Skip to content
eYacht | เรื่องมันมีอยู่ว่า

eYacht | เรื่องมันมีอยู่ว่า

ชีวิตเรารื่นรมย์กว่าที่เราเข้าใจเสมอ

  • About Me
  • Archives
  • Search
  • ความมันของการแข่งเรือยาว

    วันนี้ที่ริมน้ำมีการแข่งขันเรือยาวกันครับ เลยแวะไปดูกับน้องมาตอนเกือบ ๆ เที่ยง อากาศร้อนมาก แต่บรรยากาศน่ารักดี พอเดินเข้าไปมีหมอลำ ร้องรำทำเพลงกลางแดดเปรี้ยงแบบน้องนางไม่ยั่นแดด (แต่ไม่มีคนดูเลย น่าสงสาร) พ่อค้า แม่ค้า ก็เข้ามาค้าขายกันเต็มตลิ่ง ข้าวของก็ประมาณไอติม, น้ำ, ของเล่นเด็กประมาณนั้น
    ผมเดินดุ่ย ๆ พลันก็นึกเสียดายที่ไม่ได้ติดกล้องมา เลยเอามือถือรุ่น 3 ปีที่แล้วออกมาถ่าย ก็ได้อย่างที่เห็นที่แหละครับ พอถูไถ


    ภาพเวทีหมอลำ ที่ร้างคนดู


    มาดเรือยาวพายมาเตรียมตัวที่จุดสตาร์ท


    ภาพตอนที่แข่งกัน


    ภาพถ้วยรางวัลสำหรับผู้ชนะ

    ถ่ายได้เท่านี้มือถือก็เต็มแล้วครับ (-_-“)

    การแข่งเรือยาวจะเป็นการแข่งแบบพบกันหมด เก็บแต้ม เรือจะเข้าแข่งกันทีละคู่ โดยพายไปไกลราว ๆ 400-600 เมตรมั้ง ไม่แน่ใจ ถ้าเข้าไปดูใกล้ ๆ กับเรือ จะพบว่าเค้านับ 1-10 เพื่อเป็นสัญญาณให้ลงฝีพายได้พร้อม ๆ กัน เพื่อประสิทธิภาพในการเคลื่อนที่สูงสุด ท้ายเรือจะมีคนคัดท้าย 1 คน และคอยระวังไม่ให้เรือชนกัน ที่บอกนับ 1-10 นี่เป็นการนับที่เร็วมาก ใช้เวลาราว 5-6 วินาทีก็ครบ แล้วก็วนนับใหม่ไปเรื่อย ๆ พอนับตัวเลขก็พายลงไป พอดูใกล้ ๆ แล้วเป็นการแข่งขันที่ดูมีพลังมาก มันเอาเรื่องเหมือนกันนะครับ
    ส่วนที่สนุกที่สุดเห็นจะเป็นนักพากย์

    “วันนี้ทุกท่านคงจะได้ความมันกลับบ้านไปด้วยอย่างแน่นอนครับ มันแรกคือมันในอารมณ์ ส่วนอีกมันคือความมันที่จะทำให้เกิดสิวบนใบหน้า” -_-” เอากับเค้าสิ

    “เอาล่ะครับรอบนี้เป็นการพบกันระหว่าง เรือบ้านคำสิงห์ กับ เรือบ้านคำไหล คู่นี้กินกันไม่ลงจริง ๆ ครับ ฝ่ายบ้านคำสิงห์มีพอลล่ามาเชียร์ ส่วนบ้านคำไหลก็ไม่น้อยหน้ามีบัวชมพูฟอร์ดมาเชียร์เหมือนกัน (อย่าให้บรรยายหน้าตาของพอลล่ากับบัวชมพูนะครับ ขอร้อง หยึย)”

    ไปดูเรือกลับได้ฮาคนพากย์เป็นของแถม เพลิน ๆ ดี

    21 October, 2006
  • ฟอนต์ฟรีฟรีเฟร้ย

    กรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์แห่งชาติ (SIPA) จัดดครงการประกวดออกแบบฟอนต์ขึ้น ตอนนี้ประกวดเสร็จแล้วครับ ทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงได้เปิดให้ดาวน์โหลดฟอนท์เหล่านี้ไปใช้กัน โดยใช้ได้ตามข้อตกลงในหน้าที่ลิงค์ให้ครับ

    ทดสอบแล้วบน Mac OS X 10.4.8 ใช้งานได้ดี เมื่อติดตั้งแล้วไม่มีอาการผิดปกติ ใช้งานบน TextEdit Pages Keynote photoshop CS Gimpshop วรรณยุกต์ไม่ลอย แต่ถ้าใช้กับ MS Word (for Mac os x) ยังลอยอยู่ครับ
    ส่วนวินโดวส์ยังไม่ได้เทสต์

    โหลดได้ที่นี่

    21 October, 2006
  • Cars เน่อ

    Cars สนุกดีครับ

    ตัวหนังทำได้สนุกตามมาตรฐาน Pixar เหมือนถ้าเซ็งจิตอยู่ ดูหนังค่ายนี้แล้วมั่นใจได้ว่ายิ้มแย้มแน่นอน แม้หนึ่งในใจนี้ยังเป็น nemo  แต่เรื่อง Cars ก็ทำได้ดี แบบผ่านเกณฑ์สบาย ๆ หายห่วง

    งานด้านภาพ เนี๊ยบเหมือนเดิม เทคโนโลยีตัวใหม่ที่ทำการเรนเดอร์เงาบนตัวรถก็เด็ดขาด (เครดิตตอนท้ายมีโลโก้ Render Man ขึ้นด้วย – แอบแซว) ส่วนเรื่องการแสดงออกถึงอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครที่ผมมองว่า Pixar ทำได้เหนือกว่าเจ้าอื่น (คิดดูสิ ทำปลาให้แสดงอารมณ์ขนาดนั้นได้) ใน Cars เองก็ทำได้ดีมาก แม้ว่าจะรู้สึกมันไม่สุดขั้น แต่ก็คิดว่าด้วยสรีระที่ไม่มีแขน มันคงจะได้เต็มที่เท่านี้แหละ

    บทแน่นเหมือนเคย ไม่มีหลุด เนื้อเรื่องพร้อมที่จะให้ผู้ใหญ่ดูก็ฮาได้ เด็กดูก็สนุกดี ตัวละครที่ออกแบบมาเพื่อให้ใครดูก็รัก อย่างเรารถลากจอมฮา ที่แม้จะไม่โดดเด่นเท่าดอรี่ แต่ก็เติมเต็มเรื่องราวและรสชาติได้เป็นอย่างดี แม้ช่วงท้าย ๆ จะดูโอเวอร์ไปหน่อย แต่ก็นะ ถ้าผมเป็นผู้กำกับ ถ้าโอเวอร์แล้วคนดูอิ่มเอมขนาดนี้ผมก็ยินดีที่จะเวอร์เหมือนกันครับ (แต่แหม … รถมันพูดได้ซะขนาดนั้นก็น่าจะเรียกว่าโอเวอร์แต่แรกแล้วล่ะเนอะ)

    สุดท้ายในเครดิต มีขึ้น Intel ด้วย แหมญาติดีกันไปหมดทั้ง Apple แล้วก็ Pixar แล้วเน่อ (แอบแซว)

    ปล. เพลงเพราะดี
    ปล. ยังกับจะกลายเป็นบล็อกวิจารณ์หนังไปแล้ว
    ีปล. ชอบเสียงพากย์ไทยของเมเธอร์ ที่ลงท้ายว่าเน่อ ๆ จนต้องมาลงเป็นชื่อ Entry

    18 October, 2006
  • My Beloved 13

    หนังมันดีครับ

    หนังถูกสร้างจากการ์ตูนของคุณเอกสิทธิ์ ไทยรัตน์ (ผมตามอ่านตั้งแต่แกเขียนเรื่องแรกเมื่อ 10 กว่าปีก่อน)
    ตอนนี้หนังสือการ์ตูนที่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของหนังเรื่องนี้พิมพ์ออกมาขายอีกรอบ (พิมพ์ครั้งที่ 3) หาได้ง่ายดายนักตามแผงการ์ตูนทั่วราชอาณาจักร ในนั้นถ้าใครได้อ่านจะพบว่าเป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นที่สนุกเอามาก ๆ ทุกเรื่องมีไอเดียเด็ด ๆ รวมอยู่เสมอ พร้อม ๆ กับหักมุมจบคล้าย ๆ เรื่องสั้นของสรจักร ที่ฮิต ๆ สมัยก่อน สนุกครับ ขอแนะนำ อย่างไรก็ดี ผมคิดว่าถ้าได้ดูหนังก่อนอ่านหนังสือจะเป็นการดีมาก

    ต่อจากนี้จะมีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของเรื่อง

    ตัวหนัง 13 ดำเนินเรื่องโดยรวมได้น่าสนใจ แม้จะมีบางช่วงขัด ๆ ความรู้สึกบ้าง (อย่างโชว์แหวะมนุษย์ครึ่งหัว) แต่โดยรวมก็สามารถโน้มนำเราไปได้อย่างอยู่หมัด (ฉากรถเมล์ทำได้ทรงพลังมาก, คุณน้อยก็แสดงเรื่องนี้ได้ดีมาก) จนกระทั่งช่วงท้ายที่พลังของผู้กำกับดูแผ่ว ๆ ไปหน่อย น่าเสียดายที่ผกก.ไม่ได้สร้างความผูกพันพ่อกับภูชิตไว้ให้แข็งแกร่ง ทำให้ตอนที่ข้อ 13 ออกมา ผมไม่รู้สึกเครียดไปกับตัวละคร (แถมการแฟลชแบ็คตอนนั้นก็ออกมายังไม่โดนเท่าที่ควร) ถ้าข้อ 13 ออกมาเป็นผู้หญิงที่คอยติดตามพระเอกมา ผมคงเครียดกว่านี้หลายเท่านัก แต่จุดหักมุมตอนท้ายก็ดีมาก ๆ ถือว่าเหนือชั้น(ถ้าไม่ได้อ่านการ์ตูนมาก่อนน่ะนะ) และพลอยทำให้อยากดู 14 กับ 12 ขึ้นมาทันที

    หนังเรื่องนี้เป็นไตรภาค มีเรื่อง 12 – 13 – 14 โดย 12 มีชื่อเต็ม ๆ ว่า 12 Begin ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด ผมได้ดู 12 แล้ว โดยส่วนตัวคิดว่าดู 13 ก่อน 12 ให้อารมณ์ที่ดีกว่า หรืออย่างน้อย ๆ คุณก็ควรจะรู้กติกาของ 13 ก่อนจะช่วยให้ได้อรรถรสมากขึ้น

    และแน่นอน ตอนนี้ผมอยากดู 14 ชะมัด

    แวะเยี่ยมชมเว็บ 13 (เจ๋งดี)

    ดู 12 Begin หนังสั้น 30 นาที (ที่ดีมาก) ได้ที่นี่ Episode 1 | Episode 2 | Episode 3

    16 October, 2006
  • หมานคร เมืองคนมีหาง

    เนื้อหามีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของหนัง

    วันนี้ได้มีโอกาสดู หมานคร DVD ที่ซื้อมาเมื่อเดือนที่แล้ว (แผ่นแท้ราคา 89 บาท คุ้มเกินคุ้ม) ตัวหนังสนุกมาก เซอร์เรียลได้ใจ ส่วนตัวแล้วตอนที่ดู ฟ้าทลายโจร ตัวหนังเรียกได้ว่าคูลแต่ไม่ค่อยสนุก แต่เรื่องหมานคร ทั้งคูลทั้งสนุก

    หนังเรื่องนี้เหมาะกับคำว่า “ศิลปะ”

    ดูแล้วรู้เลยว่างานโปรดักชั่นเนี๊ยบมาก รวมทั้งโพสต์โปรฯด้วย ดูแล้วก็จี๊ดซะเยอะ เห็นเบื้องหลังฉากบ้านของนางเอกที่บ้านนอกว่าเซ็ตฉากไปสามวัน ออกมาในหนัง 15 วินาที นับถือเลยกับการยกเครนไปตั้งบนแพกลางน้ำ เพื่อถ่ายบ้านกลางน้ำของนางเอกอีกที (บ้าไปแล้ว)

    ที่โดนใจเป็นอย่างแรงก็ตอนที่พระเอกกลับบ้านแล้วพบว่าทุกอย่างที่บ้านนอกช้าลงหมดยกเว้นตัวเอง เพราะเวลาผมไปกรุงเทพฯทีไร ก็รู้สึกว่าคนพวกนี้จะรับอะไรกันนักกันหนา
    ถ้าคุณว่าหนังเรื่อง Sin City คูลมาก ผมว่าหนังเรื่องนี้คูลกว่าเยอะ ตอนที่ผมดู Sin City พบว่ามันจัดจ้าน และบาดใจ แต่เรื่องนี้มันดูคูลขณะที่เป็นไทย ๆ ด้วย (ไม่รู้จะใช้คำอะไรแทนคูล “เจ๋ง”ก็ดูไม่เหมาะเท่าไหร่ ทน ๆ เอาหน่อยนะครับ)

    จุดเด่น – บท, งานด้านภาพ, โปรดักชั่น
    จุดด้อย – การแสดงนางเอก, คุณยายที่โผล่มาให้เสียอารมณ์, บทพูดที่ขัดเขิน, เพลงประกอบ

    ในส่วนธีมหลักของเพลงที่เป็นเพลง ก่อน ซึ่งโดยส่วนตัวผมรู้สึกว่าไม่ค่อยเข้ากับตัวหนัง เพราะภาพเพลงก่อนของผมถูกผูกไว้กับพราย ปฐมพร ความหม่นมืดและการฆ่าตัวตาย (เพลงนี้พรายแต่งให้แฟนเพลงที่ฆ่าตัวตาย) ดังนั้นการนำมาประกอบกับหนังสดใสขนาดนี้ ก็รู้สึกขัด ๆ อยู่ไม่น้อย

    สุดท้ายนี้ผมคิดว่าถ้าไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ ถือว่าผมพลาดไปอย่างแรง ไม่เสียใจเลยที่ซื้อหนังเรื่องนี้มา แนะนำว่าใครสนใจตอนนี้ยังหาได้ตามกระบะเลหลัง VCD ทั่วกรุงเทพฯ

    เรื่องย่อและข้อมูลหนัง ที่นี่

    15 October, 2006
  • อัจฉริยะข้ามคืน

    ไม่รู้มีใครเคยดูอัจฉริยะข้ามคืนหรือเปล่า (เอ หรือต้องถามว่าใครไม่เคยดูจะเหมาะกว่าไหม)
    ผมเคยดูครั้งเดียว (และดูไม่จบซะด้วย) แต่พอเข้าใจคอนเซปต์คร่าว ๆ ว่า
    เกมที่เอาคนเก่งด้านต่าง ๆ มารวมกันในหนึ่งคืน แล้วให้แข่งกันแก้ปัญหาใครชนะได้ 1 ล้านบาท
    วันนี้เจอเข้าที่ Wikipedia รวมคำถามที่ต้องแก้ปริศนาตัวเลขท้ายรายการ จากคำใบ้พิลึก ๆ ให้กลายเป็นเลข 4 หลัก อ่านแล้วก็งง สงสัยว่าผู้แข่งขันมันคิดกันได้ไงฟะ
    หรือเราโง่เองหว่า
    เชิญพิสูจน์ตัวเองได้ที่นี่
    เว็บไซต์ของรายการ ที่นี่

    13 October, 2006
  • Final Fantasy III Thai version (NDS)

    หลังจาก Final Fantasy III ออกรีเมคเป็น 3D บน Nintendo DS ตอนนี้ระหว่างที่รอภาคอังกฤษออก ดูเหมือนจะมีภาษาไทยออกมาก่อนแล้วครับ ใครรอเล่นอังกฤษลองแวะไปดูที่เว็บนี้ www.kenghot.com

    ข้อสังเกตของผมคือ ถ้าไม่มี Internet แล้วเหตุการณ์ที่จะมีคนนำเกมมาแปลคงไม่สามารถเกิดขึ้นได้ (หรือจะทำได้ก็คงยากมาก)
    ทั้งในแง่ที่ผู้ทำไม่มีระบบแจกจ่ายได้(งานนี้มีการปล่อย Close beta ให้ช่วยกันทดลองด้วย), ไม่สามารถประกาศหาทีมมาช่วยแปลได้ (งานนี้มีหลายสิบคนมาแบ่งหน้าที่กันแปลอย่างเป็นระบบ), ผู้ทำไม่ได้รับคำชมเชย (เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าผู้ทำควรจะได้เป็นที่สุด)

    ส่วนผมเอาใจช่วย ตอนนี้ลังเลว่าจะรอเล่น Eng ดีหรือรอไทยดี เพราะยังไม่เคยเล่นเกม RPG ไทยเลย คงสนุกดีเนอะ (แต่ Eng ก็ได้ฝึกภาษาเอาไงดีน้า -_-“)

    ปล.ตอนนี้มีคนแปล Cooking Mama ไทยออกมาด้วยครับ ใครสนใจแวะหาดูได้ที่บอร์ดไทยนิน

    12 October, 2006
  • เขาคือใคร Jonathan Ive

    บทความสัมภาษณ์และแนะนำ Jonathan Ive หัวหน้าฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์ของ Apple ตีพิมพ์ใน BusinessWeek เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ตอนนี้มีคนแปลไทยแล้ว เอามาฝากครับ อ่านแล้วก็ได้แรงบันดาลใจดี อ่านได้ที่นี่

    หรือใครมั่นใจในวิชาภาษาต่างประเทศของตัวเองก็ลองได้ที่นี่
    และท่านสามารถแวะดูผลิตภัณฑ์ที่ Ive ออกแบบได้ที่นี่

    8 October, 2006
  • กรรไกรกัดเล็บ

    สินค้า : กรรไกรตัดเล็บ
    ยี่ห้อ : Metro X
    ผลิตโดย : บ.เซ็นทรัล วัตสัน จำกัด
    จัดจำหน่ายที่ : ร้าน Watson
    ราคา : 65 บาท (ถือว่าแพง)
    จุดขาย : ดีไซน์เก๋ไก๋ (แต่จับยากมาก), วางจำหน่ายในร้านที่น่าเชื่อถือ
    วันที่ผลิต : 09/09/2549
    วิธีใช้ : ใช้ตัดเล็บ
    จำนวนเล็บที่ตัดได้ : 0
    สรุป : แกะมาแล้วตัดเล็บไม่เข้า เล็บจะเบี้ยว ๆ ขึ้นมาบาดคุณเองเหมือนเวลากัดเล็บ ห่วยมาก ใครเล็งสินค้าชิ้นนี้อยู่อย่าซื้อโดยเด็ดขาด
    ปัจจุบัน : ลังเลว่าจะทิ้งลงถังขยะ หรือ จะแวะไปโวยกับ Watson ดี

    edit 12 ต.ค. 49 : ผมตัดสินใจแวะไปที่ Watson แต่ไม่ได้ไปโวยอะไรนะครับ แวะไปถามว่ามีใครมาเปลี่ยนบ้างไหม เพราะผมใช้งานมันไม่ได้เลย ปรากฎว่าไม่มี (ไม่รู้ว่าขี้เกียจกัน หรือผมซวยได้อันที่ห่วย) ด้วยความสะเพร่าผมทิ้งใบเสร็จไปตั้งแต่ตอนซื้อมา เพราะไม่คิดว่าสินค้าจะใช้งานไม่ได้ (และยังไม่มีเล็บที่อยากตัดน่ะ) สุดท้ายทางร้านไม่รับผิดชอบ เนื่องจากผมไม่มีใบเสร็จ ผมจึงฝากพนักงานในร้านทิ้ง เพราะมันใช้งานไม่ได้ และลาก่อน Watson

    3 October, 2006
  • Dedicated to Nuxera

    ………วันนี้ฝนตกยังกับฟ้ารั่ว
    ความขมุกขมัวของฟ้าฝน ดูเหมือนคนหดหู่ใจ

    ปี 2540
    ผมเข้าเรียนที่ม. ธรรมศาสตร์ที่ศูนย์รังสิต คณะวิทยาศาสตร์ สาขาศาสตร์คอมพิวเตอร์ คืนแรกของการรับน้อง ผมนั่งปน ๆ กับเพื่อน ๆ รุ่นเดียวกันที่รู้จักกันอย่างผิวเผินที่สนามหญ้าข้างตึกโดมศูนย์รังสิต ในมือถือดอกกุหลาบที่ได้รับมาจากรุ่นพี่ พวกเรามานั่งรวมกันเพื่อนั่งฟังรุ่นพี่ 5-6 คนยิงมุขกันเป็นเวลาเกือบ ๆ 2 ชั่วโมง (ถ้าจำไม่ผิด) ด้วยความอึดอัดในสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ มุข “ยัง!” ช่วยผ่อนคลายความเครียดเหล่านั้นไปได้โข ผมยังยิงมุขนี้กับเพื่อนที่พักห้องเดียวกันในคืนนั้นอย่างครื้นเครง
    หนึ่งในรุ่นพี่ 5-6 คนนั้นมีผู้ชายอ้วน ๆ ผมยาว หนวดรกรุงรัง ท่าทางจะแก่ที่สุดในกลุ่ม ชื่อว่า พี่นุ๊ก ออกเสียงเหมือน นุีก สุทธิดา แต่รูปร่างหน้าตาต่างกันเหลือใจ (ภายหลังแกบอกชื่อในวงการแกว่า Nuxera)
    ถ้านึกหน้าแกไม่ออก ขอให้นึกถึงคุณปาเดย์ (มือเบสของวง Sepia, T-bone)
    มือกลองเก่าพี่นุ๊ก (ชื่ออะไรจำไม่ได้) เห็นหน้าแกครั้งแรกตอนที่เดินสวนกันตรงทางเดิน ชี้หน้าแกพร้อมตะโกนออกมาว่า”ปาเดย์” แล้วก็วิ่งหนีไป แกเล่าให้ผมฟังพร้อมหัวเราะร่วน ในช่วงหลังที่ได้มีโอกาสรู้จักกันจริง ๆ จัง ๆ
    พอเปิดเทอมไม่นาน ผมเข้าห้องเชียร์ครบทุกครั้ง (ที่ธรรมศาสตร์ยุคนั้นไม่บังคับเข้า) จนเพื่อน ๆ แปลกใจ เหตุใหญ่คือผมอยากไปฟังมุขพี่นุ๊ก ฟังดูเหมือนเพี้ยน ๆ แต่ผมอยากเป็นอย่างแกแฮะ แม้ว่าจนแล้วจนรอด พี่แกเข้าแค่ครั้งเดียวเอง (ผมจึงกลายเป็นคนไม่กี่คนในรุ่นที่ร้องเพลงเชียร์ได้เกือบ ๆ ครบ)

    ปี 2541
    ผมขึ้นเล่นดนตรีรับน้องใหม่ ของนักศึกษาทุนช้างเผือก ในอาคารกีฬาที่ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ วันเดียวกันวงพี่นุ๊กขอแจมด้วย วงพี่นุ๊กเล่นก่อนวงเรา ทราบว่าสมาชิกในวงแกกำลังจะจบกันหมดแล้ว เหลือแกที่กำลังจะขึ้นปี 6 ในเทอมนี้ หลังวงพี่นุ๊กเล่นจบ วงผมเล่นต่อจนเลิกงาน พี่นุีกเข้ามาบอก เฮ้ย ตีกลองดีนี่หว่า รู้สึกดีใจ

    ปี 2542
    พี่นุีกฟอร์มวงคณะขึ้นใหม่ พร้อม ๆ กับนักร้องที่อวบอั๋นไม่แพ้กัน พี่เอิร์ธ กับมือกีตาร์ เจ้าเป้ ตอนนั้นระหว่างที่ผมเล่นกับวงเดิม ก็ถูกชวนไปตีกลองให้ ปีนั้นผมขึ้นเล่นให้ 2 วง วงนึง(วงเดิม) เล่นฮาร์ดคอร์โคตรโหด กับอีกวง วงพี่นุ๊ก เล่นเพลงตลาด ฮา ๆ
    หลังจากนั้นไม่นาน เราก็สถาปนาตัวเองขึ้นเป็นวงคณะได้อย่างไรไม่ทราบ แต่เมื่อไหร่มีงานของคณะ เราก็ได้ขึ้นเล่นทุกครั้งไป วงนี้เหมือนคณะตลก ขึ้นไปยิงมุข ยิงมุข เล่น ๆ แล้วก็ลง
    ช่วงนี้พี่นุีกลงวิชา Algorithm ด้วยกัน มีเรื่องเล่าว่า ด้วยนึกสนุก แกไปโกหกเพื่อนคนนึงว่า สัปดาห์หน้าจะสอบ หลังจากเพื่อนคนดังกล่าวกระจายข่าวไปจนทั่วทั้ง Section แล้วสุดท้ายข่าวก็วนกลับมาจนถึงแกว่าสัปดาห์หน้ามีสอบ แกก็ดันเชื่อ! สุดท้ายมารู้กันทีหลังว่าจริง ๆ พี่นุ๊กนั่นแหละเป็นคนมั่วแต่แรก
    มีอีกครั้งที่ผมลืมทำการบ้านส่ง ก่อนขึ้นรถไฟกลับบ้าน โทรไปหาพี่นุีกบอกพี่ช่วยทำให้หน่อย พี่นุ๊กบอก เออ ๆ ไอ้เพชรมันทำเสร็จแล้วเดี๋ยวจัดการให้ อ้อ พี่ ๆ ขอให้ไอ้เจนด้วยนะ สุดท้ายพอเปิดเรียนมา ได้คะแนนกันครึ่งเดียวยกแก๊งค์ เนื่องจากพี่นุีกเล่นพรินท์จากคอมพ์ออกมาครบคน หน้าตาเหมือนกันเด๊ะ (เอาน่า ก็ดีกว่า 0 เนอะว่าไหม)
    ช่วงปลายปี พี่นุ๊กเริ่มมาติดพันผม หลังจากที่มาเลียบ ๆ เคียง ๆ ถามเรื่อง Photoshop กัน แบ่งปันเรื่องนู้นนี้ ทั้งเรื่องดนตรี เรื่องโปรแกรมกราฟฟิค โปรแกรมทำเว็บ จนกระทั่งปิดเทอม พี่นุ๊กยืมหนังสือ Photoshop ไปตั้งใหญ่จากผม

    ปี 2543
    พี่นุ๊กมาบอกอย่างเศร้าใจว่าหนังสือหายหมด โดนแม่บ้านเอาไปทิ้งหรือโดนขโมยผมจำได้ไม่ถนัดนัก แต่ตอนนั้นไม่โกรธอะไร แปลกดีเหมือนกัน
    ลงท้ายช่วงกลางปี(ถ้าจำไม่ผิดนะ) พี่นุีกถูกรีไทร์ แม้ว่าไม่ได้ถามเรื่องรายละเอียด แต่รู้คร่าว ๆ ว่าแกเรียน Stat ไม่ผ่านหลายรอบมาก แกไทร์แล้วแต่ก็ยังมาสิงนอนที่หอเรา ที่ห้องผมบ้าง ห้องพวกน้องภาคเกษตรบ้าง แล้วแต่วัน ช่วงนั้นมีพักนึงที่ผมกับพี่นุ๊กรับจ๊อบทำเว็บ ได้ตังค์มากินขนม กันตามเรื่อง ก็สนุกดี ช่วงหลัง ๆ แกเข้าทำงานในตำแหน่งเว็บดีไซเนอร์ที่บริษัทในเครือของจัสมิน อินเตอร์เน็ต ก็มีลากผมไปช่วยงานอยู่นิดหน่อย ไปนอนเล่นบ้านแก(ของบริษัทน่ะ) ได้ตังค์ติดกระเป๋ามานิดหน่อย

    ปี 2544
    พี่นุ๊กและคณะมาร่วมงานบายเนียร์คอมพิวเตอร์ที่โรงแรม วันนั้นแกมาในฐานะรุ่นพี่ขอกินฟรี ดังนั้นเพื่อเป็นการตอบแทน แกจึงเอาเพลงมาแลกข้าว ด้วยการร้องเพลง รักเธอทั้งหมดของหัวใจ ของ Pause บนเวที สุดท้ายพอจบเพลงยิงมุขว่า เพลงนี้โจ้ร้องให้กับน้องที่ตายไปแล้ว เหอ เหอ ว่าแล้วก็ลงมาจากเวทีไปนั่งกินต่อสบายใจ
    พี่นุ๊กมาร่วมงานรับปริญญารุ่นเราในชุดเสื้อเชิ๊ตลายหมากรุก หนวดเฟิ้ม แว่นตาดำ และเอาผ้าโพกหัวสีน้ำเงิน ท่าทางเหมือนพวกฝรั่งที่ชอบขับช๊อปเปอร์ประมาณนั้น ถ้าจำไม่ผิดตอนนั้นแกโกนหัวอยู่ ทีแรกแกทำผมเดร็ดล็อค แต่สุดท้ายรักษาไม่ไหวเพราะคัน เลยโกนออก พอโกนแล้วท่าทางจะชอบ เลยไว้มาโดยตลอด

    ปี 2545
    ผมกลับมาทำงานที่บ้านที่อุบลฯ พี่นุ๊กโทรมาหาทางโทรศัพท์บอกว่าแนะนำผมให้ทาง Matching Studio แกพูดติดตลกว่า ทางนั้นอยากได้พี่นุ๊กไปทำงานด้วย แต่แกว่าแกจะแนะนำอาจารย์แกให้ สุดท้ายผมก็ขอบคุณและปฎิเสธที่จะไปสัมภาษณ์กับทางบริษัท เพราะว่าตอนนั้นเริ่มงานที่บ้านมาพักนึงแล้ว

    ปี2549
    ผมไม่ได้ติดต่อพี่นุ๊กมาหลายปีแล้ว พี่เอิร์ธนักร้องของวงโทรมาหาตอนเที่ยง ๆ ของวันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคม 2549 ว่าพี่นุ๊กสิ้นใจแล้ว
    ฟังคร่าว ๆ ว่าเป้นอุบัติเหตุมอร์เตอร์ไซค์ แกถูกรถมอร์เตอร์ไซค์ขับสวนเลนมาชนเข้า หลังจากถึงโรงพยาบาลตอนตี 2 และหมอบอกว่าแค่ขาหัก พอตี 5 แกสิ้นใจ เนื่องจากปอดฉีก

    วันนี้ผมแวะไปเดินเล่นที่ B2S วน ๆ ดูหนังสือ ดู DVD ดู CD เพลง จนเจอกับอัลบั้ม Dedicated to PAUSE พลิกไปหลังปก เห็นเพลงรักเธอทั้งหมดของหัวใจ ผมหยิบ CD ขึ้นมาเดินไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ ในใจพลางคิดไปเรื่อยเปื่อยถึงตอนที่เล่นดนตรีกับพี่นุ๊ก เราเคยเล่นเพลง Pause กันหลายเพลงเหมือนกัน

    ผมออกมาจาก Robinson ระหว่างเดินไปที่รถ พื้นเฉอะแฉะ มองขึ้นไปบนท้องฟ้ามืด ๆ เพลง รักเธอทั้งหมดของหัวใจ ก็ดังแว่วมาเงียบ ๆ
    … ทุกครั้งที่ฉันคิดถึงเธอ ใจมันคอยบอกตัวเองอยู่เสมอ ว่าเธอนั้นเป็นสุขไปแล้ว….
    วันนี้ฝนตกยังกับฟ้ารั่ว ….. ผมนึกขอบคุณฝนในใจเบา ๆ

    ปล. เรื่องเหล่านี้เขียนจากความทรงจำเก่า ๆ ของผมเอง หากมีข้อมูลใดผิดพลาดวานผู้รู้แจ้งได้
    ปล2. ภาพด้านบนเป็นภาพวอลเปเปอร์ที่พี่นุ๊กทำทิ้งไว้ในเครื่องผมเมื่อนานมาแล้ว

    3 October, 2006
←Previous Page
1 … 20 21 22 23 24 … 39
Next Page→

eYacht | เรื่องมันมีอยู่ว่า

ชีวิตเรารื่นรมย์กว่าที่เราเข้าใจเสมอ

  • Blog
  • About
  • Search

2026 Copyright Reserved