
Category: Opinion
-
เสื่อมสมรรถนะทางเพศ

เจอ Junk Mail แบบนี้เข้าทุกวัน วันละ 20 กว่าฉบับ
รู้สึกว่าตัวเองเสื่อมสมรรถนะทางเพศลงทุกวัน ๆ
ปล.พูดอย่างเป็นกลาง ระบบ Junk Mail Filter ของ Outlook 2003 ห่วยสุด ๆ -
สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าบุคลากร
พักหลัง ๆ นี้บางครั้งอ่านบล็อกของคนอื่น ว่าด้วยเรื่องการวาดบริษัทในฝันขึ้นมา เพราะระบุ วิธีการจูงใจพนักงาน ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและอยู่ร่วมบริษัทได้นาน ๆ ทีแรกที่อ่านก็รู้สึกว่าน่าสนใจ อีกใจหนึ่งก็คิดในใจว่าค่อนข้างจะเพ้อฝันไปหน่อย เพราะสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคนนี่เอง ที่ทำให้เราบริหารกันได้ไม่จบสิ้น ใช่ว่าการมีค่าตอบแทนที่ดี การสร้างงานที่ท้าทาย การปรับรายได้เป็นระยะ มีโบนัสล่อใจ ฯลฯ จะทำให้คนอยู่กับเราได้นาน
ที่ร้านเป็นรูปแบบกลางเก่ากลางใหม่ เรามีพนักงานหลายสิบคนที่ทำงานกับเรามาไม่ต่ำกว่า 10 ปี และหลายสิบคนที่ทำงานมากกว่า 5 ปี หลายสิบคนเพิ่งเร่ิมงานได้ไม่ถึง 2 ปี และอีกหลายคนที่เริ่มงานเมื่อเดือนก่อน เราไม่ใช่บริษัทขนาดเล็กเพิ่งเปิด พร้อมด้วยเพื่อนฝูงมาลงขันกัน ขำ ๆ ทำงานครีเอทีฟ เอามันเข้าว่า หรือ ไม่ใช่บริษัทขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยรูปแบบแผนกชัดเจน เราเป็นร้านค้าขนาดกลางค่อนเล็ก ที่ยังคงระบบครอบครัวไว้ค่อนข้างสูง (more…)
-
ประชุม
สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เวลามีโอกาสกลับมาบ้าน มักจะถูกพ่อลากเข้าร่วมประชุมด้วยบ่อย ๆ ตอนนั้นเบื่อเหตุการณ์นี้มาก แทนที่จะได้มีเวลาไปทำอย่างอื่น กลับต้องมาร่วมประชุมเป็นชั่วโมง ๆ
พอมาปัจจุบัน ได้มาทำงานเอง และก็กำหนดประชุมและนำประชุมของร้านเอง ทั้งประชุมระดับแผนก ระดับผู้บริหาร ประชุมทั้งร้าน ไหนจะประชุมงานส่วนของโรงแรมอีก ทำมาเรื่อย ๆ รวม ๆ ก็จะ 2 ปีแล้ว ได้ข้อสังเกตมาหลายอย่าง (more…) -
เมื่อเพื่อนของเพื่อนเลี้ยงข้าว
ถ้าคุณไปต่างจังหวัดกับเพื่อน
เพื่อนของเพื่อนที่จังหวัดนั้นชวนกันไปทานข้าว
และเชิญคุณไปทานด้วยกัน
และเพื่อนของเพื่อนคนนั้นก็อาสาจะเลี้ยงทุก ๆ คน
อย่าได้ทำอย่างนี้บ่นอุบอิบเรื่องเพลงที่ร้านอาหาร อะไรกันเนี่ย ทำไมเพลงมันย้อนยุคน่าเบื่อขนาดนี้
บอกกลางโต๊ะว่า แหม ถ้าผมท้องเสียพรุ่งนี้ พี่ก็ไม่ต้องแปลกใจนะครับ
ทานของอย่างอื่นมาก่อน แล้วก็กินแบบชิม ๆ ทำหน้าเหมือนอาหารไม่น่าทานเป็นที่สุด
กิน ๆ แล้วก็ไม่แสดงความรู้สึกดีต่ออาหารฟรีมื้อนี้เลย (นอกจากติว่าอย่างนั้นอย่างนี้)
พูดว่า ก็มีแค่อันนี้แหละครับที่ผมพอทานได้
เล่าเรื่องของกินที่อื่นที่โคตรจะอร่อย โดยที่ไม่ได้ชมอาหารฟรีมื้อนี้เลยว่า มีซักอย่างไหมที่อร่อยตอแหลซักนิดให้เจ้าภาพชื่นใจบ้างก็น่าจะดี อย่างว่า “อื้อหือ จากนี้อร่อยจังเลย” (แทนที่จะบอกว่าทั้งโต๊ะพอทานได้แค่จานนี้่จานเดียวครับ) หรือ อันนี้มันชื่อว่าอะไรน่ะ , เฮ้ย ทานอันนี้ดูแปลก ๆ ดี ฯลฯ
สำหรับเจ้าภาพนั้น ได้คิดคัดสรรแล้วว่าอาหารมันพิเศษและอร่อยเด็ด แต่หากว่าอาหารมันจะไม่ถูกปาก ก็พยายามให้บรรยากาศมันออกมาถูกใจ มิตรภาพจะทำให้อาหารอร่อยขึ้นจากเดิม แม้รสชาติจะไม่เปลี่ยน แต่ทุกคนก็ได้ยิ้มระหว่างที่ทานไปด้วยกัน
วันนี้เจอมาเอง เซ็ง ๆ
-
เหตุผลที่คนไม่อัพบล็อก
จากที่เคยบอกเรื่อง เหตุผลที่คนไม่อัพบล็อก
ตอนนี้ขอเพิ่มอีกข้อ6. สภาพจิตใจไม่พร้อม
ช่วงนี้สภาพจิตใจอยู่ในภาวะไม่พร้อม ดังนั้นหากอัพบ้าง ไม่อัพบ้างก็ขอให้เข้าใจ และหากแวะมาอ่านเป็นระยะ ๆ จะเป็นพระคุณอย่างสูง -
มองโลกในแง่ร้าย VS รอบคอบในแง่ดี
วันนี้ระหว่างกำลัง Check in เพื่อรับ Boarding Pass ขึ้นเครื่องบิน Air Asia มีผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งวิ่งเข้ามาคุยด้วยอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ขอร้องให้ช่วยฝากสัมภาระของเธอบางส่วนขึ้นเครื่องในนามผม เนื่องจากว่าน้ำหนักของสัมภาระที่ฝากใต้ท้องเครื่องแต่ละคนจำกัดที่ 15 กิโล (คิดว่านะ ถ้าเกินนี้คิดกิโลละ 80 บาท) บังเอิญผมไม่มีกระเป๋าโหลด และทำการขึ้นตั๋วเรียบร้อยแล้ว จึงไม่สามารถช่วยเหลือได้ จึงปฎิเสธไปว่ารับฝากไม่ทันแล้ว
ในทางกลับกัน ไม่รู้ว่าจะเป็นการมองโลกในแง่ร้ายเกินไปหรือไม่ ว่าสัมภาระที่จะฝากในนามเรา ก็ไม่รู้ข้างในเป็นอะไร เกิดเป็นยาบ้า หรือ อะไรที่ผิดกฎหมายขึ้นมา อย่างนี้คงโชคร้ายน่าดู
ระหว่างที่เครื่องกำลังออก ผมนั่งอยู่ที่เก้าอี้บนเครื่อง พนักวางแขนคั่นเราไว้กับผู้โดยสารข้าง ๆ แม้จะแข็งแรงมากจากวัสดุ แต่ความคับแคบของที่นั่งก็ทำให้เรารู้สึกว่า อาณาเขตส่วนตัวของเราโดนก้าวล้ำมาเป็นระยะ ๆ ผมนั่งคิดเรื่องนี้พร้อมกับรู้สึกไม่แน่ใจว่าพอเราเติบโตขึ้น เรามองโลกในแง่ร้ายขึ้น หรือ เรารอบคอบขึ้นกันแน่
-
16 Blocks กลับไม่ได้ ไปไม่ถึง
ว่าแล้วพอได้ยินชื่อไทย “คนอึดทะลุเมือง”
รู้กันได้ทันทีว่าพระเอกคือคุณ Bruce Willice
ตามข้อสังเกตุที่เคยเขียนไว้แล้ว ที่นี่ และ ที่นี่ข้อเขียนด้านหลังนี้มีการเปิดเผยเนื้อหานิดหน่อย (พออ่านได้)
ตัวหนังสนุกกว่าที่คิดไว้ จริง ๆ แล้วขอบอกว่า พอเห็นหน้าพี่บรู๊ซ ก็รู้สึกว่าหนังอาจจะไม่สนุกแล้วล่ะ แต่ก็มีลุ้นว่าจะดีได้เนื่องจากผู้กำกับ
ส่วนตัวรู้สึกว่าบรู๊ซเองเล่นหนังไม่ค่อยเก่ง เป็นคนแสดงอารมณ์ได้ไม่ค่อยดี บทนายตำรวจขี้เบื่อ หมดอาลัยตายอยาก เลยเหมาะเหม็ง หน้าเบื่อ ๆ ไม่ต้องแสดงอารมณ์ และใช้กล้ามเนื้อมากหน่อย
ตัวหนังดูไม่หนักแน่นบางครั้ง (บางทีก็ฆ่า บางทีก็ไม่ ดูแล้วงง) บางส่วนคลุมเคลือ อย่างเหตุการณ์ในอดีต ส่วนตอนสุดท้ายหักมุมปล่อยคนไป เหมือนจะดี แต่เราเลยไม่ค่อยเข้าใจว่างั้นจะลำบากมาขนาดนี้ทำไมเนี่ย

ฉากบนรถบัสทำได้ฉลาดดี ส่วนที่เหลือก็แสดงความฉลาดได้เนียนดี (ยกเว้นตอนท้ายเรื่องอัดเทป อันนี้เดาได้) พี่มืดก็เล่นดี และแม้ว่าจะพูดอยู่ไม่หยุด แต่ก็ไม่น่ารำคาญ แปลกดี (ไม่เหมือนจาจาร์ บิงค์ ใน Star Wars อันนั้นน่ารำคาญมาก)
ให้คะแนน 7.2/10 (อานิสงค์ได้จากความสนุกเกินคาดซะส่วนใหญ่)
-
Frank Miller’s Sin City พระเอกคือสไตล์ (นางเอกคือ Jessica Alba)

เพิ่งได้ดู Sin City ครับ
หมายถึงหนังนะครับ ไม่ใช่เว็บ http://www.sincity.com/
ที่ถึงอยากดูตอนนี้ก็ดูไม่ได้แล้วนะ
เพราะประเทศเราเสรีไม่เพียงพอจะได้ดูแล้วล่ะสิ่งที่เป็นพระเอกไม่ใช่บท ไม่ใช่ดารา แต่เป็นสไตล์ ความสามารถของดิจิตอลสร้างรูปแบบภาพยนต์ใหม่ ๆ ขึ้นมาบนโลก ที่น่าทึ่งคือ เพียงแค่ไม่กี่ปี หนังที่ถ่ายด้วยกล้องดิจิตอลก็ฉายขึ้นโรงได้แบบเนียน ๆ (ไม่ใช่ทึม ๆ แบบที่ 28 days later หรือ Russian Ark เคยทำไว้เมื่อหลายปีก่อน คงเพราะ Sin city เอามาแต่งทีหลังเยอะด้วยน่ะแหละ) ตัวหนังก็สนุกใช้ได้ โหดเกินกว่าที่คาดไปหน่อย จริง ๆ อยากดูก็เนื่องจากพี่เควนตินกำกับนี่แหละ ซึ่งตอนที่กำกับ (ตอน The Big Fat Kill อยากรู้ตอนไหน ก็ตอนที่โหดที่สุดนั่นแหละครับ มีศพพูดได้ด้วย) ในหนังเรื่องนี้ก็ดูดีทีเดียว
หนังสร้างขึ้นจากเรื่องสั้น 4 ตอนของการ์ตูน (รวมตอน The Customer is Always Right เข้าไปด้วย (ตอนพี่จืด จอร์จ ฮอร์เน็ต) สั้นมากจนไม่รู้จะเอาเข้ามาทำไม) แต่ละเรื่องแยกจากกันเกือบจะเด็ดขาด เว้นแต่บางช็อตมีการคาบเกี่ยวกันนิดหน่อยบางช่วง พอให้คนดูงง ๆ ธีมหลักแต่ละเรื่องว่าด้วยการหักหลัง ล้างแค้น เลือดสาด ตามสไตล์ฟิล์มนัวสะใจคอบอลเป็นอย่างแรง
หนังดูได้พอมัน ๆ บางคนบอกว่าเป็นหนังประเภทไม่ชอบก็เกลียดไปเลย (ประมาณหนังคัลท์) แต่ผมขอแย้งแล้วล่ะ เพราะผมเฉย ๆ แฮะ ไม่ถึงกับชอบมากมาย แต่ก็ไม่เกลียดเช่นกัน

อย่างไรก็ดี เรื่องนี้ดูแค่สไตล์ด้านภาพอย่างเดียวก็คุ้มแล้ว



