Skip to content
eYacht | เรื่องมันมีอยู่ว่า

eYacht | เรื่องมันมีอยู่ว่า

ชีวิตเรารื่นรมย์กว่าที่เราเข้าใจเสมอ

  • About Me
  • Archives
  • Search
  • MV El Nin Yo (Uncensored)

    MV El Nin yo
    Ta ta Young – Album Temperature Rising
    (It’s Hot and Burn!!)

    ปล. ขอแสดงความคิดเห็นส่วนตัวหน่อยครับ พอผมได้มีโอกาสดู MV เวอร์ชั่นนี้จบ ผมก็รู้สึกที่งในเรื่องของความกล้า และความสามารถของเด็กสมัยนี้จริง ๆ นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ที่ใครจะกล้ามาแสดงออกถึงขั้นนี้ ไม่มีอย่างอื่นจะบอกนอกจากว่า “น่าทึ่งจริง ๆ”

    ปล.เนื่องจากเจ้าของไฟล์ได้ทำการลบคลิปเด็กปีศาจออกจาก YouTube ไปแล้วดังนั้นวันนี้จึงขอเพิ่มอันใหม่เข้ามาแทนครับ ดูได้ที่นี่ MV El-Ka-tag น่าสะพรึงกลัวไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

    24 August, 2006
  • SOAP :: Snakes On A Plane

    ถ้ากำหนดให้พูดอธิบายหนังเรื่องนี้ด้วยคำสองคำ ผมจะบอกว่า “มีงูบนเครื่องบิน” และ “มันมาก”
    ฟังดูเหมือนเสีย 1 คำไปให้กับชื่อหนัง(ซึ่งมันบอกชัดเจนอยู่แล้วว่าหนังเกี่ยวกับอะไร) แตุ่้ถ้าไม่พูดคำนี้ ก็ไม่คัลท์น่ะสิครับ

    ไปดูมาครับ หลายวันก่อน หนังสนุก ลุ้น ๆ ดี แต่ไม่คัลท์อย่างที่หวังไว้ (ทำดีไปหน่อย -เอ๊ะยังไง) น่าเสียดายทีเดียว ผมเข้าไปดูกะว่าจะคัลท์กว่านี้ แหม ๆ น่าเสียดาย แต่ก็พออภัยได้เนื่องจากหนังสนุกดี

    หนังเรื่องนี้มีชื่อเสียงกันมาก่อนเข้าฉายโขอยู่ด้วย

    1. ตั้งชื่อได้ “มุกควาย” มาก
    2. มีแฟนรอคอยมากหมาย พร้อมแสดงความเคารพด้วยการทั้งทำเสื้อขาย แต่งตอนจบกันใหม่อย่างเมามัน ออกแบบโปสเตอร์ใหม่ ทำหนังตัวอย่างใหม่ มีบล็อก ฯลฯ หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังที่ประสบความสำเร็จในการประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บต่อจาก The Blair Witch Project
    3. แฟน ๆ กรี๊ดสลบเมื่อคุณ Samuel L. Jackson จะโผล่มาสบถฟัคให้ฟังกัน (เฮียแกขึ้นชื่อว่าสบถฟักได้มาเธอร์ฟักเกอร์สะใจสุด ๆ )
    4. วลีเด็ด “Enough is enough! I have had it with these muthafuckin’ snakes on this muthafuckin’ plane!” ฮิตในหมู่แฟน ๆ ที่รอคอย ก่อนหนังฉายเสียอีก กดที่นี่เพื่อฟัง
    5. ตัวหนังโชว์คัลท์ด้วยการที่ตัดครั้งแรกได้เรท PG13 เลยไปถ่ายฉากโป๊เปลือย และฉากโหด ๆ เพิ่ม เพื่อให้ได้เรท R (บ้าไปแล้ว)
    6. ความฮิตของหนังทำให้เกิดสแลงคำใหม่ว่า “Snake on a plane” = Shit happens

    รายละเอียดเพิ่มเติมความ Cult ของหนังเรื่องนี้ Wikipedia.org
    สรุปความคลั่งไคล้ของแฟนคลับในเวลา 3.25 นาที ด้วยมิวสิควีดีโอนี้ All Your Snakes Are Belong to Us (ยอดดูแล้ว 2 แสนกว่าครั้ง)
    ถ้าไม่คิดอยากดูเรื่องมนุษย์เหล็กไหล ก็ขอแนะนำเรื่องนี้แล้วกันครับ

    23 August, 2006
  • หัวหิน ไปเองก็ได้ ง่ายจัง

    1. หัวหินไปได้หลายทาง ขับรถยนต์ไปก็ได้ นั่งรถไฟไปก็ได้(ป้ายสถานีรถไฟเค้าสวยดี) นั่งรถทัวร์ไปก็ได้
    2. อีกทางที่ไปได้คือ รถตู้ ครับ มีรถตู้บริการที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลแถว ๆ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (ซอยที่มีรถตู้จอดเยอะ ๆ น่ะครับ ลองถามคนแถวนั้นดู) ราคาราว ๆ ร้อยกว่าบาท จำไม่ได้แล้ว ใช้เวลาน้อยกว่ารถทัวร์ราว ๆ 1 ชม. ออกทุกครึ่งชม. บริการกันจนทุ่มนึงเห็นจะได้
    3. รถตู้ไปส่งถึงที่ก็สามารถเดินเท้าไปประมาณ 3 บล็อคถนนก็ถึงทะเลแล้วครับ ที่นี่ที่พักค่อนข้างจะเยอะ ไม่ต้องห่วงหาได้ง่ายมาก ส่วนใหญ่จะเป็นเกสต์เฮาส์ ที่เป็นบังกะโลติดทะเลนี่ไม่มีครับ ทะเลเลยสะอาดดี (มีโรงแรมใหญ่คือ Sofitel ที่สวยมาก เข้าไปเดินเล่นงง ๆ ได้ครับ สวยจริง ๆ ออกแบบเหมือนบ้านตากอากาศต้องไปดูเอง)
    4. ที่พักที่ผมไปพักและรู้สึกว่าเวิร์คมาก เพราะไม่แพงนัก ห้องใหม่ สวยงาม สะอาดคือที่ โรงแรมชมสินธุ์ ดูเว็บได้ที่นี่ รู้สึกประทับใจเป็นพิเศษ จึงขอแนะนำเป็นการส่วนตัว
    5. หัวหินเป็น”เมืองตากอากาศ” ทีแรกผมไม่ค่อยเข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร แต่พอไปก็พอเห็นภาพว่า ทะเลที่นี่มันน่าดู ไม่ค่อยน่าเล่นเท่าไหร่ ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี ถ้ามากันกับพ่อแม่ นั่งกินข้าวริมทะเล จะเหมาะมาก อะไรประมาณนั้น
    6. สัดส่วนของเมืองไม่ใหญ่นัก ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง ก็เดินเที่ยวได้เกือบหมด หรือกลัวเมื่อยก็เช่ามอร์เตอร์ไซค์ซึ่งไม่ค่อยแพง ขี่เที่ยวเล่นก็สนุกดี
    7. พระราชวังไกลกังวลไม่เปิดให้เข้าเที่ยวเล่น แต่สามารถเข้าไปวิ่งออกกำลังตอนเย็นกับตอนเช้าได้
    8. เขาตะเกียบมีแต่ลิง กับ วิว จริง ๆ ก็ไม่ค่อยน่าตื่นเต้นเท่าไหร่ แต่ก็ถ้าคิดจะเที่ยวก็คงมีแต่ที่นี่แหละ ขี่มอร์เตอร์ไซค์ตัวดำไปก็พอไหว
    9. ตอนกลางคืนมีไนท์บาซ่าแม้ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น แต่เดินกินบรรยากาศคึกคักก็เป็นเรื่องที่ดี ส่วนร้านอาหารก็มีหลากหลายทั่วบริเวณ
    10. ร้านอาหารแนะนำคือร้านอยู่เย็น ร้านน่ารัก อยู่ริมทะเล ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

    ข้อมูลเ้พิ่มเติมที่ เทศบาลเมืองหัวหิน

    22 August, 2006
  • จุดอ่อนของมนุษย์เหล็กไหล

    ปัญหาของ มนุษย์เหล็กไหล ไม่ใช่ FX แต่เป็นบท และนักแสดงต่างหาก

    ใช่แล้วครับไปดู มนุษย์เหล็กไหล มาครับ บอกตามตรงว่าผิดหวัง ผมเข้าใจเป็นอย่างแรงในเรื่องของ Special Effects ว่าคงจะไม่เนี๊ยบเท่าไหร่ ซึ่งส่วน FX ผมถือว่าสอบผ่านครับ ในระดับของโปรดักชั่นไทย แต่สิ่งที่แย่จนน่าตกใจคือ บทและนักแสดง
    ไม่มีหนังที่ดีเรื่องไหนมาจากบทหนังที่แย่ คำคมของใครซักคน กล่าวมาประมาณนี้ ภาพยนต์ไทยหลัง ๆ มาอ่อนเรื่องบทมากขึ้นเรื่อย ๆ ผมไม่เข้าใจว่าทางคุณปรัชญา ปิ่นแก้ว กับบาแรมยูถึงปล่อยให้เป็นแบบนี้ ตอนที่ต้มยำกุ้งออกมา บทก็อ่อนมากเช่นกัน ผมไม่คิดว่าการเป็นหนังแอคชั่นแล้วจะสามารถสร้างโลกที่ไร้เหตุผลอย่างไรก็ได้
    เรา”อิน”กับหนังไปตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ เพราะเราเกิดเชื่อขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจว่า โลกในจอนั้นมันมีจริง ๆ แม้ว่าสไปเดอร์แมนจะมีความสามารถที่ไม่น่าเกิดขึ้นจริง แต่ระหว่างชมภาพยนต์ เราก็ไม่รู้สึกขัดอกขัดใจอะไร เพราะทุกอย่างมันมีเหตุมีผลของมันอยู่

    ตอนหนึ่งของ มนุษย์เหล็กไหล

    พระเอก : ทำไมพวกมันไม่ติดต่อเรามาเลยนะ แม่ผมจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้
    นางเอก : งั้นเราคงต้องบุกเข้าไปหาพวกมันเอง
    พระเอก : เราจะรู้ได้ยังไงว่าพวกมันอยู่ที่ไหน
    นางเอก : นี่ไงล่ะ เข็มทิศวิเศษ เข็มทิศนี้จะชี้ไปยังเหล็กไหล ซึ่งก็คือรังของพวกมัน
    พระเอก : ทำไมเธอถึงเพิ่งมาบอกฉัน
    นางเอก : ตั้งแต่ตอนนั้นมันใช้ไม่ได้ แต่ตอนนี้มันใช้ได้แล้ว
    พระเอก : งั้นเรารีบไปกันเถอะ
    eYacht : -_-”

    ขีปนาวุธถูกทำลายลง ฝ่ายผู้ร้ายกำลังเพลี้ยงพล้ำ
    ตัวร้าย : นี่เราแพ้แล้วหรือนี่ นาง A ก็พ่ายแพ้ ขีปนาวุธก็ยิงไม่โดน ทำไมพระเจ้าทำกับเราอย่างนี้ ถ้าอย่างนั้นเราจะขอตายดีกว่า นี่คือยาพิษ ลาก่อน แต่หลังจากนี้จะมีฉันคนต่อ ๆ ไป มาทำลายโลก และ ฯลฯ
    eYacht : ทราบแล้วครับ ขอบคุณครับ

    ขอเป็นกำลังใจให้ข้อผิดพลาดนี้เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับนักเขียนบท และค่ายหนังในการทำหนังเรื่องต่อ ๆ ไป

    ปล. นอกจากบทแย่และตัวละครเล่นแข็ง หนังไม่ได้เลวร้ายมาก แอคชั่นดีมากทีเดียว ฉากบู๊ก็ดูดี FX ก็ใช้ได้
    ปล. 2 ส่วนหัวของ มนุษย์เหล็กไหล ดูไม่ค่อยเท่ห์เท่าไหร่ ดูหน้าปูด ๆ น่าเสียดาย

    21 August, 2006
  • เด็กไทย.com

    วันนี้เจ้าไอซ์และเพื่อน ๆ ม.1 แวะมาทำการบ้านที่บ้าน เป็นการส่งรายงานการเยี่ยมชมนิทรรศการวิทยาศาสตร์ที่ม.อุบลฯ และที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดเมื่อสัปดาห์วิทยาศาสตร์ที่ผ่านมา

    มาถึง 3 คนก็ขอใช้คอมพิวเตอร์และเปิด Google ค้นหาข้อมูลกันใหญ่ แล้วก็ก๊อปปี้ข้อมูลจากโรงเรียนนั้น โรงเรียนนี้มาแปะลงใน MS Word แล้วก็ไปเปิดหาต่อ

    ผมเห็นแล้วหงุดหงิดใจ

    เลยเรียกมาคุยกันยกแก็งค์ แนะนำใหม่ ให้เขียนจากสิ่งที่ตัวเองไปเห็นมาจริง ๆ สิ่งที่ตัวเองประทับใจ คร่าว ๆ ไม่ต้องละเอียดก็ได้ แต่ต้องเป็นเรื่องจริงที่จำได้ เรื่องจริงที่เห็นมา อย่างเช่นที่ตอนเดินเข้ามาไอซ์ก็คุยให้ฟังใหญ่ว่า ได้เข้าไปในห้องอาจารย์ใหญ่ของโรงพยาบาล บ่นอุบว่าเหม็นแล้วก็น่ากลัว บอกเจ้าไอซ์ว่า เขียนเรื่องนี้สิว่าประทับใจ รู้สึกอย่างไร เหมือนกับที่เล่าให้ฟังเมื่อซักครู่นี้ แล้วครูก็ไม่ได้กำหนดให้เราพิมพ์ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ซักหน่อย ถ้าอย่างงั้นก็เขียนเอาสิ ง่ายกว่าตั้งเยอะ ว่าแล้วก็เดินไปถอยสมุดรายงานมาหนึ่งเล่มให้แบ่งกันเขียน (น่าตกใจที่เด็กทั้ง 3 คนไม่เคยใช้สมุดรายงานมาก่อน เพราะทุกทีพิมพ์(ก๊อปปี้)ด้วยคอมพิวเตอร์กันหมด)

    หลังจากที่บอกไปเหล่าแก็งค์เด็กก็ดูทีท่าสบายใจกว่าเดิม ท่าทางสนุก และไม่ต้องกลัวว่าครูจะจับได้ด้วยว่าก๊อปมา
    ผมนั่งทบทวนเรื่องนี้แล้วรู้สึกไม่สบายใจ

    อย่างแรกคือ เรากำลังสอนวิธีการทำงานให้เด็กอย่างถูกต้องหรือเปล่า

    หรือเด็กเข้าใจว่าประโยชน์ของอินเตอร์เน็ตคือช่วยทำการบ้านให้เราโดยเราไม่ต้องเมื่อยมือเขียน ครูควรจะมีข้อห้ามในการส่งการบ้านว่าต้องเขียนด้วยมือทั้งหมดหรือไม่

    อย่างที่สองคือ แล้วไอ้วิธีที่ผมบอกให้เด็ก ๆ ทำส่งครูจะเป็นสิ่งที่ครูต้องการหรือไม่ ครูจะให้คะแนนอย่างไร

    ถ้าหากมองว่าเด็กคนอื่น พรินท์มาอย่างสวยงาม พร้อมเนื้อหา 20 หน้ากระดาษครบถ้วน ซึ่งจริง ๆ แล้วก๊อปมาจากอินเตอร์เน็ต
    กับหลานผมที่เขียนด้วยมือ ความยาวเพียง 2-3 หน้ากระดาษ เขียนผิดบ้าง ถูกบ้าง ทั้งหมดแทบจะเรียกว่าเป็นภาษาพูดจากความคิดของเขาเอง หลาย ๆ หัวข้อของแต่ละคนก็คล้าย ๆ กัน เพราะทุกคนจะชอบห้องอาจารย์ใหญ่ หุ่นยนต์เตะฟุตบอล โดมิโนที่ไปกดปุ่มสวิทช์เปิดงาน กระดาษก็ใช้ชนิดเดียวกัน ทั้งหมดเกิดจากการพูดคุยกัน ช่วยกันคิด และเขียนลงไป

    หากว่าครูให้คะแนนเด็ก 3 คนนี้น้อยกว่าเพื่อนที่พรินท์จากคอมพิวเตอร์มาส่ง ผมไม่รู้จะตอบพวกเขาว่าอย่างไรดีเหมือนกัน

    19 August, 2006
  • MonoLingual :: หนทางเพิ่มกิ๊ก

    ระบบ Mac OS X สวาปามพื้นที่ของฮาร์ดดิสก์เครื่องอย่างแรง เพราะตัว OS เองเก็บทุกอย่างไว้ เพื่อความสะดวกของผู้ใช้เช่น Drivers ต่างๆ, ภาษาอีกหลายภาษา(ทั้งเมนู, ทั้งHelp, ฯลฯ )

    เป็นที่รู้กันว่าหากต้องการเพิ่มพื้นที่ก็สามารถกดดู Get Info ของ App ที่คุณต้องการ ด้านล่าง ๆ จะมีหน้าต่างบอกว่าโปรแกรมนี้มีภาษาอะไรแถมมาบ้าง แล้วก็สามารถเลือกลบเอาตามสะดวก

    หากวิธีก่อนหน้านี้ยุ่งยากไปต้องกดหลายทีไม่ชอบ ก็อาจใช้วิธีฮาร์ดคอร์หน่อยโดยใช้ Command Line พิมพ์
    sudo find / \! -name “English.lproj” -name “*.lproj” -type d -exec rm -r — {} \
    ที่ Terminal.app หรือ iTerm.app เพื่อลบทุกภาษาทิ้งยกเว้นภาษาอังกฤษหรือหากว่าต้องการเก็บภาษาอื่นนอกจากอังกฤษไว้ให้พิมพ์ \! -name “ภาษาคุณ.lproj” ต่อท้ายคำว่า “English.lproj” ก็ได้

    หรือหากคิดว่าชีวิตอยู่ในอันตรายกับวิธีที่ 2 ขอแนะนำโปรแกรม monolingual
    ใช้งานง่ายกว่า เพราะเป็นโปรแกรมมีปุ่มให้กด กดจึ๊กเดียวภาษาอื่นหายเกลี้ยง ปลอดภัย(ทางจิตใจ)กว่ากันเยอะ ปกติถ้าไม่เคยลบเลยอาจะจะได้พื้นที่เพิ่มขึ้นมา 2 กิ๊ก หรือบางที 3 กิ๊กทีเดียวเชียว

    19 August, 2006
  • โปรดระวังของเหลวของคุณ

    วันนี้ต้องเดินทางโดยเครื่องบิน แล้วแถวเข้าคิวตรวจกระเป๋ายาวมาก เพราะตอนนี้เครื่องบินทุกลำไม่อนุญาตให้นำของเหลวขึ้นเครื่องครับ จากที่อ่านประกาศที่สนามบินคิดว่าเฉพาะที่ผสมแอลกอฮอร์อย่าง น้ำหอม เยลทาผม แต่เอาเข้าจริงคือ ไม่ว่าของเหลวชนิดไหน เจ้าหน้าที่ก็ไม่อนุญาตให้นำขึ้นเครื่ือง ไม่ว่าจะเป็นแชมพู สบู่เหลว น้ำยาล้างจาน หรือแม้กระทั่งน้ำเปล่า
    ตอนที่รอมักจะช้ากับคนที่คิดว่าหยวน ๆ ได้ อย่างก่อนหน้าผมเป็นอาแปะกับอาอึ๊มที่กำลังต่อรองกับเจ้าหน้าที่ว่า ไอ้ที่อยู่ในกระติกน้ำในกระเป๋าเป็นยาจีน แถมดื่มให้ดูเป็นการยืนยันอีกต่างหาก สุดท้ายก็ต้องยอมความฝากเจ้าหน้าที่ไป
    ที่จะบอกคือว่า หากต้องเดินทางช่วงนี้ก็จัดการเรื่องของเหลวของคุณให้ดีนะครับ นำติดตัวขึ้นเครื่องไม่ได้ อะไรที่เจ้าหน้าที่สแกนเจอเป็นขวด เป็นโถ นี่ต้องเปิดออกให้ดูทั้งหมดเลยครับ

    15 August, 2006
  • Double iSights

    ได้ดู Keynote ของ Steve Jobs ในงาน WWDC ’06 ที่ผ่านมาแล้วครับ ไม่ค่อยเร้าใจเหมือนเคยแฮะ ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า แต่ที่แน่ ๆ เกลียดอีตาที่ขึ้นมากัด Vista จัง หน้าตาไม่หล่อ พูดฟังไม่รู้เรื่องแล้ว ดันไปด่าชาวบ้านเค้าอีก (คิดว่าทางบริษัทคงคิดอย่างรอบคอบไม่ให้ Steve พูดเรื่องนี้เอง)

    Jobs ดูผอมลง แล้วก็ดูป่วย ๆ นิดหน่อยด้วย ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า

    บังเอิญดู ๆ อยู่มีเรื่องที่รู้สึกประทับคือ

    ในทีแรกผมงง ๆ ว่าทำไมหน้าจอคอมพิวเตอร์บนเวทีต้องมีกล้อง iSight สองตัวด้วย แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร จนกระทั่ง อีตาผอม ๆ คนนึงที่ Demo ตัว Time Machine (คนในรูปนี่แหละครับ) กำลังจะโชว์ฟังก์ชั่นนี้บน iPhoto แล้วเครื่องเจ้ากรรมก็ดัน Crash ขึ้นมา คราวนี้พี่แกดูท่าว่าจะไปต่อไม่รอด ผมเองดูอยู่ก็คิดว่า เอาล่ะสิ ทำไงดีล่ะทีนี้ ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น พี่ผอมแกก็เอื้อมมือไปกดที่กล่องอะไรซักอย่างที่ด้านหน้าโต๊ะ ภาพจากจอก็เปลี่ยนเป็น Mac อีกเครื่องซึ่งเป็นเครื่อง Back up ที่เตรียมไว้ทันที
    เป็นกรณีศึกษาที่ดีมากสำหรับผม

    14 August, 2006
  • วิวัฒนาการของการขับขี่มอเตอร์ไซค์

    ถ้าผู้ชายนั่งมอเตอร์ไซค์ไปกัน 2 คน
    อันนี้ยังไม่มีแฟน เป็นเพื่อนไปเที่ยวกันตามธรรมดา

    ถ้าผู้ชายขับมอเตอร์ไซค์ไปคนเดียว
    แบบนี้ยังไม่มีแฟน แต่อาจจะกำลังจะไปจีบใคร

    ถ้าผู้ชายขับมอเตอร์ไซค์ แล้วมีผู้หญิงซ้อนท้าย 2 คน
    แบบนี้แสดงว่าเพิ่งจีบหญิงไม่นาน คนที่นั่งติดกับคนขับเป็นผู้หญิงที่จีบ ส่วนคนนั่งอยู่ท้ายสุด คนนี้ตามมาเป็นเพื่อน

    ถ้าผู้ชายขับมอเตอร์ไซค์ แล้วมีผู้หญิงนั่งหน้าแล้วผู้ชายโอบไว้ กับมีผู้หญิงซ้อนท้าย 1 คน
    แบบนี้แสดงว่าจีบกำลังจะติด หรืออาจติดแล้ว ผู้หญิงนั่งหน้านั่นเป็นว่าที่แฟน ส่วนข้างหลังซ้อนท้ายเป็นก้างเหมือนเดิม

    ถ้าผู้ชายขับมอเตอร์ไซค์ แล้วมีผู้หญิงนั่งซ้อนท้าย
    แบบนี้แสดงว่าจีบติดแล้ว ไปด้วยกันสองต่อสองได้ ถ้าไปด้วยกันตอนดึก ๆ แล้วฝ่ายหญิงโอบหน่อยอันนี้ยิ่งคอนเฟิร์มหนักว่าใช่ชัวร์

    จาก Mr.ท (พนักงานที่ร้าน)

    เออ ช่างคิด

    14 August, 2006
  • Tam Tam, Suck Your Drink

    วันนี้ไม่ได้มาแนะนำขนมเหมือนคุณ wat นะครับ แต่บังเอิญขนมนี้มีคนพิเศษซื้อมาฝาก พอเห็นก็พบกับความเด็ดของหีบห่อ เลยเอามาฝากกัน มองดูเผิน ๆ ก็เหมือนขนมเวเฟอร์อบกรอบราดช็อคโกแล็ตทั่ว ๆ ไป แต่ความเด็ดอยู่ที่กรรมวิธีกินด้านข้างห่อครับ

    คงต้องพยายามอ่านหน่อยนะครับ รูปแรกนี่บอกให้กัดมุมหนึ่ง รูปที่สองบอกให้กัดอีกมุมหนึ่ง รูปที่สามบอกให้ Suck you drink through the biscuit และรูปสุดท้าย (ดูรูปประกอบ) ดื่มดำกับแท่งบิสกิตของคุณ ส่วนความคิดเห็นต่อรูปก็แล้วแต่วิจารณญาณนะครับ

    ส่วนน้องชายบอกเหมือนรูปคนอัพยา

    11 August, 2006
←Previous Page
1 … 23 24 25 26 27 … 39
Next Page→

eYacht | เรื่องมันมีอยู่ว่า

ชีวิตเรารื่นรมย์กว่าที่เราเข้าใจเสมอ

  • Blog
  • About
  • Search

2026 Copyright Reserved