จริง ๆ แล้วก็เอาไว้เล่นเกมส์ไงพี่
ชีวิตเรารื่นรมย์กว่าที่เราเข้าใจเสมอ
BBSpot ออกแบบสอบถามสนุก ๆ ให้เราตอบ แล้วได้ผลว่านิสัยเราเป็น OS อะไร ผมลองเล่นดูได้ OS X

Which OS are You? <- ลองเล่นกันดูที่ Link นี้
ดีที่ไม่ได้เป็น

วันนี้ได้รับเอกสาร “คู่มือไม่ซื้อสินค้าและไม่ใช้บริการ (BoyCott) ร่วมกันทวงคืนประเทศไทย” ว่าด้วยการไม่ซื้อสินค้าและบริการท่ี่เกี่ยวข้องกับนายกทักษิณทั้งสิ้น 13 ข้อ และด้วยเพราะว่าไม่ได้ตามรายละเอียดตั้งแต่ต้น ทำให้งง ๆ ว่าบางข้อเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับผลประโยชน์ของนายกฯ และพวกพ้อง แต่ที่ติดใจและเอามาพูดวันนี้คือข้อสุดท้ายน่ะครับ
ทั้ง 13 ข้อมีคร่าว ๆ ดังนี้
1. AIS, 1-2-Call, GSM 1800, MFA, M link, M-Shop
2. สมุดหน้าเหลือง, 1188
3. CS Loxinfo, iPTV, Shinee.com
4. ไม่ไปเที่ยวสิงคโปร์
5. Singapore Airline, Air Asia
6. Capital OK, UOB, DBS
7. CS Asset, World Wide Home Development , TCC Development , และโครงการอื่น ๆ ที่บริษัทแคปปิตอลแลนด์ ถือหุ้น
8. Tiger Beer, Heineken (โหดร้ายเหลือเกิน)
9. She@Mood , Cafeinn, Smart Phone
10. ให้กำลังใจนักข่าว iTV ต่อสู้กับผู้บริหาร
11. ม.ชินวัตร, การเรียนภาษาที่สิงคโปร์
12. กลุ่มโรงพยาบาลพระรามเก้า , โรงพยาบาลในเครือพญาไท, กลุ่มโรงพยาบาลเปาโล, โรงพยาบาลศิขรินทร์, โรงพยาบาลสยามสาขาโชคชัยและนวมินทร์
13. ก่อนขึ้นรถแท็กซี่ถามแท็กซี่ก่อนว่าสนับสนุนพตท. ทักษิณ ชินวัตร ไม่ใช้บรืการแท็กซี่คันนั้นพร้อมให้เหตุผลว่าทำไม
ข้ออื่นนั้นผมเห็นด้วยที่ว่าหากคุณจะ BoyCott ก็กระทำกันเถิดครับ สุดแท้แต่ศรัทธาและความเชื่อของแต่ละคน แต่ข้อสุดท้ายนี้ มันไม่เกี่ยวกับกระเป๋าของนายกฯและพวกพ้อง มันเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ส่วนหากจะอ้างถึงประชาธิปไตย อย่างที่ชอบอ้างกัน มันก็เป็นสิทธิของแท็กซี่ที่เชื่อและรักนายกฯ เราจะรับบริการจากคนไทยด้วยกันที่มีความคิดเห็นทางการเมืองแตกต่างกันไม่ได้เชียวหรือ ฟังดูใจแคบเกินไปหน่อยหรือเปล่า (และการไปอธิบายก็ดูเสี่ยงตายกว่าการขึ้นรถไปด้วยกันโดยไม่พูดคุยเรื่องนี้กันนะผมว่า)
ในร้านแห่งหนึ่งที่คุณเป็นเจ้าของ
หากว่าคุณได้ยินมาว่ามีพนักงานคนหนึ่งในร้านขโมยของ
คุณจะทำอย่างไร
1. ยังไม่มีหลักฐาน แน่นหนา ชัดเจน ทนทุกข์ต่อไปกับความรู้สึกหวาดระแวงว่าพนักงานคนนี้จะขโมยของเราไปเมื่อไหร่ (และก็ไม่รู้ว่าจะได้หลักฐานเมื่อไหร่ หรือแม้กระทั่งยังไม่มั่นใจว่าจะได้หรือเปล่าด้วยซ้ำไป)
2. ไล่ออกไป และทนทุกข์ต่อไปกับความรู้สึกผิดที่ไล่พนักงานออก และมันจะแย่สุด ๆ เวลาที่พนักงานคนดังกล่าวพูดทิ้งท้ายหลังถูกไล่ออกว่า ถ้าเถ้าแก่คิดว่าผมขโมยล่ะก็ เถ้าแก่เข้าใจผิดแล้ว คนอื่นต่างหากที่ขโมย (ซึ่งเราก็ไม่อาจรู้ได้ว่าจริงหรือไม่จริง บางทีพนักงานอาจจะขโมยนั่นแหละ แต่หลอกให้เรากลุ้มเล่น หรืออาจจะอยากลากเพื่อนร่วมก๊วนลงเหวไปด้วยกันก็เป็นได้ ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นก็จะเข้าสู่ Loop นี้เหมือนเดิมอีกรอบหนึ่ง)
และแล้ว และแล้ว ในที่สุดก็มีผู้กล้าเอาชนะมังกรแล้วครับ
ก่อนหน้านี้มีคนลงขันบนเว็บไซต์ได้กว่า 13,xxx ดอลล่าห์ เพื่อมอบให้สำหรับผู้สามารถทำให้เครื่อง Mac/intel สามารถรัน windows XP ได้ (มอบประโยชน์เรื่องนี้ให้อินเตอร์เน็ตล้วน ๆ ) และแล้ววันก่อนก็มีผู้สามารถทำให้เครื่อง Mac/intel รัน Windows XP ได้แล้ว
สงสัยจะได้ถอย MacBook Pro จริง ๆ ซะล่ะม้าง
ปล. ข้อมูลเพิ่มเติมและวิธีทำที่ http://onmac.net
ได้มีโอกาสดู Steamboy หนังการ์ตูนเรื่องใหม่ของ Katsuhiro Otomo ผู้กำกับ Akira และ Memories

Akira (1988) ขึ้นชื่อมากใน America ในแง่ของการ์ตูน Sci-fi ที่หนักแน่น และเลือดสาด สมัยที่ฉายนั้นในอเมริกายังไม่เคยมีการ์ตูนแบบนี้มาก่อน นอกจากนี้ลายเส้นยังเป็นเอกลักษณ์และเทคนิคการทำแอนิเมชั่นก็ล้ำหน้าเอาเสียมาก ๆ
Memories (1995) กำกับร่วมกับอีกหลายคน แต่ถ้าจำไม่ผิดจะเป็น Producer และมีกำกับเอง 1 เรื่องจาก 3 เรื่อง โดยส่วนตัวไม่ค่อยชอบเรื่องที่ Katsuhiro กำกับ แต่ประทับใจเรื่องที่สอง ที่พระเอกทานยาของบริษัทตัวเองเข้าไป แล้วไม่รู้ว่าเป็นยาที่ทำให้ตัวเหม็นและใครได้กลิ่นต้องตาย พระเอกหลับไปตื่นขึ้นมาคนในบริษัทตายเกลี้ยง ไม่รู้ทำไงดีเลยจะกลับบ้านไปหาแม่ซึ่งอยู่ในเมืองหลวง (บริษัทอยู่นอกเมือง) ความโกลาหลจึงเกิดขึ้น เพราะพระเอกไม่ได้กลิ่นเหม็นของตัวเอง หนังตลกร้ายเรื่องนี้สนุกมาก คนสร้างเข้าใจคิดตรงที่มันเป็นเรื่องธรรมชาติที่เราไม่ได้กลิ่นตัวเอง ดังนั้นตลอดทั้งเรื่องพระเอกไม่รู้เลยว่าตัวเองเหม็นแค่ไหน
SteamBoy(2004) เรื่องเล่าถึง “เรย์” เด็กชายตระกูล Steam ในยุคที่เครื่องจักรไอน้ำกำลังรุ่งเรือง และเปลี่ยนยุคสมัยจากการใช้แรงงานสัตว์มาเป็นยุคเครื่องจักร ปู่และพ่อของพระเอกเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เข้าร่วมโครงการสร้างอาวุธสงครามจากเครื่องจักรไอน้ำ แต่ปู่แยกตัวออกมาเพราะทนไม่ไหวกับวิทยาศาสตร์ด้านมืดนี้ แถมแอบเอา SteamBall ลูกเหล็กขนาดประมาณลูกโบลลิ่งที่เก็บแรงดันได้สูงพอจะขับเคลื่อนเครื่องจักรขนาดยักษ์ได้ติดตัวมาด้วย และส่งมอบให้พระเอก หลังจากนี้พระเอกต้องกระเตงลูกเหล็กหนี พร้อมกับได้เรียนรู้ว่า แท้จริงแล้ววิทยาศาสตร์คืออะไร
สิ่งที่น่าประทับใจคือภาพ นอกจากจะสวยแล้ว(จากที่ดูเรื่องนี้กับHowl’s Moving Castle สรุปได้ว่า เทคนิคการ์ตูนแอนิเมชั่นของญี่ปุ่นล้ำหน้าสุด ๆ ว่ากันตามตรงคิดว่าดีกว่าของอเมริกาด้วยซ้ำไป ) การนำเอาระบบสร้างภาพแบบ 3D มาช่วยในการ์ตูน 2D ก็เนียนขึ้นมาก
การออกแบบสถาปัตยกรรมรวมทั้งเครื่องจักรต่าง ๆ ก็เจ๋งเอาเสียมาก ๆ รวมทั้งไอน้ำ ก็ดูมีมิติดี
ในส่วนการดำเนินเรื่องค่อนข้างจะเดินอืดไปหน่อยตามสไตล์ (และยาวถึง 2 ชม. ตามสไตล์อีกเช่นกัน) ฉากแอคชั่นทำได้ตื่นเต้นดี ไอเดียเรื่องสิ่งประดิษฐ์ที่ปรากฎในหนังก็เจ๋งตามมาตรฐานของผู้กำกับอยู่แล้ว
สิ่งที่ติดใจอยู่ซักหน่อยคือจบรวบรัดไปนิด และทางออกของตัวละครแต่ละตัวในตอนท้ายไม่ชัดเจนเท่าไหร่ ตัวหนังค่อนข้างจะมีส่วนดราม่าค่อนข้างมาก ดังนั้นน่าจะจบได้ประทับใจกว่านี้ เพราะสร้างประเด็นขัดแย้งไว้ค่อนข้างหนักแน่นแล้ว น่าเสียดายที่ใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า
งานชุมนุมที่สนามหลวงมีคนเข้าร่วมเท่าไหร่
คงมีหลายคนที่สงสัย เพราะตัวเลขที่แต่ละฝ่ายเคลมกัน
ต่างกันเหลือเกิน (2 พัน กับ 3 แสน?)
อ่านเจอ Blog ที่วิเคราะห์เป็นเรื่องเป็นราว
โดยใช้ Google Earth คำนวณ
แอบเอามาฝากกัน
http://www.fringer.org/?p=97
สรุปรวมเรื่องของการไปเรียน mini-MBA
ว่าด้วยเรื่องของ IMC ซึ่งเป็นการทำการตลาดแบบหลาย ๆ สื่อ
คราวนี้เรียนการตลาดไม่พูดเรื่องการสร้างแบรนด์ก็กระไรอยู่
พออาจารย์ท่านใดพูดถึงการสร้างแบรนด์ ก็จะพูดเหมือน ๆ กันหมด
” เอ่อ การบิวด์แบรนด์เนี่ย ถ้าจะพูดนี่ยาวเลยครับ
คอร์สนี้คงไม่พอ เอาว่าง่าย ๆ ว่าคือเราต้องสร้างความรู้สึกของผู้บริโภค
ไปยึดพื้นที่ในใจของผู้บริโภคให้ได้ เป็นที่หนึ่งในใจของลูกค้าเรา
เป็นที่สองไม่ได้ ไม่มีใครจำที่สองได้ครับ อย่างคุณรู้ไหมว่าใครเหยียบดวงจันทร์เป็นคนแรก”
“นีล อาร์มสตรอง”
“คนที่สองล่ะ”
“…….”

เรียนกับอาจารย์ 7 คน ผมเจอ นีลอาร์มสตรองไป 3 ดอก
ตอนนี้เลยมานั่งท่องว่าเออ คราวหน้าเจออีกนะ
จะตะโกนทันทีเลย
“Buzz Aldrin เป็นคนที่สอง และคนที่ขับยานวนรอบดวงจันทร์คือ Michael Collins ครับ”
(อาจารย์คงตอบว่า อืมเห็นไหมครับว่าส่วนใหญ่ไม่ทราบ ดังนั้น blah blah…)

แต่ที่ติดใจคือ เราจะสามารถหาตัวอย่างที่ดีกว่า นีล ในเรื่องของการเป็นที่หนึ่งได้หรือไม่
เพราะไม่สาแก่ใจเลยที่ใคร ๆ ก็พูดเหมือนกันหมด ผมนั่งนึกนอนนึกมาหลายวันได้ดังนี้ (more…)

ผลงานกำกับล่าสุดจาก จาเร็ด เฮสส์ (ผู้กำกับ Napoleon Dynamite) และเขียนบทโดยคนเขียนบทเรียน The School of Rock นำแสดงโดย Jack Black เจ้าเก่า รับบท”นาโช” เด็กวัดในเม็กซิโกที่ทำงานเป็นพ่อครัวรับใช้หลวงพ่อ แต่เมื่อวันหนึ่งวัดนี้จะล้มละลาย นาโชเลยตัดสินใจแปลงกาย (ตามที่เห็นดังรูป) เพื่อเข้าแข่งขันมวยปล้ำ

เห็นภาพโปรโมทแล้วฮากระจาย เอามาให้ดูกัน
ข้อมูลจาก www.Nacholibre.com และ หนังสือไบโอสโคป
หนังตัวอย่างที่ http://www.apple.com/trailers/paramount/nacholibre/