่มี)

  • วันที่ข้าพเจ้าลาโลก

    ในวันที่ข้าพเจ้าถือกำเนิด
    ข้าพเจ้าร้องไห้เสียงดัง
    พ่อแม่ญาติพี่น้องล้วนยินดีปรีดา

    ในวันที่ต้องลาโลก
    ข้าพเจ้าหวังใจว่าข้าพเจ้าจะยิ้มปิติปรีดา
    และคนทั้งโลกจะร่ำไห้เสียใจ

    – eYacht

    ปล.เรียบเรียงขึ้นใหม่ จากการรับรู้เมื่อนานมาแล้ว

  • ความงามอันสัมบูรณ์

    -1-
    ระหว่างสนทนากันในมื้ออาหารครั้งหนึ่ง ขณะถกกันเรื่องเทคโนโลยีศัลยกรรมเพื่อความงามในปัจจุบัน เพื่อนหญิงคนหนึ่งแสดงความคิดเห็นขึ้นกลางวงว่า

    ผู้หญิงที่เคยสวยมากเมื่อหลายปีก่อน กำลังสวย”น้อยลง” เนื่องมาจากการที่คนทั่ว ๆ ไปสวยขึ้นจากการศัลยกรรม

    นำมาซึ่งข้อสงสัยสำหรับผมว่า ความสวยนั้นเป็นสิ่ง สัมพัทธ์ หรือ สัมบูรณ์ กันแน่

    ตะเกียบจะยาวหรือสั้น ขึ้นกับว่าตะเกียบถูกเทียบกับไม้จิ้มฟัน หรือ กระบอง นั่นเองคือสัมพัทธ์
    ขณะที่สัมบูรณ์คือความหมายหมดจรด เบ็ดเสร็จ ไม่จำเป็นต้องนิยามด้วยการเปรียบเทียบกับสิ่งไหน

    จำไม่ได้ว่าวันนั้นข้อคิดเห็นจบลงอย่างไร แต่เพื่อนหญิงกล่าวว่า ความงามนั้นน่าจะลดลงเนื่องจากความเคยชินของคนมอง และแปรผกผันกับความสวยของคนรอบข้าง ที่เพิ่มความเร่งขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญตามคมมีดของหมอแต่ละคน

    -2-
    วันนี้อ่านเจอเรื่องเล่าจากหนังสือ “ระยะทางอันห่างใกล้” ของคุณนิ้วกลมและคุณพิมปาย เป็นเรื่องเล่าจากเทือกเขาหิมาลัย ในบ้านของคนที่อาศัยในเทือกเขาที่เรียกได้ว่ามีเสน่ห์ที่สุดในโลกนั้น กลับมีปฎิทินรูปเทือกเขาในสวิสเซอร์แลนด์แขวนไว้ เออหนอคนเรา อยู่ใกล้หิมาลัย แต่ใจกลับอยู่ที่สวิสเซอร์แลนด์ คุณนิ้วกลมตั้งคำถามขึ้นมาว่า

    “คนที่นี่(หิมาลัย) จะเห็นว่าวิวแบบนี้สวยไหม”

    หากมีสมการความสวย ค่าความสวยกับความใกล้ชิด ค่าความสวยกับความเคยชิน จะแปรผกผันกันไหม
    ยิ่งใกล้ชิดมากเท่าไหร่ ยิ่งเห็นว่าสวยน้อยลง
    ยิ่งเคยชินกับสิ่งนั้นมากแค่ไหน ก็ยิ่งเห็นว่ามันช่างสามัญธรรมดา

    -3-
    ความคิดทบทวนย้อนไปยังคำกล่าวที่ว่า

    “beauty lies in the eyes of the beholder”
    ความสวยนั้นขึ้นกับสายตาที่มอง

    ท้ายสุดแล้วผมเห็นด้วยแล้วว่าความสวยนั้นสัมพัทธ์จริง แต่ความสวยของคนคนนั้นไม่ได้สัมพัทธ์กับคนรอบ ๆ ตัวเธอ หากแต่สัมพัทธ์กับสายตาของคนมองต่างหาก ดังนั้นด้วยความสวยที่ทวีขึ้นของคนรอบข้าง หากสร้างความเคยชินให้กับมอง เขาก็ย่อมเห็นเธอคนนั้นสวยน้อยลงเป็นธรรมดา

    อย่างไรก็ดีความสวยนั้นก็ไม่ได้อยู่เพียงภายนอกเท่านั้น

    สายตาที่มองเห็นแต่ความสวยภายนอกโดยละเลยความงามภายใน นั่นเป็นเพียงสายตาอันโง่เขลาเท่านั้น

    เพราะความงามภายในนั้นสัมบูรณ์ และถูกสร้างขึ้นโดยเจ้าของเท่านั้น มีดหมอไม่เกี่ยว

  • เปลือยญี่ปุ่น

    เป็นงานเขียนของผมที่ส่งไปประกวด และได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสารท้องถิ่น เมื่อซัก 2-3 ปีที่แล้ว ปัจจุบันนิตยสารดังกล่าวหยุดพิมพ์แล้ว (สงสัยเนื่องจากบรรณาธิการต้องไปเลี้ยงลูก ; ) ) ค้น ๆ ไปเจอเข้าในเครื่อง เลยเอามาลงขัดตาทัพไปก่อน เพราะช่วงนี้เก็บตัวอ่านหนังสือสอบมิดเทอมอยู่

    เมืองทาคายาม่าเป็นเมืองเล็ก ๆ ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา ในประเทศญี่ปุ่น ถ้าโตเกียวเปรียบได้กับกรุงเทพ เกียวโตเปรียบได้กับอยุธยา เมืองทาคายาม่าคงเปรียบได้กับแม่ฮ่องสอน

    จริง ๆ แล้วปลายเดือนมีนาคมที่ทาคายาม่าน่าจะร้อนแล้ว แต่ด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบ ตอนนี้หิมะตก อุณหภูมิอ่านค่าได้ -1 องศาเซลเซียส ซึ่งไม่เหมาะกับคนไทยเขตร้อนเช่นผมอย่างยิ่ง แม้ว่าสวมเสื้อสามตัวแล้ว ขนแขนยังลุกเป็นระยะ ๆ ตลอดทาง

    หลายคนกล่าวไว้ว่ามาญี่ปุ่นแล้ว ต้องหาโอกาสลองแช่บ่อน้ำร้อนกลางแจ้ง หรือที่เรียกกันในภาษาญี่ปุ่นว่า ออนเซ็น ดูซักครั้ง เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ประกอบขึ้นมาจากหมู่เกาะ และมีภูเขาไฟมากมาย ทำให้เกิดบ่อน้ำร้อนธรรมชาติทั่วเกาะเต็มไปหมด ชาวญี่ปุ่นเชื่อกันว่า การได้แช่ออนเซ็นจะทำให้ร่างกายสดชื่นด้วยอิทธิฤทธิ์ของแร่ที่อยู่ในน้ำ ผมจึงตั้งใจว่า มาญี่ปุ่นคราวนี้ ออนเซ็นเป็นกิจกรรมระดับ “พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง!” แต่ชีวิตมันไม่ง่ายดายอย่างนั้น เมื่ออุปสรรคอันใหญ่เขื่องสำหรับชาวไทยอีสานอย่างผมคือ ผมไม่ได้เปลือยเปล่าต่อหน้าสาธารณชนเป็นเวลานานหลายสิบปีแล้วนี่สิ

    ผมเข้าถึงที่พักในตอนบ่าย ในห้องพักมีชุดคลุมอาบน้ำญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่ายูกาตะ พับไว้อย่างสวยงาม วางคู่กับผ้าเช็ดตัวขนาดเล็ก ๆ หนึ่งผืน เอกสารแนะนำเรื่องการใช้บริการออนเซ็น ซึ่งสรุปสั้น ๆ ได้ว่า ในการแช่บ่อน้ำร้อน ตามมารยาทแล้วห้ามสวมเสื้อผ้าโดยเด็ดขาด ต้องอาบน้ำให้เนื้อตัวสะอาดก่อนลงแช่ในบ่อ ซึ่งสบู่แชมพูมีบริการพร้อมแล้วที่ห้องอาบน้ำ ไม่จำเป็นต้องถือไป ผ้าเช็ดตัวที่วางไว้ใช้สำหรับถูตัวเวลาอาบน้ำ และที่สำคัญห้ามแช่นานเกินไป เพราะอาจเป็นอันตรายได้

    หลังจากศึกษาวิธีเป็นอย่างดี ผมเลือกเปลี่ยนให้เหลือยูกาตะเพียงชิ้นเดียว นัยว่าจะได้ตัดความประหม่าเวลาต้องถอดนั่นถอดนี่ต่อหน้าคนอื่น หลังจากนั้นก็หยิบผ้าเช็ดตัวผืนเล็กนั้น พาดบ่ามาด้วยก่อนจะเดินออกจากห้องไป ระหว่างเดินไปยังบ่อน้ำร้อน ผมขนลุกเป็นระยะ ๆ ไม่แน่ใจเพราะความหนาวแทรกผ่านผ้าฝ้ายเข้ามากระทบผิวหนัง หรือเพราะต้องเดินสวนกับสาวญี่ปุ่นในสภาพหวิว ๆ ไร้ซึ่งอาภรณ์ที่รัดกุมกันแน่

    พอไปถึงที่บริเวณออนเซ็น ด้านหน้ามีบริการเครื่องดื่ม หนุ่มญี่ปุ่น 2-3 โต๊ะนั่งดื่มนมกันอยู่ เนื่องจากการแช่บ่อน้ำร้อนจะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมาก ดังนั้นตามคำแนะนำจากผู้รู้ว่า หลังจากจากแช่ออนเซ็นควรดื่มน้ำหรือนม จะทำให้ร่างกายรู้สึกดีเป็นพิเศษ พอเดินลึกเข้าไป ก็พบกับทางเข้าบ่อน้ำร้อน ซึ่งแยกเป็นฝั่งชายและหญิง ผมเลือกเดินเข้าทางฝั่งชาย แม้ใจอยากหลงเดินเข้าอีกฝั่งใจจะขาด

    เมื่อเดินเข้าไปถึงจะพบกับห้องแต่งตัว หลายคนเรียกว่าห้องทำใจ ผมเดินเข้ายืนแน่นิ่งอยู่หน้าตู้ล็อกเกอร์ พร้อมกับแอบมองไปยังน้องชายของคนอื่น ๆ ที่ต่างก็ออกมาลอยหน้าลอยตา เดินส่ายไปมากันขวักไขว่ ชาวไทยอีสานจับสายคาดชุดยูกาตะ พร้อมกับสะกดจิตตัวเองให้ปลดชุดออกแต่โดยดี ในเมื่อเห็นของคนอื่นแล้วก็ควรให้คนอื่นเห็นบ้างจะได้เสมอเหมือนกัน ว่าแล้วก็ปลดชุดยูกาตะ และก้มหน้าเดินเข้าไปยังห้องอาบน้ำโดยพลัน

    สภาพห้องอาบน้ำเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ ภายในก่อกำแพงแบ่งเป็นช่อง ๆ แต่ละช่องกว้างราว ๆ 2 เมตร พอมองเข้าไปจะพบเก้าอี้ไม้ตัวเล็ก ขนาดพอ ๆ กับเก้าอี้ซักผ้า ฝักบัว ถังไม้ ก๊อกน้ำ สบู่ และแชมพู ถูกวางเตรียมไว้อย่างดี ผมเลือกเดินเข้าช่องอาบน้ำอันหนึ่ง ลากเก้าอี้มานั่ง และแอบศึกษาวิธีการอาบน้ำของหนุ่มญี่ปุ่นอีกฟากที่กำลังอาบน้ำอย่างเมามัน ว่าคนญี่ปุ่นเค้าอาบน้ำกันอย่างไร หาได้มีจิตเป็นอื่นไม่ พอดูซักพักก็ถึงบางอ้อว่าถังไม้นั้นมีไว้เติมน้ำให้เต็ม เทสบู่เข้าไป นำผ้าเช็ดตัวผืนเล็กจุ่มลงแล้วนำมาขัดถูตัวให้สะอาด ทราบดังนั้นก็เลียนแบบให้ดูกลมกลืนในทันที

    ระหว่างที่กำลังนั่งขัดตัว ได้ยินเสียงแว่ว ๆ ของผู้หญิงมาจากช่องถัดไปอีก 2-3 ช่อง ด้วยอารามตกใจ ผมจึงชะเง้อไปดู (ครับ ถึงจะตกใจแต่ก็ไม่มุดหนีครับ) เห็นแล้วก็โล่งอกเมื่อพบว่าเป็นเด็กหญิงอายุ 3-4 ขวบกำลังอาบน้ำกับคุณพ่ออย่างสนุกสนาน โธ่… ดีใจ เอ้ย ตกใจหมด

    หลังจากขัดถูตัวเรียบร้อยก็ถึงนาทีของบ่อน้ำร้อน สภาพของห้องแช่บ่อน้ำร้อนเต็มไปด้วยไอน้ำ ทำให้เรามองเห็นคนอื่น ๆ ไม่ถนัดนัก ความรู้สึกขัดเขินก็ลดน้อยลง ตามคำแนะนำกล่าวว่าน้ำในบ่อร้อนสูงถึงเกือบ 50 องศา ซึ่งหากลงไปในทันทีอาจลวกร่างกายได้ง่าย ๆ ดังนั้นเวลาลงต้องค่อย ๆ หย่อนตัวลง ผมลองหย่อนขาลงไป พอโดนน้ำเข้าก็ต้องหันไปมองคนอื่น เพราะน้ำร้อนมากจริง ๆ แต่พอเห็นชาวบ้านเค้าแช่กันอย่างสบายอกสบายใจ ก็พอโล่งใจว่าคงไม่เป็นอันตราย พอลงไปแช่ทั้งตัว ร่างกายก็ค่อย ๆ ปรับตัวได้ และเริ่มรู้สึกถึงความปลอดโปร่งโล่งสบาย แช่ได้ซักพักเริ่มรู้สึกมั่นใจขึ้น จึงย้ายไปยังโซนบ่อน้ำร้อนกลางแจ้ง

    บริเวณกลางแจ้งเผยให้เห็นตัวเมืองจากมุมสูง แสงไฟระยิบระยับจากบ้านเรือนในทาคายาม่า บวกกับภูเขาที่ห้อมล้อม และหิมะที่กำลังโปรยปราย ทำให้ผมรู้สึกราวกับว่าได้เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติอย่างแท้จริง นี่กระมังเหตุผลที่ห้ามไม่ให้สวมสิ่งใดไว้กับร่างกาย บรรยากาศทำเอาผมเคลิบเคลิ้มจนเกือบลืมว่าห้ามแช่นานเกินไป

    เมื่อปลุกตัวเองจากภวังค์ ผมจึงลุกกลับออกไปเพื่อแต่งตัวและเดินทางเข้าที่พัก เตรียมตัวสำหรับมื้อค่ำ ระหว่างที่เปิดประตูบานเลื่อนไปยังห้องทำใจที่ฝากเสื้อผ้าไว้ ผมหยุดหายใจไปสองวินาทีกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

    บรรยากาศโดยรอบเป็นชายหนุ่มญี่ปุ่นใหญ่น้อยเปลือยเปล่า บ้างก็แต่งตัว บ้างก็เก็บของ ซึ่งหลังจากแช่มาซักพักก็เริ่มชินตาแล้วว่ามันก็เหมือน ๆ กันกับของชาวไทยอย่างเรานี่แหละ แต่สิ่งที่ทำผมแทบช็อคคือคุณป้าแม่บ้านที่กำลังถูพื้นอยู่ตรงหน้าผมอย่างขะมักเขม้น ท่ามกลางเหล่าชายฉกรรจ์ไร้อาภรณ์อย่างไม่สะทกสะท้าน ขณะที่ผมกำลังยืนอึ้งกับเหตุการณ์ตรงหน้า มือข้างหนึ่งกำลังใช้ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กประจำกายเช็ดผมอยู่ คุณป้าก็ทำท่าจะเงยหน้าขึ้นมามองว่าไอ้หนุ่มนี่ทำไมมันไม่เดินไปซักที วินาทีนั้นเองที่ระบบป้องกันตนเองของผมเริ่มทำงาน สมองสั่งการอย่างฉับไว ตรวจสอบหาอุปกรณ์ที่จะมาคั่นกลางระหว่างสายตาคุณป้ากับร่างกายผม ผม นึกได้ว่าในมือขวามีผ้าเช็ดตัวผืนเล็กคู่ใจอยู่ วินาทีนั้นเองคุณป้ากำลังเงยหน้าขึ้นมาแล้ว แย่แล้ว! ไม่ทันแล้ว ผมคงไม่สามารถย้ายมือที่เช็ดผมอยู่ไปปิดช่วงล่างได้ทัน เร็วเท่าความคิด ผมจึงเลื่อนผ้ามาปิดหน้าไว้แทน และเดินออกไปอย่างสง่าผ่าเผย

    พร้อมกระหยิ่มยิ้มย่องใจว่า เป็นวิธีป้องกันช่วงล่างที่หลักแหลมแยบยลจริง ๆ
    ปล. เสียใจกับหนุ่ม ๆ ด้วยที่บทความนี้ขึ้นต้นว่าเปลือยญี่ปุ่น แต่เนื้อเรื่องมีแต่ผู้ชายโป๊กับป้าแม่บ้าน 1 คน

  • Printer หยุดทำงานบน Mac OS X 10.5.7 Leopard

    เพิ่งถอย Canon LBP3050 มาใช้งานส่วนตัว เนื่องจากภาระเรื่องการเรียน เพราะต้องส่งการบ้าน และพิมพ์เอกสารมาอ่านเป็นครั้งคราว ทบทวนแล้วซื้อตั้งแต่ตอนเริ่มเรียนน่าจะคุ้มค่ากว่า

    พอเอามาใช้แล้วก็ต้องหงุดหงิด เพราะถ้าสั่งงานพิมพ์ไปได้ 2-3 หน้าเครื่องก็ไม่ตอบสนองเอาดื้อ ๆ อาการคือพอสั่งพิมพ์ไปแล้ว ตัว Printer queue ก็ขึ้นว่าส่งข้อมูลผ่าน USB ไปจนหมดแล้ว แต่พริ้นเตอร์กลับไม่พิมพ์อะไรออกมา(ใช้งานบน Mac OS X 10.5.7)

    เลยแก้ปัญหาด้วยการอ่าน Manual ของไดรเวอร์พริ้นเตอร์ ก็ไม่พบวิธีแก้ไขปัญหานี้ กลับไปโหลดไดรเวอร์บนเว็บ Canon ก็พบว่าที่ใช้อยู่ก็เวอร์ชั่นใหม่แล้ว เอาไดรเวอร์เข้า ๆ ออก ๆ รีสตาร์ทหลายรอบมาก จนหมดปัญญาแล้ว ดังนั้นจึงแก้ปัญหาด้วยการรัน Windows ผ่าน Visualization ขึ้นมา ปรากฎว่าพิมพ์ได้ (แสดงว่าไม่เกี่ยวกับฮาร์ดแวร์) ก็เลยจำใจใช้วิธีนี้ประทังชีวิตไปก่อน จนกระทั่งวันนี้ได้เจอเอกสารเรื่อง Leopard Upgrade Issues ซึ่งระบุว่านี่เป็น Bug ของตัว 10.5.7 ที่ส่งผลถึงการเอ๋อของการสั่งพิมพ์ พร้อมมีวิธีแก้เสร็จสรรพดังนี้

    Printers may stop working after installing Apple system update

    Issue: In late June 2009, Apple released a system update for Mac OS X 10.5.7 Leopard. That system update appears to have a bug that may cause your existing printers to stop working in all applications, including NeoOffice.

    Solution: Fortunately, we have found that the following steps should get your printers working again:

    1. Launch the System Preferences application and click on the Print & Fax icon
    2. Control click in the list of printers and in the popup menu that appers, select Reset printing system…
    3. Reboot your machine
    4. Press the + icon to readd each of your printers

    Note: Resetting the printing system will, among other things, delete any custom printing presets you had created. In order to recover them, you will need to backup the following file beforehand:

    ~/Library/Preferences/com.apple.print.custompresets.plist (where ~ in your Home Folder)

    and copy it back to the ~/Library/Preferences/ folder after resetting the printing system.

    สุดท้ายก็บางอ้อ เออนะหัวเสียอยู่ตั้งนาน อย่างไรก็ดี จะให้คอยรีสตาร์ททุกครั้งที่พิมพ์ก็ตายพอดีสิครับ ได้โปรดรีบแก้ปัญหาโดยด่วน Apple !!