Category: Opinion

  • District 9 :: มนุษย์ต่างด้าว

    หลังจากถูกวางตัวให้กำกับโปรเจ็คหนังฟอร์มยักษ์อย่าง Halo โดยมี Peter jackson เป็นคนโปรดิวซ์ให้ ทุกคนก็พุ่งความสนใจไปยังผู้กำกับหนังหน้าใหม่ Neill Blomkamp กันใหญ่ แต่หลังโปรเจ็คถูกพับไม่มีกำหนด Neill จึงได้รับอนุญาตให้เอาหนังมนุษย์ต่างดาวที่เคยเป็นหนังสั้นมาพัฒนาต่อจนกลายเป็น District 9

    ในแง่ของผู้กำกับหน้าใหม่ที่ต้องมาดูแลงานสร้างขนาดนี้นับว่าเสี่ยงไม่เบา อย่างไรก็ดี Neill ก็แสดงให้เห็นว่าเอาอยู่ และนับว่าสร้างได้ถูกมาก เมื่อเทียบกับฟุตเตจ CG จำนวนมากที่ซ่อนตัวอยู่ในหนัง แน่นอนว่าด้วยหน้าหนังแล้วคงไม่ใช่หนังที่จะทำเงินมากมายนัก (ใครจะยอมมาดูหนังภาพไหว ๆ แบบนี้ซักกี่คนกัน) แต่ด้วยทุนสร้าง 80 ล้านเหรียญ หักลบกลบหนี้ คงได้ทั้งเงินได้ทั้งกล่องไปไม่ยาก

    ถ้าพูดถึงประเด็นของหนัง ตัวแก่นของเรื่องก็พื้น ๆ ไม่มีอะไรหักเหลี่ยมเฉือนคม แต่ Neill ฉลาดในการวางองค์ประกอบหนังให้ดูสมจริง (ทำเป็น Mocumentary) น่าสนใจ (เหตุเกิดในแอฟริกาใต้, กุ้ง (มนุษย์ต่างดาว) เป็นพวกลี้ภัย ฯลฯ) ทำให้แม้ประเด็นที่พูดจะธรรมดาไปหน่อย แต่ด้วยรูปแบบการนำเสนอทำให้เรื่องเดิม ๆ นั้นดูน่าสนใจขึ้นเป็นอย่างมาก

    ส่วนตัวดูจบแล้วรู้สึกว่าแกนของหนังอยู่ที่การรับมือต่อการกลายสภาพของตัวเอก (แต่หน้าโปสเตอร์เมืองไทยนี่สื่อให้เห็นว่ามันเป็นหนังมนุษย์ต่างดาวบุกโลก ยิงกันระห่ำเดือด ซึ่งเชื่อว่าจะมีคนผิดหวังหลังจากออกจากโรงอยู่ไม่น้อย ) ปมประเด็นหลายอย่างถูกจัดวางไว้ เพื่อใช้ประโยชน์เป็นช่วง ๆ ได้เป็นอย่างดี ตัวเอกต่อกรทั้งกับการกลายสภาพภายนอก และการกลายสภาพภายใน จนในที่สุดหนังก็มาถึงบทสรุปว่า มุมมองของตัวเอกต่อกุ้งเป็นอย่างไรและอะไรคือเป้าหมายถัดไปในชีวิตของเขากัน

    ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่สำคัญว่าวิคัสจะกลายสภาพเป็นอะไร เมื่อภาพสุดท้ายแสดงให้เห็นแล้วว่า เค้ายังคงเป็นมนุษย์และการกลายสภาพนั้นเป็นเพียงเปลือกนอกเท่านั้น

    สมหวัง
    + การนำเสนอรูปแบบใหม่ น่าสนใจ และนำมารับใช้เนื้อหาเป็นอย่างดี
    + ตีโจทย์ได้รอบ รวมถึงใช้ประโยชน์ได้ค่อนข้างคุ้มค่า เช่น กรณีเป้าหมายลึก ๆ ของรัฐบาล, พวกหาประโยชน์ชาวไนจีเรีย, การค้าประเวณีข้ามสายพันธุ์ ฯลฯ สร้างโลกอันสมจริงขึ้นมาอย่างน่าเชื่อถือ
    + สะใจที่เรื่องเกิดในโจฮันเนสเบิร์ก แอฟริกา (หาใช่ใน USA ไม่)
    + งาน CG คุณภาพเยี่ยม และที่สำคัญนำมารับใช้เนื้อหา ไม่ใช่นำ

    ผิดหวัง
    – ด้วยปัญหาเรื่องรูปแบบการนำเสนอที่ดูสมจริง ทำให้พอมีอะไรที่ผิดตรรกะหน่อย จึงก่อให้เกิดความสงสัยมากกว่าปกติ เช่น อาวุธที่กุ้งมี ทำไมไม่ใช้ประโยชน์กัน, วิคัสที่พลัดหลงไปบ้านคริสโตเฟอร์อย่างบังเอิญ, จู่ ๆ ทำไมถึงอพยพมาอยู่กันที่โลก เป็นต้น
    – เป็นหนังที่ดูแล้วจิตตกไปหน่อย แต่ถ้าชอบดราม่าหนัก ๆ ก็น่าจะโดนใจไม่ยาก
    – ระบบความคิดที่ไม่แน่นอนของพวกกุ้ง รวมถึงกุ้งบางตัวในหนังที่ฉลาดเกินหน้ากุ้งอีกล้านกว่าตัวที่เหลืออย่างมีนัยยะสำคัญเกินไป
    – แฟนสาวของวิคัสที่บทไม่ค่อยสร้างความน่าเชื่อถือว่าทั้งคู่รักกันขนาดนั้น

  • วันที่ข้าพเจ้าลาโลก

    ในวันที่ข้าพเจ้าถือกำเนิด
    ข้าพเจ้าร้องไห้เสียงดัง
    พ่อแม่ญาติพี่น้องล้วนยินดีปรีดา

    ในวันที่ต้องลาโลก
    ข้าพเจ้าหวังใจว่าข้าพเจ้าจะยิ้มปิติปรีดา
    และคนทั้งโลกจะร่ำไห้เสียใจ

    – eYacht

    ปล.เรียบเรียงขึ้นใหม่ จากการรับรู้เมื่อนานมาแล้ว

  • ความงามอันสัมบูรณ์

    -1-
    ระหว่างสนทนากันในมื้ออาหารครั้งหนึ่ง ขณะถกกันเรื่องเทคโนโลยีศัลยกรรมเพื่อความงามในปัจจุบัน เพื่อนหญิงคนหนึ่งแสดงความคิดเห็นขึ้นกลางวงว่า

    ผู้หญิงที่เคยสวยมากเมื่อหลายปีก่อน กำลังสวย”น้อยลง” เนื่องมาจากการที่คนทั่ว ๆ ไปสวยขึ้นจากการศัลยกรรม

    นำมาซึ่งข้อสงสัยสำหรับผมว่า ความสวยนั้นเป็นสิ่ง สัมพัทธ์ หรือ สัมบูรณ์ กันแน่

    ตะเกียบจะยาวหรือสั้น ขึ้นกับว่าตะเกียบถูกเทียบกับไม้จิ้มฟัน หรือ กระบอง นั่นเองคือสัมพัทธ์
    ขณะที่สัมบูรณ์คือความหมายหมดจรด เบ็ดเสร็จ ไม่จำเป็นต้องนิยามด้วยการเปรียบเทียบกับสิ่งไหน

    จำไม่ได้ว่าวันนั้นข้อคิดเห็นจบลงอย่างไร แต่เพื่อนหญิงกล่าวว่า ความงามนั้นน่าจะลดลงเนื่องจากความเคยชินของคนมอง และแปรผกผันกับความสวยของคนรอบข้าง ที่เพิ่มความเร่งขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญตามคมมีดของหมอแต่ละคน

    -2-
    วันนี้อ่านเจอเรื่องเล่าจากหนังสือ “ระยะทางอันห่างใกล้” ของคุณนิ้วกลมและคุณพิมปาย เป็นเรื่องเล่าจากเทือกเขาหิมาลัย ในบ้านของคนที่อาศัยในเทือกเขาที่เรียกได้ว่ามีเสน่ห์ที่สุดในโลกนั้น กลับมีปฎิทินรูปเทือกเขาในสวิสเซอร์แลนด์แขวนไว้ เออหนอคนเรา อยู่ใกล้หิมาลัย แต่ใจกลับอยู่ที่สวิสเซอร์แลนด์ คุณนิ้วกลมตั้งคำถามขึ้นมาว่า

    “คนที่นี่(หิมาลัย) จะเห็นว่าวิวแบบนี้สวยไหม”

    หากมีสมการความสวย ค่าความสวยกับความใกล้ชิด ค่าความสวยกับความเคยชิน จะแปรผกผันกันไหม
    ยิ่งใกล้ชิดมากเท่าไหร่ ยิ่งเห็นว่าสวยน้อยลง
    ยิ่งเคยชินกับสิ่งนั้นมากแค่ไหน ก็ยิ่งเห็นว่ามันช่างสามัญธรรมดา

    -3-
    ความคิดทบทวนย้อนไปยังคำกล่าวที่ว่า

    “beauty lies in the eyes of the beholder”
    ความสวยนั้นขึ้นกับสายตาที่มอง

    ท้ายสุดแล้วผมเห็นด้วยแล้วว่าความสวยนั้นสัมพัทธ์จริง แต่ความสวยของคนคนนั้นไม่ได้สัมพัทธ์กับคนรอบ ๆ ตัวเธอ หากแต่สัมพัทธ์กับสายตาของคนมองต่างหาก ดังนั้นด้วยความสวยที่ทวีขึ้นของคนรอบข้าง หากสร้างความเคยชินให้กับมอง เขาก็ย่อมเห็นเธอคนนั้นสวยน้อยลงเป็นธรรมดา

    อย่างไรก็ดีความสวยนั้นก็ไม่ได้อยู่เพียงภายนอกเท่านั้น

    สายตาที่มองเห็นแต่ความสวยภายนอกโดยละเลยความงามภายใน นั่นเป็นเพียงสายตาอันโง่เขลาเท่านั้น

    เพราะความงามภายในนั้นสัมบูรณ์ และถูกสร้างขึ้นโดยเจ้าของเท่านั้น มีดหมอไม่เกี่ยว

  • Printer หยุดทำงานบน Mac OS X 10.5.7 Leopard

    เพิ่งถอย Canon LBP3050 มาใช้งานส่วนตัว เนื่องจากภาระเรื่องการเรียน เพราะต้องส่งการบ้าน และพิมพ์เอกสารมาอ่านเป็นครั้งคราว ทบทวนแล้วซื้อตั้งแต่ตอนเริ่มเรียนน่าจะคุ้มค่ากว่า

    พอเอามาใช้แล้วก็ต้องหงุดหงิด เพราะถ้าสั่งงานพิมพ์ไปได้ 2-3 หน้าเครื่องก็ไม่ตอบสนองเอาดื้อ ๆ อาการคือพอสั่งพิมพ์ไปแล้ว ตัว Printer queue ก็ขึ้นว่าส่งข้อมูลผ่าน USB ไปจนหมดแล้ว แต่พริ้นเตอร์กลับไม่พิมพ์อะไรออกมา(ใช้งานบน Mac OS X 10.5.7)

    เลยแก้ปัญหาด้วยการอ่าน Manual ของไดรเวอร์พริ้นเตอร์ ก็ไม่พบวิธีแก้ไขปัญหานี้ กลับไปโหลดไดรเวอร์บนเว็บ Canon ก็พบว่าที่ใช้อยู่ก็เวอร์ชั่นใหม่แล้ว เอาไดรเวอร์เข้า ๆ ออก ๆ รีสตาร์ทหลายรอบมาก จนหมดปัญญาแล้ว ดังนั้นจึงแก้ปัญหาด้วยการรัน Windows ผ่าน Visualization ขึ้นมา ปรากฎว่าพิมพ์ได้ (แสดงว่าไม่เกี่ยวกับฮาร์ดแวร์) ก็เลยจำใจใช้วิธีนี้ประทังชีวิตไปก่อน จนกระทั่งวันนี้ได้เจอเอกสารเรื่อง Leopard Upgrade Issues ซึ่งระบุว่านี่เป็น Bug ของตัว 10.5.7 ที่ส่งผลถึงการเอ๋อของการสั่งพิมพ์ พร้อมมีวิธีแก้เสร็จสรรพดังนี้

    Printers may stop working after installing Apple system update

    Issue: In late June 2009, Apple released a system update for Mac OS X 10.5.7 Leopard. That system update appears to have a bug that may cause your existing printers to stop working in all applications, including NeoOffice.

    Solution: Fortunately, we have found that the following steps should get your printers working again:

    1. Launch the System Preferences application and click on the Print & Fax icon
    2. Control click in the list of printers and in the popup menu that appers, select Reset printing system…
    3. Reboot your machine
    4. Press the + icon to readd each of your printers

    Note: Resetting the printing system will, among other things, delete any custom printing presets you had created. In order to recover them, you will need to backup the following file beforehand:

    ~/Library/Preferences/com.apple.print.custompresets.plist (where ~ in your Home Folder)

    and copy it back to the ~/Library/Preferences/ folder after resetting the printing system.

    สุดท้ายก็บางอ้อ เออนะหัวเสียอยู่ตั้งนาน อย่างไรก็ดี จะให้คอยรีสตาร์ททุกครั้งที่พิมพ์ก็ตายพอดีสิครับ ได้โปรดรีบแก้ปัญหาโดยด่วน Apple !!

  • 10 Things I hate about Macbook (Unibody)

    1. จอกระจก คงไม่ต้องอธิบายอะไรอีกเกี่ยวกับเรื่องนี้
    2. Trackpad เสียงดัง เวลาเรากด ดังทั้งตอนกดลงไปและตอนปล่อย ไม่เห็นคนเค้าบ่นกัน แต่ส่วนตัวคิดว่าดังผิดปกติไปหน่อย
    3. จออ้าเวลาถือ หากประกบเครื่องแล้วถือเหมือนแฟ้ม (มือจับตรงบานพับ ถือไว้ข้างตัว) ตัวจอที่เป็นแม่เหล็กจะดีดออกมา เครื่องจะแง้ม ๆ ไม่ประกบกันสนิท ไม่ได้ห่างจนทำให้เครื่องตื่นจาก Sleep Mode แต่ก็ทำให้รำคาญได้พอสมควร ทีแรก ๆ ตอนที่ได้เครื่องมาใหม่ ๆ ไม่มีอาการนี้ แต่หลังจากไปวางไว้หลังเครื่อง Server Dell จู่ ๆ แม่เหล็กก็หมดแรงไปกะทันหัน ไม่รู้ว่าเพราะสนามแม่เหล็กของ Server Dell หรือ ถูก Dell สูบวิญญาณไป
    4. ไม่มี Firewire Port ดันซื้อ HDD External ที่มี Firewire และ USB มาใช้งาน พอใช้ไม่ได้รู้สึกเสียโอกาสเล็กน้อย
    5. เสียง DVD-Rom ที่จะต้องดังทุกครั้งเวลาเปิดฝาเครื่อง หากเครื่องอยู่ใน Sleep Mode
    6. ช่องเสียบหูฟังที่มาตรฐานดีเกินไป ทำมารองรับหูฟังที่มีไมค์แบบของ iPhone ทำให้หากเอา Jack ที่ไม่ค่อยได้มาตรฐานเสียบเข้าไปจะทำให้รูหลวมไปเลย (ซึ่ง Jack ที่มีอยู่กับตัวก็ไม่ค่อยจะได้มาตรฐานดีเท่าไหร่ ดังนั้นตอนนี้ช่อง Jack หลวม ๆ ไปซะแล้ว)
    7. ช่อง mini-Display Port ที่จะต้องทำให้เราเสียเงินซื้อหัวแปลง หลายคนอาจบอกว่า แหม ยังไม่ชินอีกเหรอ ก็ต้องขอบอกว่าใช่ครับ ยังไม่ค่อยชิน เพราะต้องควักเงินอีกพันกว่า
    8. Wi-Fi ไม่ค่อยแรงเท่าไหร่ คงเพราะตัวเครื่องเป็น Aluminum ซึ่งถือเป็นฉนวนที่ดี เป็นเรื่องจนทำให้ต้องจัดหาที่วาง Access Point ในบ้านใหม่
    9. ไม่มี Multi- Card reader คนส่วนใหญ่ในปัจจุบันอย่างน้อยก็ต้องมีการ์ดซักอย่างในชีวิตบ้าง ไม่มีก็ไม่ถึงกับเดือดร้อนอะไร แต่ถ้ามีคงจะดี
    10. ปิดฝาแล้วเข้าโหมด Sleep ช้ามาก (ตอนใช้ iBook เร็วกว่าเยอะ) แถมระหว่าง Sleep ก็กินแบตอย่างมีนัยยะสำคัญ

    เขียนเรื่องนี้ไว้นานแล้ว แต่รู้สึกว่ายังไม่ค่อยครบถ้วนเท่าไหร่ แต่เมื่อคืนงาน WWDC ทำเครื่องเราตกรุ่นไปแล้ว ดังนั้นเลยต้องรีบมาโพสต์ไว้  (ตัวใหม่มี SD Card reader แล้ว ข้อ 9 ก็นับได้ว่าตกไป)

    อีกอย่างเช้านี้ตื่นขึ้นมา Macbook ที่บ้านก็กลายเป็น Macbook Pro ไปซะงั้น
    หรือมองอีกมุมคือ Macbook ที่บ้านกลายเป็น Macbook Limited Edition ไปแล้ว เพราะเป็น Macbook รุ่นเดียวที่เป็น Aluminum

    ปล. มีใครสังเกตุไหมว่า Macbook Pro 13 นิ้ว ให้ HDD ขนาดเล็กลง

  • Rock Star หน้าอินเดีย

    เป็นโฆษณาที่เท่ห์มาก อดไม่ได้จนต้องเอามาลง (จริง ๆ หากินกับการโพสต์วีดีโอไปวัน ๆ )

  • หอศิลป์ กรุงเทพ

    ชื่อเต็ม ๆ ว่า หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อวานแวะไปเดินมาครับ น่าดีใจที่เรามีอะไรแบบนี้

    1. คนเยอะกว่าที่คิดมาก น่าจะเพราะมีการแสดงภาพถ่ายจากงานประกวดของสมาคมภาพถ่ายด้านล่าง (กำลังจัดกัน) เลยคึกคักเป็นพิเศษ
    2. นักศึกษาปี 4 ม.กรุงเทพฯมาจัดแสดง Thesis ในชื่อหัวข้อ OH ที่ชั้น 4 จากการสอบถาม ทางหอศิลป์จะขอให้ส่งรายละเอียดงานมาให้ตรวจก่อน จากนั้นก็ระบุวันที่จะจัดแสดง ที่สำคัญไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการมาแสดงงาน
    3. จากการสอบถามแม่บ้าน ที่นี่เปิด 10.00 – 21.00 น. หยุดวันจันทร์ตามธรรมเนียม และเย็นวันศุกร์จะมีนักเรียนมาเดินเยอะ น่าดีใจแทน
    4. หอศิลป์สร้างขึ้นมาโดยมีสถาปัตยกรรมที่ดี ใช้แสงจากภาพนอกเพื่อประหยัดไฟ โถงโล่งตรงกลางมองได้จนถึงพื้นชั้น 1 ลดความอึดอัด แม้จะหน้าตาดูเหมือนที่กักเกนไฮม์ นิวยอร์คไปบ้าง (จริง ๆ ก็เยอะอยู่) แต่ไม่เป็นไร ๆ ทุกอย่างต้องมีการเริ่มต้น
    5. เว็บไซต์ของหอศิลป์ สวยดีแต่ยังไม่สุดยอด รูปน้อยไปหน่อย ไม่ค่อยเรียกแขก ตัวหนังสือเล็กไปหน่อย ที่น่าชมเชยคือใช้ฟอนต์เดียวกันกับที่หอศิลป์ใช้ในการแสดงงาน ดูสอดคล้องกันดี
    6. โลโก้สวยดี น่าจะเล่นได้มากกว่านี้ เอามาทำของที่ระลึกขายได้
    7. ร้านขายของที่ระลึกยังไม่เปิด เห็นพี่รปภ.บอกว่ากำลังทำอยู่ แต่ยังไม่มีกำหนดเปิด อยากได้เข็มกลัดลายที่เป็นรูปโลโก้อ่ะ
    8. ส่วนตัวคิดว่าทางหอศิลป์สามารถเก็บเงินค่าเข้ากับผู้ใหญ่ในราคาไม่แพงนักได้ (ผมยินดีที่จะจ่ายนะ)  ฟรีสำหรับนักเรียนที่มีบัตรนักเรียน ทำระบบสมาชิกให้เข้มแข็ง(แจ้งข่าวสาร, ส่วนลดของที่ระลึก, ลดราคาค่าเข้าชม) สร้างรายได้จากการขายของที่ระลึก การสำเนาภาพสำหรับผู้ที่อยากได้ เพื่อสร้างรายได้มาหมุนเวียนเลี้ยงตัวเอง ทำได้น่าจะดีมาก ๆ
    9. งานก่อสร้างไม่ค่อยเรียบร้อย เห็นรอยโป้วสี, งานทาสีหยาบ ๆ หลายจุด น่าเสียดาย
    10. ห้องจัดแสดงงานไม่ค่อยต่อเนื่องกัน บริเวณชั้น 2-3 ที่เป็นห้องกระจก ถูกออกแบบมาทำให้การแสดงงานไม่ค่อยเชื่อมต่อกัน เราต้องเดินเข้าห้องแล้วกลับออกทางเดิม เพื่อเข้าห้องถัดไปให้ความรู้สึกไม่ค่อยต่อเนื่องเวลาดูงานเท่าที่ควร ทางออกน่าจะเชื่อมไปยังห้องถัดไปได้ในทันที
    11. ทางลาดชันวนขึ้นบริเวณชั้น  5-7 ชันไปหน่อย คงเพราะเส้นรอบวงของอาคารแคบไปนิด
    12. งานที่จัดแสดงเน้นภาพถ่ายมากไปหน่อย อยากให้มีความหลากหลายมากกว่านี้ ทั้งงานปั้น งาน Installation ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนจะยินดีมอบงานให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย หากได้มาจัดแสดงที่นี่
    13. ขอชี้ชวนให้แวะไปครับ ไปง่าย (ทางเชื่อมรถไฟฟ้า BTS ทะลุเข้าไปได้เลย)  ได้เสพงานจรรโลงใจ แถมไม่เสียตังค์
  • คิดนอกกรอบ Thinking out of the box

    โจทย์วิชา Business Communication อาจารย์ให้ขึ้นไปพูดหน้าห้องเรื่องอะไรก็ได้ยาว 3 นาที คิดใคร่ครวญแล้วคิดว่าอยากเล่าเรื่อง Fosbury flop แต่คิดว่าอาจจะน่าสนใจน้อยไปหน่อย เลยขึ้นเรื่องและจบเรื่องด้วยคำถามเรื่องการลากเส้นต่อจุด 9 จุดสุดคลาสสิค เพื่อทำให้งานนำเสนอน่าสนใจขึ้น และเฉลยช่วงท้ายเรื่องการลากด้วยเส้น 1 เส้น หรือ 0 เส้น คิดว่าหลายคนน่าจะยังไม่รู้

    พอทำและพรีเซ็นต์หน้าห้องไปแล้ว รู้สึกว่าสไลด์ชุดนี้ทำได้ดี มีการทำเกริ่นนำ ส่วนเนื้อหา และสรุปปิดท้าย ภาพสวย และประเด็นน่าสนใจ เอามาแปะไว้ เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อคนอื่น ๆ

  • เหรียญ 2 บาท (สีทอง) ฉบับปรับปรุงใหม่

    อ่านข่าวนี้วันนี้ครับ


    นายพฤติชัย  ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง   ได้แถลงให้ทราบถึงการออกใช้เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดใหม่ว่าเนื่องจากราคา โลหะที่ใช้ในการผลิตเหรียญกษาปณ์ในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้นมาก โดยเหรียญกษาปณ์หลายชนิดราคามีต้นทุนการผลิตสูงกว่าราคาหน้าเหรียญ  และเหรียญบางชนิดราคามีขนาดและสีที่ใกล้เคียงกันทำให้ยากต่อการใช้สอย กระทรวงการคลัง โดยกรมธนารักษ์ จึงได้จัดทำโครงการออกใช้เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดใหม่ ทั้ง 9 ชนิดราคา โดยมีการปรับปรุงโลหะและลักษณะของเหรียญ เพื่อปรับต้นทุนในการผลิตให้มีความเหมาะสม  สะดวกต่อการใช้สอย แต่ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพ คือ ให้มีความสวยงามและยากต่อการปลอมแปลงมากยิ่งขึ้น
    ใน การจัดทำเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดใหม่นี้ มีรูปแบบและลวดลายเช่นเดิม แต่ปรับปรุงให้สวยงามมากยิ่งขึ้น  สำหรับในส่วนของรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดใหม่มี ความแตกต่างในสาระสำคัญจากเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดปัจจุบัน ดังนี้

    1. เหรียญกษาปณ์ชนิดราคา 1 สตางค์ และ10 สตางค์ เส้นผ่าศูนย์กลาง ความหนา และน้ำหนักคงเดิม แต่เปลี่ยนส่วนผสมของโลหะจากอลูมิเนียมร้อยละ 97 เป็นร้อยละ 99

    2. เหรียญกษาปณ์ชนิดราคา 5 สตางค์ น้ำหนักคงเดิม แต่เปลี่ยนเส้นผ่าศูนย์กลางจาก 16.00 มิลลิเมตร เป็น 16.50 มิลลิเมตร ความหนาลดลงจาก 1.40 มิลลิเมตร เป็น 1.35 มิลลิเมตร และเปลี่ยนส่วนผสมของโลหะจากอลูมิเนียมร้อยละ 97 เป็นร้อยละ 99

    3. เหรียญกษาปณ์ชนิดราคา 25 สตางค์ และ 50 สตางค์ เส้นผ่าศูนย์กลาง ความหนา และน้ำหนังคงเดิม แต่เปลี่ยนชนิดของโลหะจากอลูมิเนียมบรอนซ์ (สีทอง) เป็นโลหะไส้เหล็กชุบทองแดง

    4. เหรียญกษาปณ์ชนิดราคา 1 บาท เส้นผ่าศูนย์กลางและความหนาคงเดิม แต่เปลี่ยนชนิดของโลหะจากคิวโปรนิกเกิลเป็นโลหะไส้เหล็กชุบนิกเกิล และน้ำหนักลดลงจาก 3.40 กรัม เป็น 3.00 กรัม

    5. เหรียญกษาปณ์ชนิดราคา 2 บาท เส้นผ่าศูนย์กลางคงเดิม แต่เปลี่ยนชนิดของโลหะจากไส้เหล็กชุบนิกเกิล (สีขาว) เป็นโลหะอลูมิเนียมบรอนซ์ (สีทอง) น้ำหนักลดลงจาก 4.40 กรัม เป็น 4.00 กรัม และความหนาลดลงจาก 1.70 มิลลิเมตร เป็น 1.50 มิลลิเมตร

    6. เหรียญกษาปณ์ชนิดราคา 5 บาท โลหะ  เส้นผ่าศูนย์กลางคงเดิม แต่ความหนาลดลงจาก 2.20 มิลลิเมตร เป็น 1.75 มิลลิเมตร  และน้ำหนักลดลงจาก 7.50 กรัม เป็น 6.00 กรัม

    7. เหรียญกษาปณ์ชนิดราคา 10 บาท โลหะ เส้นผ่าศูนย์กลาง ความหนา และน้ำหนักคงเดิม

    สำหรับ การนำออกใช้เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดใหม่นี้  กระทรวงการคลัง โดยกรมธนารักษ์จะเริ่มออกใช้เหรียญกษาปณ์ ชนิดราคา 2 บาทก่อนเป็นลำดับแรก ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2552 เป็นต้นไป ส่วนเหรียญกษาปณ์ ชนิดราคาอื่น ๆ จะทยอยนำออกจ่ายแลกต่อไป

    ประชาชนและผู้สนใจสามารถแลกเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดใหม่ได้ที่
    – สำนักบริหารเงินตรา ถนนจักรพงษ์ กรุงเทพฯ
    – หน่วยจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ กรมธนารักษ์ ถนนพระราม 6 กรุงเทพฯ
    – สำนักงานคลังจังหวัด

    ที่มา มติชน

    สงสัยอย่างแรกคือ เกิดมาไม่เคยเห็นเหรียญ 1 สตางค์, 5 สตางค์, 10 สตางค์ ซักที ออกข่าวแบบนี้เราจะได้ใช้กันแล้วใช่ไหม สืบค้นไปเจอคำตอบที่ Wikipedia เรื่องเหรียญ 1 สตางค์ ได้ความว่าเป็นเหรียญที่ใช้แต่ภายในธนาคารเท่านั้น ก็เป็นที่เข้าใจไป

    จากนั้นเลยไปค้น ๆ Entry เก่า เรื่อง เหรียญ 2 บาท ที่เคยเขียนไว้นานแล้วว่าทำไมเราต้องมีเหรียญ 2 บาทใช้กัน วันนี้กรมธนารักษ์ก็คิดได้เสียที ปรับปรุงเหรียญใหม่ให้เป็นสีทองแดงแตกต่างจากเหรียญ 1 บาทและ 5 บาท เพื่อไม่ให้เราสับสน พอคิดต่อมาอีกหน่อยเลยเกิดความสงสัยว่าแล้วคนตาบอดจะแยกแยะอย่างไร แต่มาคิดอีกมุมคนตาบอดคงจะมีความสามารถในการแยกแยะขนาดและน้ำหนักของเหรียญได้ดีกว่าคนทั่วไปมากมายนัก ดังนั้นไม่น่าจะมีปัญหา แต่ที่จะปรับน้ำหนักเหรียญคงจะก่อเกิดปัญหาในช่วงแรกบ้างที่คนตาบอดอาจจะงง ๆ แต่ต่อไปคงจะชิน

    คราวนี้ก็ถึงคิวเจ้าของตู้หยอดเหรียญต่าง ๆ ว่าจะปรับปรุงเครื่องอย่างไร ผมไม่แน่ใจว่าระบบตรวจเหรียญในตู้หยอดเป็นแบบเทียบขนาดหรือน้ำหนัก (เดาว่าน้ำหนัก) หากว่าเหรียญเปลี่ยนน้ำหนักแบบนี้คงต้องแก้กันเหนื่อยหน่อย

  • Palm Pre

    เปิดตัวแล้ว Palm Pre อยากได้ (ระบบ GSM นะ)