Category: Movies

  • My Beloved 13

    หนังมันดีครับ

    หนังถูกสร้างจากการ์ตูนของคุณเอกสิทธิ์ ไทยรัตน์ (ผมตามอ่านตั้งแต่แกเขียนเรื่องแรกเมื่อ 10 กว่าปีก่อน)
    ตอนนี้หนังสือการ์ตูนที่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของหนังเรื่องนี้พิมพ์ออกมาขายอีกรอบ (พิมพ์ครั้งที่ 3) หาได้ง่ายดายนักตามแผงการ์ตูนทั่วราชอาณาจักร ในนั้นถ้าใครได้อ่านจะพบว่าเป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นที่สนุกเอามาก ๆ ทุกเรื่องมีไอเดียเด็ด ๆ รวมอยู่เสมอ พร้อม ๆ กับหักมุมจบคล้าย ๆ เรื่องสั้นของสรจักร ที่ฮิต ๆ สมัยก่อน สนุกครับ ขอแนะนำ อย่างไรก็ดี ผมคิดว่าถ้าได้ดูหนังก่อนอ่านหนังสือจะเป็นการดีมาก

    ต่อจากนี้จะมีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของเรื่อง

    ตัวหนัง 13 ดำเนินเรื่องโดยรวมได้น่าสนใจ แม้จะมีบางช่วงขัด ๆ ความรู้สึกบ้าง (อย่างโชว์แหวะมนุษย์ครึ่งหัว) แต่โดยรวมก็สามารถโน้มนำเราไปได้อย่างอยู่หมัด (ฉากรถเมล์ทำได้ทรงพลังมาก, คุณน้อยก็แสดงเรื่องนี้ได้ดีมาก) จนกระทั่งช่วงท้ายที่พลังของผู้กำกับดูแผ่ว ๆ ไปหน่อย น่าเสียดายที่ผกก.ไม่ได้สร้างความผูกพันพ่อกับภูชิตไว้ให้แข็งแกร่ง ทำให้ตอนที่ข้อ 13 ออกมา ผมไม่รู้สึกเครียดไปกับตัวละคร (แถมการแฟลชแบ็คตอนนั้นก็ออกมายังไม่โดนเท่าที่ควร) ถ้าข้อ 13 ออกมาเป็นผู้หญิงที่คอยติดตามพระเอกมา ผมคงเครียดกว่านี้หลายเท่านัก แต่จุดหักมุมตอนท้ายก็ดีมาก ๆ ถือว่าเหนือชั้น(ถ้าไม่ได้อ่านการ์ตูนมาก่อนน่ะนะ) และพลอยทำให้อยากดู 14 กับ 12 ขึ้นมาทันที

    หนังเรื่องนี้เป็นไตรภาค มีเรื่อง 12 – 13 – 14 โดย 12 มีชื่อเต็ม ๆ ว่า 12 Begin ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด ผมได้ดู 12 แล้ว โดยส่วนตัวคิดว่าดู 13 ก่อน 12 ให้อารมณ์ที่ดีกว่า หรืออย่างน้อย ๆ คุณก็ควรจะรู้กติกาของ 13 ก่อนจะช่วยให้ได้อรรถรสมากขึ้น

    และแน่นอน ตอนนี้ผมอยากดู 14 ชะมัด

    แวะเยี่ยมชมเว็บ 13 (เจ๋งดี)

    ดู 12 Begin หนังสั้น 30 นาที (ที่ดีมาก) ได้ที่นี่ Episode 1 | Episode 2 | Episode 3

  • หมานคร เมืองคนมีหาง

    เนื้อหามีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของหนัง

    วันนี้ได้มีโอกาสดู หมานคร DVD ที่ซื้อมาเมื่อเดือนที่แล้ว (แผ่นแท้ราคา 89 บาท คุ้มเกินคุ้ม) ตัวหนังสนุกมาก เซอร์เรียลได้ใจ ส่วนตัวแล้วตอนที่ดู ฟ้าทลายโจร ตัวหนังเรียกได้ว่าคูลแต่ไม่ค่อยสนุก แต่เรื่องหมานคร ทั้งคูลทั้งสนุก

    หนังเรื่องนี้เหมาะกับคำว่า “ศิลปะ”

    ดูแล้วรู้เลยว่างานโปรดักชั่นเนี๊ยบมาก รวมทั้งโพสต์โปรฯด้วย ดูแล้วก็จี๊ดซะเยอะ เห็นเบื้องหลังฉากบ้านของนางเอกที่บ้านนอกว่าเซ็ตฉากไปสามวัน ออกมาในหนัง 15 วินาที นับถือเลยกับการยกเครนไปตั้งบนแพกลางน้ำ เพื่อถ่ายบ้านกลางน้ำของนางเอกอีกที (บ้าไปแล้ว)

    ที่โดนใจเป็นอย่างแรงก็ตอนที่พระเอกกลับบ้านแล้วพบว่าทุกอย่างที่บ้านนอกช้าลงหมดยกเว้นตัวเอง เพราะเวลาผมไปกรุงเทพฯทีไร ก็รู้สึกว่าคนพวกนี้จะรับอะไรกันนักกันหนา
    ถ้าคุณว่าหนังเรื่อง Sin City คูลมาก ผมว่าหนังเรื่องนี้คูลกว่าเยอะ ตอนที่ผมดู Sin City พบว่ามันจัดจ้าน และบาดใจ แต่เรื่องนี้มันดูคูลขณะที่เป็นไทย ๆ ด้วย (ไม่รู้จะใช้คำอะไรแทนคูล “เจ๋ง”ก็ดูไม่เหมาะเท่าไหร่ ทน ๆ เอาหน่อยนะครับ)

    จุดเด่น – บท, งานด้านภาพ, โปรดักชั่น
    จุดด้อย – การแสดงนางเอก, คุณยายที่โผล่มาให้เสียอารมณ์, บทพูดที่ขัดเขิน, เพลงประกอบ

    ในส่วนธีมหลักของเพลงที่เป็นเพลง ก่อน ซึ่งโดยส่วนตัวผมรู้สึกว่าไม่ค่อยเข้ากับตัวหนัง เพราะภาพเพลงก่อนของผมถูกผูกไว้กับพราย ปฐมพร ความหม่นมืดและการฆ่าตัวตาย (เพลงนี้พรายแต่งให้แฟนเพลงที่ฆ่าตัวตาย) ดังนั้นการนำมาประกอบกับหนังสดใสขนาดนี้ ก็รู้สึกขัด ๆ อยู่ไม่น้อย

    สุดท้ายนี้ผมคิดว่าถ้าไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ ถือว่าผมพลาดไปอย่างแรง ไม่เสียใจเลยที่ซื้อหนังเรื่องนี้มา แนะนำว่าใครสนใจตอนนี้ยังหาได้ตามกระบะเลหลัง VCD ทั่วกรุงเทพฯ

    เรื่องย่อและข้อมูลหนัง ที่นี่

  • The Host ลูกอ๊อดยักษ์ถล่มโซล

    ข้อเขียนนี้เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของเรื่อง

    ตัวหนังมันดี ตัวลูกอ๊อดยักษ์ก็ทำได้น่าประทับใจมาก รู้สึกถูกใจที่ครั้งแรกเจ้าลูกอ๊อดโผล่มาก็เป็นตอนกลางวัน เห็นจะ ๆ ทั้งตัว ต่างกับหนังฝรั่งบางเรื่องที่สัตว์ประหลาดจะเห็นแค่แว้บ ๆ วูบ ๆ ไหว ๆ น่ารำคาญ อันนี้โผล่มาทีแรก ก็รู้หมดว่าหน้าตา ท่าทางเป็นยังไง และน่ากลัวยังไง (แต่ตัวมันเยิ้มน้อยไปหน่อย ถ้าเยิ้ม ๆ จะได้ดูแหยะกว่านี้หน่อย น่าเสียดาย)

    โดยส่วนตัวผมชอบน้าสาวมากกว่าพี่น้องทั้งหมด โดยเฉพาะหน้างง ๆ ของเธอ ตอนเดินท่อม ๆ มาขึ้นรถตู้เพื่อหนีจากโรงพยาบาล

    หนังทำฉากแอคชั่นได้ดี แต่ในขณะเดียวกัน ผู้กำกับกลับใช้ประโยชน์จากตัวละครแต่ละตัวไม่คุ้มค่าอย่างน่าเสียดาย เดาว่าผู้กำกับคงไม่ถนัดในส่วนดราม่าเท่าไหร่

    สิ่งที่สร้างความผิดหวังกับผมคือ (ใครที่ยังไม่ได้ดูอย่าอ่านต่อนะครับ) การที่ลูกสาวของพระเอกตายในตอนท้าย หนังปูพื้นให้เราลุ้นมาตลอดเรื่อง โดยหนังเลือกที่จะให้เด็กสาวไม่ตาย ให้เด็กสามารถซ่อนตัวอยู่ในท่อได้โดยเจ้าลูกอ๊อดกินไม่ได้ ดังนั้นเราจึงมาลุ้นกันว่าพ่อไม่เอาไหนกับครอบครัว งง ๆ ของเธอจะสามารถช่วยเธอได้”ด้วยวิธีไหน” (เราไม่รู้สึกลุ้นว่าพวกเขาจะ”ช่วยได้ไหม”) เพราะฉะนั้นการทำให้เด็กสาวตาย เป็นการทำร้ายจิตใจผมจนเกินไป ToT

    โดยรวมหนังสนุกดี โดยส่วนตัวเสียดายตอนจบแค่นั้นเอง

    ปล. ฉากกินซาลาเปาหลอนดี ดูแล้วเกาหลี๊เกาหลี คิดได้ไง

  • เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

    ทีแรกว่าจะเขียนถึงเพราะว่าดูแล้วชอบ แต่ได้อ่านบทความนี้แล้ว พบว่าเขียนได้โดนใจที่อยากเขียน (แถมเขียนดีกว่าเป็นกอง) ดังนั้นอ่านของคุณวิวัฒน์แทนที่ Open Online  (ไม่แนะนำหากยังไม่ได้ดูหนัง)

    จริง ๆ แล้ววันนี้ตั้งใจมาเขียนเชียร์ ไปดูกันเถิดครับ แม้หนังจะไม่สมบูรณ์แบบอะไร แต่มันสนุกมาก ๆ แค่ตัวหนังพาผมย้อนกลับไปเวลาดี ๆ ตอนเดินกลับบ้านกับสาวสมัยมัธยม แค่นี้ก็คุ้มแล้วครับ เพราะนั่นเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของชีวิตช่วงหนึ่ง

    ปล.ผมเชียร์อ้อมนะ ถ้าใครรู้จักกันเป็นการส่วนตัว จะรู้ว่าทำไม ; D

  • SOAP :: Snakes On A Plane

    ถ้ากำหนดให้พูดอธิบายหนังเรื่องนี้ด้วยคำสองคำ ผมจะบอกว่า “มีงูบนเครื่องบิน” และ “มันมาก”
    ฟังดูเหมือนเสีย 1 คำไปให้กับชื่อหนัง(ซึ่งมันบอกชัดเจนอยู่แล้วว่าหนังเกี่ยวกับอะไร) แตุ่้ถ้าไม่พูดคำนี้ ก็ไม่คัลท์น่ะสิครับ

    ไปดูมาครับ หลายวันก่อน หนังสนุก ลุ้น ๆ ดี แต่ไม่คัลท์อย่างที่หวังไว้ (ทำดีไปหน่อย -เอ๊ะยังไง) น่าเสียดายทีเดียว ผมเข้าไปดูกะว่าจะคัลท์กว่านี้ แหม ๆ น่าเสียดาย แต่ก็พออภัยได้เนื่องจากหนังสนุกดี

    หนังเรื่องนี้มีชื่อเสียงกันมาก่อนเข้าฉายโขอยู่ด้วย

    1. ตั้งชื่อได้ “มุกควาย” มาก
    2. มีแฟนรอคอยมากหมาย พร้อมแสดงความเคารพด้วยการทั้งทำเสื้อขาย แต่งตอนจบกันใหม่อย่างเมามัน ออกแบบโปสเตอร์ใหม่ ทำหนังตัวอย่างใหม่ มีบล็อก ฯลฯ หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังที่ประสบความสำเร็จในการประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บต่อจาก The Blair Witch Project
    3. แฟน ๆ กรี๊ดสลบเมื่อคุณ Samuel L. Jackson จะโผล่มาสบถฟัคให้ฟังกัน (เฮียแกขึ้นชื่อว่าสบถฟักได้มาเธอร์ฟักเกอร์สะใจสุด ๆ )
    4. วลีเด็ด “Enough is enough! I have had it with these muthafuckin’ snakes on this muthafuckin’ plane!” ฮิตในหมู่แฟน ๆ ที่รอคอย ก่อนหนังฉายเสียอีก กดที่นี่เพื่อฟัง
    5. ตัวหนังโชว์คัลท์ด้วยการที่ตัดครั้งแรกได้เรท PG13 เลยไปถ่ายฉากโป๊เปลือย และฉากโหด ๆ เพิ่ม เพื่อให้ได้เรท R (บ้าไปแล้ว)
    6. ความฮิตของหนังทำให้เกิดสแลงคำใหม่ว่า “Snake on a plane” = Shit happens

    รายละเอียดเพิ่มเติมความ Cult ของหนังเรื่องนี้ Wikipedia.org
    สรุปความคลั่งไคล้ของแฟนคลับในเวลา 3.25 นาที ด้วยมิวสิควีดีโอนี้ All Your Snakes Are Belong to Us (ยอดดูแล้ว 2 แสนกว่าครั้ง)
    ถ้าไม่คิดอยากดูเรื่องมนุษย์เหล็กไหล ก็ขอแนะนำเรื่องนี้แล้วกันครับ

  • จุดอ่อนของมนุษย์เหล็กไหล

    ปัญหาของ มนุษย์เหล็กไหล ไม่ใช่ FX แต่เป็นบท และนักแสดงต่างหาก

    ใช่แล้วครับไปดู มนุษย์เหล็กไหล มาครับ บอกตามตรงว่าผิดหวัง ผมเข้าใจเป็นอย่างแรงในเรื่องของ Special Effects ว่าคงจะไม่เนี๊ยบเท่าไหร่ ซึ่งส่วน FX ผมถือว่าสอบผ่านครับ ในระดับของโปรดักชั่นไทย แต่สิ่งที่แย่จนน่าตกใจคือ บทและนักแสดง
    ไม่มีหนังที่ดีเรื่องไหนมาจากบทหนังที่แย่ คำคมของใครซักคน กล่าวมาประมาณนี้ ภาพยนต์ไทยหลัง ๆ มาอ่อนเรื่องบทมากขึ้นเรื่อย ๆ ผมไม่เข้าใจว่าทางคุณปรัชญา ปิ่นแก้ว กับบาแรมยูถึงปล่อยให้เป็นแบบนี้ ตอนที่ต้มยำกุ้งออกมา บทก็อ่อนมากเช่นกัน ผมไม่คิดว่าการเป็นหนังแอคชั่นแล้วจะสามารถสร้างโลกที่ไร้เหตุผลอย่างไรก็ได้
    เรา”อิน”กับหนังไปตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ เพราะเราเกิดเชื่อขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจว่า โลกในจอนั้นมันมีจริง ๆ แม้ว่าสไปเดอร์แมนจะมีความสามารถที่ไม่น่าเกิดขึ้นจริง แต่ระหว่างชมภาพยนต์ เราก็ไม่รู้สึกขัดอกขัดใจอะไร เพราะทุกอย่างมันมีเหตุมีผลของมันอยู่

    ตอนหนึ่งของ มนุษย์เหล็กไหล

    พระเอก : ทำไมพวกมันไม่ติดต่อเรามาเลยนะ แม่ผมจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้
    นางเอก : งั้นเราคงต้องบุกเข้าไปหาพวกมันเอง
    พระเอก : เราจะรู้ได้ยังไงว่าพวกมันอยู่ที่ไหน
    นางเอก : นี่ไงล่ะ เข็มทิศวิเศษ เข็มทิศนี้จะชี้ไปยังเหล็กไหล ซึ่งก็คือรังของพวกมัน
    พระเอก : ทำไมเธอถึงเพิ่งมาบอกฉัน
    นางเอก : ตั้งแต่ตอนนั้นมันใช้ไม่ได้ แต่ตอนนี้มันใช้ได้แล้ว
    พระเอก : งั้นเรารีบไปกันเถอะ
    eYacht : -_-”

    ขีปนาวุธถูกทำลายลง ฝ่ายผู้ร้ายกำลังเพลี้ยงพล้ำ
    ตัวร้าย : นี่เราแพ้แล้วหรือนี่ นาง A ก็พ่ายแพ้ ขีปนาวุธก็ยิงไม่โดน ทำไมพระเจ้าทำกับเราอย่างนี้ ถ้าอย่างนั้นเราจะขอตายดีกว่า นี่คือยาพิษ ลาก่อน แต่หลังจากนี้จะมีฉันคนต่อ ๆ ไป มาทำลายโลก และ ฯลฯ
    eYacht : ทราบแล้วครับ ขอบคุณครับ

    ขอเป็นกำลังใจให้ข้อผิดพลาดนี้เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับนักเขียนบท และค่ายหนังในการทำหนังเรื่องต่อ ๆ ไป

    ปล. นอกจากบทแย่และตัวละครเล่นแข็ง หนังไม่ได้เลวร้ายมาก แอคชั่นดีมากทีเดียว ฉากบู๊ก็ดูดี FX ก็ใช้ได้
    ปล. 2 ส่วนหัวของ มนุษย์เหล็กไหล ดูไม่ค่อยเท่ห์เท่าไหร่ ดูหน้าปูด ๆ น่าเสียดาย

  • What really matters is what you believe

    สัปดาห์ก่อนมีประเด็นข้อขัดแย้งกันของเหล่าคริสศาสนิกชน ที่ต้องการตัดเนื้อหาในหนัง The Davinci Code ออก 10 นาที และสุดท้ายเรื่องนี้จบลงด้วยมติไม่ตัดออก พร้อมกับขึ้นคำอธิบายทั้งก่อนและหลังภาพยนตร์ ว่านี่เป็นนวนิยายนะ ไม่ใช่เพื่ออ้างอิง! (ทำไมต้องมีอัศเจรีย์ด้วยเนี่ย) หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยบอร์ดเลือดสาด มีคนแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้กันอย่างกว้างขวาง ทั้งฝ่ายที่อยากให้ตัด ฝ่ายที่ไม่อยากให้ตัด ฝ่ายที่เห็นใจ ฝ่ายที่ก่นด่าว่าเรื่องนั้นเรื่องนี้

    วันก่อนในห้องประชุมที่ร้าน ผมเสนอให้เราจะทำอะไรซักอย่างกับหน้าร้านเรา เพื่อเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีของในหลวง
    eYacht : เราน่าจะทำอะไรซักอย่างนะครับ จะได้อินเทรนด์กับเขาหน่อย
    นางสาว M : ใช่ ๆ เราน่าจะทำตั้งนานแล้ว ไม่รู้รออะไรอยู่
    นาง D : พี่ก็บอกแล้ว เราน่ะไม่เคยทำซักปีเลย แย่มาก
    นางสาว N : นั่นสิไม่รู้รออะไรอยู่นะ
    eYacht : คงรอผมบอกนี่แหละครับ ไม่งั้นคงไม่ได้ทำหรอก
    ทั้งห้อง : …………….. (more…)

  • The Davinci Code

    จริง ๆ ตอนแรกว่าจะไม่เขียนถึง The Davinci Code แล้วล่ะครับ เพราะเห็นคนเขียนถึงกันเยอะแยะหลากหลาย แต่พอดูจบก็รู้สึกขัดอกขัดใจเล็กน้อย ตามประสาคนไม่ได้อ่านหนังสือมาก่อนดูหนัง อันนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัวนะครับ โดยต้องถือว่าผมรับสาส์นเพียงแค่ตัวหนังเท่านั้น

    ข้อเขียนนี้เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของภาพยนตร์
    คุณไม่ควรอ่านแม้ว่าจะเคยอ่านหนังสือมาแล้ว

    อย่างแรกคือผมไม่ค่อยชอบที่สุดท้าย จอกอยู่ที่ใต้ลูฟ ไ่ม่แน่ใจว่าหนังสือจบแบบนี้ไหม แต่ดูมันจงใจแบบฮอลลีวูดไปหน่อย คือน่าจะเฉลยว่ามี อยู่ที่ไหน แต่ไม่น่าอยู่ใต้ลูฟเลย (แต่เห็นด้วยที่จะเฉลยให้รู้ว่าอยู่ที่ไหน เพราะมันได้อารมณ์แบบว่าพระเอกรู้หนทางที่จะพิสูจน์ศักดิ์ของนางเอกแต่ไม่ทำเพราะฉากก่อนหน้านั้นแสดงให้เห็นแล้วว่านางเอกไม่ต้องการจะเปิดเผยเรื่องทั้งหมดแก่ชาวโลก ทำให้โรเบิร์ต แลงดอน ของเราเท่ขึ้นอีก  10% )

    อย่างที่สองคือ ผมรู้สึกสงสัยเกี่ยวกับเดอะแก๊งค์ในตอนท้าย เดอะบอสที่เป็นยายของนางเอกปรากฎตัว พร้อมบอกว่าเราจะดูแลเธอเอง ถ้าหัวหน้าของเดอะแก๊งค์คือคุณโซนีเย หากหัวหน้าตายพวกเดอะแก๊งค์ก็น่าจะรู้ ตามด้วยการส่งคนไปตามรับคุณนางเอกมาที่ห้องใต้ดินนี้ และเปิดเผยว่าคุณคือทายาท จบ ซึ่งผมจะเคืองมากที่พบว่า ผมต้องวิ่งหนีตาย ทายอักษรลับ ฯลฯ จนมารู้ว่า สิ่งที่ค้นแทบตายนั้นมีคนอีกเป็นฝูงที่รู้คำตอบอยู่แล้ว

    ผมยังไม่ได้อ่านหนังสือ จึงไม่รู้ว่าประเด็นเหล่านี้มีคำตอบว่าอย่างไรในหนังสือ แต่เป็นจุดที่ดูแล้วขัดใจเท่านั้นเอง

    ผมเคยไปที่ลูฟมาแล้วหนึ่งครั้ง แต่ไม่ได้ลงไป แค่ไปที่ลานด้านหน้า ตอนนั้นค่อนข้างเด็กมาก รู้สึกเสียดายที่ไม่รู้จักความเจ๋งของที่นี่ (อย่างเรื่องของRose Line) ถ้ามีโอกาสคราวหน้าต้องลงไปให้ได้ และดูว่าห้องน้ำที่นี่ใช้สบู่เหลวหรือสบู่ก้อน

  • Always ออกเสียงว่า ออล-เว-สึ

     

    Always Poster

      

    ระหว่างเดินทางไปดู Always หนังญี่ปุ่นสุดฮิตที่ House Rama ก็มีคุยกันเรื่องหนังตัวอย่างที่เป็นเสียงในฟิล์มว่า เวลาที่ออกเสียงคนญี่ปุ่น เค้าจะออกกันว่า ออล-เว-สึ ส่วนตัวคิดว่าเออ สำเนียงมันน่ารักดี พอไปถึงโรง eYacht  ซึ่งมีเครื่องแต่งกายเป็นเสื้อยืด กางเกง 3 ส่วน กับกระเป๋าเป้ใบเขื่อง ก็เดินไปซื้อตั๋ว

     

    House Rama

     

    เหตุเกิดที่หน้าเคาท์เตอร์ขายตั๋ว House Rama
    พี่แว่นผมยุ่ง : เรื่องอะไรครับพี่
    eYacht : ออล-เว-สึ
    พี่แว่นผมยุ่ง : (นิ่งไป 1 วินาที) This is Screen which seat?
    eYacht : (เอานิ้วชี้ไปที่นั่งบนจอ)
    พี่แว่นผมยุ่ง : *&T%@ (พูดกลับมาเป็นภาษาญี่ปุ่น เดาว่าคงบอกราคาตั๋ว)
    eYacht : (หยิบเงินจ่ายไป)
    พี่แว่นผมยุ่ง : (หยิบตั๋วให้) +&$##%@ (ภาษาญี่ป่น ผายมือไปทางขวา เดาว่าคงจะบอกว่าโรงอยู่ทางนั้น)
    eYacht : (ยืนนิ่งคิดว่าทำยังไงดี ถูกคิดว่าเป็นคนญี่ปุ่นไปแล้ว เลยโค้งให้งาม ๆ หนึ่งที พร้อมบอกว่า) อาริกาโตะ!
    พี่แว่นผมยุ่ง : (คงยิ้มในใจ เฮ้ย กูนี่สำเนียงใช้ได้เลยฟ่ะ) – เอานี้เดาเอาเอง

    ปล. หากพี่แว่นผมยุ่งมาอ่านก็ขอบอกว่าผมไม่ได้ตั้งใจหลอกพี่นะครับ สถานการณ์มันพาไปจริง ๆ
    ปฬ. Always เป็นหนังที่สนุกมาก หากเป็นไปได้อยากให้ไปดูกัน