วันนี้เปิด Outlook 2003 ดูเมล์เห็นว่า Junk Mail แจ้งว่า 1000 พอดี เห็นเลขสวยเลยเอามาลงไว้เป็นที่ระทึก แต่ที่แย่เหนืออื่นใดคือ จำนวนนี้นับจากวันที่ 23 เดือนที่แ้ล้ว ถึงวันนี้ก็สิริรวม 29 วันเท่านั้น ไม่รู้จะสแปมอะไรกันนักหนา
จากที่เคยบ่นว่า Outlook มี Junk Filter ห่วย ก็พบทางสว่างด้วยการไปโหลด update for Outlook 2003 Junk E-mail Filter จาก Microsoft.com ก็ดีขึ้นผิดหูผิดตา ดักจับได้ถูกเกือบ ๆ 90% ก็ขอแนะนำนะครับ สำหรับคนที่ใช้อยู่
Category: Opinion
-
1000th Junk Mail Anniversary
-
เบ็ญจะมะมหาราช
หากใครได้อ่านใคร About Me ด้านบน จะพบว่าผมจบม.6 การศึกษานอกโรงเรียน แต่ความเป็นจริงคือ ผมเรียนม.ต้นที่โรงเรียนประจำจังหวัด “โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช” (ใช่ครับพิมพ์ไม่ผิด สระอะสองตัว) ผมเข้าเรียนตอนม. 1 ออกจากโรงเรียนตอน ม.5 และใช้วุฒิการศึกษานอกโรงเรียนในการเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย วันนี้มีเมล์ฉบับหนึ่งส่งมาจากเพื่อนเก่า ว่าด้วยเรื่องจริง 69 ข้อ ของเบ็ญจะมะมหาราช เลยคิดว่าเอามาลงดีกว่า อย่างแรกคือ หวังว่าเพื่อนโรงเรียนเดิมบางคนที่ตามอ่าน จะได้อ่านข้อเขียนนี้ด้วย อีกข้อคือ ผมมีความไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาบางส่วน (ซึ่งมากพอสมควร) รู้สึกอยากแสดงความคิดเห็น โดยข้อความในวงเล็บ เป็นความเห็นของผม (more…)
-
ทำมาหากิน
วันนี้เปิดบล็อกมาก็พบว่า ไม่ได้อัพหลายวัน จริง ๆ แล้วช่วงนี้ยุ่ง ๆ กับงานอยู่น่ะครับ เป็นงานประมูลคอมพิวเตอร์โรงเรียนที่จัดซื้อพร้อม ๆ กันทั่วประเทศ งานนี้ค่อนข้างมีเบื้องลึกเบื้องหลังพอสมควร อย่างไรก็ดี จนถึงวันนี้เราตัดสินใจไม่ทำ เพราะเชื่อว่าจะบาดเจ็บ สิ่งที่น่าสนใจ(แกมประหลาดใจ) คืองานนี้มีการออกรายละเอียดสินค้าที่”เข้มงวด”จนผมคิดว่าเกินพอดีไปหน่อย อย่างต่อมาคือ งานนี้กดราคาสินค้ามากเกินไป
ในทางปฎิบัติแล้วการขายสินค้างานประมูลมีความแตกต่างกับการขายหน้าร้านอยู่พอสมควร คร่าว ๆ ดังนี้- การขายหน้าร้านเป็นสด งานประมูลราชการเป็นเชื่อ (ซึ่งก็แบกความเสี่ยงเรื่องได้เงินช้า อย่างไม่มีกำหนดแน่นอนมาอีกอย่าง)
- การขายหน้าร้านลูกค้ามารับ งานประมูลต้องไปส่งถึงที่ (มีค่าใช้จ่าย)
- การขายหน้าร้านไม่มีค่าใช้จ่ายอื่น งานประมูลมีค่าซื้อแบบ(เพื่อซื้อสิทธิ์ในการเข้าร่วมงานประมูลได้ ต้องจ่ายเงินด้วย มากน้อยแล้วแต่นโยบายของหน่วยงาน ส่วนใหญ่เริ่มที่ 500 บาท ไปจนถึง 2000 บาทก็เคยเจอมาแล้ว)
- งานประมูลต้องมีหลักประกันซอง(เงินที่จ่ายเปล่า ๆ ตอนยื่นซอง จะได้คืนเมื่อการยื่นซองจบ แต่ในทางปฎิบัติก็ต้องลุ้นว่าเจ้าหน้าที่จะทำคืนให้เร็วหรือไม่)
- งานประมูลมีค่าหลักประกันสัญญา (เป็นเงินที่ต้องจ่ายให้หน่วยงานตอนได้งานแล้ว ประมาณ 1-2% ของมูลค่างานที่ได้ อย่าง 1 ล้านก็จ่าย 1 หมื่น หน่วยงานเก็บไว้จนกว่าของส่งแล้วเสร็จจึงจะได้คืน โดยทั่วไปจะคืน 1 ปีหลังจากส่งมอบสินค้า)
ดังนั้นการที่กดราคามาขนาดนี้ (ขอไม่เปิดเผยมูลค่านะครับ แต่กำไรน้อยกว่าราคาที่ขายหน้าร้านเสียอีก) ทำให้เราตัดใจ และเอาเวลาไป”ทำมาหากิน”อย่างอื่นดีกว่า พลางคิดในใจว่า รัฐบาลคิดอะไรอยู่ หากทำราคาแบบนี้ ผมเชื่อว่าร้านค้าส่วนใหญ่ที่ทำธุรกิจมานาน ไม่น่าจะโดดลงไปทำ คงเหลือแต่ร้านเล็ก ๆ บ้าพลังที่อยากทำเอาชื่อเท่านั้น
คิดได้ดังนี้ก็มาอัพบล็อกดีกว่า
Update 27-9-2006 : สรุปงานนี้ไม่มีร้านค้าไหนทำครับ เงินส่งคืนรัฐบาล ปีงบประมาณหน้าว่ากันใหม่
-
Wii ราคาเย้ายวนใจ

Wii ประกาศแล้วครับออกขายอเมริกา 16 พฤศจิกายน 2549 ราคา $250 (ประมาณ 9,500 บาท)
ออกขายญี่ปุ่น วันที่ 2 ธันวาคม 2549 ราคาเพียง 8,000 บาทเท่านั้น
ราคาเย้ายวนใจมากครับ (สุดยอด) อยากได้ชะมัด
อ้อ ต้องซื้อ Wii Mote เพิ่มอีกหนึ่งอัน ราว 1200 บาทดูตัวโฆษณาและส่วนที่เป็นเว็บแล้ว ขาวมาก ผมคิดว่าทาง Nintendo เองก็อยากจะให้ดูเป็นมิตรสุด ๆ (แต่ฝรั่งใส่ชุดขาวทั้งชุดมันดูแปลก ๆ ไงไม่รู้)
ดูตัวอย่างเกมได้ที่นี่
ข้อมูลเพิ่มเติม
wii.ign.com
www.wii.com -
iPod Remastered

ipod ออกรุ่นใหม่ทั้ง 3 โมเดลรวดเมื่อคืนวันที่ 12
นั่งถ่างตาอ่าน Live Update ก็รู้สึกเฉย ๆ
เพราะ nano 2 GB ที่ใช้อยู่ก็ยังใช้ไม่หมดเลยครับ
อีกอย่างรู้สึกว่าชอบดีไซน์เก่ามากกว่าแบบอะลูมิเนียม
(แต่ไม่แน่นะ ถ้าได้จับตัวจริงอาจชอบกว่าก็ได้)iPod 5G ตัวใหม่่
ตัวนี้มาพร้อมความจุ 30 GB กับ 80 GB คุ้น ๆ ว่าตัวเก่า 60 มั้งไม่แน่ใจ รุ่นนี้ดูหนังได้ พร้อมเล่นเกมได้อีก (สงสัยจริง ว่าจะเล่น Bejeweled ยังไง) ผมเคยจับตัวจริงแล้ว(5G ตัวเดิม)พบว่ามันหนักกว่าที่คิด โดยส่วนตัวชอบ nano มากกว่าด้วยความที่มันเล็กดี ใส่กระเป๋าไหนก็ไม่รู้สึกหนักอะไรiPod nano
อันนี้ชอบดีไซน์เดิมมากกว่า (ถ้าได้ดูตัวจริงอาจเปลี่ยนใจ) แต่น่าจะสบายใจคนใช้ เพราะไม่เป็นรอยง่ายเหมือนรุ่นเก่า (และน่าจะได้ความทนทานแถมมาด้วย) ส่วนราคาก็เย้ายวนใจดี โฆษณาตัวใหม่ของ nano สวยดี ทั้ง ๆ ที่คิดว่าไอ้ตัวคนดำ ๆ ที่ใช้มาหลายปีน่าจะตกยุคไป แต่กลับทำออกมาดูดีได้อีกแล้ว (ยอมรับฝีมือคนทำโฆษณาจริง ๆ)
iPod Shuffles
ตัวนี้ดีไซน์ใหม่ ผมรู้สึกชอบใจกับไอเดียที่ทำเป็นคลิปหนีบในตัวแฮะ เวลาใช้น่าจะสะดวกกว่าฝาแคปพร้อมสายคล้องคอแบบเดิม ถ้าซื้อไปวิ่งแบบขำ ๆ ก็รุ่นนี้เลย ไม่ต้องซื้อออฟชั่นให้ยาก (ตัวนี้กลับรู้สึกดีที่เป็นอะลูมิเนียมแฮะ)iTunes 7
มาพร้อม CoverFlow ฟังก์ชั่น และหน้าเลือกเพลงตามปกอัลบั้ม (ลอก WMP มาหรือเปล่าหว่า) ก็สวยดี แต่หวังว่าจะไม่ทำให้ iTunes ช้าลงมากจนเกินไป (ปกติก็อืด ๆ กว่าเพื่อนอยู่แล้ว) ตอนนี้เลยคิดว่าใครทำเว็บให้ดาวน์โหลดปก CD ความละเอียดสูงได้ รับรองคนเข้ากระจายแน่เลย
ส่วนหัวข้อทางคอลัมภ์ทางซ้าย ผมว่ามันทำเสียพื้นที่เฉย ๆ เห็นใจคนใช้ iBook 12 นิ้วหน่อยสิคร้าบ (ต้องลองไปหาทางเปลี่ยนเป็นแบบเดิมดู)iTV
ไม่ใช่ iTV บ้านเรานะครับ เหมือน Airport Extreme เดิม แต่เปลี่ยนจากเพลงมาเป็นวีดีโอแทน ก็รอดูตัวจริงดีกว่า ออกปีหน้าแน่ะ คาดว่าทำมาเพื่อเติมเต็มตลาดขายหนังของตัว iTMS เอง ก็ดูเป็นแอปเปิลดี ออกมาแบบครบวงจรสรุปโดยรวมว่าเฉย ๆ เพราะใช้ nano เดิมก็มีความสุขดี รอลุ้น Macbook Pro รุ่น Core2Duo พร้อมดีไซน์ใหม่ต่อไป
-
The Host ลูกอ๊อดยักษ์ถล่มโซล

ข้อเขียนนี้เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของเรื่อง
ตัวหนังมันดี ตัวลูกอ๊อดยักษ์ก็ทำได้น่าประทับใจมาก รู้สึกถูกใจที่ครั้งแรกเจ้าลูกอ๊อดโผล่มาก็เป็นตอนกลางวัน เห็นจะ ๆ ทั้งตัว ต่างกับหนังฝรั่งบางเรื่องที่สัตว์ประหลาดจะเห็นแค่แว้บ ๆ วูบ ๆ ไหว ๆ น่ารำคาญ อันนี้โผล่มาทีแรก ก็รู้หมดว่าหน้าตา ท่าทางเป็นยังไง และน่ากลัวยังไง (แต่ตัวมันเยิ้มน้อยไปหน่อย ถ้าเยิ้ม ๆ จะได้ดูแหยะกว่านี้หน่อย น่าเสียดาย)

โดยส่วนตัวผมชอบน้าสาวมากกว่าพี่น้องทั้งหมด โดยเฉพาะหน้างง ๆ ของเธอ ตอนเดินท่อม ๆ มาขึ้นรถตู้เพื่อหนีจากโรงพยาบาล
หนังทำฉากแอคชั่นได้ดี แต่ในขณะเดียวกัน ผู้กำกับกลับใช้ประโยชน์จากตัวละครแต่ละตัวไม่คุ้มค่าอย่างน่าเสียดาย เดาว่าผู้กำกับคงไม่ถนัดในส่วนดราม่าเท่าไหร่
สิ่งที่สร้างความผิดหวังกับผมคือ (ใครที่ยังไม่ได้ดูอย่าอ่านต่อนะครับ) การที่ลูกสาวของพระเอกตายในตอนท้าย หนังปูพื้นให้เราลุ้นมาตลอดเรื่อง โดยหนังเลือกที่จะให้เด็กสาวไม่ตาย ให้เด็กสามารถซ่อนตัวอยู่ในท่อได้โดยเจ้าลูกอ๊อดกินไม่ได้ ดังนั้นเราจึงมาลุ้นกันว่าพ่อไม่เอาไหนกับครอบครัว งง ๆ ของเธอจะสามารถช่วยเธอได้”ด้วยวิธีไหน” (เราไม่รู้สึกลุ้นว่าพวกเขาจะ”ช่วยได้ไหม”) เพราะฉะนั้นการทำให้เด็กสาวตาย เป็นการทำร้ายจิตใจผมจนเกินไป ToT
โดยรวมหนังสนุกดี โดยส่วนตัวเสียดายตอนจบแค่นั้นเอง
ปล. ฉากกินซาลาเปาหลอนดี ดูแล้วเกาหลี๊เกาหลี คิดได้ไง
-
โอลิมปิก 2108
-1-
หลังจากที่นักเรียน และอาจารย์หลายคน ลงแข่งขันสอบชิงทุนสกอ.เพื่อไปต่างประเทศ เมื่อวันก่อนผลการสอบถูกประกาศ และมีกำหนดให้คนที่สอบผ่านได้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ต่อไป มีอาจารย์”บางท่าน” โพสต์ในเว็บบอร์ดออกแนวบ่น และร้องเรียนความเป็นธรรมด้วยปัญหาคาอก 2 ข้อนั่นคือ ข้อแรก การที่จะให้อาจารย์มาสอบรวมกับนักศึกษาจบใหม่เพื่อวัดผลนั้น ไม่ยุติธรรม เพราะเด็กจบใหม่สดกว่า อาจารย์จะไปสอบสู้ได้อย่างไร เพราะต้องเตรียมการสอน ต้องตรวจข้อสอบ ฯลฯ ดังนั้นไม่ควรสอบ แต่ควรให้เขียนเรียงความส่งแทน ข้อสองคือ เพราะเหตุใดรัฐบาลจึงให้ทุนกับนักศึกษาที่เพิ่งจบใหม่ แต่ไม่ยกทุนนั้นให้กับอาจารย์ ซึ่งถือว่าทำงานให้กับรัฐบาลอยู่แล้ว ซึ่งถือได้ว่าเป็น”พวกเดียวกัน”-2-
ปี คศ.2108
สวัสดีครับ ท่านผุ้มีเกียรติทุกท่าน วันนี้ขอนำท่านเข้าสู่การแข่งวิ่ง 100 เมตรชาย ในกีฬาโอลิมปิก เรียกได้ว่างานนี้เป็นงานคัดหาคนที่วิ่งเร็วที่สุดในโลกได้เลยทีเดียว ต่อก่อนอื่นขอแจ้งว่า ทางมิสเตอร์จอห์น โดว์ ชนะที่ 1 ไปอย่างเป็นเอกฉันท์ เนื่องจากเป็นนักวิ่งจากสหรัฐอเมริกาเจ้าภาพ ได้รับสิทธิ์ชนะไปเลยไม่ต้องแข่ง
เอาล่ะครับ คราวนี้เราไปตามดูประเทศที่เหลือกันครับ ทุกคนพร้อมที่เตียงแล้วครับ ขณะนี้คณะแพทย์กำลังใช้เข็มฉีดยาเจาะเข้าไปที่กล้ามเนื้อขาทีละคน …… เอาล่ะครับได้มาแล้วครับ เนื้อเยื่อของนักกีฬาแต่ละท่าน คณะแพทย์ส่งเข้าเครื่องตรวจไปทีละคน ๆ ๆ ครบทุกคนแล้วครับ สรุปผล ประเทศอูกันดาสูงที่สุดครับ ได้ที่ 2 ไปครอง ต่อจากนั้นคือ ……………..ต้องการอย่างนี้ใช่ไหมครับ อาจารย์
ปล.ผมไม่ได้สอบอะไรกับเขาหรอกครับ ฟังคนรู้จักเล่าให้ฟังอีกที
ปล2. อาจารย์”บางท่าน”ครับ ที่เขาไม่เลือกอาจารย์โดยไม่สอบแข่งขัน เพราะอาจารย์มีความคิดแบบนี้นี่แหละครับ (จากผมในฐานะเจ้าของทุน(ภาษี)คนหนึ่ง) -
เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
ทีแรกว่าจะเขียนถึงเพราะว่าดูแล้วชอบ แต่ได้อ่านบทความนี้แล้ว พบว่าเขียนได้โดนใจที่อยากเขียน (แถมเขียนดีกว่าเป็นกอง) ดังนั้นอ่านของคุณวิวัฒน์แทนที่ Open Online (ไม่แนะนำหากยังไม่ได้ดูหนัง)
จริง ๆ แล้ววันนี้ตั้งใจมาเขียนเชียร์ ไปดูกันเถิดครับ แม้หนังจะไม่สมบูรณ์แบบอะไร แต่มันสนุกมาก ๆ แค่ตัวหนังพาผมย้อนกลับไปเวลาดี ๆ ตอนเดินกลับบ้านกับสาวสมัยมัธยม แค่นี้ก็คุ้มแล้วครับ เพราะนั่นเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของชีวิตช่วงหนึ่ง
ปล.ผมเชียร์อ้อมนะ ถ้าใครรู้จักกันเป็นการส่วนตัว จะรู้ว่าทำไม ; D
-
คุยกับ eYacht ตอนที่ 1 :: ปัญหาของนู๋
หลายวันก่อนมี E-mail ส่งมาให้ผม โดยผ่านการส่งจากเมนู Contact ด้านบน เนื้อความมีอยู่ว่า
คือนู๋อยู่ที่โคราช แล้วมันก็มีผับที่ชื่อว่า update เปิดอยู่ใก้ลๆบ้านนู๋ แล้วเค้าก็สามารถเปิดได้ถึงเช้าทุกวันเลยค่ะ นู๋รำคาญเสียงเพลงที่ดังมาก และที่สำคัญไปกว่านั้นคือตำรวจท้องที่ไม่มีใครแตะต้องเค้าเลยค่ะ อาจารย์ช่วยแนะนำหน่อยได้ไม๊คะว่านู๋จะต้องทำยังไงดี
นู๋ขอขอบพระคุณอาจารย์ ณ.ที่นี้เลยนะคะ
อ่านทีแรกก็งง ๆ แต่คิดไปคิดมาเอาน่ะ ไหน ๆ ก็เป็นแฟนตัวหนังสือคุณประภาส (ประภาส ชลศรานนท์) แล้วก็ตั้งคอลัมภ์ “คุยกับ eYacht” ขึ้นมาซะเลย ถือซะว่าเป็นการแสดงความเคารพนับถืออย่างหนึ่งก็แล้วกัน -_-” (ใครจะส่งคำถามก็เชิญนะครับ ยินดีตอบ แต่จะตอบได้โดนหรือไม่อันนี้อีกเรื่อง)
ขอตอบ”นู๋” เป็นข้อ ๆ ดังนี้
1. ภาษาเขียนในกรณีที่หนูจะส่งถึงคนที่หนูคิดว่าเป็นอาจารย์ ควรจะเขียนให้ถูกอักขระ เพื่อให้ไม่เป็นการดูถูกผู้รับและดูถูกตัวหนูเอง (ส่วนหากนู๋จะคุยนุ้งนิ้งกับแฟนหนุ่ม จะงุงิ หรือ อะจิิอะจึ๋ย ก็ตามแต่ใจเถิด)
2. ตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมา ผมเคยเหยียบโคราชไม่ถึง 8 วันเห็นจะได้ ดังนั้นผมไม่รู้เรื่องผับที่ชื่อ Update จริง ๆ และไม่สามารถทราบได้ว่ากฎหมายทางโคราชผับเปิดได้ถึงสว่าง
3. หนูประสบปัญหาเรื่องเพลงเสียงดัง ตำรวจช่วยเหลือหนูไม่ได้ ผมเองบ้านอยู่อุบลฯ แม้เป็นคนอีสานด้วยกัน แต่คงไม่สะดวกเดินทางไปช่วย ดังนั้นผมคิดว่าหนูต้องช่วยเหลือตัวเองแล้วล่ะ ผมถือหลักว่าคนเราถูกสร้างมาไม่เหมือนกัน การจะเปลี่ยนคนอื่นเป็นเรื่องที่ทำได้ แต่ยากมาก ทางที่ง่ายกว่าคือเปลี่ยนตัวเราเอง ผมคิดว่าการทำความเข้าใจกับปัญหา ง่ายกว่าการแก้ปัญหามากทีเดียว ผมเชื่อว่าหากหนูเข้าใจปัญหานี้แล้ว หนูอาจไม่จำเป็นแม้แต่ต้องแก้มัน
4. ขอบคุณที่หนูขอบพระคุณมานะครับ แต่ต้องขอแจ้งนิดหน่อยว่า ผมไม่ใช่อาจารย์ครับ ผมเป็นพ่อค้า จริง ๆ นะ (อ่านได้จากเมนูด้านบน)
5. หนูมีทักษะทางภาษาที่ดี สังเกตจากที่หนูใช้ คะ ค่ะ อย่างถูกต้อง ซึ่งผมคิดว่านั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ดังนั้นอยากให้ทำให้สมบูรณ์แบบ ด้วยการยกเลิกการพิมพ์ “.” (จุด) หลัง “ณ” ในประโยคสุดท้ายจะทำให้หนูดูดีมีระดับขึ้นอีก 2% เห็นจะได้ (นอกจากนี้หากปฎิบัติตามข้อที่ 1 ได้จะทำให้ดูดีขึ้นอีกโขทีเดียว) -
ช่างทองใจคด (ภาคเฉลย)
เมื่อวานมีรุ่นน้องทวงเรื่อง ช่างทองใจคด ที่เคยถามไว้เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน สารภาพวันนี้ว่าลืมไปแล้วว่าต้องกลับมาเฉลย ใครยังไม่ได้อ่านคำถามก็อ่านซะตอนนี้ครับ ก๊อปมาลงให้วันนี้แถมคำใบ้ด้วย โดยไม่ต้องกดกลับไปหน้าเก่า หรือยังไงก็อยากไปอ่านอันเก่าก็กดได้ที่นี่ (ปล. Comment ที่ตอบหน้านั้นไม่ถูกนะครับ)
ถ้ามีทองหนัก 100 กิโลกรัมนำไปให้ช่างทองตีเป็นเหรียญทองคำเหรียญละ 1 กิโลกรัมจะได้เหรียญทั้งหมด 100 เหรียญ แบ่งใส่ไว้ในถุง 10 ถุง ถุงละ 10 เหรียญ
แต่ปรากฎว่าช่างทองใจคดขโมยไป 1 กิโล แล้วทำให้เหรียญ 10 เหรียญในถุงใดถุงหนึ่งเป็นเหรียญละ 900 กรัม ซึ่งพอรวมทั้งหมด 10 เหรียญ จะหนักเพียง 9 กิโลเท่านั้น
คำถามคือ ทำอย่างไรเราจึงจะสามารถระบุได้ว่าถุงใดหนัก 9กิโลกรัม โดยการชั่งน้ำหนักเพียงครั้งเดียวบนตาชั่งธรรมดาทั่วไป (ชั่งเพียงครั้งเดียว คือวางอะไรก็ได้ลงไปบนตาชั่ง เข็มกระดิกเพียงครั้งเดียว ก็ได้คำตอบทันที ไม่มีการกระดิกของเข็มตาชั่งอีก) นอกจากนี้เรายังไม่สามารถระบุความแตกต่างได้โดยสายตา หรือการถือขึ้นมาเทียบน้ำหนักได้
ลองคิดกันเล่น ๆ ดูครับคำใบ้
ในเมื่อชั่งได้ครั้งเดียวเท่านั้น ต้องสร้าง Index ที่สามารถแยกแยะถุงแต่ละใบออกจากกันในการชั่งรวมกัน……คิดไม่ออก
อ่านเฉลยกดที่คำว่า (more) ด้านล่าง
(more…)

