Category: Opinion

  • ตรีโกณ-มิติของนักศึกษาจบใหม่

    ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาสัมภาษณ์พนักงานไปหลายคนมาก คงเพราะช่วงนี้มีเด็กที่เพิ่งจบออกมาใหม่ ๆ เยอะ เลยออกมาหางานกันขวักไขว่ สิ่งที่รู้สึกได้กับทุกคนที่มาสมัครคือ เค้าไม่เข้าใจในสิ่งที่เป็นแก่นของวิชาที่เค้าเรียน ไม่เข้าใจว่าฉันเรียนแล้วได้อะไร วิชานี้เนื้อหาสำคัญคืออะไร อะไรคือวัตถุประสงค์ของการเรียนวิชานี้ มันเกี่ยวข้องในภาพรวมกับสาขาที่เรียนอย่างไร เค้าไม่เข้าใจกัน

    ถ้าถามว่าวิชา xxxxx นี้เรียนเรื่องอะไร จะตอบกันไม่ค่อยได้ว่าแก่นที่ต้องรู้ของการเรียนวิชานี้คืออะไร รวม ๆ แล้วคือ เรียนเรื่องอะไรยังไม่รู้เลย อย่างถามว่า วิชาการวางแผนเชิงกลยุทธ เรียนเรื่องอะไร ก็จะตอบเรื่อง Product Life Cycle ซึ่งไม่ผิด แต่มันไม่ใช่แก่นของ Strategy มันเป็นแค่เสี้ยวหนึ่ง ถ้าเอาไปตอบตอนถามเรื่อง Marketing ก็คงให้ซัก 50/100 คะแนน แต่มาตอบวิชา Strategy มันจะน่าจะได้แค่ 10-20 คะแนนเท่านั้น

    ในตอนเรียน ป.ตรี เราจำเป็นต้องเรียนภาษาโปรแกรมมิ่งหลายตัว สมัยนั้นเริ่มต้นด้วย Pascal ใน Introduction to Computer -> เรียน C++ ใน Data Structure -> เรียน Assembly ใน System Engineering -> เรียน SQL ใน Database -> เรียน Java ใน Object Oriented Programming ซึ่งมันก็มีความหมายของมันอยู่ เพราะภาษาที่นำมาสอนนั้นเป็นเหมือน Tools ในการเข้าใจถึงแก่นของวิชานั้น ๆ

    • Pascal มีความเข้มงวดในการเขียนและเป็นภาษาเชิง Structure จึงเหมาะกับการเรียนเขียนเบื้องต้น
    • C++ เร็ว ยืดหยุ่นสูง เข้าถึงหน่วยความจำได้ ทำให้เหมาะกับการนำมาเรียนเรื่อง Data Structure เพื่อเอามาทดลองสร้าง Stack, List ฯลฯ ได้
    • Assembly เป็นภาษาที่ใช้ควบคุมได้ถึงระดับ Hardware จึงเหมาะกับการเรียน System Engineering
    • SQL เป็นภาษาสำหรับการสืบค้นข้อมูลจาก ฐานข้อมูล จึงอยู่ใน Database
    • java เป็นภาษาที่เป็นรากฐานของ OOP ยุคใหม่ จึงเหมาะกับเป็นภาษาในชั้นเรียน OOP

    ในระหว่างเรียน ไม่รู้ว่านักศึกษาจะเข้าใจหรือเปล่าว่าทำไมตนเองต้องเรียน Data Structure ทำไมต้องเรียน System Engineering แล้วทำไมปี 3 ปี 4 ไม่ค่อยได้เรียนภาษาสำหรับ Programming แล้ว กำลังพยายามถามตัวเองว่าตอนจบออกมาแล้วรู้เลยหรือเปล่าว่าทางคณะเค้าจัดวิชาเรียนมาแบบนี้ ๆ เพราะเราต้องมีลำดับความรู้แบบนี้ ๆ หรือว่ามาตระหนักรู้เอาตอนเรียนจบมาแล้วกี่ปี

    กำลังคิดว่าถ้าได้เป็นอาจารย์ ผมจะให้ความสำคัญกับชั่วโมงแรกมาก ๆ จะบรรยายว่าทำไมในโลกนี้จึงต้องมีวิชานี้ ทำไมเราต้องรู้เรื่องนี้ มันจำเป็นต่อเราอย่างไร มันเชื่อมโยงในภาพกว้างกับวิชาก่อนหน้า และวิชาหลังจากนี้อย่างไร จากนั้นท้ายชั่วโมงจะตั้งคำถามทิ้งไว้ซัก 2-3 คำถาม ที่จะเป็นประเด็นใหญ่ของวิชานี้ แล้วก็บอกว่าทุกคนที่จบคลาสนี้ไปจะต้องตอบคำถามเหล่านี้ได้ แล้วก็เอาไปออกข้อสอบปลายภาค และหวังว่าหลังจากจบไปไม่ว่ากี่ปี เค้าจะต้องตอบได้ว่าเค้าจะเรียนไปเพื่ออะไร

    เด็ก ๆ จะได้เลิกบ่นกันซักทีว่า ฉันจะเรียนตรีโกณมิติ (หรืออื่น ๆ ) ไปเพื่ออะไร

     

  • ไป “เที่ยว”

    2 ขวบ = นั่งรถไปบ้านยาย
    6 ขวบ = ทะเล
    10 ขวบ = ทัศนศึกษากับโรงเรียน
    15 ปี = โดดเรียนไปสยาม
    18 ปี = รับน้องต่างจังหวัด
    20 ปี = ค่ายอาสา
    22 ปี = Outing บริษัท
    24 ปี = RCA
    28 ปี = ผู้หญิง
    32 ปี = ฮันนีมูน
    36 ปี = พาลูกไปทะเลครั้งแรก
    40 ปี = พาเด็ก ๆ ไปทะเล
    44 ปี = เตรียมกระเป๋าส่งลูกไปทัศนศึกษา
    50 ปี = ฮันนีมูนรอบสองยุโรป
    55 ปี = เที่ยวเชียงใหม่กับว่าที่ลูกเขย
    67 ปี = พาหลานไปทะเลครั้งแรก
    75 ปี = พบปะเพื่อนที่วัด
    85 ปี = หลับฝันว่าอยู่สวิสเซอร์แลนด์
    95 ปี = ไปเที่ยวยาวและคงไม่กลับมาแล้ว

    นั่งพิมพ์ขึ้นมาแบบด่วน ๆ ในวันที่คิดขึ้นมาว่า “เที่ยว” ของแต่ละคนต่างกันไป เวลาถามว่าไปเที่ยว แต่ละคนก็มีคำนิยามต่างกันไป

    “เป็นคนชอบเที่ยวไหม?” หลายคนต้องตอบกลับด้วยคำถามว่า “เที่ยวแบบไหน?”
    หรือกระทั่งในวาระสุดท้าย คุณแม่ตอบลูกว่า “อากงไปเที่ยวและคงไม่กลับมาแล้ว”

  • Apple TV เดากันขำ ๆ

    ตอนนี้เริ่มมีข่าวออกมาบ้างแล้วว่า Apple TV อาจจะสามารถขายได้ช่วงปลายปีนี้ บล็อกอันนี้จะพยายามเดาว่ามันจะเป็นอย่างไร

    1. Set top box VS real Tv : ส่วนตัวคิดว่าครั้งนี้น่าจะออกมาเป็น TV เต็มรูปแบบ เพราะ Apple เปลี่ยนชื่อ iTV เป็น Apple TV ในตอนที่เปิดตัวเมื่อหลายปีก่อน คงจะสงวนชื่อไว้สำหรับ TV จริง ๆ อีกอย่างการประสบความสำเร็จของ iPad น่าจะทำให้ Apple มั่นใจได้มากขึ้น
    2. OS : คงหนีไม่พ้น iOS อยู่แล้วที่จะมารันบนนี้ แต่น่าจะเขียนออกมาเป็นอีกเวอร์ชั่นหนึ่ง คล้าย ๆ ที่  iPhone กับ iPad มีรายละเอียดของ iOS ที่ต่างกันในรายละเอียดบางส่วน เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหมาะสมกับอุปกรณ์ตามคอนเซ็ปต์บริษัท นอกเหนือจากนี้คงสามารถดูหนัง ฟังเพลง ซื้อ App ได้เหมือน iDevice ทั่วไปได้
    3. Resolution : จากการที่ iPad มีความละเอียดสูงเกิน Full HD ไปแล้ว ดังนั้นเดาว่าจอของ iTV น่าจะมาเป็นระดับ 4K (สูงกว่าความละเอียด Full HD สองเท่า) ซึ่งจะช่วยให้ Apple ทำราคาขายที่สูงกว่ารายอื่นได้ รวมถึงครอบครองช่องทางการจัดจำหน่ายได้เบ็ดเสร็จ (เพราะคนอื่นไม่พร้อมสำหรับความละเอียดระดับนี้ ทั้งส่วน Hardware และ content) พร้อมกับข่าวคราวเรื่อง Data Center ที่ขยายตลอดเวลา น่าจะพร้อมให้ Apple จัดการไฟล์ขนาดนี้ได้
    4. รีโมต : คนส่วนใหญ่มักจะคาดว่าจะใช้ iPhone กับ iPad เป็นรีโมทได้ ซึ่งก็น่าจะมี App มาให้ตามนั้น แต่ส่วนตัวคิดว่าตัวทีวีเองจะมีรีโมทต่างหาก โดยมีลักษณะเป็น Multitouch Trackpad ผสม Click Wheel หลัก ๆ คือใช้ Gesture เหมือนกดบน iPad หรือ iPhone แต่มีปุ่ม เพิ่มลดเสียงและกดเล่นกดหยุดได้สะดวก คล้าย ๆ กับ iPod Classic
    5. Air Play : สามารถทำงานรับ Air Play จาก iDevice หรือเครื่อง Mac ได้ ซึ่งอันนี้น่าจะเป็นฟังก์ชั่นที่ต้องมีอยู่แล้ว
    6. Stream to any Apple Device : อันนี้น่าจะเป็น Killer Feature ซึ่งยังไม่เห็นใครพูดถึงเลย ขอเดาว่าตัว TV เองจะเป็นเหมือน Server ที่จะ Stream เนื้อหาไปยังอุปกรณ์ของ Apple ได้ทุกชนิด ทำให้ทุกคนในบ้าน ซึ่งมี Device ของแต่ละคนเข้าถึงเนื้อหาของ iTV ได้ เช่น ทีวีปกติ เพลง หนัง แปลว่าคุณซื้อ iTV จอละเอียด 4K ไว้ดู แต่ถ้ามีคนอื่นใช้ TV อยู่ คุณก็เปิด iPad แล้วก็ดูทีวี หรือ หนังที่เก็บอยู่ใน iTV ได้โดยไม่ต้องไปแย่งกัน
    7. Storage : เพื่อให้ทำงานได้ตามข้อ 6 ดังนั้นแล้ว iTV น่าจะมีที่เก็บข้อมูลเป็น Harddisk ขนาดราว ๆ 1-2 TB และสามารถทำงานได้เหมือน Time capsule (ซึ่งปัจจุบันมีขายอยู่แล้ว) คือทำหน้าที่ Backup ข้อมูลให้กับเครื่อง mac และ iDevice ในบ้าน ซึ่งจะทำให้ iTV กลายเป็นศูนย์กลางของข้อมูลในบ้านได้โดยสมบูรณ์ (รูปถ่าย เพลง หนัง ของทุกคนถูก Sync เข้า iTV โดยอัตโนมัติ นั่นทำให้เราเข้าถึงรูปถ่ายของทุกคนจากทุกอุปกรณ์ได้)
    8. Game console : พอมีทีวีและมี App แล้ว Apple อาจจะผลิต Controller เกมออกมา เป็น Wireless สำหรับเล่นเกมได้สนุกขึ้น โดยตัว controller เองสามารถเชื่อมต่อกับ Device ไหนก็ได้ ทำให้ผู้ใช้เล่นเกมจากอุปกรณ์อะไรก็ได้เมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าแม่ดูทีวีอยู่ ลูกก็เปิดเกมจากบน iPad แล้วเล่นด้วย Controller ถ้าแม่ดูเสร็จ ก็เปลี่ยนไปเล่นต่อใน TV ได้ด้วย Concept คล้าย Wii U หรือ Xbox Live บน Windows Phone แต่ Ecosystem ครบครันกว่า

    ส่วนตัวคิดว่า key สำคัญอยู่ที่การเป็น 1 server+Cloud with any Screen ภายในบ้าน ซึ่งจะเปลี่ยนมุมมองให้คนยอมซื้อ TV ที่แพงกว่าที่ควรเป็นอยู่ได้ แถมตอนนี้คนจำนวนมากมี iPad ใช้กันคนละเครื่อง มือถือคนละเครื่อง ทำให้ ecosystem ตรงนี้พร้อมสำหรับ Apple หากว่าบริษัทอื่นจะทำตามก็คงยากมาก เช่น Samsung มี Tablet มี มือถือ มี TV แต่ทำไม่ได้เพราะไม่มี Content + App Store ของตัวเอง อีกทั้งไม่มี OS ของตัวเองที่จะปรับแต่งให้เหมาะสมกับระบบได้

    ปล.ทั้งหมดนี้คือการคาดเดาล้วน ๆ

  • Android สู่อ้อมอก BB

    เผอิญมีเหตุว่า Nexus One งอแงด้วยปัญหาคลาสสิค สายแพร์ปุ่มเปิดปิดขาด (รอบที่สอง ถ้ามีรอบที่สาม คงได้สอย Nexus Prime มาแก้เซ็งแน่เลยแฮะ) ส่งซ่อมช่างนพพงษ์ที่ฟอร์จูน ยังไม่เรียบร้อย (ปกติใช้เวลา 2-3 ชม. แต่ร้านปิดจันทร์อังคาร เลยต้องรอ) ทำให้ต้องมาดำรงชีวิตบน Blacberry Curve 8520 เป็นการชั่วคราว คราวนี้ได้พบหลายอย่างจดไว้เผื่อเป็นประโยชน์

    1.  BB จะเป็นเหมือน Nokia 3310 ถ้าไม่จ่ายเงินเพิ่มเปิดเซอร์วิสกับทางโอเปอร์เรเตอร์ ในกรณีของ Dtac แจ้งว่าการเปิดเซอร์วิสบีบีใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง
    2. ถ้าโอเปอร์เรเตอร์เปิดเซอร์วิสบีบีให้แล้ว เราต้องรีสตาร์ทด้วยไม่งั้นใช้งานไม่ได้อยู่ดี
    3. ถ้าคำว่า edge บนขวาของโทรศัพท์เป็นตัวเล็กแปลว่ายังไม่มี Service BB แต่ถ้าเป็นตัวใหญ่แปลว่าใช้งานได้แล้ว
    4. สำหรับ Gmail สามารถเลือกที่ Setup E-mail กรอก Username กับ Password แล้วก็สามารถใช้งานได้เลยทันที ค่อนข้างสะดวก
    5. ส่วน Contact กับ Calendar ที่อยู่ในกูเกิล ใช้ตัว Google Sync เชื่อมต่อได้ โดยเปิด Browser บน BB ไปที่ m.google.com/sync ทำการ Install ตัวโปรแกรม กำหนดค่า รอซักพัก ทุกอย่างก็เข้ามายังโทรศัพท์ รายละเอียดตัว Google Sync ดูได้ที่ http://www.google.com/mobile/sync/
    6. Contact ที่ Sync เข้ามา คือรายชื่อที่มี Label ว่า My Contact เท่านั้น
    7. Browser ของ BB แย่สมคำร่ำลือ ระบบรายชื่อรวดเร็ว คีย์บอร์ดแบบฮาร์ดแวร์นี่สวรรค์ชัด ๆ ทำเอาคิดถึง Treo 680 ตัวเก่ากันเลยทีเดียว
    8. คีย์บอร์ดออกแบบมาดี แน่น ปุ่มตัว Optical Trackpad แม่นยำดี ตัวเมนูเชยระเบิด แต่เร็วดี การตอบสนองเร็ว
  • Laptop ที่อยากได้ในตอนนี้

    1. จอ 15 นิ้ว Wide Screen
    2. ปิดฝาแล้วหนาไม่เกิน 2 cm.
    3. หนักไม่เกิน 1.5 kg
    4. SSD 500 GB
    5. ใส่ Sim ใช้ 3G ได้
    6. Ram 4GB
    7. มี SD Card Reader ในตัว
    8. USB 2 port เป็นอย่างน้อยและอยู่คนละด้านของเครื่อง
    9. แบตอยู่ได้ 10 ชั่วโมง
    10. ไม่มี DVD Drive
    11. จอ LCD ไม่ใช่จอกระจก
    12. ราคาไม่เกิน 50,000 บาท

    เผอิญถึงเวลาที่ต้องอัพเดท Laptop เครื่องใหม่ปลายปีนี้ แต่เครื่องปัจจุบันยังใช้งานได้ดีอยู่เลย ทำให้คิดว่าถ้าจะต้องซื้อจริง ๆ ตัวถัดไปความเร็วไม่ใช่ปัจจัยละ เพราะตัวเก่ายังทำงานได้เร็วดั่งใจอยู่ ดังนั้นน้ำหนักจึงเป็นสิ่งสำคัญอันดับหนึ่ง

    ดู ๆ แล้วที่จะทำให้เป็นไปไม่ได้ในตอนนี้น่าจะเรื่อง น้ำหนัก กับ ราคานี่แหละนะ

  • My Facebook Status in 2010

    • 28 Dec 2010 มั่นใจคนไทยเกินล้าน รู้จักผู้หญิงชื่อ “ชาเย็น”
    • 16 Dec 2010 The risk of not making a change is greater than the risk of making one
    • 11 Dec 2010 น้ำตามีส่วนประกอบของน้ำแค่ 1% เท่านั้น ที่เหลือคือ “ความรู้สึก” ล้วน ๆ
    • 07 Dec 2010 1+1=2
    • 07 Dec 2010 ใน Facebook Group เวลา Comment ถ้ากด enter จะเป็นการส่งข้อความเลย อยากขึ้นบรรทัดใหม่สามารถกด Shift+Enter ได้ : )
    • 25 Nov 2010 สมัคร windows live id 30 นาทีแล้วยังไม่เสร็จ capcha พิมพ์ผิดไปสิบกว่ารอบ!!
    • 12 Nov 2010 “ไม่มี ‘คนโง่’ บนโลกนี้ มันขึ้นอยู่กับว่าคุณเลือกจะคุยกับเขาเรื่องอะไร” – ชณัฐ วุฒิวิกัยการ
    • 09 Nov 2010 จงทำตัวเหมือนหนังสือที่มองภายนอกแล้วน่าสนใจ เปิดมาอ่านภายในแล้ววางไม่ลง แต่อ่านเท่าไรก็ไม่สามารถหาตอนจบได้พบ
    • 18 Oct 2010 ถ้า Lady Gaga กลายเป็น Snow white คงมี Slip Knot เป็นคนแคระทั้ง 9
    • 11 Oct 2010 คืนนี้เปิดตัว Windows Phone 7 ดูจากสภาพแล้ว เหมือนคงไม่มีคนสนใจซักเท่าไหร่แล้ว เพราะใจอยู่กับ iPhone 4 กันหมด
    • 10 Oct 2010 ความพิเศษของเวลา 10:10 ในวันที่ 10/10/10 นั้นคือการเป็นเวลาที่ตรงกับ Smile Time และเป็นเวลาครบ 1 เดือนหลังวันที่ 10/9/10 อีกด้วย
    • 08 Oct 2010 เวลาก้มหน้าอ่านหนังสือ อนันดาคงรำคาญไฝที่ใต้ตาตัวเองน่าดูเหมือนกัน
    • 29 Sep 2010 XMarks เจ๊ง เซ็งอย่างแรง
    • 28 Sep 2010 Android 2.2.1 update ออกแล้ว!
    • 20 Sep 2010 รู้สึกลุ้นสถานการณ์ 3G แฮะ
    • 17 Sep 2010 เซียมซีเพนกวินเข้ามาในชีวิตคุณอย่างไร….
    • 09 Sep 2010 “ขอให้คู่บ่าวสาวมีความสุข อย่าใช้เหตุผลในชีวิตคู่ จงใช้ความรักและหน้าที่ เพราะเหตุผลนำไปสู่การเอาชนะกัน” : โสภณ สุภาพงษ์
    • 09 Sep 2010 ลุงบุญมีระลึกชาติ ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนประเทศไทยในการประกวดออสการ์ปีนี้ -_-” เฮ่อ กลุ้ม!
    • 06 Sep 2010 “ผมเหมือนนักไวโอลิน ผมสนใจแต่เสียงไวโอลินที่ผมเล่น ไม่สนใจเสียงปรบมือ 
ขณะเล่นต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ถ้าห่วงเสียงปรบมือ 
เพลงต่อไปไม่เพราะแน่นอน” – ธนญชัย ศรศรีวิชัย
    • 06 Sep 2010 บทสัมภาษณ์ คุณธนญชัย ศรศรีวิชัย ผู้กำกับภาพยนตร์โฆษณาอันดับ 1 ของโลก เป็นบทสัมภาษณ์ที่อ่านแล้วอ่านเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยความอยากรู้ว่าคุณธนญชัยจะตอบอย่างไร จะจนมุมหรือไม่ ความเห็นและการใช้ชีวิตหลายอย่างอาจจะสุดโต่งไปบ้าง แต่มันมาก ขอแนะนำ!
    • 28 Aug 2010 อ.econ สอนผิดไปนิด โยดาในชีทไม่ควรพูดว่า That’s why you fail. ต้องแก้เป็น You fail, that’s why.
    • 15 Aug 2010 การเดินทาง … เคยได้รับความนิยมในการใช้เป็นเครื่องมือค้นหาตัวเองของหนุ่มสาวในยุคสับสน แห่งทศวรรษ 1960 อย่างได้ผลมาแล้ว และทุกวันนี้ฉันว่ามันก็ยังเป็นเครื่องมือที่ใช้ได้ดีอยู่ เพราะไม่ว่าเราจะตั้งใจค้นหาหรือไม่ แต่เราก็จะได้ค้นพบอะไรบางอย่างอยู่ดี …เมื่อออกเดินทาง  
- เพลงดาบแม่น้ำร้อยสาย จากหนังสือ “ยุโรปของเพลงดาบฯ”
    • 04 Aug 2010 Facebook for android version ใหม่ เริ่มเป็นผู้เป็นคนกับเค้าบ้างแล้ว ขอบคุณทีม dev. หรือ Mark ที่หันมาใช้ Android ดีนะ
    • 29 Jul 2010 Apple ออก Driver ใหม่ของ Trackpad ทำให้สามารถใช้สามนิ้วย้ายหน้าต่างได้ ใครใช้ Multitouch trackpad กด software update โดยพลัน!
    • 25 Jul 2010 ใน facebook touch กดที่ news feed ให้เปลี่ยนเป็น live feed เพื่อให้ข้อมูลเรียงตามลำดับเวลา
    • 21 Jul 2010 คิดอยู่นานว่าไอ้ตอน Kick มันเหมือนอะไร มันเหมือน Recursive Programming นี่เอง!
    • 19 Jul 2010 ฝันโคตร ๆ เป็นภาพยนตร์งงโคตร ๆ แกนของเรื่องดี แต่น่าเสียดายการนำเสนอมีปัญหา
    • 17 Jul 2010 ประสบการณ์จาก Inception เป็นสิ่งที่ไม่สามารถบอกเล่าต่อได้ หากต้องการรู้จักโลกของ Inception คุณต้องสัมผัสด้วยตัวเองในโรงภาพยนตร์เท่านั้น!
    • 04 Jul 2010 Lady Gaga เป็นคนแรกที่มี”เพื่อน” ใน facebook เกินสิบล้านคน เรื่องนี้บอกอะไรเรา
    • 30 Jun 2010 ใน Windows 7 ถ้าเรา Drag ไฟล์ไปที่ icon โปรแกรมใน Task bar จะเป็นการ pin แต่ถ้าเรากด Shift ด้วย จะเป็นการเปิดไฟล์ด้วยโปรแกรมนั้น ๆ  … เพิ่งรู้!
    • 29 Jun 2010 Berserk เล่ม 34 และ Hunter X Hunter เล่ม 27 ออกแล้ว ชาบู ชาบู! ยังเหลือคนรออ่านกันบ้างไหมเนี่ย?
    • 25 Jun 2010 ลุงบุญมีระลึกชาติ ค่อนข้างลงตัวกว่าเรื่องที่ผ่าน ๆ มา ไม่วนเวียนจนคืบหน้าช้าเป็นเต่าเหมือนสุดเสน่หา และไม่แช่กล้องในความมืดทรมานคนดูเหมือนสัตว์ประหลาด นอนหลับให้เพียงพอหน่อยก็ดูได้แล้ว หนังน่ารัก ขำ ๆ และอย่าไปเอาจริงเอาจังจะ”สนุก”ได้ไม่ยาก เชื่อสิ
    • 23 Jun 2010 ถ้า Turritopsis nutricula เลือกได้กับการมีชีวิตอันเป็นนิรันดร์ของตน มันจะเลือกทางไหนกันแน่นะ
    • 08 Jun 2010 ความฉลาดของผมไม่ได้เป็นค่าสัมบูรณ์  แต่เป็นเพียงคุณค่าหนึ่งซึ่งแปรผันตามสังคมที่ผมอยู่ – Isacc Asimov
    • 31 May 2010 ความกล้าหาญ ไม่ใช่ว่าไม่หวาดกลัว แต่อยู่ที่การไม่ยอมให้ความกลัวเอาชนะคุณต่างหาก -Mandela
    • 24 May 2010 คุณอภิชาติพงศ์ โคตรเทพ!
    • 20 May 2010 จุฬาปิดทำการเพิ่มเติม วันเสาร์ อาทิตย์นี้ www.chula.ac.th
    • 12 May 2010 การทำธุรกิจในชีวิตจริง ต่างจากการเรียน MBA ตรงที่ ‘บทเรียน’ มาทีหลัง
‘การทำข้อสอบ’ (จาก Blog คนอื่น)
    • 11 May 2010 สิ่งมีชีวิตลำดับสุดท้ายของจักรวาล
    • 09 May 2010 คุณชอบผู้ชายแบบไหน
    • 25 Apr 2010 หลายปีก่อน Web เชื่อมเราด้วย “Link” ต่อมา google เปลี่ยนวิธีเข้าถึงข้อมูลของเราด้วย “Search” ปีนี้ facebook กำลังจะเชื่อม คน-เว็บ-ข้อมูล ด้วย “Like”
    • 21 Apr 2010 (500) Days of Summer :: “This is a story of boy meets girl. But you should know up front, this is  not a love story.” นี่คือหนังว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง ที่เนื้อเรื่องไม่เรียงลำดับเวลา เป็นหนังไม่กี่เรื่องที่ดูจบแล้วอยากดูซ้ำในทันที!
    • 19 Apr 2010 ห้ามนำลูกโป่งเข้ารถไฟฟ้าใต้ดิน เพราะอะไร? หากลูกโป่งอยู่ในรถไฟใต้ดินที่แล่นไปข้างหน้า ลูกโป่งจะลอยไปด้านหลังหรือไม่?
    • 16 Apr 2010 เมื่อพิจารณาตัวเองแล้วพบว่า มนุษย์ช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อนเหลือเกิน
    • 15 Apr 2010 ลุงบุญมีระลึกชาติ ภาพยนตร์ของอภิชาติพงษ์เข้าประกวดสายหลักคานส์ปีนี้ สุดยอดจริง!
    • 13 Apr 2010 ไม่มีใครไร้ค่า แม้ “นาฬิกาตายยังบอกเวลาถูก 2 ครั้งใน 1 วัน … พราย”
    • 12 Apr 2010 Film lovers are sick people – วันนี้บุกสำนักงาน Bioscope
    • 10 Apr 2010 จู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนอยู่ในหนัง Goodbye Lenin! กับ The Dreamers (อืม… หมายถึงประเด็นเรื่องสภาพการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองเป็นฉากหลังของหนัง เท่านั้นนะ ฉากประหลาดอื่น ๆ ใน The Dreamers นี่ไม่เกี่ยว)
    • 10 Apr 2010 ประหลาดใจที่ค่ายหนังโปรโมท Kick-ass มากขนาดนี้ ปล.หนังโหดอย่าเผลอพาลูกหลานไปดูเน่อ (พูดแล้วก็อยากดูจัง)
    • 08 Apr 2010 “They’re using apps to get to data on the internet, rather than a  generalized search” อธิบาย Marketing สำหรับ Mobile ได้ชัดเจนสุด ๆ
    • 08 Apr 2010 กำลังเข้าเฝ้าท่านผู้นำ และรอดูว่า version 4 จะมีอะไรเด็ด ๆ ออกมาไหม (อ้อ พร้อม ๆ กับทำรายงานไปด้วยนะ)
    • 08 Apr 2010 เฝ้าถามตัวเองว่านี่เป็นทางเลือกที่ถูกต้องหรือไม่
    • 21 Mar 2010 อัลบั้มใหม่ของพราย+เมธี ไม่ใช่เพลงที่ดีมาก เสียงร้องก็ใช่ว่าจะรื่นหู ออกจะหนวกหูในบางครั้งด้วยซ้ำ แต่ในฐานะผู้เป็นแรงบันดาลใจสำคัญในช่วงวัยที่ผ่านมา ไม่มีเหตุผลใดที่จะไม่ซื้อและนั่งฟังอย่างตั้งใจ
    • 09 Mar 2010 ลมหนาวพัดมาแบบไม่ทันตั้งตัว บาดเจ็บเล็กน้อยถึงปานกลาง
    • 08 Mar 2010 สุดท้ายหา Lost in Translation ไม่เจอ เลยจบที่ Following (1998) หนังเรื่องแรกและเป็นหนังขาวดำของผู้กำกับสุดเลิฟ ประโยคเด็ด :: Everybody has a box. และ You take it away… to show them what they had.
    • 08 Mar 2010 Christoph Waltz สมควรแก่การได้รับรางวัลแล้ว (อันนี้อินจัด เพราะดูแล้วแบบทึ่ง) ส่วน Hurt Locker นั้นยังไม่ได้ดู จึงไม่อาจวิจารณ์ได้ Up ดูไร้คู่แข่งในสาย Animate ไปหน่อยแฮะ ไม่ค่อยลุ้นเลย ส่วน Make up + Visual Effect นี่เรียกได้ว่านอนกินมา และท้ายสุดหนัง Disney (หรือจะบอกว่า Pixar ดี) ได้เพลงอีกแล้ว (หมายถึง Up น่ะนะ) เจ๋งแฮะ
    • 03 Mar 2010 ปีอธิกสุรทิน คือปีที่หาร 4 ลงตัว หาร 400 ลงตัว แต่หาร 100 ไม่ลงตัว
    • 22 Feb 2010 เป็น Chomp จริง ๆ เหรอเนี่ย ไม่น่าเชื่อเลย หลงชื่นชอบอยู่ตั้งนาน ที่แท้ก็เป็นตัวการลบ Call log ในโทรศัพท์ข้าพเจ้านี่เอง! หนีไปซบอก Handcent ดีกว่า
    • 21 Feb 2010 รู้สึกแปลก ๆ พิกล อธิบายได้ลำบาก แต่รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า ปีนี้ปีที่ชีวิตยุ่งเหยิงซะจริง ๆ
    • 09 Feb 2010 ตอนที่ดู Inglourious Basterds คิดว่าหนังสนุก สไตล์จัด บทเด็ด และเป็นหนังที่ดีน้อง ๆ Pulp fiction เลย แต่นึกไม่ถึงว่าจะได้เข้าชิง Oscar มากขนาดนี้ ปล. Up ได้รับเกียรติเข้าชิง Best Picture แล้ว (ที Wall-e ล่ะไม่ยอม)
    • 02 Feb 2010 จู่ ๆ รายชื่อใน Contacts ทั้งหมดก็หายไปจากโทรศัพท์ เฮ้ย Android ลูกพ่อ ไหงงั้นล่ะคร้าบ ปล. แต่ Sync กลับมาได้ทั้งหมดจาก Google Contact นะ
    • 26 Jan 2010 ตอนนี้อยากจะมี Yacht ซัก 3 คน
    • 17 Jan 2010 Cupcake -> Donut -> Eclair -> Froyo  … Android Rocks!!
    • 13 Jan 2010 วลีเด็ดประจำสัปดาห์ : มีกิ๊กคือเป้าหมาย ชายชู้คือทางผ่าน กินเด็กคือนิพพาน สอยลงคานคือชั้นเซียน … จากเพื่อนของเพื่อนอีกที
    • 11 Jan 2010 ประโยคเด็ดประจำสัปดาห์ : “การบ้านเทอมนี้น้อยเนอะ”
    • 07 Jan 2010 @Jon RubinStein : Concept เครื่องแข็งแรงมาก รวมถึง Ares, Appetite ก็เจ๋ง แน่นอน PDK ก็ทำลายข้อจำกัดของ OS ลงได้อย่างสวยงาม วิธีง่าย ๆ ที่จะทำให้ผลประกอบการของ Palm ปีนี้ไม่ติดตัวแดงคือ ขายเครื่อง GSM unlocked ง่าย ๆ แค่นี้ทำไมคิดไม่ได้วะครับ!
    • 05 Jan 2010 Heroes Season3 :: Villians ดูแล้วหงุดหงิด การตัดสินใจของตัวละครแต่ละตัวไม่เป็นเหตุเป็นผลเลย
    • 05 Jan 2010 เห็นด้วยที่ Nexus One เป็นเพียงมือถือ Android เครื่องนึงเท่านั้น ทุกอย่าง Overhyped แต่ถ้าถามว่าตอนนี้อยากได้มือถือใหม่เป็นอะไร ตราบใดที่ HTC ยังไม่มีเครื่องที่รันด้วย Snapdragon และมี QWERTY Keyboard แล้ว Nexus One คือคำตอบของเรา!
  • Inception ปฐมสำนึกของมิติเวลาหลายระดับ

    ข้อเขียนนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของภาพยนตร์

    จากการเฝ้ารอมานาน แล้ว Inception ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง Chirstopher Nolan ไปล่าเนื้อหาและเทคนิคการนำเสนอใหม่ ๆ มาผสมอย่างกลมกล่อม หลายคนยกย่องเค้าเป็น Stanley Kubrick ในยุคนี้ บ้างก็ว่า Orson Welles พร้อมพาดพึงไปถึงว่าของเล่นในเซฟ ประหนึ่งว่าเป็น Rosebud ของ Citizen Kane กันเลยทีเดียว

    ไม่ว่าคุณ Nolan จะถูกเปรียบเปรยอย่างไร สำหรับผมแล้วคุณโนแลนมีความสำคัญในฐานะคนเชื้อเชิญผมให้สนใจภาพยนตร์ทางเลือก ผ่านภาพยนตร์ที่ชื่อว่า Memento เมื่อหลายปีก่อน

    ใน Memento โนแลนเล่นกับความทรงจำคนดู ด้วยการเล่าเรื่องแบบย้อนหลังและไม่ลำดับเวลา ใน Inception โนแลนใช้วิธีเล่าเรื่องแบบไม่ลำดับเวลาตามถนัด แต่ก้าวไปอีกขั้นด้วยการเล่าเรื่องซ้อนกัน 5 ชั้น ในหน่วยเวลาเดียวกันด้วยตัวละครตัวเดียวกัน ในสิ่งที่คล้่าย ๆ จะเรียกได้ว่าเป็น “ความจริง 4 มิติ” ซึ่งแม้จะฟังดู Sci-fi และซับซ้อน แต่ภาพยนตร์ก็สามารถมอบความบันเทิงให้กับคนดูระดับทั่วไปได้อีกด้วย

    แม้เรื่องราวของความฝันหรือกระทั่งความฝันซ้อนฝันนั้นจะมีให้เห็นกันดาษดื่นผ่านภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่อง เห็นกันง่าย ๆ อย่าง เฟรดดี้ ครูเกอร์ ที่เล่นมุขฝันซ้อนฝันกันบ่อย แต่ใน Inception โนแลน วางโครงเรื่องเหนือชั้นด้วยการเปิดให้สงสัยกับภาพเด็กสองคน และคนแก่ในราชวังญี่ปุ่น เปิดตัวคุณแฟนสุดหลอน หลังจากนั้น “Kick” เราด้วยฝันซ้อนฝันสุดล้ำ ที่ถาโถมกันมาแบบไม่ประนีประนอม แล้วปิดภารกิจแรกด้วยความล้มเหลว ต่อจากนั้นจึงออก “กฎ” ของ Dream-Share ให้คนดูฟังไปพร้อม ๆ กับ สถาปนิกสาว ก่อนจะเริ่มปฎิบัติการฝันซ้อนที่กลายเป็นช่วงวินาทีที่ยาวนานที่สุดเท่าที่จินตนาการเราจะไปถึง

    ฉากในโรงแรมนั้นแม้จะไม่ได้ดูใหม่สด เพราะถ้าว่ากันตามจริง มันก็ไม่ต่างกับภาพสภาวะไร้น้ำหนักใน 2001 : Space Odyssey ซึ่งสร้างความตะลึงให้กับคนดูเมื่อเกือบ 50 ปีที่แล้ว แต่ด้วยองค์ประกอบที่ถูกวางดักไว้ก่อนหน้านั้นหลายจุดทำให้ความฝันชั้น 2 ที่โรงแรมกลายเป็นหนึ่งในฉากที่จัดว่าน่าทึ่งกับไอเดียอันซับซ้อนและใช้ประโยชน์กับ “กฎ” ที่กำหนดไว้ได้ทุกเม็ดจริง ๆ

    ดนตรีประกอบนั้นโดดเด่นตั้งแต่ Trailers ออกมาแล้ว ด้วยฝีมือของ Han Zimmer ที่จะว่าไปเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความลึกลับ และช่วยคลี่คลายความซับซ้อนของภาพยนตร์ได้เป็นอย่างดี

    งานด้านภาพนั้นดูดีสมราคางานสร้าง และเป็นอีกครั้งที่รู้สึกได้ว่า งาน CG ทั้งหลายในภาพยนตร์ถูกสร้างมารับใช้เนื้อหาได้อย่างเหมาะสมลงตัว ฉากน่าตื่นใจอย่างการพลิกเมือง ก็ทำได้อย่างสมเหตุสมผลกับเนื้อหาที่มี เรียบเนียนไปกับเรื่องราวของหนัง

    แน่นอนชื่อชั้นของ Nolan ยังคงฝากเรื่องหักมุมที่คาดเดาไม่ได้ไว้อย่างแนบเนียน โดยเฉพาะความลับลึกสุดที่พระเอกซ่อนไว้ใน Limbo ของตน ที่คลี่คลายในที่สุดว่าความผิดที่ติดอยู่ในใจของพระเอกคือความผิดพลาดที่ทำ Inception ไว้และความคิดที่ขยายตัวราวกับไวรัสที่ส่งผลสะท้อนจนทำลายชีวิตในโลกแห่งความจริงของพระเอกไปจนสิ้น

    อย่างไรก็ดีแม้หลายอย่างจะดูสมบูรณ์ แต่เรื่องของความรู้สึก ความรัก ซึ่งเป็นจุดอ่อนของโนแลนยังคงเป็นจุดบอดเล็ก ๆ ในภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ดี แม้จะได้รับการแก้ไขและขัดเกลาดีขึ้นกว่าเรื่องที่ผ่าน ๆ มา แต่ต้องยอมรับว่าขณะที่ส่วนอื่นดูอยู่ในระดับสุดยอด พอมีอะไรที่ดูด้อยไปหน่อย เรื่องนั้นก็จะโดดออกมาจนเห็นได้ค่อนข้างชัดเจน แต่ถึงอย่างนั้น Inception ก็ยังเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายของวงการภาพยนตร์ได้โดยไม่ต้องสงสัย

    หลายคนกำลังนั่งถกเถียงตอนจบอย่างออกรส ว่าสุดท้ายแล้วพระเอกฝันหรือตื่นกันแน่ ในนาทีตอนท้ายนั้น พระเอกหมุนโทเท็มของตัวเอง และไม่รอดูว่ามันจะหยุดหมุนหรือไม่ สำหรับผมแล้วนั่นคือคำตอบแล้วว่า Cobb ไม่ได้สนใจแล้วว่าที่ ๆ เค้าอยู่จะเป็นบ้านจริง ๆ จะเป็น Limbo จะเป็นฝันชั้นไหนก็ตาม พระเอก Kick ตัวเองออกจากวังวนของความผิดที่กัดกินตนเองมานานแสนนาน คว้าโอกาสที่จะได้พบหน้าลูกไว้และก้าวไปข้างหน้าตามที่ตนเองเลือกที่จะเชื่อ

    หรือจะเรียกได้ว่า Cobb ได้ Inception ตนเองไปแล้วก็ไม่ผิดนัก

  • My Thoughts on Android 2.2 Froyo

    ตอนนี้รอมหลุดมาแล้ว แอบโหลดมาเมื่อเช้า ลงได้เฉพาะเครื่องที่ยังไม่ Root (Unlocked ก็ลงได้) วิธีทำดูได้ที่นี่ เหล่านี้คือ review จากความคิดเห็นชั่ววูบหลังจากเล่นมาซัก 1 ชั่วโมง (กำลังเห่อได้ที่)

    1. ตอนบูตครั้งแรกหลังอัพ นานจนกังวลว่ามีอะไรผิดพลาดหรือเปล่า
    2. Calendar กับ Camera ที่ทำเป็น Shortcut ที่หน้า Home Screen เจ๊ง ต้องลบทิ้งแล้วใส่เข้าไปใหม่
    3. มีฟอนต์ไทยมาในตัว ซึ่งเป็นของ Nuuneoi ที่ทำแจกเมื่อหลายเดือนก่อน เป็นฟอนต์ที่ทาง Google จัดทำขึ้นใหม่ ส่วนตัวรู้สึกว่าค่อนข้างอ่านง่าย แต่มีไม่ครบ Type face คือไม่มี Bold Italic และ Bold+Italic ใครอยากได้ครบต้อง Root แล้ว adb เข้าไปเอง อ้อ วรรณยุกต์ยังคงลอยอยู่นะครับ
    4. Bug ลิงค์อักษรไทยเบี้ยวใน Browser ยังคงมีอยู่
    5. Browser ยังไม่ตัดคำไทยเหมือนเดิม
    6. ไม่มี Wallpaper หรือ Live Wallpaper ใหม่แถมมาด้วย
    7. Flash Player 10.1 Beta ต้องดาวน์โหลดจาก Market เอง การมี Flash บนมือถือให้ประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ อย่างการเล่น Video บน Youtube แต่ก็ต้องมารู้สึกเซ็งเวลาเห็น Ad ที่เป็น Flash เพราะคงสูบแบตน่าดู ถึงเวลาของ Flash Block Plug-in บน Mobile Browser แล้วหรือเปล่า?
    8. พอ Gmail รองรับ Label ที่เป็นสีเหมือนกับบน Desktop ทำให้ทำงานสะดวกขึ้นเยอะ
    9. Contact ยังไม่รองรับการกรอกวันเกิดอยู่ดี
    10. Tethering Wi-fi Hotspot ใช้งานง่าย สุดยอด ก่อนหน้านี้ใช้ PDA Net ต่อ Bluetooth ค่อนข้างวุ่นวาย
    11. ฟังก์ชั่นเปิด LED ในเมนูการถ่ายวีดีโอ ทำให้ Nexus One มีฟังก์ชั่นไฟฉายเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่าง ปกติ OS จะไม่ยอมให้ใช้ เนื่องจากกลัวลืมปิดและทำให้หลอดเสียหาย (เดิมต้องโหลดโปรแกรม Torch ซึ่งรันได้บนเครื่องที่รูทแล้วเท่านั้น)
    12. เมนูกล้องใช้งานง่ายขึ้นเยอะมาก แถมไอคอนหมุนตามกล้องด้วยน่ารักดี
    13. ณ วันนี้ฟังก์ชั่น Push ยังใช้งานไม่ได้ คงเพราะแอบโหลดมาก่อนเปิดตัวให้โหลดอย่างเป็นทางการ
    14. การใช้ Nexus One ซึ่งเป็น Google Phone นับเป็นพลเมืองชั้น 1 ได้รับการดูแลก่อนคนอื่น กลุ่ม HTC ที่มี Sense UI ไม่รู้ว่าอีกนานไหมถึงจะได้อัพ อย่างกรณีตอน 2.1 นั่นก็นานโขอยู่
    15. โดยรวมใช้งานได้เร็วขึ้นอย่างรู้สึกได้
    16. ตอนกดสั่งสร้าง Shortcut บน Home Screen เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากเมื่อก่อนรอกันหลายวิ
    17. อัพด้วยตนเองแล้วข้อมูลอยู่ครบ ส่วนของ Contact หายไป ซักพักก็กลับมาใหม่จากการ Sync กับ Google
    18. ฟังก์ชั่น Move to SD Card ยังใช้ไม่ได้กับ App ที่อยู่ในเครื่องเดิม เข้าใจว่า App ต้องรองรับฟังก์ชั่นนี้จึงทำงานได้
    19. App เดิมทำงานได้ทั้งหมดยกเว้น Google unread count widget และ yxflash ซึ่ง Force quit ตลอด คงต้องรออัพเดท
  • Froyo Android 2.2

    Froyo

    และแล้วก็เปิดตัวไปเรียบร้อยโรงเรียนพี่กู(เกิล) สำหรับ Froyo หรือ Android OS version 2.2 ซึ่งเกิดตามรุ่นพี่ Cupcake, Donut, Eclair รายละเอียดถูกเปิดตัวในงาน Google I/O มี Video Keynote มาให้ดู

    หรือใครจะดู Video แนะนำตัว อันนี้ไม่ยาวเหมือน Keynote แต่มีรายละเอียดไม่ครบทุกอัน แต่ก็ครอบคลุมตัวหลัก ๆ เกือบทั้งหมด

    รายละเอียดการอัพเดทอย่างเป็นทางการภาษาอังกฤษ อ่านได้ที่นี่ ส่วนแบบไม่เป็นทางการ แถมไม่เรียงลำดับหมวดหมู่ นึกได้ก็เขียนอ่านได้จากด้านล่างนี้

    1. Tips Widget เป็น Widget ตัวใหม่ที่แนะนำวิธีใช้ แสดงให้เห็นว่า google ให้ความสำคัญกับลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ มากขึ้น
    2. Dedicate shortcuts ย้าย icon Phone กับ Browser ทำให้สามารถเรียกโทรศัพท์กับเว็บได้จากทุกหน้าใน Home Screen อันนี้เจ๋ง เพราะประหยัดที่บน Home Screen ไปได้ (ถ้าเลือกได้ว่าจะใช้ icon ไหนจะเจ๋งกว่านี้อีก)
    3. Exchange Support รองรับการทำงานกับ Exchange Server ได้ดีขึ้น เป็นการบุกเข้าอาณาจักร Business ที่ Microsoft ครอบครองอยู่ ส่วนนี้ไม่ได้ใช้ ส่วนตัวเลยไม่สนใจ
    4. Remote Wipe ช่วยให้สามารถสั่งล้างเครื่องจากคอมพิวเตอร์กรณีเครื่องหายได้ เผื่อกรณีเครื่องหายและมีข้อมูลที่เป็นความลับ (more…)
  • Fake

    ข้อความบนเสื้อของคนบนรถเมล์วันนี้

    Girls fake orgasm Boys fake relationship.

    ผู้หญิงโกหกตัวเองเพื่อคนรัก ผู้ชายโกหกคนรักเพื่อตัวเอง