Category: Movies
-
iMovie ’06

สำหรับใครที่ติดตั้ง iLife ’08 แล้วพบว่าอยากจะใช้ iMovie HD ’06 ตัวเก่าที่มีระบบ Timeline แล้วล่ะก็ Apple เปิดให้โหลดฟรีครับที่ Web Apple จริง ๆ เอามาจดไว้กันลืมเองด้วย ลิงค์นี้หายากเอาการอยู่
ปล. หายไปนานครับ เดินทางไปอเมริกามา ปีนี้ชีพจรลงเท้าจริง ๆ ยังแข็งแรงและมีความสุขตามอัตภาพ ไม่ได้ป่วยไข้ ไว้จะเริ่มเขียนให้บ่อยเหมือนเดิมครับ
-
The Real Transformer
ผมพยายามฝังวีดีโอลงแล้ว แต่มันเละทุกที ขี้เกียจแก้แล้วครับ คลิกที่ลิงค์เอาแล้วกัน
Costumes Transformers
Uploaded by xkendyxคนสุดท้ายนี่นับถือเลย
-
ขอเสรีภาพส่องแสงในใจทุกท่าน
วันนี้ได้ทราบข่าวอันน่าเสียดายว่า ภาพยนตร์เรื่อง แสงศตวรรษ ไม่ผ่านการตรวจโดยคณะกรรมการตรวจพิจารณาภาพยนตร์ หากหนังต้องการฉาย จำเป็นต้องตัดหนังออก 4 ฉากจึงสามารถฉายได้ (ทีแรก 3 ต่อมาเพิ่มเป็น 4) เมื่อเป็นดังนั้น ผู้กำกับ คุณอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล จึงตัดสินใจไม่นำภาพยนตร์เข้าฉายในประเทศไทย โดยมีคำคมที่น่าประทับใจดังนี้
“ในฐานะนักทำหนังคนหนึ่ง ผมปฏิบัติกับหนังของผมประดุจลูกชายและลูกสาว เมื่อผมให้กำเนิดเขา พวกเขาก็มีชีวิตเป็นของตนเอง ผมไม่ใส่ใจว่าผู้คนจะรักหรือเกลียดลูกของผม ตราบใดที่ผมสร้างเขาขึ้นมาด้วยความตั้งใจและความพยายามอย่างสูงสุด ถ้าลูกๆ ของผมไม่สามารถอาศัยอยู่ในประเทศของเขาเองไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็ปล่อยเขาเป็นอิสระเถิด เพราะมันยังมีพื้นที่อื่นๆ ที่ต้อนรับเขาอย่างอบอุ่นในแบบอย่างที่เขาเป็น มันไม่มีเหตุผลเลยที่ต้องทำให้พวกเขาพิกลพิการจากระบบแห่งความกลัวหรือความ ละโมบ มิฉะนั้นแล้วมันก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่คนสักคนหนึ่งจะสร้างงานศิลปะต่อไป”
แปล จาก “I, a filmmaker, treat my works as my own sons or my daughters. When I conceived them, they have their own lives to live. I don’t mind if people are fond of them, or despise them, as long as I created them with my best intentions and efforts. If these offspring of mine cannot live in their own country for whatever reasons, let them be free. Since there are other places that warmly welcome them as who they are, there is no reason to mutilate them from the fear of the system, or from greed. Otherwise there is no reason for one to continue making art.”
ขอไว้อาลัยให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย 1 นาที….
แม้ผมจะหลับตอนดูเรื่อง สัตว์ประหลาด ในโรงภาพยนตร์ (นิดหน่อยนะครับ ไม่ได้หลับทั้งเรื่อง 😀 ) และก็ดูไม่ค่อยจะรู้เรื่องเท่าไหร่ แต่ผมก็ภูมิใจกับหนังไทยเรื่องนี้เป็นอย่างมาก (จนตามไปซื้อ DVD เก็บไว้ให้เป็นเกียรติกับชั้นที่บ้าน)
ท้ายที่สุดนี้ที่แย่กว่าการเซ็นเซอร์คือ การไม่ยอมคืนฟิล์มให้กับเจ้าของ หลังจากที่ทางคุณเจ้ย ตัดสินใจไม่ฉาย พอไปขอฟิล์มคืน ทางคณะกรรมการฯแจ้งว่าจะไม่คืนให้ จนกว่าจะตัดฉากเหล่านั้นทิ้งด้วยตัวเองก่อน ด้วยเหตุผลพิลึก ๆ ว่า เดี๋ยวทีมงานเอาไปตัดแล้วเอามาอุทธรณ์ใหม่
ขอเสรีภาพส่องแสงในใจทุกท่าน
ติดตามรายงานอย่างต่อเนื่องได้ที่ Blog A-Century
รู้จักกับ แสงศตวรรษ ที่ Thai Cinema
รู้จักกับ แสงศตวรรษ ที่เว็บ Kick the Machine -
ชื่อหนังไทย
Mummy ……………………………….. แม่จ๋า
Mummy Return…………………………แม่จ๋ากลับมาเถอะ
Gone with the Wind ………………………. ลอยไปตามลม
xXx …………………………………….. หนังโป๊
X-Men …………………………. ผู้ชายหื่น
Flyboys …………………………………………….. กระหัง ??
Dragon ball……………………………………แก้วมังกร(อร่อยดี)
Saving Private Ryan………. บัญชีสะสมทรัพย์ส่วนตัวของคุณไรอั้น (- _ -)’
James Bond Dr. No……เจมส์ พันธบัตร ตอน คุณหมอปฏิเสธ (make sense สุดๆ)
Catch me if you can …….. จับฉันถ้าคุณกระป๋อง (เวอร์ชั่นซับนรกจริงๆ)
Pearl harbor…………………………….ท่าไข่มุก (อำเภอ ท่ามะกา)
Saw1 Saw2 Saw3 Saw4…………………เห็นแล้ว1 เห็นแล้ว2 เห็นแล้ว3 เห็นแล้ว 4
Home alone……………………….. บ้านเดี่ยว
Ghost Ship ………………… ผีเล่นพนันWhat women want ……………….. ผู้หญิงอยากอะไร (นั่นน่ะสิ)
Women On Top ……………………..ผู้หญิง (อยาก) อยู่ ข้างบน
U-571………………………..คุณไม่ใช่คนแรก (อิอิ)
8 MM………………………. 8 มิลลิเมตร (โห โคตรสั้นเลย)
A whole nine yard…………..ยาวทั้งหมด 9 หลา (นี่ก็โคตรยาวเลย)
8 Mile…………………….12.87 กิโลเมตร
Ocean’s eleven…………………… 11 มหาสมุทร
Ocean’s twelve…………….……… 12 มหาสมุทร (เป็น 20 มหาดินสอ)
Eight below………………….…….ใต้เลขแปด (เลขเจ็ด ??)
20,000 leagues under the sea……………(ใต้ทะเลมีบอลให้แทงอีกหลายคู่)
Mystic River ….. ………..แม่น้ำ น่าสงสัย (อืมม)Who am I………………ผมเป็นใคร ?
I am Sam………….. ผมคือยุรนันท์Payback………….จ่ายคืนหลัง (เพราะกองหน้าโดนประกบหมด)
Paycheck …………………… จ่ายด่วน ระวังเด้ง
Pay it forward…………….จ่ายล่วงหน้า (สงสัยเป็นระบบเติมเงิน)Cheaper by the dozen…….เหมาโหลถูกกว่า
อันนี้เป็นชื่อไทยตามแบบหนังสือเด๊ะๆ
Twelve Monkeys…………..ลิงโหลนึง (บอกแล้วว่าเหมาโหลมันถูก)
Charlie’s Angel………………………. นางฟ้าของชาลี
Charlie and The Chocolate Factory…… ชาลีกับโรงงานช็อกโกแลต (มรึงมีหลายอย่างจังนะชาลี)Firewall…………………กำแพงไฟ (ละครช่องเจ็ด หรือเปล่าพี่)
Star wars – return of the jedi………… กำแพงดาว (ก็ได้ยินเป็น Star wall อะ) ภาคกลับรถที่เจดีย์
Star gate……………ประตูดาว (ภาคต่อของเรื่องข้างบน)
Inside man…………ข้างในคนผู้ชาย (หนังเรียนผ่าตัดของคณะแพทย์เหรอ)
Dirty Dozen……………..โหลสกปรก (ก็เอาไปล้างสิ)
Van Helsing…………….. รถตู้นรกร้องเพลงDeep Impact ………… กระแทกลึกๆ
Red Eyes……… ตาแดง (ไปหาหมอสิ)
Tomorrow Never Dies ……………….. พรุ่งนี้ก็ไม่ตาย
Die Another Day ………………. ตายวันอื่น (ก่อนหน้านี้มันบอก พรุ่งนี้ก็ไม่ตาย)
The man in the iron mask ……….คนผู้ชายในหน้ากากเตารีด
Toy Story……………..เรื่องของต้อย???
Iron will ………………..จะเหล็ก
The Silence of the Lamb ………….ลูกแกะเงียบ (หนังเศร้า ชีวิตลูกแกะใบ้)
Die Hard ………………. (ตายแข็ง – แข็งตาย)
Con Air …………………………. ข้าวโพดผึ่งลม
Cast Away ………………….. ขว้างไปไกลๆ
Windtalkers ……………………. ลมพูดได้
Million Dollar Baby ……………..ล้านดอลจ๊ะที่รัก
Bigfish ………………..ปลาบึกThe net……………………….ตาข่าย
The Matrix…………………..ติวคณิต พิชิตเอ็นทรานซ์
The Fantastic 4………………4 ยอดกุมาร
Ultraviolet………………….มหาม่วง (หนังเกย์)
The Day After Tomorrow…………..มะรืนนี้
Notting Hill……………….ไม่มีอะไรที่ภูเขา
Cat Woman………………แมวตัวเมีย
Bat Man…………………….ค้างคาวตัวผู้ปล.กลับถึงบ้านแล้วครับ หลังเที่ยวมาราธอน 7 วัน ไว้เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง อ้อ เรื่อง iPhone ด้วย!
ปฬ. เอาชื่อหนังไทยมาฝากกันก่อน ได้มาจาก ฟอร์เวิร์ดเมล์ -
Eragon
เนื้อหา Entry นี้มีการเปิดเผยเนื้อหาของหนังบางส่วน
จริง ๆ เรื่องนี้ไม่ได้ตั้งใจไปดูซักเท่าไหร่ บังเอิญพ่อชวนไปดูหนังซักเรื่อง อยากดู เก๋า เก๋า มากกว่า แต่พ่อไม่ดู เลยมาลงเอยที่เรื่องนี้แทน
พอทราบมาบ้างว่ามาสร้างจากหนังสือและหนังจะแบ่งเป็นไตรภาค ทำให้ผมอดเอาไปเทียบกับ LOTR ไม่ได้ สิ่งที่รู้สึกแตกต่างกันอย่างชัดเจนคือความขลังของมหากาพย์ ผมไม่ได้อ่านหนังสือของทั้ง 2 เรื่อง แต่หนังเรื่อง Eragon ตัวหนังดู”ง่าย” กว่า LOTR มาก Eragon เหมือนพยายามตัดเนื้อหาจากหนังสือออกเพื่อให้หนังไม่ยืดเยื้อ ส่วน LOTR เหมือนจะพยายามอัดเรื่องให้เข้าไปในเวลาอันน้อยนิดของหนังให้ได้ (แต่ผมเองก็ไม่รู้ว่าหนังสือทั้ง 2 เล่มหนาต่างกันแค่ไหน)
พอตัวละครมีน้อยจนนับหัวได้ เวลาของหนังที่ไม่มากนักทำให้มีการรวบรัดเนื้อหาหลายส่วน จนออกจะดูว่ารวบรัดเกินไปหน่อย ทำให้หนังดูได้เพลิน ๆ แต่ไม่ค่อยขลัง (จักรพรรดิหัวหน้าใหญ่ท่าทางไม่เห็นเก่งเลยอะ)
ตอนท้ายตัวเอกสาดเวทย์อย่างเพียบ ไปเรียนตอนไหนก็ไม่รู้ (แอบปล่อยบ็อทแน่เลย) ส่วนศัตรูที่ขึ้นชื่อว่าเงาอย่างเท่ห์แต่โดนแทงทีเดียวก็ตาย เงื่อนไขทำไมมันง่ายขนาดนั้นฟะ
Pros : CG ดี วิวสวย สนุกพอเพลิน
Cons : ตัวละครน้อย ขอบเขตอาณาจักรไม่กว้างใหญ่ เผ่าพันธุ์แต่ละกลุ่มไม่มีเสน่ห์ ขาดความขลัง เนื้อเรื่องรวบรัด -
Death Note 2 : The last name
Death Note 2 : The Last Name
เรื่องนี้ดูเมื่อหลายวันก่อน หลังจากที่ดูภาคแรกจบ ตามอ่านในหนังสือการ์ตูนก็ต้องดูภาคจบตามระเบียบ (แต่ได้ยินข่าวว่าจะสร้างภาค 3 กันแล้ว)
1. หนังสนุกดีครับ ดูเพลิน ๆ
2. เสียงพากย์ไทยของลุคน่าเกลียดมาก
3. หน้าไลท์กลมไปหน่อย คล้ำไปหน่อยด้วย (เอ แถวนี้มีคนชอบไหมหนอ)
4. บทดี อัดเรื่องราวยาวเหยียดมาในหนัง 141 นาทีได้ นับถือ
5. ผู้กำกับกำกับได้ไม่ทรงพลังเท่าที่ควร
6. ผู้หญิงทุกคนในเรื่องทำไมต้องใส่กระโปรงสั้นเสียขนาดนั้น (จริง ๆ ก็ชอบนะ แค่สงสัยเฉย ๆ)
7. พอเพลง Deni California ของ Red hot ขึ้น น้องชายหันมามองหน้า เฮ้ย มีเสียงร้องด้วย (ไม่ใช่เพลงไม่เพราะนะ แต่มันไม่เข้ากันน่ะ)ข้อความต่อไปนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาของภาพยนต์
ผมประทับการผูกเรื่องตอนท้ายมาก ๆ ในส่วนของอารมณ์ความรู้สึกของตัวละคร เพราะในส่วนของการ์ตูนจะไม่ค่อยให้ความสำคัญส่วนนี้เท่าไหร่
L เขียนชื่อตัวเองลงไปเพื่อวางแผนจัดการกับไลท์ให้ได้ พอตอนท้ายสิ่งที่ L บอกว่าตัวเองพลาดไปไม่ใช่การสละชีวิตของเขา แต่คือการเสียวาตาริไป
L เหมือนลูกที่สูญเสียพ่อไป ในขณะที่ ไลท์เองเป็นคนที่หลงใหลในอำนาจจนพยายามฆ่าพ่อของตนเอง ผู้กองยางามิพ่อของไลท์จึงเป็นพ่อ ผู้เพิ่งเสียลูกชายไป
ขณะที่ผู้กองยางามิคุยกับ L ในตอนท้ายของเรื่อง L บอกกับผู้กองว่าผมอยากอยู่คนเดียวในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ ผู้กองเดินเข้ามากล่าวขอบคุณและกล่าวลา สายตาของผู้กองเหมือนเห็นไลท์คนเดิมในตัวของ L ขระเดียวกันกับที่ L กล่าวถึงวาตาริซึ่งเหมือนพ่อของเขา ผู้ชาย 2 คนที่คนหนึ่งเป็นพ่อที่เสียลูกไป กับลูกที่เสียพ่อไปกำลังปรับทุกข์กัน … ชอบฉากนี้ชะมัดปล. มีทำสินค้าในหนังออกมาขายเพียบเลย
ปล. ว่าแต่ว่าเมื่อไหร่รวมเล่มเล่มที่ 12 (เล่มจบ) เมื่อไหร่มันจะออกซักที -
เรื่องเศร้า เรื่องฮา
“Tragedy is when I cut my finger. Comedy is when you walk into an open sewer and die.”
“เรื่องเศร้าคือเมื่อฉันทำมีดบาดนิ้วตัวเอง ส่วนเรื่องฮาคือเมื่อคุณตกท่อ แล้วตาย”ปล. อ่านมาจาก Bioscope เล่มใหม่ รู้สึกชอบ เอามาเก็บไว้
-
Cars เน่อ
Cars สนุกดีครับ
ตัวหนังทำได้สนุกตามมาตรฐาน Pixar เหมือนถ้าเซ็งจิตอยู่ ดูหนังค่ายนี้แล้วมั่นใจได้ว่ายิ้มแย้มแน่นอน แม้หนึ่งในใจนี้ยังเป็น nemo แต่เรื่อง Cars ก็ทำได้ดี แบบผ่านเกณฑ์สบาย ๆ หายห่วง
งานด้านภาพ เนี๊ยบเหมือนเดิม เทคโนโลยีตัวใหม่ที่ทำการเรนเดอร์เงาบนตัวรถก็เด็ดขาด (เครดิตตอนท้ายมีโลโก้ Render Man ขึ้นด้วย – แอบแซว) ส่วนเรื่องการแสดงออกถึงอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครที่ผมมองว่า Pixar ทำได้เหนือกว่าเจ้าอื่น (คิดดูสิ ทำปลาให้แสดงอารมณ์ขนาดนั้นได้) ใน Cars เองก็ทำได้ดีมาก แม้ว่าจะรู้สึกมันไม่สุดขั้น แต่ก็คิดว่าด้วยสรีระที่ไม่มีแขน มันคงจะได้เต็มที่เท่านี้แหละ
บทแน่นเหมือนเคย ไม่มีหลุด เนื้อเรื่องพร้อมที่จะให้ผู้ใหญ่ดูก็ฮาได้ เด็กดูก็สนุกดี ตัวละครที่ออกแบบมาเพื่อให้ใครดูก็รัก อย่างเรารถลากจอมฮา ที่แม้จะไม่โดดเด่นเท่าดอรี่ แต่ก็เติมเต็มเรื่องราวและรสชาติได้เป็นอย่างดี แม้ช่วงท้าย ๆ จะดูโอเวอร์ไปหน่อย แต่ก็นะ ถ้าผมเป็นผู้กำกับ ถ้าโอเวอร์แล้วคนดูอิ่มเอมขนาดนี้ผมก็ยินดีที่จะเวอร์เหมือนกันครับ (แต่แหม … รถมันพูดได้ซะขนาดนั้นก็น่าจะเรียกว่าโอเวอร์แต่แรกแล้วล่ะเนอะ)
สุดท้ายในเครดิต มีขึ้น Intel ด้วย แหมญาติดีกันไปหมดทั้ง Apple แล้วก็ Pixar แล้วเน่อ (แอบแซว)
ปล. เพลงเพราะดี
ปล. ยังกับจะกลายเป็นบล็อกวิจารณ์หนังไปแล้ว
ีปล. ชอบเสียงพากย์ไทยของเมเธอร์ ที่ลงท้ายว่าเน่อ ๆ จนต้องมาลงเป็นชื่อ Entry
