เรื่องที่ได้ (ไม่ใช่แปลว่ามาจากอาจารย์สอนทั้งหมด) ในคลาสเรียน Creative and Innovation ครั้งแรก
- เรื่องของป่าที่ทุกเช้า กวางตื่นขึ้นมาและคิดว่าชั้นต้องวิ่งได้เร็วอย่างน้อยก็อย่าเป็นที่โหล่ก็จะรอด ขณะที่สิงโตตื่นขึ้นมาและคิดว่าชั้นต้องวิ่งได้เร็วมาก ๆ หรืออย่างน้อยก็ต้องเร็วกว่ากวางตัวที่ช้าที่สุดก็จะไม่อดตาย เรื่องนี้กำลังบอกว่า อย่าหยุดนิ่งเพื่อความอยู่รอด เพราะโลกปัจจุบัน คุณหยุดก็ไม่ต่างกับถอยหลังแล้ว
- ในอีกมุมหนึ่งคือ คุณไม่ต้องวิ่งเร็วที่สุดในฝูง คุณก็มีชีวิตรอดได้
- ผู้นำนอกจาก Drive คนแล้ว ต้องจัดการ Change ได้ดี
- เรามองโลกแตกต่างกัน จากการมองผ่านเลนส์ของแต่ละคน
Paradigm
- คนเราปฎิเสธการเปลี่ยนแปลง เพราะสิ่งที่เรียกว่า Paradigm
- Paradigm จะสร้างขอบเขตความเชื่อของเรา และเราจะเชื่อว่าหากเราใช้กรอบนี้จะประสบความสำเร็จ
- Paradigm Effect คือการที่เราเลือกรับข้อมูลที่สอดคล้องกับความเชื่อของเราเท่านั้น
- ตัวอย่างคลาสสิคคือระบบนาฬิกา Quartz เมื่อนานมาแล้วสวิสเซอร์แลนด์เป็นเจ้าแห่งนาฬิกาข้อมือระบบไขลาน ครองส่วนแบ่งกว่า 60% ทั่วโลก วันนึงห้องแล็บในสวิสเซอร์แลนด์คิดค้นระบบนาฬิกา Quartz ซึ่งใช้ถ่าน แต่ชาวสวิสเองไม่ยอมรับ เพราะติดกับ Paradigm เดิมของตน วันดีคืนดี Seiko กับ Texas Instrument เห็นงานวิจัยนี้เข้า และนำไปผลิตขาย โลกก็เปลี่ยนไปสิ้นเชิง สวิสครองตลาดนาฬิกาข้อมือเหลือเพียง 10% ในเวลาไม่กี่ปี
- เรื่องนี้บอกเราว่า ความสำเร็จในอดีต ไม่ใช่หลักประกันในอนาคต


วันนี้คาบวิชาการเจรจาธุรกิจ อาจารย์แนะนำเรื่องจากหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ