Category: Business

  • เศรษฐศาสตร์ของสาวสวย

    เรื่องของสาวสวยกะนักค้าหุ้น ในวันขาขึ้น
    คือว่าเรื่องมันมีอยู่ว่า
    Email จากสาวสวยคนนึงเขียนถึงผู้ชายที่รู้จักในเน็ทหลายๆคนว่า :

    ก่อนอื่นดิฉันขอสาบานว่าสิ่งที่ดิฉันพูดเป็นความจริงค่ะ ดิฉันอายุ 25 ปีค่ะ ความสูง 170 ซม. น้ำหนัก 50 กิโล ส่วนสัด 34-24-36 ผมยาว หน้าตาจัดว่าสวยมาก เซ็กซี่ มีรสนิยม

    ดิฉันอยากจะแต่งงานกับผู้ชายรายได้สักสองแสนบาทอัพต่อเดือนสักคน คุณอย่าเพิ่งมองฉันโลภนะคะ รายได้ประมาณสองแสนเนี้ยแค่ชนชั้นระดับกลางๆในห้องสินธรหรือวงการตลาดหุ้นเอง ฉันไม่ได้เรียกร้องมากไปใช่ไหมคะ

    มีใครในพันทิพ ห้องสินธร นี้ที่รายได้เกินสองแสนบ้างคะ พวกคุณแต่งงานไปกันหมดหรือยัง กรุณาช่วยตอบดิฉันทีค่ะ คือดิฉันอยากแต่งงานกับ คนรวยๆ อย่างพวกคุณ

    พวกที่ดิฉันคบด้วยนี่มีแต่พวกธรรมดาๆรายได้อย่างมากไม่เกินสามหมื่นเอง รายได้แค่นี้จะอุตริไปซื้อบ้านแถวสีลมเนี่ย ยังได้แค่มองเลยใช่ ไหมคะ ดิฉันมีคำถามดังนี้ค่ะ กรุณาช่วยตอบด้วยนะคะ

    1. หลังจากตลาดหุ้นเปิด พวกคุณมักไปต่อที่ไหนกันคะ ( ชื่อร้าน , ผับ , fitness, ฯลฯ)
    2. ถ้าจะแอบมองสาว คุณจะมองสาววัยไหนคะ
    3. ทำไมคนที่แต่งงานกับคนรวยๆถึงมีแต่พวกอาซิ่มเฉิ่มๆ รสนิยมห่วยๆล่ะคะ
    4. คุณใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการเลือกคนที่คุณจะแต่งงานด้วยคะ’

    หลังจากนั้นไม่เกิน 30 นาที ก็มีเมล จากชายหนุ่มคนนึงส่งมาถึงเจ้าหล่อนว่า :

    ถึงคุณสุดสวยครับ…หัวข้อกระทู้ของคุณน่าสนใจมากครับ และคงมีผู้หญิงหลายคนมีคำถามเดียวกันกับคุณ ขออนุญาตตอบคำถามในมุมมอง ของคนเล่นหุ้นแบบผมนะคับ

    รายได้ของผมจากการเป็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์และลงทุนในตลาดหุ้นมากว่า 10 ปี อยู่ที่ประมาณห้าแสนบาท ต่อเดือนขาดเหลือนิดหน่อย ซึ่งก็น่าจะผ่านเกณฑ์ของคุณ ดังนั้นผมเชื่อว่าคำตอบของผม น่าจะไม่ทำให้คุณเสียเวลาอ่านนะครับ

    (more…)

  • Happy คนพลิกแบรนด์ แบรนด์พลิกคน

    เรื่องของเรื่องมาจาก Podcast ของช่างคุย (ในเว็บมีหลายรายการครับ ลองแวะไปดไดู้) ที่เป็นรายการช่างคุยกับหนุ่มเมืองจันท์ ที่ติดตามฟังอยู่ จริง ๆ ตัว iTunes มันโหลดมาให้ทุกอันแหละครับ แต่ฟังเฉพาะอันที่หัวข้อน่าสนใจเท่านั้น ผมได้ฟังเรื่องราวของ Happy จากคุณธนา เธียรอัจฉริยะ ในรายการนี้ หลายเดือนแล้วครับ และพอได้ยินใน podcast ว่าจะมีการตีพิมพ์เป็นหนังสือ Happy คนพลิกแบรนด์ แบรนด์พลิกคน ก็คอยมองหาอยู่ตลอดจนกระทั่งได้มาในมือ

    จริง ๆ ก็ได้มาและอ่านจบนานแล้วอีกเหมือนกัน แต่วันนี้บังเอิญเห็นข่าวสัมภาษณ์คุณธนาลงใน Manager.co.th แล้วก็เลยนึกได้ว่าเคยรู้สึกอยากเขียนชี้ชวนให้คนอ่านก็เลยมาเขียนเสียหน่อย

    ใครไม่แน่ใจว่าหนังสือจะสนุกจริงหรือเปล่าดาวน์โหลดฟังเป็นเสียงบรรยายแบบฟรี ๆ กันก่อนได้ (อ้อ ถ้ามีเวลาเหลือเฟือก็แนะนำ ของคุณโชค บูลกุล เจ้าของฟาร์มโชคชัย กับคุณพาที สารสิน แห่งนกแอร์ ด้วยก็ครบเซ็ต ทั้งสองอันนี้ก็สนุกดี แต่ผมว่าคุณธนามันสุด คงเพราะใกล้ตัวด้วย)

    หนังสืออ่านสนุกดีครับ (จริง ๆ อยากใช้คำว่ามันดี) เล่มไม่หนานัก อ่านได้รวดเดียวจบ คืนนั้นว่าจะอ่านก่อนนอนนิดหน่อย ฟาดไปตีสามครึ่ง ยอมรับว่าหนังสือน่าติดตามมาก คุณธนาเขียนได้ดีทีเดียว โดยเฉพาะการได้อารมณ์ร่วมจากการที่เล่าโดยคนที่อยู่ในเหตุการณ์จริง เป็นกรณีศึกษาที่ผมคิดว่าคนที่ทำธุรกิจน่าจะได้มีโอกาสอ่านหนังสือเล่มนี้ แนะนำครับแนะนำ

  • The Wright Brothers

    ว่ากันว่าพี่น้องตระกูลไรท์สร้างเครื่องบินสำเร็จเพราะทั้งคู่ไม่ได้เรียนวิศวะ

    ทั้งคู่ไม่มีกรอบความคิดว่ามนุษย์บินไม่ได้

    …ทั้งคู่มีแต่ความฝันว่าซักวันหนึ่งมนุษย์ต้องบินได้

  • Apple WWDC 2007 Keynote

    Mac OS X Leopard

    งาน Keynote ของ Steve Jobs ในงาน WWDC 2007 ผ่านไปแล้วเมื่อหลายวันก่อน หลังจากติดตาม Live ในคืนวันงาน และได้ดูตัวไฟล์วีดีโอแล้ว (มีแล้วตามเว็บ torrent ชั้นนำทั่วไป หวังว่า apple จะออกให้ดาวน์โหลดในเร็ววัน เหมือนกรณี Macworld 2007 เมื่อต้นปี)
    ผมเชื่อว่าหลายคนคงรู้สึกเหมือนผมว่า นี่มัน Top Secret แล้ว (เรอะ!) เดาเอาเองว่าจริง ๆ แล้วคงมีหลายอย่างที่ถูกตัดทิ้งไปในระหว่างทางที่ผ่านมา (ซึ่งน่าจะเป็น Top Secret ที่ว่า) ทำให้ที่ยังเหลืออยู่ ละม้ายคล้ายคลึงกับข้อมูลในงาน WWDC2006 เสียจนสาวกอย่างผมเซ็งจิต (หรือไม่งั้นจริง ๆ แล้วก็ไม่มีอะไรในกอไผ่ตั้งแต่แรก)อย่างไรก็ดีไหน ๆ ก็ไหน ๆ เคยเขียนเมื่อตอน WWDC2006 ไว้ ขอเขียนเปรียบเทียบกันซักทีน่าจะดี

    1. New Desktop
    มาพร้อม dock ที่เป็น 3D พร้อมเงาสะท้อนบนพื้นแบบแวววาวสวยงาม ดูสวยดีครับ แต่สำหรับคนใช้ G4 อย่างผม ก็ได้แต่หวังว่าจะสามารถเลือกปิดเปิดความสามารถนี้ได้ตามต้องการ ขอเปิดดูความงดงามในทีแรก และปิดทิ้งตอนใช้งานจริงเน่อ ส่วนตัว Stack ก็น่าสนใจ แต่ไม่ได้เป็นอะไรใหม่นัก ส่วนการนำมาใช้กับไฟล์ที่ download มาจากเน็ต ดูเป็นความคิดที่เวิร์คดี ตอนนี้ผมเลยสร้าง Directory ชื่อ Downloads ไว้บน Desktop แล้วลากมาสร้าง alias ไว้ใน Dock เข้าไปที่ Safari และ Firefox ตั้ง Download fiจากนั้นเข้าถึงข้อมูลด้วยการคลิกขวา ก็พอได้ฟีลคล้าย ๆ กับ Stack แม้ไม่สวยเท่า แต่คิดว่าประโยชน์ใช้สอยใกล้เคียงกัน

    (more…)

  • ทำแท้ง

    เรื่องนี้เกิดขึ้นจริง

    วันนี้มีลูกค้าท่านนึงเข้ามาถามเครื่องพรินเตอร์ที่ร้าน ผมก็แนะนำแต่ละรุ่นไป จนกระทั่งดูเหมือนเค้าจะได้รับความกระจ่าง เค้าบอกว่าอยากเปลี่ยนยี่ห้อ

    ลูกค้า : แคตตาล็อคนี้ขอได้ไหมครับ
    eYacht : ได้ครับ
    ลูกค้า : แล้วจะตัดสินใจอีกทีนะครับ
    eYacht : ครับ
    ลูกค้า : (โน้มตัวเข้ามากระซิบใกล้ ๆ) เอ่อ แล้วพี่รับทำแท้งหรือเปล่าครับ
    eYacht : (ชะงักไป 3 วินาที) เอ่อ ไม่ครับ ไม่ได้รับครับ (กรรม ไม่ได้จบหมอมานะครับ)
    ลูกค้า : งั้นพอมีที่แนะนำไหมครับ
    eYacht : (กรรม ผิดกฎหมายไม่ใช่เหรอน่ะ) เอ่อ ไม่ทราบจริง ๆ ครับ ผมจบคอมพ์ครับ ไม่ได้จบหมอ
    ลูกค้า : …….. เอ่อ ติด แท้งค์หมึกน่ะครับ ที่เป็นขวดน้ำหมึกต่อกับเครื่องพรินเตอร์น่ะครับ
    eYacht : อ๋อ ….! -_-”

  • พลังของผู้บริโภค

    วันนี้ได้รับเมล์จากเพื่อน เป็น forward Mail แบบที่เรา ๆ ท่าน ๆ คุ้น ๆ กันดี ฉบับนี้ว่าด้วยเรื่องของชายคนหนึ่งที่ไปทานอาหารญี่ปุ่นแบบบุฟเฟ่ต์กับเพื่อน ๆ ซึ่งเกิดเจอแมลงสาบในจานข้าวเข้า มีการรูปประกอบพร้อมกระดาษที่ระบุชื่อร้านอย่างจงใจ เรื่องถูกเล่าว่าทางคุณคนนี้ สมมุติว่าคุณเอแล้วกัน เจอแมลงสาบ คุณเอไม่พอใจมาก ตามคนดูแล(เดาว่าน่าจะเป็นผู้จัดการร้าน) มาคุย ทางผู้จัดการเสนอจะลดให้ 10% ของ 1 คน ซึ่งคือประมาณ 39 บาท คุณเอไม่พอใจมาก ขอให้ทางร้านต่อสายให้กับเจ้าของ ยื้อกันอยู่นานจนคุณผู้จัดการยอมต่อสายให้ พอคุยทางร้านก็จะลดให้ทานฟรี 1 หัว คุณเอยังไม่พอใจอยู่ดี ทางร้านจึงถามว่าคุณเอต้องการอะไร คุณเอบอกว่าต้องการ”ความยุติธรรม” คุณเอบอกว่าจะจัดการเรื่องนี้ด้วยวิธีตัวเอง คุณเอบอกให้ทางร้านคิดเต็ม พอทางร้านเก็บเงิน คุณเอบอกให้เซ็นยินยอมว่าทางร้านมีแมลงสาบในอาหาร เพื่อจะนำไปฟ้องร้องได้ ทางร้านไม่ยอมเซ็น คุณเอเลยไม่ยอมจ่ายซักบาท และกลับบ้านมาเขียนเมล์ทำลายร้านอาหารร้านนั้นจนมันถูกต่อมาถึงมือผมนั่นเอง (ผมแนบเมล์ฉบับเต็มไว้ท้าย entry นี้ครับ เผื่ออยากอ่านกัน)

    ผมอ่านแล้วมีข้อสงสัยบางประการดังนี้
    1. ผมคิดว่าเป็นการไม่”ยุติธรรม” ที่คุณเอ ประจานชื่อร้านอาหารอย่างจงใจ แต่มิได้แสดงชื่อจริงของตัวเองออกมา
    2. ผมไม่แน่ใจว่าคุณเอ เป็นคนของร้านคู่แข่งหรือเปล่า เป็นคนใส่แมลงสาบลงไปเองหรือเปล่า และเป็นคนเขียนเรื่องนี้มั่ว ๆ ขึ้นมาเองหรือเปล่า
    3. ผมอ่านดูแล้วสรุปว่า ท้ายสุดแล้ว”ความยุติธรรมที่คุณเอต้องการ” คือการกินฟรีทุกคน หรือเปล่า เพราะขณะที่ทางร้านเสนอทางเลือกจะลดให้ คุณเอไม่พอใจกับข้อเสนอ แต่กลับท้าทายด้วยการยืนยันว่าจะจ่ายเต็ม แล้วพอจะจ่ายจริง ๆ กลับมีเอกสารที่เห็น ๆ อยู่ว่าจะใช้ในการฟ้องร้อง ซึ่งพอร้านไม่ยอมเซ็น คุณเอก็เลือกจะไม่จ่ายเลยซักบาท ผมคิดว่าขณะที่ทางร้านถามว่าคุณเอต้องการอะไร ถ้าคุณเอตอบไปว่า ผมต้องการกินฟรี หรือไม่อย่างนั้นคุณต้องเซ็นเอกสารให้ผมมาฟ้องร้องคุณได้ ผมคิดว่านั่นคือ “ความยุติธรรม” ที่คุณเอควรมอบให้กับทางร้านด้วยเช่นกัน
    4. ผมคิดว่าพนักงานของร้านคือมนุษย์ทั่ว ๆ ไปที่ผิดพลาดกันได้ การกดดันในการฟ้องร้องต่อร้าน ซึ่งส่งผลต่อหน้าที่การงานของพนักงานทุกคนที่ร้าน คำถามที่สงสัยคือการที่คุณเจอแมลงสาบในจานข้าว ส่งผลให้คุณเอต้องการทำลายทุกอย่างของร้านให้พังพินาศย่อยยับอย่างนั้นหรือ และคุณเอคาดหวังว่าไม่ว่าคุณเอกับพวกจะกดดันพนักงานยังไง คุณเอยังต้องการความสุภาพจากพนักงานในทุกกรณีอย่างนั้นหรือ
    5. ท้ายเมล์คุณเอบอกว่าไม่มีเจตนาโจมตีใคร ผมคิดว่าน่าจะตรงกันข้ามนะครับ หากคุณเอหวังดีจริง คุณเอน่าจะบอกต่อว่า เวลาทานอาหารควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าสะอาดดี หากเจอแมลงสาบในอาหาร ควรขอคุยกับเจ้าของร้าน และบอกตามตรงว่าต้องการอะไร มากกว่าคำนามธรรมอย่าง “ความยุติธรรม”

    ท้ายสุดแล้วในฐานะที่มีร้านอาหารเล็ก ๆ กับเขาร้านหนึ่งเหมือนกัน ผมคิดว่าหากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น สิ่งแรกที่ผมคิดคือ แมลงสาบนี้คนกินใส่ลงไปเองหรือเปล่า หลังจากนั้นคงลองคุย ๆ ดูว่าเค้าต้องการอะไร และสุดท้ายผมคงจะให้ทานฟรีทั้งโต๊ะหากจำเป็น และแจ้งพนักงานทุกคนให้ระมัดระวังเรื่องนี้ให้มาก

    อ่านเมล์ฉบับเต็มได้ดังนี้ (ปล.ผมขอเซ็นเซอร์ชื่อร้านนะครับ ด้วยว่าผมคิดว่ามันยุติธรรมกว่า)
    (more…)

  • ในวินาทีที่แสงยังคงส่องสว่าง

    หลายวันก่อนเพิ่งได้รู้เรื่องปัญหาชู้สาวของพนักงานในร้าน ซึ่งเคยเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้งแล้ว และส่วนใหญ่คนที่มีปัญหาเหล่านี้ มักจะลงเอยด้วยการเปลี่ยนงาน
    ก่อนหน้านี้เคยมีทั้งที่พนักงานชายที่ร้านจีบพนักงานหญิงไปเป็นภรรยาคนที่สอง พนักงานชายและหญิงแอบคบกันอย่างไม่เปิดเผย หรือแม้กระทั่งปัญหาหึงหวงกันของ 2 หญิง 1 ทอม

    ครั้งนี้มี 2 กรณีด้วยกัน หนึ่งคือกรณีของพนักงานชายจีบพนักงานหญิงอีกคนเพื่อไปนอนด้วยแบบไม่ได้คิดจริงจังอะไร ซึ่งร้อนถึงพี่ ๆ ที่ร้านหลายคนทะเลาะกันเนื่องจากมาตรฐานในการเข้าแทรกแซงเรื่องส่วนตัวที่ไม่เท่ากัน
    อีกกรณีเป็นพนักงานชายที่มีแฟนอยู่แล้ว เกิดคบกันกับพนักงานหญิงอีกคนในร้านอย่างลับ ๆ

    จะว่าไปถ้ามองในฐานะเพื่อนร่วมงานด้วยกันมันคงจะเป็นเรื่องที่ช่วยเชียร์กัน หรือปรึกษาหารือกัน ว่าจะหาทางออกอย่างไรอย่างเห็นอกเห็นใจกัน เหมือนกับที่หลายต่อหลายคนคงจะมีประสบการณ์จีบเพื่อนร่วมงาน

    ขณะที่ในฐานะรุ่นพี่ในที่ทำงานก็แล้วแต่พื้นฐานว่าใครจะมองว่าควรหรือไม่ควร อย่างที่เกิดขึ้นตอนนี้ มีพนักงานอาวุโสหลายคนที่เหมือนพยายามช่วยจับคู่ให้ แต่อีกหลายคนก็คิดว่าการคบกันในที่ทำงานนั้นมีผลกระทบต่องาน และต้องการห้ามอย่างเด็ดขาด

    จริง ๆ แล้วมองในฐานะของเจ้าของกิจการแล้ว กรณีนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่
    คงเป็นคำโกหก หากจะบอกว่าเรื่องนี้ไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง

    วันนี้นั่งคิดเพลิน ๆ ในฐานะที่ผมเองอายุยังไม่มากนัก ทำให้ขาดวัยวุฒิที่จะเข้าไปไกล่เกลี่ย ขณะเดียวกันผมกลับรู้สึกผิดหวังแต่ก็เข้าใจอยู่ระดับหนึ่งว่า ความรักมันห้ามกันได้ลำบาก หากก่อตัวขึ้นมาแล้ว

    คืนนี้ขณะที่ขับรถและคิดเรื่องนี้ไปพร้อมกับแสงไฟที่วาบไหว ในขณะที่พนักงานหลายต่อหลายคน ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เราเองควรวางตัวอย่างไรกับเรื่องเหล่านี้ดี จะยืนอยู่ตรงไหนของปัญหา

    ได้แต่หวังว่าเรื่องราวจะจบลงด้วยดี แต่หากว่าใครจะต้องลาออกไป ก็คงเหมือนแสงไฟที่เราขับผ่านมา ให้แสงสว่างแก่เราเพียงชั่วขณะนึง

    คงอยู่ที่เราต่างหากจะใช้ประโยชน์จากแสงไฟอย่างไร ในวินาทีที่แสงยังคงส่องสว่างอยู่

  • PDA Phone Round 2 (iPhone)

    ย้อนกลับไปที่ Round 1 ก่อน ตอนนี้ข้อ 10 ออกมาแล้วครับ ด้วยความที่เป็น iPhone จึงขอยก Round 2 ให้ iPhone เพียงอย่างเดียว เรื่องของ  Spec และความสามารถคงหาอ่านกันไม่ยาก ผมถือว่าทุกคนที่อ่านทราบกันดีแล้วนะครับ เรื่องความสวยงาม เรียบเนียน และความเหนือของเทคโนโลยี คงเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าสุดยอด แต่ขอย้อนกลับไปที่ ข้อกำหนด 10 ข้อเดิมเทียบกับ iPhone

    1. เป็นอุปกรณ์ที่ทำงานได้ทั้ง PDA และ Phone
    iPhone อาจจะสอบตก เพราะ Steve Jobs ยังไม่ได้โชว์ความสามารถส่วนที่เป็น PDA เลย ได้ยินว่ามี Calendar แต่ก็ไม่ทราบว่าจะทำงานได้มากน้อยขนาดไหนบนตัวเครื่อง ยิ่งทาง Apple ไม่อนุญาติให้ 3rd Party เขียนโปรแกรมลงได้ (หรือได้แต่ก็ต้องให้ Apple ตรวจอย่างละเอียด) ทำให้มีแนวโน้มสอบตกสูงมาก

    2. ไม่เอา GPS ไม่เอา TV ไม่คิดว่าจะได้ใช้ ประหยัดเงินดีกว่า (อุบลฯเมืองแค่นี้เอง)
    เรื่องนี้ดูเหมือน Apple จะถนัดเรื่องตัดนู่นตัดนี่ให้เหลือแค่สิ่งที่เป็นหน้าที่ของมันจริง ๆ อย่าง iPod ที่ไม่มีวัน Build-in FM มาเลย ดังนั้นข้อนี้ iPhone ถือว่าผ่าน

    3. ต้อง touch Screen เท่านั้น เพราะจดนัดหมายบ่อย
    iPhone มาแบบ Multi-touch แต่ดู ๆ แล้วจะเขียนลายมือไม่ได้ พิมพ์ผ่านคีย์บอร์ดเสมือนเท่านั้น ซึ่งผมไม่ค่อยชอบแฮะ

    4. ต้องใช้งานข้ามวันได้แบบสบาย ๆ เพราะโทรศัพท์แต่ละวันเยอะ
    ตามที่อ้าง (5 ชม. Talk) ก็น่าจะพ้นวันจริง แต่ก็ต้องดูตัวจริงอีกทีว่าราคาคุยหรือเปล่า อีกอย่าง เปลี่ยนแบตเองไม่ได้ ซึ่งก็นับว่าโหดร้ายไปหน่อย

    5. พกใส่กระเป๋ากางเกงได้แบบไม่น่าเกลียด เพราะไม่คาดเอวโดยเด็ดขาด
    ขนาดนี้ไม่น่าจะน่าเกลียด แต่จอจะแตกตั้งแต่ใช้วันแรกหรือเปล่า อันนี้ไม่สามารถรู้ได้

    6. ต้องมีปุ่มกดตัวเลข ไม่ชอบกดเลขที่จอ Touch Screen ไม่ถนัด
    สอบตก ไม่มี Hard Button ไม่รู้ว่า Apple จะแก้ปัญหาเรื่อง tactile ได้อย่างไร

    7. มีกล้องถ่ายรูปที่คมชัดพอใช้ได้ (มีตัวที่ชัดมากด้วยเรอะ)
    2 ล้านพิกเซล ถือว่าผ่านเกณฑ์ เหลือเฟือทีเดียวเชียว

    8. ราคาห้ามเกิน 19,900 บาท ไม่อย่างนั้นถือว่าแพงไป
    ผิดไปพอสมควร ถ้าคิดว่า 499 ดอลล์ แต่มีสัญญา 2 ปีกับ Cingular อย่าง Treo ปกติ 399 ถ้าทำสัญญา 2 ปี ราคาเหลือ 199 เท่านั้น ดังนั้นลองดูว่าถ้าตั้งกันหลวม ๆ ว่าเครื่องที่ unlock ที่ใช้ในเอเชียได้จะต้องแพงขึ้น 200 ดอลล์ ก็เท่ากับว่าเครื่อง iPhone อาจเปิดตัวสำหรับเอเชียที่ 699 ซึ่งนับว่าแพงไปสำหรับโทรศัพท์ 1 เครื่อง (ข้อมูลนี้มาจากข้อสันนิษฐานของผมเอง)

    9. ไม่ควรมีของแถมมากมาย ขายให้ผมถูก ๆ ก็พอ
    ไม่น่าจะมีของแถมอะไรมากมายอยู่แล้ว

    10. Macworld 2007 ไม่มีการเปิดตัวโทรศัพท์ของ apple (อันนี้ต้องรอดูก่อนว่าออกหรือไม่ ส่วนจะซื้ออันไหนว่ากันอีกที แต่รู้สึกปลอดภัยกว่าที่มีตัวเลือกนี้ใน list ด้วย)
    เปิดตัวแล้ว ราคาแพงไปหน่อย แบตเปลี่ยนไม่ได้ รออีกนานกว่าจะขายที่เอเชีย อาจไม่มีส่วนของ PDA ลงโปรแกรมไม่ได้ จอใหญ่น่าจะรักษายาก ไม่มีปุ่มกดต้องกดที่หน้าจอเท่านั้น

    ดังนั้นตอนนี้ตัดตัวเลือก iPhone ได้ในทันที

    แต่ถ้าถามว่า iPhone เจ๋งไหม ต้องตอบว่าเจ๋งสุด  ๆ ไม่ต้องสงสัย ผมว่าถ้าผมเป็น CEO Nokia ผมอาจต้องมาทบทวนตัวเองเลยว่าขณะที่เป็นผู้นำตลาด แต่ทำไมผมจึงไม่มีอะไรที่แสดงออกถึงความเป็นผู้นำมานานแล้ว ทั้ง ๆ ที่เทคโนโลยีหลายอย่างบน iPhone ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่เลย อย่าง Multi-touch ที่ก็มีตัวอย่างจากแล็บให้ดูกันจะปีแล้ว , Ambient light sensor ที่มีใน powermac มาตั้งกะปีมะโว้, ระบบหมุนจอภาพที่ก็มีในกล้อง Canon มานานแล้ว, Virtual Voice mail ก็เป็นฟังก์ชั่นที่คนเรียกร้องบน Treo มาตั้งนานแล้ว ฯลฯ

    ตอนนี้ก็สบายใจแล้ว ได้ทราบข้อมูล iPhone สมใจ และตัดสินได้อย่างง่ายขึ้นว่า iPhone วันนี้ยังไม่เหมาะกับผม เท่านี้ก็ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นโข

  • HP Suck and Sucker

    เอาอีกแล้วครับ HP เจ้าเก่า จากความเดิมตอนที่แล้ว วันนี้ก็อีก คราวนี้เป็นเครื่อง Desktop รุ่น A1588i ซึ่งรุ่นนี้ก็มี Driver ให้ดาวน์โหลดครบถ้วนบนเว็บไซต์ น่าอุ่นใจเป็นอย่างยิ่ง (อ้อ ไม่มี CD มาเหมือนเคยน่ะแหละ อย่าได้หวังซะให้ยาก)  สุดท้ายก็ติดปัญหาอยู่ดีเมื่อลง Driver Sound ที่โหลดไม่ได้ ระบบแจ้งว่า ต้องการ Microsoft Universal Audio Architecture (UAA) High Definition Audio Driver (ชื่อยาวโคตรโคตร) พอกลับไปอ่านที่หน้าดาวน์โหลดของ HP ก็ระบุว่าต้องติดตั้งก่อนลง Driver แต่ไม่มีข้อมูลว่าจะโหลดได้จากที่ไหน ผมค้นจาก Google ก็หาเจอแต่เอกสารข้อมูล ไม่มีหน้าให้ดาวน์โหลด  เข้าไปหาที่ Microsoft ก็ไม่เจอ (ซึ่งอาจจะมีที่โหลดก็ได้ แต่ผมหาไม่เจอน่ะ) เอาไงดี สุดท้ายตัดสินใจโทรไปที่ HP Thailand (02)353-9000 ปรากฎว่าบริษัทหยุดวันคริสต์มาส ….. เซ็งสุด ๆ

    ปล.ตอนนี้ลงได้แล้วครับ โดยค้นเจอว่าเครื่องใช้ Chipset Realtek เลยไปที่เว็บไซต์ แล้วค้น ๆ ดูลองโหลดตัว High Definition Audio Codecs (Software) มาลองดู ชื่อมันไม่เหมือนที่ระบบต้องการแต่จนตรอกแล้วครับ ไม่มีอะไรจะเสีย ลองโหลดดู ปรากฎว่าใช้ได้ … เกือบตาย

  • ของถูกอยู่ไม่ได้นาน

    โดนอีกแล้วครับ True move คู่กรณีเดิม
    เรื่องของเรื่องคือที่ร้านมีเบอร์ True move ที่ใช้จริงอยู่ 1 เบอร์
    ซึ่งเบอร์นี้เปิดก่อนที่จะได้เบอร์ฟรี 5 เบอร์ที่เคยเล่าไป
    เบอร์นี้ใช้โปรโมชั่นบุฟเฟต์ โทรฟรีไม่มีอั้น ตี 5 – 5 โมงเย็น
    นอกเวลาแพงตับแล่บ แถมมีค่าบริการอีก 299

    หลายวันก่อนมันมาอีกแล้วครับ ค่าบริการสี่พันกว่าบาท
    ผมแวะไปที่ศูนย์คู่ปรับเก่า เจ้าหน้าที่อธิบายเสียงใสว่า
    ก็ตอนสมัครโปรคุณก็รู้อยู่แล้วว่ามันจะหมดใน 3 เดือน
    พอมันครบ 3 เดือนมันก็ปรับไปเงื่อนไขอื่นให้นั่นเอง
    (พนักงานผมบอกว่าระบบไม่ได้แจ้งเตือนอะไร
    ซึ่งไม่รู้ว่าจริงเท็จอย่างไร เพราะไม่ได้ใช้เอง)

    ผมบอกว่าผมเข้าใจเป็นอย่างดี
    มันคือความสะเพร่าของผมเองที่เลือกโปรนี้ไป
    แล้วพนักงานและผมก็ลืมมาคอยจัดการเรื่องนี้เมื่อครบกำหนด
    (ซึ่งตอนที่ซื้อ เจ้าหน้าที่มักบอกว่าพอครบ 3 เดือน
    เดี๋ยวระบบก็ต่อโปรให้เองน่ะพี่ … ไม่เชื่อลองไปคุยดูดิ)
    ผมรู้สึกผิดหวังว่าทาง True move เองมีโปรหลายตัวดี ๆ
    แต่กลับเลือกตัวแพงให้กับเราโดยอัตโนมัติ
    ผมรู้สึกเหมือนโดนหลอกกินเงิน

    โอเคงั้นตอนนี้ถ้าจะเปลี่ยนโปรโมชั่นเป็นอันที่ใช้ได้นาน ๆ มีไหม แบบที่เหมาะกับธุรกิจน่ะครับไม่ใช้สำหรับวัยรุ่นมาคอยเปลี่ยนกันบ่อย ๆ ไม่มีค่ะ ตอนนี้มีแต่โปรแบบ 10 วันเปลี่ยน อีก 3 เดือนเปลี่ยนอีกรอบ 6 เดือนเปลี่ยนอีกที

    โอเค งั้นรบกวนปิดเบอร์ให้ด้วย ขอบคุณครับ

    จำใส่ใจ ของถูกอยู่ไม่ได้นาน