ทำมาหากิน

วันนี้เปิดบล็อกมาก็พบว่า ไม่ได้อัพหลายวัน จริง ๆ แล้วช่วงนี้ยุ่ง ๆ กับงานอยู่น่ะครับ เป็นงานประมูลคอมพิวเตอร์โรงเรียนที่จัดซื้อพร้อม ๆ กันทั่วประเทศ งานนี้ค่อนข้างมีเบื้องลึกเบื้องหลังพอสมควร อย่างไรก็ดี จนถึงวันนี้เราตัดสินใจไม่ทำ เพราะเชื่อว่าจะบาดเจ็บ สิ่งที่น่าสนใจ(แกมประหลาดใจ) คืองานนี้มีการออกรายละเอียดสินค้าที่”เข้มงวด”จนผมคิดว่าเกินพอดีไปหน่อย อย่างต่อมาคือ งานนี้กดราคาสินค้ามากเกินไป
ในทางปฎิบัติแล้วการขายสินค้างานประมูลมีความแตกต่างกับการขายหน้าร้านอยู่พอสมควร คร่าว ๆ ดังนี้

  1. การขายหน้าร้านเป็นสด งานประมูลราชการเป็นเชื่อ (ซึ่งก็แบกความเสี่ยงเรื่องได้เงินช้า อย่างไม่มีกำหนดแน่นอนมาอีกอย่าง)
  2. การขายหน้าร้านลูกค้ามารับ งานประมูลต้องไปส่งถึงที่ (มีค่าใช้จ่าย)
  3. การขายหน้าร้านไม่มีค่าใช้จ่ายอื่น งานประมูลมีค่าซื้อแบบ(เพื่อซื้อสิทธิ์ในการเข้าร่วมงานประมูลได้ ต้องจ่ายเงินด้วย มากน้อยแล้วแต่นโยบายของหน่วยงาน ส่วนใหญ่เริ่มที่ 500 บาท ไปจนถึง 2000 บาทก็เคยเจอมาแล้ว)
  4. งานประมูลต้องมีหลักประกันซอง(เงินที่จ่ายเปล่า ๆ ตอนยื่นซอง จะได้คืนเมื่อการยื่นซองจบ แต่ในทางปฎิบัติก็ต้องลุ้นว่าเจ้าหน้าที่จะทำคืนให้เร็วหรือไม่)
  5. งานประมูลมีค่าหลักประกันสัญญา (เป็นเงินที่ต้องจ่ายให้หน่วยงานตอนได้งานแล้ว ประมาณ 1-2% ของมูลค่างานที่ได้ อย่าง 1 ล้านก็จ่าย 1 หมื่น หน่วยงานเก็บไว้จนกว่าของส่งแล้วเสร็จจึงจะได้คืน โดยทั่วไปจะคืน 1 ปีหลังจากส่งมอบสินค้า)

ดังนั้นการที่กดราคามาขนาดนี้ (ขอไม่เปิดเผยมูลค่านะครับ แต่กำไรน้อยกว่าราคาที่ขายหน้าร้านเสียอีก) ทำให้เราตัดใจ และเอาเวลาไป”ทำมาหากิน”อย่างอื่นดีกว่า พลางคิดในใจว่า รัฐบาลคิดอะไรอยู่ หากทำราคาแบบนี้ ผมเชื่อว่าร้านค้าส่วนใหญ่ที่ทำธุรกิจมานาน ไม่น่าจะโดดลงไปทำ คงเหลือแต่ร้านเล็ก ๆ บ้าพลังที่อยากทำเอาชื่อเท่านั้น

คิดได้ดังนี้ก็มาอัพบล็อกดีกว่า

Update 27-9-2006 : สรุปงานนี้ไม่มีร้านค้าไหนทำครับ เงินส่งคืนรัฐบาล ปีงบประมาณหน้าว่ากันใหม่

Comments

One response to “ทำมาหากิน”

  1. แอน Avatar
    แอน

    อิอิ สม รัฐฯคิดไรเนี่ย

    ประเทศชาติจะเจริญได้ไง

    ว่าแต่ว่า

    ในความเป็นจริงแล้ว

    การตั้งราคาประมูลควรจะสูงกว่าราคาขายหน้าร้านหรือไม่

    เพราะถ้าลองคิดแบบชาวบ้าน

    ขายของให้รัฐต้องเหมาในปริมาณมากและได้เงินชัวร์

    ราคาน่าจะถูกกว่า

    แต่คิดอีกแง่หนึ่ง

    กว่าจะได้เงินก็ตั้งนาน

    ถ้ากู้มาทำก็เสียดอกบาน

    ค่าใช้จ่ายก็มี อย่างที่ว่าแหละ

    เสี่ยงไปไหมนี่ 😐

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *