Category: Opinion

  • เศรษฐศาสตร์ของสาวสวย

    เรื่องของสาวสวยกะนักค้าหุ้น ในวันขาขึ้น
    คือว่าเรื่องมันมีอยู่ว่า
    Email จากสาวสวยคนนึงเขียนถึงผู้ชายที่รู้จักในเน็ทหลายๆคนว่า :

    ก่อนอื่นดิฉันขอสาบานว่าสิ่งที่ดิฉันพูดเป็นความจริงค่ะ ดิฉันอายุ 25 ปีค่ะ ความสูง 170 ซม. น้ำหนัก 50 กิโล ส่วนสัด 34-24-36 ผมยาว หน้าตาจัดว่าสวยมาก เซ็กซี่ มีรสนิยม

    ดิฉันอยากจะแต่งงานกับผู้ชายรายได้สักสองแสนบาทอัพต่อเดือนสักคน คุณอย่าเพิ่งมองฉันโลภนะคะ รายได้ประมาณสองแสนเนี้ยแค่ชนชั้นระดับกลางๆในห้องสินธรหรือวงการตลาดหุ้นเอง ฉันไม่ได้เรียกร้องมากไปใช่ไหมคะ

    มีใครในพันทิพ ห้องสินธร นี้ที่รายได้เกินสองแสนบ้างคะ พวกคุณแต่งงานไปกันหมดหรือยัง กรุณาช่วยตอบดิฉันทีค่ะ คือดิฉันอยากแต่งงานกับ คนรวยๆ อย่างพวกคุณ

    พวกที่ดิฉันคบด้วยนี่มีแต่พวกธรรมดาๆรายได้อย่างมากไม่เกินสามหมื่นเอง รายได้แค่นี้จะอุตริไปซื้อบ้านแถวสีลมเนี่ย ยังได้แค่มองเลยใช่ ไหมคะ ดิฉันมีคำถามดังนี้ค่ะ กรุณาช่วยตอบด้วยนะคะ

    1. หลังจากตลาดหุ้นเปิด พวกคุณมักไปต่อที่ไหนกันคะ ( ชื่อร้าน , ผับ , fitness, ฯลฯ)
    2. ถ้าจะแอบมองสาว คุณจะมองสาววัยไหนคะ
    3. ทำไมคนที่แต่งงานกับคนรวยๆถึงมีแต่พวกอาซิ่มเฉิ่มๆ รสนิยมห่วยๆล่ะคะ
    4. คุณใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการเลือกคนที่คุณจะแต่งงานด้วยคะ’

    หลังจากนั้นไม่เกิน 30 นาที ก็มีเมล จากชายหนุ่มคนนึงส่งมาถึงเจ้าหล่อนว่า :

    ถึงคุณสุดสวยครับ…หัวข้อกระทู้ของคุณน่าสนใจมากครับ และคงมีผู้หญิงหลายคนมีคำถามเดียวกันกับคุณ ขออนุญาตตอบคำถามในมุมมอง ของคนเล่นหุ้นแบบผมนะคับ

    รายได้ของผมจากการเป็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์และลงทุนในตลาดหุ้นมากว่า 10 ปี อยู่ที่ประมาณห้าแสนบาท ต่อเดือนขาดเหลือนิดหน่อย ซึ่งก็น่าจะผ่านเกณฑ์ของคุณ ดังนั้นผมเชื่อว่าคำตอบของผม น่าจะไม่ทำให้คุณเสียเวลาอ่านนะครับ

    (more…)

  • MacBook Air

    ข้อสังเกตุ

    1. ไม่มี Build-in DVD Drive ส่วนตัว DVD USB External ที่ขายแยกต่างหาก ราคาพอรับได้ แต่ไม่น่าประทับใจนัก (External  DVD  ของ LG ตัวบางรุ่นใหม่ใช้กับ mac ไม่ได้)
    2. ลำโพง Mono และท่าทางจะเสียงเบา (เดาว่าคืออันที่ติดอยู่ข้าง isight คู่กับไมโครโฟน)
    3. มีแค่1 USB port แปลว่าต้องพก USB Hub เพิ่ม 1 ชิ้น
    4. ฝาพับเปิดปิด port จะทนไหมหนอ อันนี้ต้องลองจับดู 
    5. micro DVI แหม ทำไปได้ แต่ยังดีที่มีหัวแปลงให้เลย แถมทั้งแบบเป็น DVI และ RGB ต้องงี้สิ
    6. ไม่มี Remote แถมมาในชุด สามารถ ซื้อเพิ่มได้ราคา $19 เพราะตัวเครื่องติดภาครับมาแล้ว
    7. ไม่มี Audio in นะเออ ถ้าจะใช้คงต้องไปหา Sound Card แบบ USB มาติดเพ่ิม
    8. ไม่มี Firewire ดังนั้น External HDD ที่จะซื้อเพิ่มก็เล็งเป็น USB อย่างเดียวก็ได้
    9. Wireless เป็น N แล้วดีมาก
    10. ไม่มี eSATA  แหม แอบหวังว่าจะติดมาเลย
    11. ไม่มี Ethernet port  (ซื้อเป็น USB เพิ่ม $29)ไม่มี Modem (ซื้อเป็น USB เพิ่ม $49 ว่าแต่จะมีคนซื้อเหรอ)
    12. การ์ดจอ X3100 แหม น่าจะอัดเป็น ATI หรือ Nvidia เลยจะเร้าใจกว่านี้มาก  (สงสัยคงต้องรอ Macbook Air Pro)
    13. upgrade ram ไม่ได้ (ดังนั้นมาตรฐานจึงอัดมา 2 GB ) เลย
    14. HDD 80 GB (น้อย) และหาซื้อยาก (1.8″ HDD) แถมช้า  ( 4200 Rpm)
    15. ความเร็ว CPU 1.6 GHz เท่านั้น (แต่ดีที่ L2 Cache 4 MB)
    16. รุ่น CPU 1.8 GHz และติด  SSD HDD ราคากระโดดไปสามพันกว่าดอลล์ (แพงมาก) (อัพเกรดแยกได้)
    17. อุปกรณ์ทุกอย่างฝังรวมบนบอร์ดชิ้นเดียว พังแล้ว พังหมด ซื้อบอร์ดใหม่ทันที (ซึ่งเดาว่าน่าจะราว ๆ ราคาเครื่องใหม่)
    18. คีย์บอร์ด Backlit แจ่มมาก แต่อักษรไทย Apple Thai จะทำให้ทะลุเรืองแสงหรือไม่ หรือ Screen ติดเอาเท่านั้น
    19. Trackpad แบบ Multi-touch ไม่ได้พิเศษมากนัก หลัก ๆ เพิ่มแค่ ซูมเข้าออก หมุน และเลื่อนหน้าซ้ายขวา
    20. ตัว Remote Drive Software น่าประทับใจมีทั้ง for mac และ PC แต่ติดว่าต้องติดตั้งด้วย (หวังว่าจะมีให้โหลดในหน้าเว็บฟรีนะ)

    ความรู้สึกส่วนตัว : เบาดีมาก, CPU   ความเร็วใช้ได้ และมี L2 Cache 4MB, Form factor ดีมาก (Aluminum), บางสุดยอด, สวย, มี iSight (ยัดเข้าไปได้ไง), จอ LED, Backlit Keyboard, แบตอึดใช้ได้, ราคาน่าฟัง   สรุปว่าอยากได้อ่ะ หลัง iBook น้อยตัวเดิมปลดระวาง คงได้เปลี่ยนเป็นตัวนี้แหละ หลังจากลองใช้ Macbook  Pro ของคนอื่นแล้ว พบว่าหนักมาก ใหญ่มาก ขี้เกียจแบก

  • ของชำร่วยงานแต่ง

    ช่วงนี้ไปงานแต่งงานบ่อย นึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้เมื่อหลายเดือนก่อน คิดไปคิดมา เอามาแชร์ดีกว่า เผื่อว่าจะมีใครสนใจเอาไปใช้ได้ ไม่หวงครับ
    แรกเริ่มเดิมทีมาจากที่ไปงานแต่งงานเพื่อนแล้วได้ของชำร่วยมา ไม่รู้จะเก็บไว้ที่ไหนดี พอหันไปรอบ ๆ ก็พบว่าที่บ้่านมีของชำร่วยเก็บไว้เยอะแยะไปหมด ผมเลยนั่งคิดเล่น ๆ ว่ามีของชำร่วยแบบไหนไหม ที่คนรับต้องได้มีโอกาสใช้แน่ ๆ คิดไปคิดมาเลยได้ไอเดียนึง

    เราจะมอบใบประกาศณียบัตรให้ครับ

    เป็นใบประกาศที่มอบให้เป็นหลักฐานว่า เราจะบริจาคเงินจำนวนหนึ่ง (อาจจะ 20 บาท พอ ๆ กับค่าของชำร่วย) ให้กับองค์กรการกุศลแห่งใดแห่งหนึ่ง ถือว่าเป็นการร่วมกันทำบุญอีกทาง หรือหากใครนึกสนใจจะบริจาคเพิ่มก็ยินดี ส่วนทางเจ้าภาพอาจจะบริจาคเพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่ง จะได้ดูเหมาะสม และคงจำเป็นต้องประกาศบนเวทีด้วย แขกเหรื่อจะได้เข้าใจคอนเซ็ปต์

    หรือใครมีไอเดียอื่นไหมครับ?

  • Happy คนพลิกแบรนด์ แบรนด์พลิกคน

    เรื่องของเรื่องมาจาก Podcast ของช่างคุย (ในเว็บมีหลายรายการครับ ลองแวะไปดไดู้) ที่เป็นรายการช่างคุยกับหนุ่มเมืองจันท์ ที่ติดตามฟังอยู่ จริง ๆ ตัว iTunes มันโหลดมาให้ทุกอันแหละครับ แต่ฟังเฉพาะอันที่หัวข้อน่าสนใจเท่านั้น ผมได้ฟังเรื่องราวของ Happy จากคุณธนา เธียรอัจฉริยะ ในรายการนี้ หลายเดือนแล้วครับ และพอได้ยินใน podcast ว่าจะมีการตีพิมพ์เป็นหนังสือ Happy คนพลิกแบรนด์ แบรนด์พลิกคน ก็คอยมองหาอยู่ตลอดจนกระทั่งได้มาในมือ

    จริง ๆ ก็ได้มาและอ่านจบนานแล้วอีกเหมือนกัน แต่วันนี้บังเอิญเห็นข่าวสัมภาษณ์คุณธนาลงใน Manager.co.th แล้วก็เลยนึกได้ว่าเคยรู้สึกอยากเขียนชี้ชวนให้คนอ่านก็เลยมาเขียนเสียหน่อย

    ใครไม่แน่ใจว่าหนังสือจะสนุกจริงหรือเปล่าดาวน์โหลดฟังเป็นเสียงบรรยายแบบฟรี ๆ กันก่อนได้ (อ้อ ถ้ามีเวลาเหลือเฟือก็แนะนำ ของคุณโชค บูลกุล เจ้าของฟาร์มโชคชัย กับคุณพาที สารสิน แห่งนกแอร์ ด้วยก็ครบเซ็ต ทั้งสองอันนี้ก็สนุกดี แต่ผมว่าคุณธนามันสุด คงเพราะใกล้ตัวด้วย)

    หนังสืออ่านสนุกดีครับ (จริง ๆ อยากใช้คำว่ามันดี) เล่มไม่หนานัก อ่านได้รวดเดียวจบ คืนนั้นว่าจะอ่านก่อนนอนนิดหน่อย ฟาดไปตีสามครึ่ง ยอมรับว่าหนังสือน่าติดตามมาก คุณธนาเขียนได้ดีทีเดียว โดยเฉพาะการได้อารมณ์ร่วมจากการที่เล่าโดยคนที่อยู่ในเหตุการณ์จริง เป็นกรณีศึกษาที่ผมคิดว่าคนที่ทำธุรกิจน่าจะได้มีโอกาสอ่านหนังสือเล่มนี้ แนะนำครับแนะนำ

  • A-data Speedy SD Duo

    วันนี้เพิ่งถอย SD Card ตัวใหม่ครับ หลังจากใช้ตัวเดิมมานาน จริง ๆ จะว่าไป 512 MB ตัวเก่าก็ใช้งานได้ดี พื้นที่ก็เหลือใช้ ไม่ได้เดือดร้อนอะไร จนถึงกับต้องเปลี่ยนมาใช้ตัวใหม่นี้ เพราะว่าส่วนตัวไม่ได้เก็บอะไรบนการ์ดนี้มากมาย และโดยปกติผมจะพกเครื่องอ่านการ์ดไว้ในกระเป๋า Notebook ที่หิ้วไปหิ้วมา เวลาจะก๊อปปี้ไฟล์ต่าง ๆ จากเครื่องคอมพ์คนอื่น ก็จะดึงตัว SD ออกจากโทรศัพท์ เสียบเข้ากับการ์ดกลายเป็น Flash Drive ฉุกเฉินได้

    แต่เมื่อไหร่หยิบเครื่องอ่านการ์ดแล้วลืมเก็บเข้ากระเป๋า หรือไปโดยไม่ได้พกกระเป๋า Notebook ไปด้วย คิดว่าหลายคนคงเคยรู้สึกว่า แหมรู้งี้พกมาด้วยก็ดี

    พอเห็นเจ้า A-data ตัวนี้ก็โดนใจ หน้าที่ของมันคือการ์ด SD ปกติครับ แต่พอถอดหัวออกมาตามภาพ เราสามารถเอาไส้ติ่งของมันเสียบเข้าช่อง USB ตัวมันก็ทำงานราวกับ Flash Drive ได้ในบัดดล … โอว อยากจะร้องยูเรก้าซะจริง

    จริง ๆ ผมเล็ง SD ที่มีฟังก์ชั่นทำนองนี้ของ Sandisk ไว้นานแล้ว แต่ตอนนั้นมันแพงไปหน่อย เจ้า A-Data ตัวนี้ราคาตกประมาณ 600 – 700 บาท (รุ่น 1 GB) ราคาน่าฟัง เลยถอยมาใช้งาน

    ต่อไปนี้เท่ากับว่าได้พก Flash Drive ตลอดเวลา เกิดอยากจะก๊อปอะไรฉุกเฉินเมื่อไหร่ก็ทำได้ทันที .. แหมชอบจัง 🙂

    Pros : ใช้งานได้สะดวกอย่างแรง จากการที่ตัว Treo 680 ใช้งานกับการ์ด SD ทำให้เราพกโทรศัพท์ก็พก Flash Drive ไปด้วยในตัว

    Cons : เวลาถอดหัวนี่ยากไปหน่อย มันไม่มีตัวล็อคอะไรเท่าไหร่ ต้องค่อย ๆ “แงะ” ออกมา ลำบากไปหน่อย ( ปัจจุบันใช้งานถอดเข้าออกไม่ยากแล้วครับ ใช้บ่อย ๆ มันหลวมเองตามธรรมชาติ ) อีกอย่างความเร็วอ่านเขียนก็ปานกลางไม่ได้เร็วมากนัก ค่อนข้างช้าไปหน่อย

    ปล. ทีแรกอยากได้รุ่น Trio แต่ไม่มีของ เลยได้เป็นรุ่นนี้แทน

  • XnView

    ตอนนี้มีโครงการทยอยเปลี่ยนโปรแกรมในเครื่องบางส่วนเป็น Freeware และจะพยายามขยายให้ได้มากเท่าที่จะมากได้ (หวังว่าวันนึงจะมีวันที่ได้บอกว่า สามารถใช้ Freeware ได้จนหมดสิ้น) ผมพยายามหลายต่อหลายครั้งกับโปรแกรมดูรูป หลายต่อหลายตัวถูกนำมาต่อกรกับ Acdsee แต่ไม่ว่าใครก็พ่ายกลับไปจนกระทั่งมาเจอ XnView โปรแกรมฟรี ดี ๆ น่าหอมแก้ม 2ฟอด เลยเอามาแนะนำกัน จริง ๆ แล้วผมรู้จักโปรแกรมนี้จาก บล็อกของคุณ NinKungZ โหลดมาใช้ได้เกือบ ๆ เดือนแล้ว วันนี้เอามาแถลงข่าวเพราะเป็นวันที่ผมลบ Acdsee เถื่อนออกจากเครื่องที่โต๊ะ เป็นอันปิดบัญชี โปรแกรมดูรูปเถื่อนในเครื่องไปโดยบริบูรณ์ (เครื่องที่โต๊ะทำงานใช้ Windows แต่ Labtop ที่ใช้เป็น iBook G4 เผื่อคนอ่านงง)

    ลองดูนะครับถ้าคุณใช้ Acdsee อยู่ Learning Curve ต่ำสุด ๆ เพราะมันหน้าตาคล้ายกันจน น่าตกใจ (ผมว่าคงเป็นการจงใจให้คนอย่างผมตกหลุมพลาง) ดูอย่างโลโก้สิ

    อีกตัวที่อยากแนะนำคือ Picasa ส่วนตัวผมพยายามหลายต่อหลายครั้งที่จะใช้แล้ว แต่ใช้แล้วไม่ติด ไม่รู้ทำไม เผื่อบางคนจะชอบ
    อีกอย่าง เพิ่งรู้ว่า Picasa Web Album ไม่ให้เก็บไฟล์ที่ไม่ใช่ JPG พอมาเก็บไฟล์ logo แบบนี้เลยดูไม่ค่อยสวยเลย

  • Apple WWDC 2007 Keynote

    Mac OS X Leopard

    งาน Keynote ของ Steve Jobs ในงาน WWDC 2007 ผ่านไปแล้วเมื่อหลายวันก่อน หลังจากติดตาม Live ในคืนวันงาน และได้ดูตัวไฟล์วีดีโอแล้ว (มีแล้วตามเว็บ torrent ชั้นนำทั่วไป หวังว่า apple จะออกให้ดาวน์โหลดในเร็ววัน เหมือนกรณี Macworld 2007 เมื่อต้นปี)
    ผมเชื่อว่าหลายคนคงรู้สึกเหมือนผมว่า นี่มัน Top Secret แล้ว (เรอะ!) เดาเอาเองว่าจริง ๆ แล้วคงมีหลายอย่างที่ถูกตัดทิ้งไปในระหว่างทางที่ผ่านมา (ซึ่งน่าจะเป็น Top Secret ที่ว่า) ทำให้ที่ยังเหลืออยู่ ละม้ายคล้ายคลึงกับข้อมูลในงาน WWDC2006 เสียจนสาวกอย่างผมเซ็งจิต (หรือไม่งั้นจริง ๆ แล้วก็ไม่มีอะไรในกอไผ่ตั้งแต่แรก)อย่างไรก็ดีไหน ๆ ก็ไหน ๆ เคยเขียนเมื่อตอน WWDC2006 ไว้ ขอเขียนเปรียบเทียบกันซักทีน่าจะดี

    1. New Desktop
    มาพร้อม dock ที่เป็น 3D พร้อมเงาสะท้อนบนพื้นแบบแวววาวสวยงาม ดูสวยดีครับ แต่สำหรับคนใช้ G4 อย่างผม ก็ได้แต่หวังว่าจะสามารถเลือกปิดเปิดความสามารถนี้ได้ตามต้องการ ขอเปิดดูความงดงามในทีแรก และปิดทิ้งตอนใช้งานจริงเน่อ ส่วนตัว Stack ก็น่าสนใจ แต่ไม่ได้เป็นอะไรใหม่นัก ส่วนการนำมาใช้กับไฟล์ที่ download มาจากเน็ต ดูเป็นความคิดที่เวิร์คดี ตอนนี้ผมเลยสร้าง Directory ชื่อ Downloads ไว้บน Desktop แล้วลากมาสร้าง alias ไว้ใน Dock เข้าไปที่ Safari และ Firefox ตั้ง Download fiจากนั้นเข้าถึงข้อมูลด้วยการคลิกขวา ก็พอได้ฟีลคล้าย ๆ กับ Stack แม้ไม่สวยเท่า แต่คิดว่าประโยชน์ใช้สอยใกล้เคียงกัน

    (more…)

  • New She Tank Sign

    อย่างที่เล่าให้ฟังว่าไปสัมภาษณ์วีซ่าสหรัฐมาครับ ตอนที่ไปถึงขั้นตอนส่งเอกสารทั้งหมด เจ้าหน้าที่ถามว่าจะสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษหรือไทย ด้วยที่ได้ยินมาว่าถ้าสัมภาษณ์อังกฤษจะเร็วและง่ายกว่า แต่เพราะเข้าไปเป็นคนแรก ๆ และเอกสารก็ไม่น่าจะติดขัดอะไร ผมจึงเลือกสัมภาษณ์ไทยแทน

    พอเข้าไปนั่งรอด้านใน ซักพักก็เริ่มเรียกสัมภาษณ์ เลขกระโดดไปมาอย่างที่ร่ำลือกันจริง ๆ ด้วย พอถูกเรียกผมเดินไปที่เคาน์เตอร์สัมภาษณ์

    eYacht : (มองเห็นฝรั่งนั่งอยู่) อ้าว ไหนว่าสัมภาษณ์ไทยฟะ (อันนี้คิดในใจ)
    เจ้าหน้าที่ : Ubonratchathani ?
    eYacht : Yes.
    เจ้าหน้าที่ : Why do you want to go to United States? (ประมาณนี้แหละนะ)
    eYacht : For Travel.
    เจ้าหน้าที่ : (พลิกเอกสารไปมา) And… this is family business right?
    eYacht : Yes, family business.
    เจ้าหน้าที่ : umm…. New she tank sign please?
    eYacht : (อ้าวเวรล่ะสิ พูดอะไรฟะ ฟังไม่ออก อะไรป้าย อะไรรถถังฟะ) Pardon?
    เจ้าหน้าที่ : (ว่าแล้วก็ยกนิ้วมือซ้ายขึ้นมา) นิว ชี ทาง ซาย
    eYacht : อ้อ …. นิ้วชี้ทางซ้าย (กรรมลุ้นเกือบตาย ที่แท้สัมภาษณ์ภาษาไทยจริง ๆ ด้วย ว่าแล้วก็วางนิ้วลงบนเครื่องอ่าน)
    เจ้าหน้าที่ : New she tank kwa.
    eYacht : อ้อ อันนี้รู้แล้ว แท้งขวาใช่มะ จัดให้
    เจ้าหน้าที่ : Thank you. The passport will send to your place via mail.
    eYacht : Thank you

  • USA Visa Tips

    เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาไปทำวีซ่ามาครับ เป็นวีซ่าสหรัฐที่ว่ากันว่ายากเอาเรื่องอยู่ เพราะว่ากันว่าสหรัฐขี้หวงประเทศมาก ได้ข้อคิดมาดังนี้

    1. ส่วนตัวผมคิดว่าระบบการขอวีซ่าของสหรัฐง่ายดีถ้าคุณคุ้นเคยกับอินเตอร์เน็ตอยู่แล้ว มีข้อมูลล้ำค่าอยู่ที่ http://thailand.us-visaservices.com ซึ่งไม่น่าจะเกินความสามารถคนทั่วไปในการทำความเข้าใจ (เอกสารแนะนำคือ US_NIVChecklist.pdf ค้นเอาอยู่ในเว็บแหละ หาไม่ยาก)
    2. อย่าลืมจ่ายค่าทำวีซ่าราคา  100 ดอลล่าห์ ซึ่งต้องจ่ายที่ไปรษณีย์ได้ทั่วประเทศ อย่างไรก็ดีหากลืมจริง ๆ ใกล้ ๆ สถานฑูตมีไปรษณีย์อยู่ ถามคนแถวนั้นได้ (อ้อ จ่ายแล้วก็อย่าลืมติดใบเสร็จไปด้วยนะครับ)
    3. ทางสถานฑูตค่อนข้างจะเปิดกว้างในเรื่องหลักฐานการยืนยันการไม่ย้ายที่อยู่ (Evidence of Tie) แนวทางหาอ่านได้ที่เว็บไซต์
    4. ทางสถานฑูตให้จองนัดหมายผ่านเว็บ ซึ่งผมเลือกตอน 8.00 น. พบว่าดีมาก ไม่รู้ว่ามีเวลาอื่นหรือเปล่า อย่างไรก็ดีขอแนะนำให้จองเวลานี้
    5. ถ้าอยากเสร็จเร็ว ให้ไปถึงที่สถานฑูตก่อนเวลาหกโมงเช้านิดหน่อย คนส่วนใหญ่จะไปให้ถึงราว ๆ หกโมงเช้า ดังนั้นหลังเวลาหกโมงเช้าแล้ว คนจะเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว
    6. ในสถานฑูตไม่อนุญาตให้นำโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้าไป ดังนั้นหากจะติดต่อธุระปะปัง จัดการให้เรียบร้อยเสีย และ MP3 หรือ NDS ไม่สามารถใช้ฆ่าเวลาในการรอได้ (หนังสือดีที่สุด ขอแนะนำ)
    7. รูปถ่ายเป็นขนาดแปลก ๆ และทางสถานฑูตไม่รับขนาดอื่น ๆ ต่อรองไม่ได้ หากถ่ายมาผิดและจำเป็นต้องถ่ายใหม่ ตึกแถว ๆ นั้นมีบริการ ผมไม่เคยใช้เลยไม่รู้ แต่ได้ยินเค้าบอกต่อ ๆ กันมา
    8. ระบบคิวไม่เรียงตามเลขหมาย ดังนั้นเวลารอคอยก็อย่าคิดมาก รอไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็ถึงเอง
    9. แนะนำให้เรียงเอกสารไว้เลยตามที่เอกสารทางสถานฑูตแนะนำ จะช่วยย่นเวลาเราและคนอื่น ๆ ได้มาก
    10. อย่าลืมเซ็นชื่อในเอกสาร DS-156 , เวลากรอกเอกสาร DS156 หรืออื่น ๆ ออนไลน์ ให้ขีดละ (-) ในช่องที่ไม่ต้องกรอก (เช่นนามสกุลเดิมของคุณ)
  • พลังของผู้บริโภค

    วันนี้ได้รับเมล์จากเพื่อน เป็น forward Mail แบบที่เรา ๆ ท่าน ๆ คุ้น ๆ กันดี ฉบับนี้ว่าด้วยเรื่องของชายคนหนึ่งที่ไปทานอาหารญี่ปุ่นแบบบุฟเฟ่ต์กับเพื่อน ๆ ซึ่งเกิดเจอแมลงสาบในจานข้าวเข้า มีการรูปประกอบพร้อมกระดาษที่ระบุชื่อร้านอย่างจงใจ เรื่องถูกเล่าว่าทางคุณคนนี้ สมมุติว่าคุณเอแล้วกัน เจอแมลงสาบ คุณเอไม่พอใจมาก ตามคนดูแล(เดาว่าน่าจะเป็นผู้จัดการร้าน) มาคุย ทางผู้จัดการเสนอจะลดให้ 10% ของ 1 คน ซึ่งคือประมาณ 39 บาท คุณเอไม่พอใจมาก ขอให้ทางร้านต่อสายให้กับเจ้าของ ยื้อกันอยู่นานจนคุณผู้จัดการยอมต่อสายให้ พอคุยทางร้านก็จะลดให้ทานฟรี 1 หัว คุณเอยังไม่พอใจอยู่ดี ทางร้านจึงถามว่าคุณเอต้องการอะไร คุณเอบอกว่าต้องการ”ความยุติธรรม” คุณเอบอกว่าจะจัดการเรื่องนี้ด้วยวิธีตัวเอง คุณเอบอกให้ทางร้านคิดเต็ม พอทางร้านเก็บเงิน คุณเอบอกให้เซ็นยินยอมว่าทางร้านมีแมลงสาบในอาหาร เพื่อจะนำไปฟ้องร้องได้ ทางร้านไม่ยอมเซ็น คุณเอเลยไม่ยอมจ่ายซักบาท และกลับบ้านมาเขียนเมล์ทำลายร้านอาหารร้านนั้นจนมันถูกต่อมาถึงมือผมนั่นเอง (ผมแนบเมล์ฉบับเต็มไว้ท้าย entry นี้ครับ เผื่ออยากอ่านกัน)

    ผมอ่านแล้วมีข้อสงสัยบางประการดังนี้
    1. ผมคิดว่าเป็นการไม่”ยุติธรรม” ที่คุณเอ ประจานชื่อร้านอาหารอย่างจงใจ แต่มิได้แสดงชื่อจริงของตัวเองออกมา
    2. ผมไม่แน่ใจว่าคุณเอ เป็นคนของร้านคู่แข่งหรือเปล่า เป็นคนใส่แมลงสาบลงไปเองหรือเปล่า และเป็นคนเขียนเรื่องนี้มั่ว ๆ ขึ้นมาเองหรือเปล่า
    3. ผมอ่านดูแล้วสรุปว่า ท้ายสุดแล้ว”ความยุติธรรมที่คุณเอต้องการ” คือการกินฟรีทุกคน หรือเปล่า เพราะขณะที่ทางร้านเสนอทางเลือกจะลดให้ คุณเอไม่พอใจกับข้อเสนอ แต่กลับท้าทายด้วยการยืนยันว่าจะจ่ายเต็ม แล้วพอจะจ่ายจริง ๆ กลับมีเอกสารที่เห็น ๆ อยู่ว่าจะใช้ในการฟ้องร้อง ซึ่งพอร้านไม่ยอมเซ็น คุณเอก็เลือกจะไม่จ่ายเลยซักบาท ผมคิดว่าขณะที่ทางร้านถามว่าคุณเอต้องการอะไร ถ้าคุณเอตอบไปว่า ผมต้องการกินฟรี หรือไม่อย่างนั้นคุณต้องเซ็นเอกสารให้ผมมาฟ้องร้องคุณได้ ผมคิดว่านั่นคือ “ความยุติธรรม” ที่คุณเอควรมอบให้กับทางร้านด้วยเช่นกัน
    4. ผมคิดว่าพนักงานของร้านคือมนุษย์ทั่ว ๆ ไปที่ผิดพลาดกันได้ การกดดันในการฟ้องร้องต่อร้าน ซึ่งส่งผลต่อหน้าที่การงานของพนักงานทุกคนที่ร้าน คำถามที่สงสัยคือการที่คุณเจอแมลงสาบในจานข้าว ส่งผลให้คุณเอต้องการทำลายทุกอย่างของร้านให้พังพินาศย่อยยับอย่างนั้นหรือ และคุณเอคาดหวังว่าไม่ว่าคุณเอกับพวกจะกดดันพนักงานยังไง คุณเอยังต้องการความสุภาพจากพนักงานในทุกกรณีอย่างนั้นหรือ
    5. ท้ายเมล์คุณเอบอกว่าไม่มีเจตนาโจมตีใคร ผมคิดว่าน่าจะตรงกันข้ามนะครับ หากคุณเอหวังดีจริง คุณเอน่าจะบอกต่อว่า เวลาทานอาหารควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าสะอาดดี หากเจอแมลงสาบในอาหาร ควรขอคุยกับเจ้าของร้าน และบอกตามตรงว่าต้องการอะไร มากกว่าคำนามธรรมอย่าง “ความยุติธรรม”

    ท้ายสุดแล้วในฐานะที่มีร้านอาหารเล็ก ๆ กับเขาร้านหนึ่งเหมือนกัน ผมคิดว่าหากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น สิ่งแรกที่ผมคิดคือ แมลงสาบนี้คนกินใส่ลงไปเองหรือเปล่า หลังจากนั้นคงลองคุย ๆ ดูว่าเค้าต้องการอะไร และสุดท้ายผมคงจะให้ทานฟรีทั้งโต๊ะหากจำเป็น และแจ้งพนักงานทุกคนให้ระมัดระวังเรื่องนี้ให้มาก

    อ่านเมล์ฉบับเต็มได้ดังนี้ (ปล.ผมขอเซ็นเซอร์ชื่อร้านนะครับ ด้วยว่าผมคิดว่ามันยุติธรรมกว่า)
    (more…)