
ปล. จะติดคุกไหมเนี่ย
ชีวิตเรารื่นรมย์กว่าที่เราเข้าใจเสมอ
Reed Hastings
ชายวัย 44 ปี คือผู้สร้างจุดเปลี่ยนให้กับวงการเช่า DVD ในสหรัฐอเมริกา
เขาเริ่มตั้งบริษัท Netflix เมื่อปี 1997 พร้อมกับกลยุทธ์ใหม่ คือ ผู้ต้องการเช่าหนังเข้าไปในเว็บไซต์ที่มีหนังให้เลือกมากกว่า 40,000 เรื่อง
นี่เป็นระบบสิ่งจูงใจที่ถูกออกแบบได้ยอดเยี่ยมโดนใจนักดูหนัง ถือว่าระบบนี้เป็น win-win situation ของทั้งผู้เช่าและผุ้ให้เช่า
ตอนนี้ NetFlix มีสมาชิกกว่า 3 ล้านคน และเป็นเบอร์ 1 ของธุรกิจเช่าหนังออนไลน์
เชื่อหรือไม่ว่าแรงจูงใจที่ทำให้ Hastings เปิดบริษัทให้เช่าหนังแบบไร้ค่าปรับ ซึ่งเป็นหนามยอกอกนักดูหนังเรื่อยมา ก็เนื่องมาจากเขาโดน Blockbuster เล่างานให้จ่ายค่าปรับโทษฐานคืนหนังช้ารวมเป็นเงิน 40 เหรียญนั่นเอง
ข้อมูลจากหนังสือ Blog Blog ของ ปิ่น ปรเมศวร์
ตาคุณ Reed นี่ได้เป็น 1 ใน 100 คนแห่งปีของนิตยาสาร TIME ปี 2005 (ปีที่แล้ว) อ่านเจอในหนังสือคิดว่าน่าสนใจดีเลยเอามาพิมพ์เก็บไว้
ในฐานะของผู้ที่เช่าทีไรทั้ง DVD ทั้งหนังสือการ์ตูน และโดนปรับเป็นประจำแทบทุกครั้งอย่างผม นับว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเอาซะมาก ๆ กำลังคิดว่าถ้าเกิดว่ามีขึ้นจริงๆ มันจะเหมาะกับเมืองไทยหรือเปล่า ตอนหน้าโปรดติดตาม….

เห็นแล้วเซ็งไหมครับ
Kill Bill ภาคแรกแผ่นแท้ ผลิตโดยแมงป่อง
Kill Bill ภาคสองแผ่นแท้ ผลิตโดย เจ-บิ๊คส์ (ยี้)
นอกจาก เจ-บิ๊คส์จะสะกดด้วย ค. มี ส. การันต์
และมีโลโก้อุบาทว์แล้ว (หรือไม่จริง)
ยังออกแบบกล่องได้ไม่รอบคอบเป็นที่สุด
ความผิด
ปล. วันนี้อัพ 2 Entry รวด โทษฐานหยุดไปหลายวัน
เรื่องนี้เกิดขึ้นจริง
| A : |
นี่ได้ยินเรื่องของนาย ธ หรือยัง |
นี่ได้ยินเรื่องของนาย ธ หรือยัง |
| B : |
เป็นอะไรเหรอ |
เป็นอะไรเหรอ |
| A : |
ป่วยแบบไม่ทราบสาเหตุล่ะ อยู่ ๆ ก็ค่อย ๆ ป่วย แล้วหลังจากนั้นก็เดินไม่ได้ |
ป่วยแบบไม่ทราบสาเหตุล่ะ อยู่ ๆ ก็ค่อย ๆ ป่วย แล้วหลังจากนั้นก็เดินไม่ได้ |
| B : |
อืม …. เคยได้ยินแต่ว่าดึก ๆ แกมักออกไปทำอะไรแปลก ๆ |
อืม … เคยได้ยินแต่ว่าดึก ๆ แกมักออกไปช่วยพ่อแม่ดำนาน่ะ |
| A : |
เห็นว่าไปคุยเรื่องลับ ๆ กับนาย น. ที่เพิ่งถูกไล่ออกไป |
พอไปหาหมอตอนแรกก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร |
| B : |
อืม เห็นว่าเมียนาย น. จะเป็นคนเขมรนะ |
แล้วตอนนี้รู้หรือยัง โดนของหรือเปล่า |
| A : |
ใช่นี่แหละที่ฉันจะบอก เค้าว่ากันว่าโดนของล่ะ เมียนาย น. น่าจะล้างแค้นเพราะผัวตัวเองโดนไล่ออกล่ะ |
เปล่า หมอสรุปว่าน่าจะเป็นโรคฉี่หนู แต่ว่าต้องรอผลตรวจก่อนน่ะ เห็นว่าอาจจะเป็นสายพันธุ์ใหม่ |
| B : |
ตายแล้ว แล้วทำยังไงเนี่ย |
แล้วทำยังไงเนี่ย |
| A : |
เห็นว่าไปหาหมอธรรมน่ะ เค้าไล่ของออกให้แล้ว เห็นว่าตอนนี้ค่อย ๆ เดิน ได้แล้ว |
เห็นว่าหมอให้ยามาทานแล้วดูอาการ ก่อน เพราะเป็นโรคใหม่ เห็นว่าตอนนี้ค่อย ๆ เดิน ได้แล้ว |
เรื่องมันเริ่มมาจาก Entry นี้ของคุณ mk
โฆษณา Apple Intel TV Ads
ภาพสวยมาก เหมือนดู 2001 Space Odyssie
หลังจากพยายามดู Macworld 2006 Keynote มาหลายครั้ง วันนี้ก็ประสบความสำเร็จเสียที แต่ดูไปได้แค่ครึ่งชม. ก็ฝันสลาย เน็ตทรูของผมมันตัด streaming ไปดื้อๆ แถมต่อใหม่ก็ไม่ติดอีกต่างหาก เพิ่งถึงตอน iPhoto 6 เอง เซ็ง
ดูครึ่งชม. ได้มาแค่นี้
ที่เหลือไปอ่านเอาเองที่ Daring Fireball
COMMENT :
eYacht wrote:
22 January, 2006 – 19:25
ผมจะสามารถดูได้ก้ต่อเมื่อเวลา ตี 2-3 จะไม่กระตุกเลย ไม่รู้ว่าของทุยจะเป็นหรือเปล่าลองดูนะครับ (ผมใช้ tt&t) ผมตามไปอ่านเรื่อง 3-D แล้วล่ะครับ แต่โดยส่วนตัวกลับคิดว่ามันค่อนข้างโอเคนะ แต่ตัวที่เป็นลายหินอ่อนน่ะน่าเกลียดจริง ตอนนี้ผมได้มีโอกาสใช้ Keynote 3 แล้ว ตัวกราฟเป็นสีพื้น ไม่เป็นลาย ๆ แบบที่ jobs ใช้ ผมว่ามันก็ดูตื่นเต้นดีไม่เลวนะครับ ส่วนตัวแล้วชอบ แต่ว่าข้อมูลต้องไม่ต้องการความถูกต้องมาก แค่ซัก 2 -5 แท่งนี่กำลังดี แต่มากกว่านั้นล่ะดูไม่รู้เรื่องแล้ว ที่ชอบที่สุดทั้งหมดของ software ที่ออกมาคือ ตัว Full screen ของ iPhoto อันนี้กรี๊ดสลบ ส่วน iWeb ผมล่ะเฉย ๆ เพราะลองแล้วมันแต่งได้ไม่ต่อยเยอะ แต่ง่ายระเบิด คิดว่าตัว Gallery คงได้ใช้ประโยชน์ ส่วนตัว iMovie กับ iDVD นี่ผมว่าผมรันตัว Ulead บนพีซีดีกว่า เพราะเครื่องเร็วกว่ากัน ดังนั้นตัวนี้ไม่น่าตื่นเต้นสำหรับผม ตัว Garage Band ก็น่าสนใจตัว Duck นั้นแหละครับ แต่ตอนนี้กำลังประสบปัญหาว่ามี Jam Pack ครบทั้ง 4 แล้วแต่ลงไม่ได้ HDD 40 GB ไม่พอ เซ็งจัง ถ้าจะโหลดตัวที่ 5 มาใช้ (ตัว World music ตัวใหม่ก็ลงไม่ได้อยู่ดี) อีกตัวที่เด็ด มาก คือ keynote นี่แหละ เพราะใช้ประจำ ที่เด็ดโดนใจก็ Transition ใหม่ที่เป็น Reflection กับตัว mask ที่ทำได้หลากหลาย แถมปรับสีภาพในตัว ตอนนี้ทำงานไม่ต้องเปิด photoshop เลย เพราะ mask จากในตัวโปรแกรมได้ ไม่ต้องไป di cut ใน ps ก่อนสบายมาก ๆ แถมพอใช้สี่เหลี่ยมขอบมนมา mask แล้วทำ reflection ก็ไม่ต้อง di cut ทุกรูปก็ดูหรูได้เลยทันที ปล. firefox for Mac 1.5 ที่ตัดคำไทยได้มีไหมครับ อีกอย่างผมใช้ตัว 1.5 แบบ Eng มันไม่สามารถพิมพ์ไทยใน text box ได้ แก้ยังไงครับ ขอบคุณครับ
mk wrote:
22 January, 2006 – 21:48
eYatch:
ซื้อทั้งหมดที่ว่ามานั่นเลยเหรอครับ 😮 ถ้าซื้อจริงนี่คารวะเลย แต่ถ้าไม่ใช่ คิดว่าคงต้องเลิกคบกันน่าจะดีกว่านะ
ส่วน Firefox ตัดคำไม่มี และปัญหาภาษาอังกฤษที่ว่ามาผมไม่เข้าใจครับ ช่วยอธิบายละเอียดๆ
eYacht wrote:
22 January, 2006 – 23:49
งั้นแสดงว่า Firefox ที่ตัดคำได้ล่าสุดของ mac คือคัวของคุณฮุ้ย (1.07) ใช่หรือไม่ครับ ถ้าอย่างนั้นตัว 1.07 ที่ว่าคือตัวที่เหมาะสมในการใช้งานใช่หรือไม่ ตอนนี้ผมใช้ Safari อยู่ครับ
ผมไม่สามารถพิมพ์ไทยใน Text box (อย่างการตอบคอมเมนท์ใน Web ของคุณ Isriya ได้ครับ มันขึ้นเป็นตัวยึกยือ (หน้าตาเหมือนเป็นการแสดงอักษรไทยผิด เวลาไม่เปิดเป็น Unicode น่ะครับ) ตอนนี้ใช้ Firefox 1.5
สุดท้ายเรื่องของ Software ซึ่งถ้าจะให้เรียนตามตรง ในนั้นก็เป็น Software ที่ไม่ถูกลิขสิทธิ์นั่นแหละครับ ในเครื่อง iBook ตอนนี้มีตัว Tiger เป็นตัวแท้ เนื่องมาจากแถมมา ตอนแรก ๆ ชุด iLife ก็ตัวแท้ (ตอนนี้ไม่แล้ว) แน่นอน ตัว iWork ก็ไม่แท้ ถ้าให้เทียบก็น่าจะซัก 50:50 นะครับที่รันบนเครื่องและเป็นของที่ผิดลิขสิทธิ์ ส่วนที่เหลือก็เป็น Freeware ไม่มี software ตัวไหนที่ผมซื้อนอกจากที่แถมมากับเครื่อง
ทราบไหมว่าไม่ถูกต้อง แน่นอนทราบครับ (ผมจบปริญญาตรี วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ จาก ม.ธรรมศาสตร์ ทำให้ทราบด้วยว่าการพัฒนา software นั้นยุ่งยากและใช้เวลามาก)นอกจากนี้ยังทราบด้วยว่าทางคุณอิสริยะ ค่อนข้างจะให้ความสำคัญในเรื่องนี้ค่อนข้างมาก (เพราะตามอ่าน blog นี้มานาน แต่ผมไม่แน่ใจว่าที่เข้มงวดเป็นเพราะส่วนตัว หรือเพราะหน่วยงานที่สังกัด) อย่างไรก็ดีไม่ว่าจะแก้ตัวว่าโหลดมาเพื่อทดลองใช้เล่น ๆ หาความรู้ หรืออะไรก็แล้วแต่ ความผิดก็คือความผิดอยู่ดี แต่ผมไม่คิดว่าจะถึงขนาดทำให้คนต้องเลิกคบกัน
หากว่ามีคนคนหนึ่งไม่ดื่มแอลกอฮอล์และเชื่ออย่างหนักแน่นว่ามันคือสิ่งผิด และตัดสินใจเลิกคบกับทุกคนที่ดื่มแอลกอฮอล์
หากว่ามีคนคนหนึ่งคิดว่า DVD เถื่อนเป็นอาชญากรรม คนซื้อขาย CD MP3 เป็นอาชญากร เราจะเลิกคบทุกคนที่ซื้อ DVD หรือ CD MP3 เหล่านั้นหรือครับ ผมคิดว่าเป็นการด่วนสรุปไปหน่อย
สำหรับผมแล้วนั่นไม่น่าจะ “ดีกว่า” การคบกันต่อไปหรอกครับ
อย่างไรก็ดี ผมจะเสียใจและเสียดายมากหากต้องเป็นอย่างนั้นจริง ๆ : D
mk wrote:
23 January, 2006 – 00:47
เรื่อง Firefox คิดว่าเป็นกับ font นะครับ ลองเซ็ตเป็น Lucida Grande ให้หมดดู
ส่วนเรื่องลิขสิทธิ์นั้น ผมว่าปัญหาของบ้านเมืองมันเกิดจากคำว่า “หยวนๆ” นี่ล่ะครับ ผมเองเคยคิดอย่างคุณมาก่อน และหวังว่านโยบายจากหน่วยงานของรัฐจะช่วยได้ แต่พอมาอยู่หน่วยงานรัฐเองก็รู้ความจริงว่า มันช่วยอะไรไม่ได้เลย
ผมคิดว่าคำว่า “เอามาเพื่อเรียนรู้” มันไม่มีน้ำหนักแม้แต่น้อยเลยในยุคนี้ ถ้าต้องการจะเรียนรู้จริงๆ มันมีช่องทางอื่นมากมายที่เราจะเอาโปรแกรมมาลองได้อย่างถูกต้อง (เช่น evaluate version) เรื่องเงินก็เช่นกัน ผมคิดว่าคุณน่าจะอยู่ในสภาวะเดียวกับผม คนที่มีเงินซื้อ iBook เครื่องละ 5 หมื่นได้ มันจะไม่มีเงินจ่ายค่าโปรแกรม (Tiger 5,500 ตัวอื่นไม่รู้) เลยเหรอ สุดท้ายปัญหามันอยู่ที่ทัศนคติของเราเองทั้งนั้น ขึ้นอยู่แค่ว่าตัวเราเองมีความต้องการจะเป็น “คนถูกกฎหมาย” (คนละความหมายกับ “คนดี”) หรือเปล่า?
ผมคิดว่าเรื่องพวกนี้เราต้องแข็งเข้าสู้ ถ้ายอมอ่อนข้อให้มันจะทำให้คนผิดได้ใจ และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือคนที่ทำผิดไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำผิดอยู่ ผมคิดว่าถ้าคุณอ่านบล็อกผมมาตลอด (ซึ่งก็ขอบคุณนะครับ)น่าจะพอรู้บ้างว่าผมเป็นพวกยอมหักอยู่แล้ว ซึ่งสำหรับเรื่องนี้ก็ยืนยันตามที่เขียนไป
ก่อนอื่นต้องบอกว่ารู้สึกเข้าใจ ในทัศนคติของคุณ mk
แต่ก็ต้องบอกว่าเสียใจ และ เสียดายอย่างที่เรียนไปจริง ๆ
Blog ของคุณ mk เป็น blog ที่ผมชอบที่สุดในโลก (จริง ๆ นะ)
ครั้นจะให้เลิกอ่านนี่ทำไม่ได้จริง ๆ
แต่เจ้าของว่างั้นก็คงไม่สามารถไปพูดอะไรที่นั่นได้อีกแล้ว T_T
ตัวผมเองให้น้ำหนักต่อเรื่องมิตรภาพมากกว่าความถูกต้องมาโดยตลอด
พนักงานที่ร้านซื้อหวยใต้ดิน ก็ยังทำงานร่วมกันได้
เพื่อนที่เคยขายยาบ้า เจอกันก็ยังทักทายกันได้
เพื่อนหมอผ่าตัดพลาด แท้งลูกของคนไข้ ก็ยังคุยกันอยู่
เมื่อคืนนอนหลับยากเพราะเรื่องนี้
ตอนแรกเข้าใจว่า มิตรภาพใช้ความจริงใจแลกมาเท่านั้น
จริง ๆ แล้วมันมีความเชื่อเป็นส่วนผสมสำคัญด้วย
นำมาโพสต์ไว้เพื่อแสดงว่า
โลกนี้ช่างกว้างใหญ่จริง ๆ มนุษย์มีความหลากหลายมากเหลือเกิน
และบางทีอีกซักปี สองปี กลับมาอ่านและทบทวนเรื่องนี้อีกครั้ง
ทั้งผมและคุณ mk อาจมีมุมมองในเรื่องนี้ใหม่ หรือเอียง ๆ ไปบ้าง (ตอนนี้ผมเริ่มเอียงแล้วล่ะ)
ได้อ่านข้อความของคุณ mk และตามอ่านไปตามลิงค์ GuyKawasaki มีประโยชน์นานับประการ พออ่านแล้วประกอบกับกำลังทำสไลด์แนะนำโปรเจคเตอร์รุ่นใหม่ของที่ร้านอยู่ ก็เกิดคึก เขียน Guide ขึ้นมาบ้าง โดยอาศัยประสบการณ์จากที่ได้พรีเซนท์ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา (ขายของน่ะ) ดังนี้





ปล. หัวข้อที่มีดอกจันคือคัดมาจากคุณ GuyKawasaki ครับ
ปล2. คิดได้เพิ่มอีกข้อ แต่เพิ่มเดี๋ยวกลายเป็น 21 ข้อ เลขไม่สวย มาเพิ่มที่นี่แทนคือ ใช้ Wallpaper ในคอมพ์ให้ดูดีนะครับ อย่าเป็นรูปสาวในชุดบิกินีสั้นจู๋ หรือ การ์ตูนบ้องแบ้ว มันดูไม่มืออาชีพมาก ๆ

พักนี้เจอหมายเลขโทรศัพท์ในรูปแบบ
(66 2)5551133 (หมายเลขสมมุติ)บ่อย ๆ
ซึ่งไม่รู้ทำไม ต่อโทรศัพท์เป็น 02 2 5551133 ทุกที
มี 2 เกินมา 1 ครั้งเสมอ
เลยมานั่งวิเคราะห์ตัวเอง ว่าทำไมเป็นอย่างนี้
สรุปได้ว่าพออ่าน 66 2 ผมก็ตีความว่า 02
จากนั้นกดหมายเลขนี้ที่โทรศัพท์
หันกลับมาก็เหลือบเห็น 2 ติดกับ 5
และหมายเลขต่างจังหวัดมักขึ้นต้นด้วย 2
ผมก็เติม 2 เข้าไปตามด้วยเลข5551133
ได้หมายเลขโทรศัพท์ 10 หลักมาทุกที
พอคิดเรื่องนี้เลยนึกถึงเรื่องเก่า ๆ ที่เคยเจอ
คาดว่าทุกคนคงอยู่ร่วมเหตุการณ์
การเปลี่ยนแปลงหมายเลขโทรศัพท์ครั้งใหญ่ของประเทศไทย
(Renaissance of Thailand Telephone Number )
เมื่อเราต้องกด 02 ทุกครั้งแม้ว่าอยู่ในเขต 02 ก็ตาม
(วันนี้ไม่ค่อยคุ้นแล้วนะครับว่าเราเคยไม่ต้องกด 02)
หลังจากนั้นมีการรณรงค์กันให้เขียนหมายเลขโทรศัพท์
ในรูปแบบใหม่ดังนี้
0-2555-1122
งงสิครับท่าน!!
หรืออย่างหมายเลขที่ อุบลฯ
จาก (045) 255-112
ก็เปลี่ยนเป็น
0-4525-5112
ตอนพิมพ์ลงไปยังคิดตั้งนานเลยครับ
แบบใหม่เราจำ 4 ตัว 2 ครั้ง
ส่วนอีเลข 0 ด้านห้านั่น ก็เป็นของแถมให้จำเล่น ๆ อีกตัวหนึ่ง
จำยากนะ ว่าไหม (more…)
วันนี้มีเหตุการณ์แปลก ๆ ที่เพิ่งได้ข้อสรุปมาเล่าให้ฟัง
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าที่ร้านเป็นร้านขายเครื่องใช้สำนักงาน
ซึ่งก็ปล่อยเครดิตให้กับหน่วยราชการเป็นหลัก
คราวนี้เมื่อ 2 ปีก่อน มีหัวหน้าของหน่วยงาน ห. มาซื้อโน้ตบุ๊กไป จากนั้นไม่ยอมจ่ายเงิน (ปกติการจัดซื้อของหน่วยราชการส่วนมากมักจะไม่ซื้อเป็นเงินสด ทางราชการจะเอาสินค้าไปก่อน หลังจากนั้นจึงรับบิลไปตั้งเบิก ทั้งหมดตั้งแต่รับของและตั้งเบิก เบิกเงินได้ ทางร้านได้รับเงินอาจใช้เวลา 1 – 4 เดือน แล้วแต่ความขยันหมั่นเพียรของพัสดุ)เป็นเวลาล่วงเลยมาครบปียังคงไม่ยอมจ่ายแถมเปลี่ยนหัวหน้าใหม่
หัวหน้าคนเก่าที่รับของไปหนีหายไปหัวหน้าคนใหม่ก็ไม่ยอมรับว่ามีการเบิกสินค้านี้ไปแม้ว่าบิลเปิดในนามสำนักงาน แต่ว่าหัวหน้าคนเก่านำไปใช้ส่วนตัว ทางหน่วยงานจึงไม่รับผิดชอบ …… ตอนนั้นว่าซวยแล้ว
ราว 1 ปีถัดมา มีข่าวการจับกุมหัวหน้าผู้เชิดเงินที่ร้านไป เนื่องจากไปปล้นร้านมือถือ แล้วถูกจับได้ทางตำรวจแจ้งให้เจ้าทุกข์ที่โดนต้มทุกคนไปแจ้งความไว้ หากยึดทรัพย์มาเพียงพอจ่ายต่อเจ้าหนี้ เราก็จะได้เงินคืน
วันนี้สรุปได้ว่า ศาลสั่งหัวหน้านั่นให้เป็นคนล้มละลาย
คนล้มละลายไม่มีเงิน
ดังนั้นก็ไม่ต้องจ่ายเราซักแดงเดียว
…………. เซ็ง
วันนี้จะขอว่าด้วยเรื่องของคำขวัญวันเด็กน่ะครับคาดว่าหลายคน คงจะทราบแล้วว่าคำขวัญวันเด็กที่ท่านนายกฯ”มอบ”ให้กับเด็กในปีนี้คือ
“อยากฉลาด ต้องขยันอ่าน ขยันคิด”
ขอเท้าความไปก่อนหน้านี้เพื่อให้ข้อเขียนนี้ดูน่าเชื่อถือเป็นพิเศษ
การผูกถ้อยคำเป็นข้อคิดเตือนใจเด็กไทยทั้งประเทศนี้ ได้มีการกระทำต่อเนื่องกันเป็นประเพณีตั้งแต่ปี 2499 เมื่อครั้งที่จอมพลป. พิบูล สงคราม
นี่คือตัวอย่างบางส่วน (ดูเต็ม ๆ ได้ที่นี่)
คำขวัญของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
2524 “มีวินัย ใจซื่อสัตย์ รู้ประหยัด เคร่งครัดคุณธรรม”
2525 “ขยันศึกษา ใฝ่หาความรู้ เชิดชูชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย”
2526 “ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด มีวินัยและคุณธรรม”
2527 “รักวัฒนธรรมไทย ใฝ่ดี มีความคิด สุจริต ใจมั่น หมั่นศึกษา
2528 “สามัคคี มีวินัย ใฝ่คุณธรรม
2529-2531 (3 ปี)”นิยมไทย ใช้ประหยัด ใจซื่อสัตย์ ถือคุณธรรม
ส่วนคำขวัญของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ
2532-2533 (2 ปี)”รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจซื่อสัตย์ ถือคุณธรรม
คำขวัญนายอานันท์ ปัญยารชุน
2534 ” รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่คุณธรรม นำชาติพัฒนา”
2535 “สามัคคี มีวินัย ใฝ่ศึกษา จรรยางาม”
คำขวัญนายชวน หลีกภัย
2541-2542 (2ปี)”ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย”
2543-2544 (2ปี)”มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย”
เมื่อก่อนผมเคยคิดว่าเออ คำขวัญวันเด็กนี่ไม่ค่อยจะสร้างสรรค์สิ่งใหม่กันเท่าที่ควร คำที่ใช้ก็วน ๆ เลยลองประมวลผลออกมาดูได้ดังนี้ (ข้อมูลปี 2524 – 2544 : 20 ปี)
