• เด็กไทย.com

    วันนี้เจ้าไอซ์และเพื่อน ๆ ม.1 แวะมาทำการบ้านที่บ้าน เป็นการส่งรายงานการเยี่ยมชมนิทรรศการวิทยาศาสตร์ที่ม.อุบลฯ และที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดเมื่อสัปดาห์วิทยาศาสตร์ที่ผ่านมา

    มาถึง 3 คนก็ขอใช้คอมพิวเตอร์และเปิด Google ค้นหาข้อมูลกันใหญ่ แล้วก็ก๊อปปี้ข้อมูลจากโรงเรียนนั้น โรงเรียนนี้มาแปะลงใน MS Word แล้วก็ไปเปิดหาต่อ

    ผมเห็นแล้วหงุดหงิดใจ

    เลยเรียกมาคุยกันยกแก็งค์ แนะนำใหม่ ให้เขียนจากสิ่งที่ตัวเองไปเห็นมาจริง ๆ สิ่งที่ตัวเองประทับใจ คร่าว ๆ ไม่ต้องละเอียดก็ได้ แต่ต้องเป็นเรื่องจริงที่จำได้ เรื่องจริงที่เห็นมา อย่างเช่นที่ตอนเดินเข้ามาไอซ์ก็คุยให้ฟังใหญ่ว่า ได้เข้าไปในห้องอาจารย์ใหญ่ของโรงพยาบาล บ่นอุบว่าเหม็นแล้วก็น่ากลัว บอกเจ้าไอซ์ว่า เขียนเรื่องนี้สิว่าประทับใจ รู้สึกอย่างไร เหมือนกับที่เล่าให้ฟังเมื่อซักครู่นี้ แล้วครูก็ไม่ได้กำหนดให้เราพิมพ์ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ซักหน่อย ถ้าอย่างงั้นก็เขียนเอาสิ ง่ายกว่าตั้งเยอะ ว่าแล้วก็เดินไปถอยสมุดรายงานมาหนึ่งเล่มให้แบ่งกันเขียน (น่าตกใจที่เด็กทั้ง 3 คนไม่เคยใช้สมุดรายงานมาก่อน เพราะทุกทีพิมพ์(ก๊อปปี้)ด้วยคอมพิวเตอร์กันหมด)

    หลังจากที่บอกไปเหล่าแก็งค์เด็กก็ดูทีท่าสบายใจกว่าเดิม ท่าทางสนุก และไม่ต้องกลัวว่าครูจะจับได้ด้วยว่าก๊อปมา
    ผมนั่งทบทวนเรื่องนี้แล้วรู้สึกไม่สบายใจ

    อย่างแรกคือ เรากำลังสอนวิธีการทำงานให้เด็กอย่างถูกต้องหรือเปล่า

    หรือเด็กเข้าใจว่าประโยชน์ของอินเตอร์เน็ตคือช่วยทำการบ้านให้เราโดยเราไม่ต้องเมื่อยมือเขียน ครูควรจะมีข้อห้ามในการส่งการบ้านว่าต้องเขียนด้วยมือทั้งหมดหรือไม่

    อย่างที่สองคือ แล้วไอ้วิธีที่ผมบอกให้เด็ก ๆ ทำส่งครูจะเป็นสิ่งที่ครูต้องการหรือไม่ ครูจะให้คะแนนอย่างไร

    ถ้าหากมองว่าเด็กคนอื่น พรินท์มาอย่างสวยงาม พร้อมเนื้อหา 20 หน้ากระดาษครบถ้วน ซึ่งจริง ๆ แล้วก๊อปมาจากอินเตอร์เน็ต
    กับหลานผมที่เขียนด้วยมือ ความยาวเพียง 2-3 หน้ากระดาษ เขียนผิดบ้าง ถูกบ้าง ทั้งหมดแทบจะเรียกว่าเป็นภาษาพูดจากความคิดของเขาเอง หลาย ๆ หัวข้อของแต่ละคนก็คล้าย ๆ กัน เพราะทุกคนจะชอบห้องอาจารย์ใหญ่ หุ่นยนต์เตะฟุตบอล โดมิโนที่ไปกดปุ่มสวิทช์เปิดงาน กระดาษก็ใช้ชนิดเดียวกัน ทั้งหมดเกิดจากการพูดคุยกัน ช่วยกันคิด และเขียนลงไป

    หากว่าครูให้คะแนนเด็ก 3 คนนี้น้อยกว่าเพื่อนที่พรินท์จากคอมพิวเตอร์มาส่ง ผมไม่รู้จะตอบพวกเขาว่าอย่างไรดีเหมือนกัน

  • MonoLingual :: หนทางเพิ่มกิ๊ก

    ระบบ Mac OS X สวาปามพื้นที่ของฮาร์ดดิสก์เครื่องอย่างแรง เพราะตัว OS เองเก็บทุกอย่างไว้ เพื่อความสะดวกของผู้ใช้เช่น Drivers ต่างๆ, ภาษาอีกหลายภาษา(ทั้งเมนู, ทั้งHelp, ฯลฯ )

    เป็นที่รู้กันว่าหากต้องการเพิ่มพื้นที่ก็สามารถกดดู Get Info ของ App ที่คุณต้องการ ด้านล่าง ๆ จะมีหน้าต่างบอกว่าโปรแกรมนี้มีภาษาอะไรแถมมาบ้าง แล้วก็สามารถเลือกลบเอาตามสะดวก

    หากวิธีก่อนหน้านี้ยุ่งยากไปต้องกดหลายทีไม่ชอบ ก็อาจใช้วิธีฮาร์ดคอร์หน่อยโดยใช้ Command Line พิมพ์
    sudo find / \! -name “English.lproj” -name “*.lproj” -type d -exec rm -r — {} \
    ที่ Terminal.app หรือ iTerm.app เพื่อลบทุกภาษาทิ้งยกเว้นภาษาอังกฤษหรือหากว่าต้องการเก็บภาษาอื่นนอกจากอังกฤษไว้ให้พิมพ์ \! -name “ภาษาคุณ.lproj” ต่อท้ายคำว่า “English.lproj” ก็ได้

    หรือหากคิดว่าชีวิตอยู่ในอันตรายกับวิธีที่ 2 ขอแนะนำโปรแกรม monolingual
    ใช้งานง่ายกว่า เพราะเป็นโปรแกรมมีปุ่มให้กด กดจึ๊กเดียวภาษาอื่นหายเกลี้ยง ปลอดภัย(ทางจิตใจ)กว่ากันเยอะ ปกติถ้าไม่เคยลบเลยอาจะจะได้พื้นที่เพิ่มขึ้นมา 2 กิ๊ก หรือบางที 3 กิ๊กทีเดียวเชียว

  • โปรดระวังของเหลวของคุณ

    วันนี้ต้องเดินทางโดยเครื่องบิน แล้วแถวเข้าคิวตรวจกระเป๋ายาวมาก เพราะตอนนี้เครื่องบินทุกลำไม่อนุญาตให้นำของเหลวขึ้นเครื่องครับ จากที่อ่านประกาศที่สนามบินคิดว่าเฉพาะที่ผสมแอลกอฮอร์อย่าง น้ำหอม เยลทาผม แต่เอาเข้าจริงคือ ไม่ว่าของเหลวชนิดไหน เจ้าหน้าที่ก็ไม่อนุญาตให้นำขึ้นเครื่ือง ไม่ว่าจะเป็นแชมพู สบู่เหลว น้ำยาล้างจาน หรือแม้กระทั่งน้ำเปล่า
    ตอนที่รอมักจะช้ากับคนที่คิดว่าหยวน ๆ ได้ อย่างก่อนหน้าผมเป็นอาแปะกับอาอึ๊มที่กำลังต่อรองกับเจ้าหน้าที่ว่า ไอ้ที่อยู่ในกระติกน้ำในกระเป๋าเป็นยาจีน แถมดื่มให้ดูเป็นการยืนยันอีกต่างหาก สุดท้ายก็ต้องยอมความฝากเจ้าหน้าที่ไป
    ที่จะบอกคือว่า หากต้องเดินทางช่วงนี้ก็จัดการเรื่องของเหลวของคุณให้ดีนะครับ นำติดตัวขึ้นเครื่องไม่ได้ อะไรที่เจ้าหน้าที่สแกนเจอเป็นขวด เป็นโถ นี่ต้องเปิดออกให้ดูทั้งหมดเลยครับ

  • Double iSights

    ได้ดู Keynote ของ Steve Jobs ในงาน WWDC ’06 ที่ผ่านมาแล้วครับ ไม่ค่อยเร้าใจเหมือนเคยแฮะ ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า แต่ที่แน่ ๆ เกลียดอีตาที่ขึ้นมากัด Vista จัง หน้าตาไม่หล่อ พูดฟังไม่รู้เรื่องแล้ว ดันไปด่าชาวบ้านเค้าอีก (คิดว่าทางบริษัทคงคิดอย่างรอบคอบไม่ให้ Steve พูดเรื่องนี้เอง)

    Jobs ดูผอมลง แล้วก็ดูป่วย ๆ นิดหน่อยด้วย ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า

    บังเอิญดู ๆ อยู่มีเรื่องที่รู้สึกประทับคือ

    ในทีแรกผมงง ๆ ว่าทำไมหน้าจอคอมพิวเตอร์บนเวทีต้องมีกล้อง iSight สองตัวด้วย แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร จนกระทั่ง อีตาผอม ๆ คนนึงที่ Demo ตัว Time Machine (คนในรูปนี่แหละครับ) กำลังจะโชว์ฟังก์ชั่นนี้บน iPhoto แล้วเครื่องเจ้ากรรมก็ดัน Crash ขึ้นมา คราวนี้พี่แกดูท่าว่าจะไปต่อไม่รอด ผมเองดูอยู่ก็คิดว่า เอาล่ะสิ ทำไงดีล่ะทีนี้ ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น พี่ผอมแกก็เอื้อมมือไปกดที่กล่องอะไรซักอย่างที่ด้านหน้าโต๊ะ ภาพจากจอก็เปลี่ยนเป็น Mac อีกเครื่องซึ่งเป็นเครื่อง Back up ที่เตรียมไว้ทันที
    เป็นกรณีศึกษาที่ดีมากสำหรับผม

  • วิวัฒนาการของการขับขี่มอเตอร์ไซค์

    ถ้าผู้ชายนั่งมอเตอร์ไซค์ไปกัน 2 คน
    อันนี้ยังไม่มีแฟน เป็นเพื่อนไปเที่ยวกันตามธรรมดา

    ถ้าผู้ชายขับมอเตอร์ไซค์ไปคนเดียว
    แบบนี้ยังไม่มีแฟน แต่อาจจะกำลังจะไปจีบใคร

    ถ้าผู้ชายขับมอเตอร์ไซค์ แล้วมีผู้หญิงซ้อนท้าย 2 คน
    แบบนี้แสดงว่าเพิ่งจีบหญิงไม่นาน คนที่นั่งติดกับคนขับเป็นผู้หญิงที่จีบ ส่วนคนนั่งอยู่ท้ายสุด คนนี้ตามมาเป็นเพื่อน

    ถ้าผู้ชายขับมอเตอร์ไซค์ แล้วมีผู้หญิงนั่งหน้าแล้วผู้ชายโอบไว้ กับมีผู้หญิงซ้อนท้าย 1 คน
    แบบนี้แสดงว่าจีบกำลังจะติด หรืออาจติดแล้ว ผู้หญิงนั่งหน้านั่นเป็นว่าที่แฟน ส่วนข้างหลังซ้อนท้ายเป็นก้างเหมือนเดิม

    ถ้าผู้ชายขับมอเตอร์ไซค์ แล้วมีผู้หญิงนั่งซ้อนท้าย
    แบบนี้แสดงว่าจีบติดแล้ว ไปด้วยกันสองต่อสองได้ ถ้าไปด้วยกันตอนดึก ๆ แล้วฝ่ายหญิงโอบหน่อยอันนี้ยิ่งคอนเฟิร์มหนักว่าใช่ชัวร์

    จาก Mr.ท (พนักงานที่ร้าน)

    เออ ช่างคิด

  • Tam Tam, Suck Your Drink

    วันนี้ไม่ได้มาแนะนำขนมเหมือนคุณ wat นะครับ แต่บังเอิญขนมนี้มีคนพิเศษซื้อมาฝาก พอเห็นก็พบกับความเด็ดของหีบห่อ เลยเอามาฝากกัน มองดูเผิน ๆ ก็เหมือนขนมเวเฟอร์อบกรอบราดช็อคโกแล็ตทั่ว ๆ ไป แต่ความเด็ดอยู่ที่กรรมวิธีกินด้านข้างห่อครับ

    คงต้องพยายามอ่านหน่อยนะครับ รูปแรกนี่บอกให้กัดมุมหนึ่ง รูปที่สองบอกให้กัดอีกมุมหนึ่ง รูปที่สามบอกให้ Suck you drink through the biscuit และรูปสุดท้าย (ดูรูปประกอบ) ดื่มดำกับแท่งบิสกิตของคุณ ส่วนความคิดเห็นต่อรูปก็แล้วแต่วิจารณญาณนะครับ

    ส่วนน้องชายบอกเหมือนรูปคนอัพยา

  • Google for Apple/Mac

    Google for mac

    เห็นมาจากบอร์ด คิดว่าอาจจะมีประโยช์ เลยเอามาฝากกันครับ Google ที่ทำหน้าที่ค้นเฉพาะข้อมูลของ Apple Macintosh เท่านั้น ลองแล้วก็ค่อนข้างตรง ลองไปใช้บริการกันดูได้ที่นี่

    ลองพิมพ์เล่น ๆ ว่า Microsoft ปรากฎว่าก็มีแฮะ ที่นี่

    ปล.เรื่องเฉลยช่างทองใจคดจะมาเฉลยแน่นอนไม่ต้องห่วง

  • ช่างทองใจคด

    ถ้ามีทองหนัก 100 กิโลกรัมนำไปให้ช่างทองตีเป็นเหรียญทองคำเหรียญละ 1 กิโลกรัมจะได้เหรียญทั้งหมด 100 เหรียญ แบ่งใส่ไว้ในถุง 10 ถุง ถุงละ 10 เหรียญ
    แต่ปรากฎว่าช่างทองใจคดขโมยไป 1 กิโล แล้วทำให้เหรียญ 10 เหรียญในถุงใดถุงหนึ่งเป็นเหรียญละ 900 กรัม ซึ่งพอรวมทั้งหมด 10 เหรียญ จะหนักเพียง 9 กิโลเท่านั้น
    คำถามคือ ทำอย่างไรเราจึงจะสามารถระบุได้ว่าถุงใดหนัก 9กิโลกรัม โดยการชั่งน้ำหนักเพียงครั้งเดียวบนตาชั่งธรรมดาทั่วไป (ชั่งเพียงครั้งเดียว คือวางอะไรก็ได้ลงไปบนตาชั่ง เข็มกระดิกเพียงครั้งเดียว ก็ได้คำตอบทันที ไม่มีการกระดิกของเข็มตาชั่งอีก) นอกจากนี้เรายังไม่สามารถระบุความแตกต่างได้โดยสายตา หรือการถือขึ้นมาเทียบน้ำหนักได้
    ลองคิดกันเล่น ๆ ดูครับ

    ปล. มันมีวิธีที่ทำได้จริง ๆ ครับ และที่สำคัญมันง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ

  • Apple Mac OS X 10.5 Sneak Peek

    Steve Jobs เพิ่งประกาศ Features ใหม่ของ Mac OS X ใน WWDC 06 พองานจบปุ๊บ เว็บก็ขึ้นตัวหน้าแนะนำตัว OS ตัวใหม่ทันที ใครสนใจเชิญตามไปสำรวจได้ ส่วนตัวคิดว่าไม่ค่อยโดนเท่าตอนออก Tiger อย่างไรก็ดีเห็นว่ายังมีอุบไว้อีกหลายอย่าง (ไม่รู้ว่ากลัว Vista ลอกหรือจริง ๆ แล้วทำไม่เสร็จกันแน่) เดี๋ยวพรุ่งนี้คึก ๆ จะมาแสดงความคิดเห็น

    มาแล้วครับ
    Mac Pro
    รู้กันชัวร์ ๆ ว่าออกแน่ ๆ รอ Core2Duo ตอนนี้ชีวิตไม่ได้ใช้อะไรกันขนาดนั้น รอแต่ Mac Book Pro ออก Core2Duo ก่อน

    Xserve (เซิร์ฟเวอร์ของ Mac)
    ห่างชีวิตเข้าไปใหญ่

    Mac OS X 10.5 Leopard
    โดยรวมเฉย ๆ แฮะ ไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่ หลายคนบ่น ๆ เรื่องเหน็บ Vista มากไปอันนี้เห็นด้วย แต่อย่างไรก็ดีคงเป็นเรื่องของการตลาด ส่วนตัวแล้วพอรับได้ (แต่ไม่มีก็ขาดสีสันไปนะ เพราะ Vista เองก็ออกช้าน่าแกล้งจริง ๆ )
    ความลับที่ยังอมพะนำไว้ขอเดาว่า Finder ตัวใหม่ (เลิกเสียทีเวลาลืมปิด Network Connection แล้วFinder ค้าง), Virtualization (แอบหวังไว้)

    ส่วนรายละเอียดในงาน

    1. 64-bit : ไม่สนใจเท่าไหร่ เพราะงานนี้มาตามครรลองของนวัตกรรมที่ต้องเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ควรจะมาแล้วเค้าก็มาจริง ๆ
    2. Time machine :  ส่วนตัวไม่ค่อยชอบ icon ดูเช้ยเชย สีก็ตุ่น ๆ ไม่สดใส ส่วนหน้าตาโปรแกรมก็ก้ำกึ่งระหว่างของเด็กเล่นกับโปร App. แต่คอนเซ็ปต์นี่น่าทึ่งดี วิธีนำเสนอ User Interface ก็ใช้งานง่าย, หวังว่าคงไม่รับประทาน HDD จนเกินไป (ตอนนี้ก็ไม่ค่อยจะพอแล้วคร้าบบ)
    3. Complete Package : อ๊ะ อันนี้หากินง่ายไปหรือเปล่า หรือรวม ๆ เข้าไปให้ครบ 10 ข้อ งั้นเอา iCal เข้าKey noteไม่ดีกว่าเหรอ อย่างไรก็ดียืนยันได้ว่า Boot Camp ไม่ขายแยกแน่ ๆ แฟน ๆ ที่ใช้ Mac Intel ก่อนหน้านี้คงโล่งออกที่ไม่ต้องจ่าย 2 เด้ง (แต่จริง ๆ ถ้าทำให้ Front Row รันบน Windows ได้ แล้วดึง DB เพลง หนังจาก Mac ได้ค่อยน่าสนหน่อย)
    4. Spaces : อันนี้ลอก Linux มาน่ะแหละ แต่ที่ทำให้น่าใช้เพราะมัน Implement ด้วย Expose ต้องไปดูตัวจริงในวีดีโอที่เว็บ Apple.com จะเห็นได้ชัด … นี่มัน Expose 2.0 ชัด ๆ
    5. Spotlight : ค้นไฟล์ข้ามเครื่องได้ (เอ๊ะนี่มัน Google Destop นี่) อย่างไรก็ดี เป็นตัวของ OS เองคงเร็วกว่าบ้าง แต่ทั้งบ้านมี Mac เครื่องเดียวอันนี้คงไม่มีประโยชน์ ใจจริงอยากให้ค้นได้เร็วกว่านี้อีกหน่อย (เอ หรือเครื่องเราอืดเองหว่า)
    6. Core Animation : ไม่เกี่ยวกับชีวิต แต่คิดว่าต่อไปคงมีโปรแกรมสวย ๆ มาให้ดูมากขึ้นไปอีก (ชื่อตลกอ่ะ)
    7. Universal Access : เสียงเหมือนคนจนน่าทึ่งมาก เทียบกับตัวที่อยู่ใน Tiger แล้วชนะไปหลายช่วงตัว น่านับถือที่เสียเงินมากมายเพื่อดูแลคนทุพลภาพ
    8. Mail อันนี้ขอเป็น 3 pane จะจี๊ดมาก
      – Stationery : ตอนแรกที่อ่านใน Web Macrumours ก็คิดว่าคงงั้น ๆ แต่พอเห็นไฟล์วีดีโอ ก็รู้สึกอยากใช้ขึ้นมา เวลาส่งรูปหลานให้พี่ชายดูคงน่ารักดี ส่วนเรื่องงานก็ใช้ Text นี่แหละครับชัวร์สุด
      – Notes/To do: อืม … ถ้า to-do ทำได้กับทุก app คงจะสุดยอด เพราะเวลากลับมาอ่านเว็บต่อจะได้ทำ list ไว้ได้
    9. Dashboard : เฉย ๆ มาก ส่วนตัวว่าเปิดบราวเซอร์เอาสะดวกกว่า จอเราแค่ 12″ เอง
    10. iChat : ไม่ชอบตัวที่เปลี่ยนฉากหลังเอง รู้สึกว่าไม่ค่อยมีประโยชน์ ทำโปรแกรมช้าเฉย ๆ ส่วน Tab ชาวบ้านเค้ามีนานแล้ว อย่างไรก็ดี ชาวบ้านเค้า MSN กันหมด iChat ก็ไม่เหมาะกับเราอยู่วันยังค่ำ
    11. iCal : อันนี้มีระบบจัดนัดหมายข้ามเน็ตเวิร์ค ไม่มีเพื่อนใช้ Mac เท่าไหร่ครับ ไม่ได้ใช้ (ไม่มีในงาน แต่มีประกาศในเว็บ)
  • Simple but Practical

    สงสัยทาง honda จะได้ยินเสียงเรียกร้องจากผม วันนี้ได้มีโอกาสดูสเปครถมอร์เตอร์ไซค์เล่น ๆ เจอนี่เข้า Honda Air Blade มอร์เตอร์ไซค์กระเทยรุ่นใหม่ (เรียกแบบนี้เพราะว่าเราเรียกมอร์เตอร์ไซค์คันใหญ่ ๆ มีคลัชว่า มอร์เตอร์ไซค์ผู้ชาย เรียกคันทีี่มีเกียร์มีตะกร้าว่ามอร์เตอร์ไซค์ผู้หญิง ส่วนที่ไม่มีเกียร์ใด ๆ เรียกกระเทย) เดี๋ยวนี้กำลังฮิตนะครับ เห็นอย่างนี้แต่ราคาเหยียบ 8 หมื่นแพงว่ามอร์เตอร์ไซค์ทั่ว ๆ ไป เสียอีก

    เหตุก็มาจากว่าอ่านไปเรื่อย ๆ เจอนี่เข้า

    Side Stand Switch (ไซด์ สแตนด์ สวิตซ์)

    หรือสวิตช์ขาตั้งข้าง เป็นสวิตซ์ตัดการทำงานของเครื่องยนต์ ติดตั้งที่ขาตั้งข้าง เมื่อเอาขาตั้งข้างลง เครื่องยนต์จะดับเองทันที เพื่อป้องกันการเผลอบิดคันเร่งในขณะจอดรถแบบไม่ดับเครื่องยนต์ และหากสตาร์ทเครื่องยนต์ทุกครั้ง จะต้องเอาขาตั้งขึ้น ไม่เช่นนั้นจะสตาร์ทไม่ติด เพื่อป้องกันอันตรายจากการลืมเอาขาตั้งขึ้นเมื่อรถออก

    เป็นอะไรที่คิดว่าง่าย ๆ แต่ได้ประโยชน์มาก จากที่เคยเขียนถึงตอนนั้นที่คิดว่าอยากให้มีขาตั้งเก็บได้อัตโนมัติเทียบกับระบบนี้ ระบบนี้เจ๋งกว่า เพราะ(น่าจะ)ถูกกว่า ซับซ้อนน้อยกว่า ใช้งานได้จริง

    บังเอิญได้เห็นเข้าพอดี ไม่รู้ว่าของยี่ห้ออื่นรุ่นอื่นมีนานหรือยัง แต่พอได้รู้วันนี้ก็รู้สึกประทับใจ