Category: Opinion

  • Mac do Windows, too.

    วันนี้ได้ฟัง Podcast ของ DualGeek ว่าด้วยเรื่องที่ร้านค้านำ Boot Camp ( การทำให้ Mac รัน Windows ได้ ) มาเป็นจุดขายก็ย้อนไปกับเรื่องที่เจอมากับตัวเองพอดี

    วันก่อนแวะไปที่ร้านคอมพ์ที่รู้จักกัน เห็นมีเครื่องแมคตั้งโชว์อยู่ เป็นตัว Mac mini กับ iMac 17 นิ้ว ผมก็ตื่นเต้นมาก ขอไปลูบไปคลำ บอกตามตรงว่าดีใจที่มีร้านค้ากล้านำมาขาย ผมเองอยากขายแต่ว่ากลุ่มลูกค้าที่ร้านไม่ใช่กลุ่มที่จะซื้อแมคได้ (กลุ่มราชการ)

    ทางร้านไม่รู้ว่าผมใช้ Mac อยู่ สิ่งแรกที่เจ้าของร้านแนะนำคือ มันรัน Windows ได้ด้วยนะ พร้อมขยับเมาส์ที่ iMac จอภาพสว่างขึ้นมาเป็นหน้า Wallpaper รูป xp Bliss พร้อม Windows XP สวยงาม ทำผมรู้สึกละเหี่ยใจเล็กน้อย (จุดเด่นของ Mac คือรันวินโดวส์ได้ โอว ไม่นะ) ผมจึงขออนุญาตรีบูตเพื่อเข้าไปยัง Mac OS X พอรีบูตใหม่ เครื่องก็เข้าไปยัง Windows อีก (เปิด Default ให้เข้า Windows) ผมก็เริ่มเซ็ง พอถามว่าเข้า Mac ต้องกดอย่างไร คนขายตอบไม่ทราบเหมือนกัน -“- ผมคุ้น ๆ ว่ากด Ctrl ก็ลองดู ก็เข้าไม่ได้ (ตอนนี้รู้แล้วต้องกด Option ต่างหาก) สุดท้ายจึงไม่ได้ลอง Mac OS X บน Intel Mac ว่าเร็วกว่า G4 ที่ใช้อยู่แค่ไหน
    ตอนแรก ๆ ก็คิดว่าดีนะ จะมีคนมาใช้ Mac มาก ๆ ด้วยการที่มันรัน Windows ได้ แต่พอเจอเหตุการณ์นี้เข้า ผมก็เกิดอาการ”หวง” ขึ้นมา ด้วยความรู้สึกว่าถ้ามีคนซื้อดีไซน์เพื่อรัน Windows เท่านั้น ไม่ได้ใช้ Mac OS X เลย เห็นแล้วคงเซ็งหนัก

    ปล.ผมไม่ได้มองว่า windows ไม่ดีนะครับ ผมใช้เครื่องทำงานก็ Windows มีเพียง iBook เท่านั้นที่เป็น Mac อย่างไรก็ดี หากจะใช้ Windows ก็คิดว่าอย่าได้เสียเงินซื้อเครื่องให้แพงกว่าปกติเลย ไปซื้อ PC Windows Based เถิด หากจะซื้อ Mac ก็ใช้ Mac เป็น OS หลัก และรัน Windows เป็น Alternative OS ก็จะดีมาก (จริง ๆ รันผ่าน Parallels เจ๋งกว่า Boot Camp นะผมว่า)
    ตอนนี้อดใจไว้ก่อน พร้อมท่องไว้
    10.5 10.5 10.5 10.5+ Core2Duo Core2Duo Core2Duo + ดีไซน์ใหม่ ดีไซน์ใหม่ ดีไซน์ใหม่

  • Lucky is with the man who doesn’t include it in his plan

    เมื่อวานไปดูงานเลี้ยงอำลาของนักเรียนแลกเปลี่ยนจากประเทศจีนที่โรงเรียนฮั้วเฉียว อุบลฯ 2 เด็กอายุ 8-10 ขวบราว 10 กว่าคนจากโรงเรียนหยงหวย ประเทศจีนเดินทางมาซัมเมอร์ที่นี่ และกำลังจะเดินทางกลับ

    งานเลี้ยงอำลาจัดกันง่าย ๆ ในอาคารเอนกประสงค์ของโรงเรียน เป็นลักษณะโถงกว้าง ๆ ตั้งเวทีเตี้ย ๆ ขึ้นมาใช้เครื่องเสียงระดับปานกลางค่อนถูกของโรงเรียน (ดอกลำโพงราว ๆ 10 นิ้ว เห็นจะได้) ไม่มี Sub ไม่มี Monitor หลังจากเริ่มงานไม่นาน ผมกำลังจะโซ้ยอาหารบนโต๊ะ (โต๊ะจีน) พ่อก็ตามให้ไปช่วยเค้าปรับเครื่องเสียงใหม่ เลยต้องหยุดทานอย่างจำใจ เดินไปช่วยปรับเสียงดนตรี ลดเบส เพิ่ม แหลม พร้อมกับเพิ่มกลางให้เสียงไมค์ ย้ายลำโพงไปไว้ด้านหน้า เวที (ตอนแรกตั้งไว้หลังเวทีเหมือนเขินอะไรไม่ทราบ) เสียงก็พอถูไถด้วยคุณภาพเครื่องเสียงและความรู้งู ๆ ปลา ๆ ของคนปรับ

    เรื่องมันอยู่ตรงที่ระหว่างการแสดงของเด็ก ๆ ของประเทศไทยจบลงผมตามอาจารย์ชาวจีนมาเทสต์ CD ที่จะใช้ในการแสดงอีก 3 ชุดถัดไป (สุดท้ายเลยมานั่งเฝ้าทั้งงาน เพราะเค้าเอาคนขับรถมาคุมเครื่องเสียง) เพราะว่าทั้งหมดยังไม่ได้ผ่านการทดลองเปิดเลย ปรากฎว่าเครื่องเล่นไม่อ่านแผ่นที่อาจารย์ Burn มา ซวยล่ะสิ

    ด้วยภาษาจีนงู ๆ ปลา ๆ ก็กระท่อนกระแท่นบอกไปว่ามันไม่อ่าน ขอให้เอาแผ่นอื่น อาจารย์ก็บอกไม่มี อาจารย์จึงถามว่าใช้ Notebook ได้ไหม ผมจึงไปรื้อสายต่อเชื่อมในตะกร้า ไม่มีสายแบบที่ต้องใช้ เลยตัดสินใจบอกอาจารย์ให้ขึ้นไปเอา Notebook ลงมาก่อน เรื่องสายเดี๋ยวหาทีหลัง

    โชคดีที่พอขึ้นไปหยิบ Notebook มีลำโพงคอมที่เป็นแบบ Sub อยู่แถวนั้นและใช้สายต่อที่ต่อได้กับชุด Mixer ในงานพอดี เราจึงพากันหอบ Notebook พร้อมสายลงมา และเปิดเพลงจากเครื่อง Notebook ทันเวลาพอดี

    หากเครื่องใช้งานไม่ได้ขึ้นมา การแสดงทั้ง 2 ชุดของเด็ก ๆ ที่เตรียมกันมาคงไม่ได้แสดง นั่นน่าจะทำให้เด็ก 10 กว่าคนนั้นเสียใจมาก

    เรื่องอย่างนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ครั้งหนึ่งในงานแข่งขันทักษะภาษาจีนเมื่อ 2 ปีก่อน นักร้องที่เชิญมาร้องโชว์ไม่ได้มาซ้อมในวันซ้อมใหญ่ CD ที่เค้าถือมาแล้วเปิดอ่านไม่ได้ในเครื่องเล่น งานนั้นอดร้องตามระเบียบ

    ย้อนกลับไปงานแข่งทักษะภาษาจีนปีที่แล้ว ผมจับพลัดจับผลูไปนั่งคุมเครื่องเสียงกับไฟเวทีในโรงละคร(ขนาดราว 800-1,000 ที่นั่งไม่แน่ใจ) เป็นครั้งแรกที่ได้คุมไฟ 40 กว่าตัวพร้อม ๆ กันบนเวที สนุกดี ตอนนั้นใช้ Notebook รัน iTunes ในการไล่เปิดเพลง ค่อนข้างสะดวกมาก และปลอดภัยสุด ๆ ข้อดีคือ เราเลือกเพลงแบบข้ามได้ และตรวจสอบได้ว่าเพลงที่จะเปิดเป็นเพลงอะไร ถ้าเพลงเป็นคนละแผ่นแบบเก่าเวลาเปลี่ยนแผ่นแต่ละที ก็ยุ่งยาก หากรายการสลับกันแค่คลิกสลับเพลงใน Playlist ทุกอย่างก็เรียบร้อย นับว่าเป็นวิธีที่เวิร์คมาก ขอแนะนำ ถ้าใครมีโอกาสได้คุมเสียงในงาน รวมเสียงทั้งหมดเข้าคอมพ์ แล้วไล่เปิดด้วย Music Player ที่คุณถนัด (แนะนำ iTunes) โอกาสผิดพลาดก็น้อย

    งานเมื่อวานทำให้นึกไปถึงคำกล่าวที่ชอบมากคำนึง
    “Lucky is with the man who doesn’t include it in his plan”
    เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณพูดว่า โชคดีจังเลย ในเรื่องงาน ขอให้ย้อนกลับไปคิดว่า เหตุการณ์เลวร้ายที่จบลงด้วยดีนั้นมาจากโชค หรือการแพลนงานที่ไม่รอบคอบกันแน่

    ปล.พักหลัง ๆ นี้รู้สึก Blog ตัวเองตลก ๆ ยังไงก็ไม่รู้ ขอเขียนเรื่องแบบยาว ๆ ยาก ๆ บ้าง

  • Almost Famous Goleo VI

    Goleo VI

    เพิ่งได้มีโอกาสอ่านข้อเขียน “Almost Famous … Mascot” ของคุณภาสกร ประมูลวงศ์ ที่เขียนระบุว่าทำไม Mascot ประจำฟุตบอลโลกปี 2006 ที่เยอรมัน เจ้า Goleo VI ถึงทำเอาบริษัทที่ซื้อลิขสิทธิ์จำหน่ายของที่ระลึกเจ๊งไม่เป็นท่า ชาวเยอรมันไม่มีใครซื้อสินค้าเจ้าตัวสิงโตนี้กัน เพรา

    1. สิงโตเป็นตัวแทนของชาติอังกฤษ (เยอรมันมีนกอินทรีหรือกระรอกเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมือง)
    2. เสื้อหมายเลข 6 ลึกลับที่ไม่มีใครเข้าใจความหมาย แถมยังมีอยู่ในชื่อของมันซะด้วย
    3. ชื่อ Goleo VI เป็นชื่อไม่เฮงสุด ๆ เพราะเหมือนกับเชียร์ว่า Go Leo! สู้เค้าอังกฤษ (แปลภาษาสเปนว่า ฉันได้ประตู)
    4. ลูกบอลคู่หูชื่อ Pille หน้าตาน่าเกลียดมาก (อันนี้เห็นด้วย)
    5. สุดท้าย มันไม่ใส่กางเกง (นิตยาสารบางฉบับบอกว่ามันเหมือนเกย์)

    อารามด้วยความสงสัย ผมเลยไปหารูปเจ้า Goleo VI มาดูเพิ่ม ด้วยความที่เป็นคนไม่ดูบอลเลย จึงไม่เคยเห็นหน้าค่าตาเต็ม ๆ ของเจ้า Goleo VI มาก่อนแล้วก็พาลอยากจะไปดู Mascot ปีก่อน ๆ ของบอลโลกด้วย WikiPedia ให้คำตอบเราได้แน่นอน ค้นไม่นานก็เจอที่นี่ครับ
    (ค้นไปค้นมาเรื่องความล้มเหลวเจ้าสิงโตตัวนี้ มีรายละเอียดที่ Wikipedia ด้วยเหมือนกัน ที่นี่)

    ดูแล้วพบว่า เออ ไม่นับเจ้าแท่งไม้ของอิตาลี เจ้านกของฝรั่งเศส เจ้าตัวเรืองแสงของญี่ปุ่นเกาหลี (ซึ่งพวกนี้เค้าไม่ใส่เสื้อผ้า) ชาวบ้านเค้าใส่กางเกงกันหมดจริง ๆ ด้วย
    อีกอย่างมันเป็นตัวเดียวที่ไม่เป็นการ์ตูนแฮะ (คงเพราะบริษัทออกแบบเป็นบริษัททำหุ่นเชิดล่ะมั้ง)

  • Time Machine

    วันนี้ได้ยินเพลง Automatic ของ Hikki ตะกอนความทรงจำเก่า ๆ ก็หมุนวนขึ้นมา เลยมานึกเล่น ๆ ว่าเพลงไหนบ้างที่พาเราย้อนเวลาได้

    เพลงนูโว ไร้กันมัก (จำชื่อชุดไม่ได้แล้ว)
    คิดถึงรถคันเก่าของพ่อ ที่เอาเทปนี้ไปเปิดบนรถ ยังจำได้ตอนนั้นร้องตามได้ทั้งอัลบั้ม จนพ่อบอกว่าถ้าจำเนื้อหาในหนังสือเรียนได้อย่างนี้ก็คงดี

    Metallica ชุดที่มี Enter Sandman (สมัยนั้นเรียกปกดำ)
    เพลงชุดนี้ฟังสมัย ป.6 คิดถึงห้องเก่าที่ไปนั่งทำการบ้านตอนกลางคืน พร้อมกับฟังเพลงนี้ไปด้วย ตอนนั้นที่ฟังอีกม้วนเป็นเพลงรวมฮิตช่อง 9 การ์ตูน ที่มีเพลง Chala Head Chala วันนี้มาคิดแล้วก็รู้สึกว่าเป็นเด็กที่ฟังเพลงมั่วมาก ๆ

    The Olarn Project ชุดแรก (กุมภาพันธ์อะไรซักอย่าง )
    ฟังดูแปลก ๆ แต่นึกถึงตอนเล่น Final Fantasy 6 ตอนนั้นฟังไปเล่นไป นึกหน้าของทีน่า กับ ล็อค แล้วก็เพลง “อย่าไปแคร์ถึงเรื่องราวในครั้งก่อน อย่าไปนอนเศร้าโศกศัลย์เมื่อช้ำใจ”

    Utada Hikaru ชุดแรก (Automatic)
    นึกถึงตอนไฟดับครั้งใหญ่ที่หอที่ธรรมศาสตร์ หอที่เราพัก หม้อแปลงระเบิด ไฟดับไป 1 เดือนเต็ม ๆ ทุกคนต้องระเห็จไปอยู่หอ 1 ซึ่งตอนนั้นเวลาจะใช้อะไรต้องรีบไปเอาออกมาก่อนจะดึก เพราะการเดินไปหาของในหอที่มืดสนิท เป็นอะไรที่หลอนมาก

    เพลง Goliraz Radio วง Rage Against The Machine
    ช่วงที่ฟังหนัก ๆ ก็ตอนแกะเพลงเพื่อไปแข่งงาน Channel V ฟังทีไรก็นึกถึงตอนอยู่บนเวทีกลางเมเจอร์รัชโยธิน เป็นงานที่เล่นแล้วมันมาก ๆ

    Don’t Look Back in Anger วง Oasis
    นึกถึงสมัยไปเรียนปี 1 ใหม่ ๆ ตอนนั้นเพลงนี้ก็ออกมาได้หลายปีแล้ว แต่ที่คิดถึงเพราะเป็นการโหลดแท็ปกีตาร์จากเน็ตครั้งแรก แล้วเอามาหัดเล่นอยู่หลายวัน

    วง H2O
    นึกถึงอีฮุย อีออย แล้ว Katch (สองคนนี่ผู้ชายครับ)

    ก้อนหินละเมอ วง Soul After Six
    ภาพท้องฟ้ากลางคืนของเกาะเสม็ด ขวดเบียร์ แล้วก็เสียงร้องเมา ๆ

    จริง ๆ คิดว่าคงมีอีกเยอะ แต่เอาเท่าที่คิดออกก่อนแล้วกัน

    เพลงเก่า ๆ หลายเพลง ที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่หลงใหล ฟังอยู่ได้ไม่มีเบื่อ อาจไม่ได้มาจากที่เพลงนั้นเพราะมากมายหรืออย่างไร
    แต่ที่ฟังแล้วฟังอีก เนื่องจากพอเพลงดังขึ้น ความทรงจำดี ๆ เมื่อก่อนเก่าก็ไหลเข้ามาแทน

  • เฮดบัด

    เอามาฝาก เห็นรูปน่ารักดี

    Zidane 6 Combo Hits

    มาเตรัซซี่ : เอาหวีไหมเฮีย
    ซีดาน : งั้นหวีให้หน่อยดิ เปรี้ยง!! (Combo 6 Hits)

    มาเตรัซซี่ : ทักษิณสู้ ๆ
    ซีดาน : อะไรฟะ
    มาเตรัซซี่ : ทักษิณสู้ ๆ
    ซีดาน : ทักษิณออกไป เปรี้ยง!! (Combo 6 Hits)
    ข้อความโต้ตอบจากความคิดเห็นในข่าวของ Manager.com

    ปล1. อ่านขำ ๆ ดูขำ ๆ นะครับอย่าคิดมาก
    ปล.2 ซีดานออกมาบอกแล้วว่าโดนล้อแม่นะครับ ไม่เกี่ยวกับทักษิณแต่อย่างใด
    ปล.3 ปกติผมไม่ดูบอลนะครับ เห็นรูปน่ารักดีเลยเอามาลง

    Blogged with Flock

  • อย่างนี้ไม่ไหว

    วันนี้มีลูกค้าคนนึงแวะมาที่ร้าน พร้อมกับกล้องที่ซื้อมาจากญี่ปุ่น มาขอคำแนะนำวิธีใช้ (กล้ามาก) เลยแนะนำไปจนมาถึงตอนที่มีคำถามว่ารุ่น A700 ที่ใช้อยู่มีระบบป้องกันการสั่นสะเทือนหรือเปล่า เพราะเวลาให้คนอื่นถ่ายแล้วภาพมักจะไหวอยู่บ่อย ๆ จึงตอบไปว่ารุ่นนี้ไม่มี และแนะนำว่ามันเหมือนกับว่าถ้าให้คนทำกับข้าวไม่เป็น ไปทำกับข้าว ทำไปก็ไม่อร่อย แม้ว่าจะมีกระทะเคลือบเทฟลอนก็ตาม หลังจากนั้นเลยแนะนำวิธีการถ่ายไม่ให้ภาพไหวไป คิดว่าอาจมีประโยชน์ เอามาจดเก็บไว้

    1. การถือกล้องถ่ายรูปดิจิตอล ทำให้แขนเราไม่แนบกับลำตัว ซึ่งจะทำให้ภาพไหวง่าย ให้พยายามแนบแขนท่อนบนกับลำตัวเวลาถ่ายภาพ
    2. หากยังไม่ค่อยจะดีขึ้น ให้กลั้นหายใจเวลากดชัตเตอร์ (ตามตำรา)
    3. อย่าซูมภาพ ให้เดินเข้าหาแบบแทน เพราะหากซูมภาพมาก ๆ เวลาขยับนิดหน่อยจะมีผลต่อภาพมาก (ลองดูได้กับกล้องของคุณ)
    4. หากว่าปิดแฟลชกล้องจะทำการเปิดชัตเตอร์นานกว่าปกติ ทำให้ภาพไหวง่าย ถ้าไม่ถนัดให้เปิดแฟลช (ภาพที่ได้จะแข็ง ๆ ซักหน่อย) แต่ถ้าจำเป็นต้องปิด ให้ปฎิบัติตามข้อ 1-3 และหลังจากกดชัตเตอร์ไปแล้วให้ทำมือให้นิ่งที่สุดจนกว่ากล้องจะถ่ายเสร็จ
    5. หากปิดแฟลช บอกแบบด้วยว่าให้ทำตัวนิ่ง ๆหน่อย
    6. เปิดความเร็ว ISO ให้สูงขึ้น (แต่วิธีนี้แลกมาด้วย Grain (จุดเล็ก ๆ ในภาพ)) ต้องเลือกเอา

    เท่าที่นึกออกตอนนี้ก็มีประมาณนี้

    ปล. สูตรลับกล้อง Canon

    1. หลังจากกดชัตเตอร์แล้วไม่ต้องปล่อยน้ิวออกจากชัตเตอร์ กล้องจะพรีวิวรูปที่ถ่ายไว้จนกว่าจะเอานิ้วออก ระหว่างนี้สามารถกดที่รูปถังขยะเพื่อลบรูปได้ด้วย
    2. หากระหว่างที่รูปพรีวิวอยู่ที่กล้อง สามารถกดปุ่ม SET เพื่อให้ภาพที่พรีวิวค้างไว้โดยไม่ได้กดชัตเตอร์เหมือนวิธีแรก สามารถกดลบได้เหมือนกัน กดชัตเตอร์เบา ๆ เพื่อกลับไปยังโหมดถ่ายภาพปกติ
    3. กล้องรุ่นใหม่ ๆ สามารถกดปุ่ม SET ค้างเพื่อดูนาฬิกาได้

    (ได้มาจากการอ่านคู่มือ อ่านคู่มือของสิ่งที่ซื้อมาก็ดีนะครับ)

  • A Lot Like Apple Keyboard

    ตอนแรกว่าจะไม่เขียนถึงแล้ว แต่บังเอิญเห็นคุณ *PRADT เปลี่ยนคีย์บอร์ดใหม่ ผมเองก็เพิ่งเปลี่ยน เอามาอวดบ้าง เป็นคีย์บอร์ดของ Pleomax (Brand ย่อยของ Samsung) ซื้อเพราะดีไซน์ล้วน ๆ (ลอก Apple มา) เป็นแบบ USB แถมมี USB Hub ด้วย


    PleoMax Crystal Edition

    เอามาใช้จริง ปรากฎว่าพลาสติกที่ใช้ก็ค่อนข้างห่างชั้นจาก Apple อยู่พอสมควร (แต่ถูกกว่ากัน 4 เท่า…. พอรับได้) การวางคีย์บอร์ดก็ดี เป็นแบบมาตรฐาน (ไม่ค่อยชอบแบบเล็ก ๆ แคบ ๆ ปุ่ม Insert Delete ฯลฯ ไปแทรกกันตาม Numpad หรือแบบที่ Scroll Lock อยู่ใต้ ปุ่ม End)

    แต่ที่สำคัญคือ Touching (แปลว่าอะไรดี ความรู้สึกในการสัมผัสแล้วกัน) ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เสียงเวลาพิมพ์ดังไปหน่อย แล้วก็ไม่ค่อยนุ่ม ออกแข็ง ๆ บอกไม่ถูก เอาเป็นว่าไม่ค่อยถูกใจ ส่วนปุ่มมัลติมีเดียด้านบน ทำงานได้โดยไม่ต้องใช้ไดรเวอร์ (อัศจรรย์ใจมาก) งงเหมือนกันว่าทำได้ไง อย่างกดที่รูปตัวโน้ต ก็เปิด iTunes ได้เลย สั่งเล่น สั่งหยุดได้ ค่อนข้างสะดวกดีเหมือนกัน แต่ไม่รู้จะได้ใช้แค่ไหน ที่แน่ ๆ มีปุ่ม Mute นี่แหละ ได้ใช้ชัวร์ ๆ

    ส่วน USB Hub ที่อยู่ด้านบนซ้ายและขวา เสียบ Flash Drive แล้วเป็น USB 1.1 ไม่ค่อยดีเท่าที่ควร ถ้า ได้เป็น2 จะแจ๋วเลย (สงสัยเน้นให้ต่อ Mouse มากกว่า) ก็ดีเพราะด้านหลังเต็มหมดแล้ว จะได้แบ่งเบา
    สรุปว่าสอบผ่านเฉพาะหน้าตาอย่างเดียว แต่เอาน่า ซื้อมาแล้ว ราคาก็หลายตังค์อยู๋ (490 บาท) ไม่ได้เลวร้ายมาก ใช้ไปก่อน เดี๋ยวคงชิน

    สเปค Pleomax Crystal Edition
    ตัวแทนจำหน่าย D Computer

  • อย่าไว้ใจใครง่าย ๆ

    วันนี้มีความจำเป็นต้องไปติดตั้งระบบเน็ตเวิร์คในลูกค้า(โรงเรียนในต่างอำเภอ) ในทีแรกที่ไปถึงถามหาคอมที่ต่อกับ Router เดิมจะได้ดูค่า config ปรากฎว่าคอมพ์เอาไปซ่อม ดังนั้นเลยถามหาเอกสารคู่มือตัว Router ว่าอยู่หรือเปล่า อาจารย์ตอบทันทีว่าไม่เห็น ไม่มี ทำให้ต้องตัดสินใจออกไปหาร้านเน็ตนอกโรงเรียนเพื่อหาดาวน์โหลดคู่มือมาดู

    พอกลับมาทำจนใช้งานได้ตามคู่มือแล้ว อาจารย์อีกท่านวานให้ดูเครื่องพรินเตอร์ให้ ซึ่งพบว่าไม่มีไดรเวอร์ จึงขอให้ช่วยหา CD Driverให้ อาจารย์ท่านนั้นก็หยิบเอกสารกับ CD ปึกใหญ่ให้ค้นดู ในนั้นไม่มีไดรเวอร์พรินเตอร์ให้ แต่กลับมีคู่มือกับ CD ของ Router อยู่

    รู้สึกเสียใจที่เชื่อใจคนอื่น
    ต่อไปนี้จะเชื่อใจคนอื่นให้ยากขึ้น

  • เตรียมตัวย้ายไป Mac

    บังเอิญมีเพื่อนคนนึง (เออ มึงน่ะแหละไอ้ฮุย) สนใจจะถอย MacBook มาใช้งาน เลยโทรมาถามเรื่องว่าจะติดปัญหาอะไรหรือเปล่าในการใช้ Mac OS X ซึ่งสาวก Mac ส่วนใหญ่จะตอบแบบว่าใช้งานได้ไม่มีปัญหา แต่ผมว่ามันมีองค์ประกอบมากกว่านั้น คุยไปคุยมาหลายชั่วโมง ตอนนี้เลยรวบรวมข้อด้อยของ Macintosh ใจการย้ายตัวเองจาก Windows Based มาบน Mac ไว้คร่าว ๆ ดังนี้ (ข้อมูลคิดโดยผมใช้ iBook 1.33 รุ่นสุดท้าย)

    1. พรินเตอร์เดิมคุณอาจไม่ซัพพอร์ทแมค อันนี้ต้องลองเช็คดูก่อน
    2. คุณไม่สามารถดูไฟล์ WMV ที่ฝังบนบราวเซอร์ได้ หากอยากดูต้อง Copy Address ไปลงที่ QT (ซึ่งต้องลง Flip4mac ไว้ (ฟรีแวร์))
    3. คุณใช้ Windows ได้ช้ามากบน Virtual PC แต่ปัจจุบันข้อนี้หมดไป เนื่องจาก Boot Camp
    4. ถ้าใช้ Boot Camp พึงระลึกว่ามันเป็น Beta กล้อง iSight ใช้กับWindows ไม่ได้ ส่วนบน Mac กล้องก็ใช้กับ MS Msn Messenger for mac ไม่ได้เหมือนกัน ส่วนมีโปรแกรมหนึ่งที่ใช้แทน Msn ได้และใช้กล้องได้ด้วย แต่ดันพิมพ์ไทยไม่ได้
    5. เครื่อง iBook สีขาว รักษายาก (ในทางประโยชน์มันสวยกว่าสีดำมากมาย – ความชอบส่วนตัว) อันนี้ต้องเตรียมใจ และเตรียมน้ำยาขัดให้พร้อมเอง
    6. ตัวเครื่องแตกร้าว อันนี้ไม่แน่ใจว่าจะเกิดกับใครหรือเปล่า แต่ก็มีภาพตัวอย่างหลายภาพบนเว็บ และเครื่องที่ผมใช้ก็เป็น
    7. การโอนไฟล์ระหว่างระบบ Windows เช่น MS Word, Excel, ฯลฯ สามารถอ่านได้บนแมคจริง ความถูกต้องของเอกสาร 100% (หมายถึงไม่มีตัวหนังสือไหนหายไป) แต่การจัดหน้าเหลือแค่ 90% เท่านั้น (ขนาด Word ด้วยกันแต่ต่างเวอร์ชั่น ยังอ่านหน้าตาได้ต่างกัน นับประสาอะไรกับคนละโอเอส)
    8. เขียนโปรแกรมสำหรับ Windows ไม่ได้ เล่นเกมไม่ได้ (มี bootcamp ไม่นับ)
    9. Firefox บน แมคช้า แถมวรรณยุกต์ลอย ส่วน Safari เร็ว แต่ลูกเล่นน้อย เพิ่ม Extension ไม่ได้ (ปัญหาข้อนี้หมดไปด้วย Core Duo 2.0 GHz) นอกจากนี้โปรแกรมส่วนใหญ่ที่จำเป็นต้องใช้ สามารถหาใช้ได้บนแมคทั้งหมด แต่ก็มีข้อดี ข้อด้อยต่างกันไปกับโปรแกรมบน Windows ในเมื่อคุณจะย้ายระบบ ก็ต้องยอมรับว่าจะมีบางอย่างที่ได้เพิ่ม บางอย่างที่น้อยลงไป
    10. ตอนนี้โปรแกรมที่ยังไม่เป็น Universal Binary (รันได้ทั้งบน mac PPC / Mac intel) ยังไม่ครบทุกโปรแกรม ที่หนัก ๆ หน่อยก็ photoshop แต่นอกเหนือจากนั้นก็ทยอยกันมาแล้ว เว้นแต่ Photoshop ที่เห็นว่าจะต้นปีหน้าเลย
    11. เครื่องสีขาว และสวย ต่อไปนี้หากจะซื้อของมาเพิ่มเติมกับเครื่อง เช่น Mouse, Card Reader ก็ต้องเพียรพยายามหาซื้ออุปกรณ์ขาวสวย มาเคียงคู่ ซึ่งนั่นนำมาซึ่งค่าใช้จ่ายที่แพงกว่าปกติ (เว้นเสียแต่ว่าคุณคิดว่าคุณสามารถใช้เมาส์สีดำกับเครื่องสีขาวได้อย่างไม่เคอะเขิน ข้อนี้ก็ไม่ใช่ปัญหาของคุณ)
    12. ปุ่มแตกต่างกันเล็กน้อย บนแมคมีปุ่ม Command ซึ่งจะใช้งานคล้าย ๆ กับ Ctrl ของ Windows แต่อยู่คนละตำแหน่งกัน อันเป็นที่มาของคำพูดของคน Switch ที่ว่า “Lose Control Gain Command”
    13. ปุ่มเปลี่ยนภาษาต่างกัน จริง ๆ เปลี่ยนได้เป็น Alt + Shift ตามมาตรฐาน  Windows (การเปลี่ยนภาษาด้วย ~ ไม่เป็นมาตรฐานนะครับ) แต่มาตรฐานของ Mac ใช้ปุ่ม Command + Space Bar ก็เป็นเรื่องต้องปรับตัว (คุณจะคาดหวังให้มาม่า รสชาติเหมือนกับ ไวไว เด๊ะ ๆ เป็นไปไม่ได้นะครับ)
    14. ในการทำงาน Graphics ถ้าซื้อ  Hard lock TSP ก็ฉลุย แต่ถ้าไม่ก็จะเจอปัญหาค่อนข้างมาก แต่ถ้าทำงานบนพวก Pages หรือว่าโปรแกรมของ Apple เอง จะไม่มีปัญหาเท่าไหร่ ขอให้เป็น Unicode ก็ไม่ค่อยมีปัญหา
    15. พอติด mac แล้วจะติดนิสัยต้องการ Search อยู่ตลอดเวลา ไม่ต้องการเปิด Finder (Explorer) ค้นเอง อยากจะ Search อย่างเดียว พอมาทำงานบน windows จะรู้สึกหงุดหงิดที่ต้องไล่หาด้วยตัวเอง และ Search ก็ใช้งานได้ไม่ค่อยดี

    ปล. สุดท้ายเพื่อนผมถอยมาแล้วนะครับ ซื้อด้วยความมั่นใจว่ามันรัน Windows ได้ ก็ได้แต่หวังว่าหลังจากได้ลองระบบปฎิบัติการที่ดีที่สุดในโลก (June 2006) แล้วจะย้ายระบบมาโดยพลัน

  • คุณแม่ยังสาว

    Young Mom

    Painted mom

    เมื่อวานรื้อภาพเก่า ๆ มาดู เจอภาพคุณแม่สมัยยังสาว เป็นภาพถ่ายสตูดิโอสมัยก่อน ความเจ๋งของรูปนี้อยู่ที่ขนตา หากใครแก่พอทันเห็น ร้านถ่ายภาพสมัยก่อนมักจะรับถ่ายภาพ Portriat ด้วย ซึ่งหลังจากถ่ายภาพมาแล้วช่างจะทำการแต่งภาพด้วยพู่กันและหมึก (สมัยเด็ก ๆ เคยเห็นด้วย) โปรดสังเกตขนตาที่ถูกวาดขึ้นมาด้วยพู่กัน จนได้ขนตางามงอนสวยดุจนางงามจักรวาล

    ปล. ใครอยากเห็นหน้าผมเต็ม ๆ ดูได้ที่ภาพแม่นี่แหละครับ ทุกคนลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกัน นี่มัน Yacht ใส่วิกชัด ๆ!!