Skip to content
eYacht | เรื่องมันมีอยู่ว่า

eYacht | เรื่องมันมีอยู่ว่า

ชีวิตเรารื่นรมย์กว่าที่เราเข้าใจเสมอ

  • About Me
  • Archives
  • Search
  • ผลสะท้อนของการชน

    นี่เป็นครั้งแรกที่ซื้อ DVD ก่อนที่หนังเรื่องดังกล่าวจะได้รางวัลออสการ์ ใช่แล้วครับ Crash นั่นเอง ที่เพิ่งได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
    จริง ๆ ซื้อไว้ซักพักแล้วแต่ยังไม่ได้ดู พอเห็นได้รางวัล เลยลัดคิวมาดูก่อนเรื่องอื่น ๆ

    Crash

    หนังกำกับโดย พอล ฮิกกิส ซึ่งเป็นผู้เขียนบท Million Dollar Baby หนังยอดเยี่ยมออสการ์ตัวที่แล้ว ใน MDB ตัวหนังไม่สนุก แต่มันบาดและทิ้งรอยแผลไว้ในความรู้สึกเรา ส่วนความรู้สึกต่อ Crash เป็นอีกอย่าง หนังเรื่องนี้มัน “สนุกมาก”

    หนังเล่าเรื่องได้อย่างคมคาย ทั้งที่เราไม่ได้อยู่ในสังคมเหยียดผิว แต่ก็เข้าถึงได้ไม่ยากนัก ตัวละครหลากหลายตัว ท้าทายให้เราติดตาม และต้องใช้สมาธิค่อนข้างมากในช่วงแรก แต่พอซักพัก เราจะเริ่มสนุกกับการ “ชน” กันของตัวละครแต่ละตัว ซึ่งส่งผลต่อเนื่องเป็นทอด ๆ และทำให้ตัวละครแต่ละตัวขึ้น ๆ ลง ๆ ไปในแบบที่เราคาดเดาไม่ถูก

    ขอบอกอีกครั้ง หนัง “สนุก” จริง ๆ แม้ว่าหน้าปก ดูแล้วหนังจะไม่น่าดู ไม่สนุก เครียด แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลย หนังปราณีเรามาก จบได้น่าประทับใจ ขณะเดียวกันก็ไม่ทำร้ายเราจนเกินไป

    ข้อที่ไม่ค่อยชอบคือ ความบังเอิญที่ดูจงใจไปหน่อย อย่างตอนที่ตำรวจต้องเข้าไปช่วยหญิงสาวที่ติดในรถ แล้วคนที่ติดกลับเป็นผู้หญิง “คนนั้น” อยากรู้ว่าเป็นไงต้องดูเอง อีกข้อคือ เรื่องของชื่อไทยครับ “คน…ผวา” อ่านแล้วอยากจะร้องไห้ ตั้งมาได้ยังไง ยังกับหนังสยองขวัญเกรดบี (ซึ่งมีหลายเว็บที่จัดหนังเรื่องนี้ในหมวดสยองขวัญไปเรียบร้อยแล้ว)

    คุ้มค่ามากกับราคา 159 บาท หาซื้อได้ตามร้านในเครือแกรมมี่ (ผมได้มาจากที่ IMAGINE)

    ปล. ชอบพี่โล้นช่างทำกุญแจสุด ๆ ไปเลย เท่ห์ขาดใจ

    12 March, 2006
  • ปิดตำนาน “ซีอุย”

     

    วันนี้ขับรถไป อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ไปงานแต่งงานเพื่อนมา ระยะทางไปกลับรวมเกือบ ๆ 300 กิโล

    ไอ้นาค พลคำ แต่งกับ น้อย รจนา บุญจูง

    ไอ้นาคเป็นเพื่อนร่วมวงดนตรีสมัยเรียนป.ตรีที่ธรรมศาสตร์ วงเราเล่นแนวฮาร์ดคอร์ แร็พคอร์ เด ธเมทัล มีชื่อวงอย่างไม่เป็นทางการว่า “โยเกิร์ต” ส่วนชื่อวงอย่างเป็นทางการคือ “ซีอุย” (ซึ่งทั้ง หมดนี้ไอ้นาคเป็นคนตั้ง) เคยเล่นเปิดให้น้าแอ๊ดคาราบาวมาแล้วในงานรับน้องมหาวิทยาลัย ไอ้ นาคสวมเสื้อกันหนาวอาดิดาส พร้อมกับแว่นตาดำน้ำ สวมสร้อยคอเป็นป้ายที่แกะมาจากคอ หมาในโรงอาหารว่า ฉีดยาแล้ว กำไมค์บนเวที สำรอกเสียงดัง พร้อมแร็พว่า “เรมาจิน เรมาจิน เร มาจินโต้” เป็นภาษาเขมร แปลเป็นไทยว่าอะไรจำไม่ได้แล้ว ตอนเดินลงจากเวที เห็นน้าแอ๊ดทำ หน้าเอ๋อ ๆ คงสงสัย “แม่งร้องอะไรวะ”

    ชีวิตไอ้นาคมีสิ่งสำคัญอยู่ 2 อย่าง การแต่งเพลง กับ CM (Champion Manager เกมส์จัดการ ทีมฟุตบอลชื่อดังบนคอมพ์) เพลงส่วนใหญ่ที่เล่นกันในวงเป็นเพลงที่ไอ้นาคแต่งขึ้นมา เพลงที่ ดังที่สุดของวงเราชื่อว่า “ปอดบวม” (ดังที่สุด ไม่ได้หมายความว่าใคร ๆ ก็รู้จักและชื่นชอบนะครับ แต่ดังกว่าเพลงอื่น ๆ แค่นั้นเอง) มีท่อนฮุคว่า “หน้าอกเธอ ไม่ธรรมดา ฉันเห็นเธอ จนคับลูกตา คิดว่าเธอนั้นหนา…….. เป็นโรคปอดบวม”

    เพลงที่เล่นบ่อยรองลงมาชื่อว่า “เพลงสุดท้าย” มีครั้งนึงที่เรามีโปรแกรมเล่นกัน 10 เพลงในงาน เปิดหอพักของม. หลังจากที่ผู้ฟังต้องทนฟังเพลงฮาร์ดคอร์มา 4 เพลง ไอ้นาคก็ประกาศว่าต่อไป เป็น “เพลงสุดท้าย” ผู้ฟังเฮกันลั่น แต่ก็ต้องหน้าจ๋อยเมื่อไอ้นาคประกาศต่อว่า เป็นชื่อเพลงครับ ส่วนวงเราจะเล่นต่อไปอีก 5 เพลง อย่าเพิ่งดีใจไป

    วันนี้ งานแต่งไอ้นาคจัดกลางสนามฟุตบอลโรงเรียนบ้านสะเดาใหญ่ เป็นโต๊ะจีนประมาณ 50 โต๊ะ ไอ้นาคมาในชุดสูทสีดำ กับเจ้าสาวในชุดสีขาวสะอาดตา ไม่น่าเชื่อว่า ผู้ชายที่สวมเสื้อกั๊กสีชมพู พร้อมลายปากกาเคมีเขียนเต็มเสื้อเป็นลายยันต์ที่วาดหวัด ๆ พร้อมกับรูปหัวควาย เดินโหวกเหวก โวยวายในหอ จะยืนอยู่บนเวทีได้เป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้

    นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเป็นฝ่ายนั่งดูนาคบนเวที โดยไม่ได้ขึ้นไปตีกลองให้มันร้องเพลง

    งานผ่านไปด้วยดีจนถึงตอนที่พิธีกรถามเจ้าบ่าวว่าจีบเจ้าสาวยังไง
    ไอ้นาคตอบว่า “หลังจากผมเรียนจบ ผมก็ทำงานเก็บหอมรอมริบ จนได้บ้านมาหนึ่งหลัง (ปูเด็ก ฟิสิกส์บอกว่าบ้านไอ้นาคที่ระยองสวยมาก) หลังจากนั้นผมก็เริ่มคิดจะสร้างครอบครัว การหาคู่ ครองก็เหมือนกับการจัดการทีมฟุตบอลครับ ก่อนอื่นเราต้องมีทุนก่อน ซึ่งตอนนี้ผมมีพร้อมแล้ว หลังจากนั้นเราก็ต้องหานักเตะ (ถึงตอนนี้เราทั้งโต๊ะฮากลิ้ง) ซึ่งจะหานักเตะได้ก็ต้องมีแมวมอง ผมก็มีแมวมองแจ้งชื่อกับเบอร์โทรศัพท์มาให้ หลังจากนั้นก็โทรไปจีบน้อยครับ ……..แล้วหลัง จากนั้นก็ตกลงปลงใจแต่งงานกัน”

    วันนี้ก่อนกลับผมบอกนาคว่า “คืนนี้อย่าลืมทำแฮททริกซ์ล่ะ” และกำชับเพื่อน ๆ ที่เหมารถตู้ จากกรุงเทพฯ มางานแต่งของไอ้นาคที่ศรีสะเกษ และจะค้างที่บ้านไอ้นาคว่า “คืนนี้อย่าลืมไป เป่านกหวีดเปิดสนามให้มันล่ะ”

    ผมขับรถฝ่าความมืดมาด้วยความเร็ว 100 กม./ชม. พร้อมกับคิดถึงหน้าตาแหย ๆ ของคนฟัง ตอนต้องทนฟังเวลาวงซีอุยขึ้นเล่น แล้วหัวเราะออกมาเบา ๆ คนเดียว

    11 March, 2006
  • ดื่มสุราผิดศีลข้อ 5

    บางอย่างที่ได้จากการเรียน IMC

    7-11 ที่ขายดีที่สุดในประเทศอยู่ที่ท่าพระจันทร์ จริง ๆ ก็ไปมาหลายครั้งสมัยเรียน ก็พอรู้ว่าขายดี แต่ไม่คิดว่าดีที่สุดในประเทศ (ว่ากันว่าค่าเช่ารูเล็ก ๆ นั้น ประมาณ 200,000 บาทต่อเดือน)

    เหล้าต้องสื่อสารลูกค้าตัวเองด้วย Print Ads มากขึ้น เพราะว่าถูกจำกัด ด้านการสื่อสารด้วยโทรทัศน์ (ห้ามออกอากาศก่อน 4 ทุ่ม) ดังนั้นจะเห็นคัทเอาท์ใหญ่ ๆ ของเครื่องดื่มแอลกอฮอร์เพียบ เท่าที่่สังเกตุตอนนี้ในส่วนคัทเอาท์ คำที่ต้องโปรยข้อเสียของเหล้าในโฆษณา(ตามกฎหมายต้องทำที่คาดใหญ่ ๆ เหนือโฆษณาน่ะ) คำที่น่าจะดีที่สุดตอนนี้คือ ดื่มสุราผิดศีลข้อ 5 เชื่อว่าเพราะฟังดูแล้วไม่รุนแรงเหมือนพวก ขับรถแล้วตาย ทำให้ขาดสติ อะไรประมาณนั้น ตลกไหมที่เราให้น้ำหนักการผิดศึลน้อยมาก

    ประเทศไทยมีเกย์ราว 3 ล้านคน กลุ่มนี้เป็นตลาดที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นตลาดที่น่าสนใจ

    Dtac วางการตลาดเป็นที่ 2 ตลอดมา ไม่คิดจะเอาชนะ AIS แต่จะไม่ยอมเสียเก้าอี้ตัวนี้ให้ TRUE move โดยเด็ดขาด (ผมใช้ Dtac และฟังแล้วชอบไอเดียนี้แฮะ)

    10 March, 2006
  • อินวิซิเบิลฟิล์ม คำพิพากษาของบ้านนอก

    อยากดู Invisible Waves อย่างแรง
    หนังคุณเป็นเอก ดูมาทุกเรื่อง
    เพื่อรักษาคอนเซ็ปต์ เรื่องนี้ต้องดูให้ได้
    และต้องดูในโรงเท่านั้น
    เพราะทุกเรื่องที่ผ่านมาดูในโรงหมด
    (ยกเว้นเรื่องฝันบ้าฯ แฮะ ลืมไป)

    โทรไปเช็ครอบกับเมเจอร์อุบลฯ
    โรงบอกว่ายังไม่เข้าอุบลฯ
    เดี๋ยวนี้หนังช้าหน่อย เพราะว่ารอฟิล์มจากกทมฯ
    ใครบอกว่าเข้าเชนของแบรนด์ใหญ่แล้วดี
    ตอนนี้เลยต้องรอฟิล์มเก่าจากกรุงเทพฯ
    พอเวลาเข้าแล้วกลัวอดดู เพราะไม่รู้ว่ามันเข้า
    ผมว่าการตลาดนี่ผิดวิธีแฮะ
    คือคุณโหมโฆษณาสร้่างดีมานด์
    แต่ไม่มีซัพพลาย
    เหมือนยิงโฆษณาซันไลท์ไปทั่วประเทศ
    แต่พอคนไปหาซื้อกลับไม่มีบนชั้น
    อย่างนี้หนังไทยมันจะไม่เจ๊งได้ไง
    (เอ หรือเพราะเป็นหนังของ five Star หรือเปล่าหว่า)

    เซ็ง

    10 March, 2006
  • Press Any Key to Continued…

    หลายคนคงคุ้น ๆ มุขนี้กัน
    ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ขึ้นว่า Press Any Key
    ตัวละครก็ส่งมุขว่า อ้าวทำไมนายไม่กดล่ะ
    แล้วตัวละครที่ทึ่มที่สุดตอบกลับว่า ฉันหาปุ่มที่เรียกว่า Any ไม่เจอ

    วันก่อนเปิดเว็บบริษัท Art. Lebedev Studio
    ซึ่งเป็นบริษัทออกแบบข้าวของต่าง ๆ มากมาย
    บริษัทได้ออกแบบเครื่อง Opimus mini Three Keyboard
    ตัวเครื่องจะประกอบด้วยดีย์ปุ่มลัด 3 ปุ่ม
    แต่ละปุ่มจะเป็นจอภาพเล็ก ๆ สามารถเปลี่ยนไปตามโปรแกรมที่เราใช้งาน
    อย่างถ้าเราใช้ Microsoft Word สามปุ่มก็เป็น New Open Save
    หรือถ้าเป็น iTunes ก็เป็นปุ่ม FWD Play FF สามปุ่ม
    ต้องลองเองจะเข้าใจง่ายกว่าที่
    http://www.artlebedev.com/portfolio/optimus-mini/
    ที่ต้องหัวเราะชอบใจคือมันมีชุดปุ่มที่ชื่อว่า Any Keys
    พอเลือกปุ่มทั้งสามก็มีคำว่า Any Any Any ขึ้นให้
    สำหรับกดเวลาเครื่องร้องว่ากรุณากด “Any Key”


    คิดได้ไงเนี่ย

    7 March, 2006
  • Taxi

    คิดว่าหลาย ๆ คนคงเคยทำ
    การขึ้นรถแท็กซี่ไปกัน 4-5 คน
    แล้วก็ให้แท็กซี่ทยอยส่งทีละคนจนครบ

    คำถามคือ แท็กซี่ควรกดมิเตอร์ใหม่ตอนที่ส่งแต่ละคนลงหรือไม่

    หากมองในมุมของผู้บริโภค ซึ่งก็หมายถึงผู้โดยสารแล้ว ก็ฟังดูไม่ควรนะครับ ในเมื่อแท็กซี่ก็ได้ค่ารถตลอดเวลาอยู่แล้ว (ซึ่งก็น่าจะครบถ้วนสมบูรณ์ในแง่ของการที่มิเตอร์ก็วิ่งตลอดเวลา) และหากคุณไม่ยอมรับการคิดตังค์แบบนี้ ก็ไม่ต้องรับพวกเรา พวกเราจะเลือกคันอื่นที่ยอมรับได้

    ———

    ตั้งแต่เกิดจนจบมหาวิทยาลัย ผมไม่เคยทิปพนักงานเสิร์ฟเลยในชีวิต แถมยังมองในแง่ร้ายเสียอีกว่า คนที่จ่ายเงินเกินจากอาหารที่ทาน ช่างไม่รู้คุณค่าของเงินเอาเสียเลย จนกระทั่งได้มีโอกาสมาทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟเสียเอง ในวันที่ยังไม่เคยทิปเงินใคร แต่ได้รับทิปเป็นครั้งแรกในชีวิต(แทน)นั้น ไม่รู้จะพูดยังไงแต่มันซาบซึ้งแฮะ มันไม่เหมือนกรณีที่พ่อแม่ควักกระเป๋าเงินให้เราไปซื้อขนม แต่เป็นใครก็ไม่รู้ ที่เราบริการเก้ ๆ กัง ๆ ไป แล้วเค้าก็หยิบตังค์ให้เราก่อนจากกัน 20 บาท … มันดีใจบอกไม่ถูก

    หลังจากวันนั้น หากพนักงานเสิร์ฟไม่ได้บริการห่วยแตกจนเกินไป ผมก็จะให้ทิปเสมอ ๆ (อันนี้ต้องออกตัวก่อนด้วยว่า ผมเองเป็นชนชั้นกลางที่พอมีพอใช้ ดังนั้นหากคนอ่านท่านอื่นที่ไม่ได้พอมีพอใ้ช้ การไม่จ่ายทิปก็ไม่ได้เป็นเรื่องคอขาดบาดตายอะไร) เวลามีใครทักว่า เฮ้ยมึงทิปด้วยเหรอ, เออ ถ้าไม่เคยเป็นบริกรไม่รู้หรอกว่ะว่ามันสำคัญ

    พนักงานเสิร์ฟจะเป็นส่วนที่ได้รับเงินเดือนน้อยที่สุดในร้าน ด้วยค่าที่ว่าเป็นงานที่สามารถหาบุคลากรมาทดแทนได้ง่าย ไม่ต้องใช้ความสามารถพิเศษมากนัก และ มีเงินค่าทิปเป็นส่วนเสริมของรายได้อยู่แล้ว ร้านอาหารจึงกดเงินเดือนพนักงานเสิร์ฟไว้ เพื่อให้ขยันขันแข็งในการให้บริการ เพื่อเงินค่าทิปที่จะเอามาเพิ่มเติมจากเงินเดือนอันน้อยนิดนั้น

    ———-

    กลับมาที่เรื่องแท็กซึี่ หลังจากวันที่ผมเริ่มทิปในครั้งนั้น ผมก็รู้สึิก”รับได้” หากว่าค่าแท็กซี่ 105 บาท จ่ายไป 120 แล้วจะไม่มีเงินทอนกลับมา (แค่”รับได้”นะครับ หากว่าได้ทอนก็ดี วัฒนธรรมการทิปสำหรับแท็กซี่ไม่เป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติทุกครั้ง)

    ดังนั้นเอง ผมมีความเห็นว่า ในกรณีที่เราส่งเพื่อน ๆ เราทีละคน ในกรณีที่บ้านเพื่อนเราอยู่ในตรอกซอกซอย ซึ่งยากลำบากพอสมควร แท็กซี่ควรได้เงินพิเศษจากปกติบ้าง แต่กรณีที่แวะส่งตามถนนที่ผ่านอยู่แล้วก็คิดว่าไม่จำเป็นนัก

    มองในมุมถ้าเราเป็นคนขับแท็กซี่ คิดว่าเราอยากได้เงินเพิ่มไหม มันขนเพื่อนมาเป็นฝูง เพื่อให้เราพาไปส่งแต่ละที่ แต่ได้เงินเท่าเดิมตลอด

    หลายคนคงเถียงว่า ยังไง คุณก็ได้เงินจากมิเตอร์ตลอด ก็ไม่เห็นเสียเปรียบตรงไหน ใช่ครับ เป็นเรื่องที่ถูกต้องที่คนขับไม่ควรได้ แต่ความรู้สึกอยากได้นี่ห้ามกันไม่ได้นะครับ

    หากคุณและเพื่อน ๆ ไม่ได้นั่งรวมกันในรถ แล้วแยกย้ายกันไปคนละคัน ทุกคนก็ต้องจ่าย 35 ค่ากดมิเตอร์ครั้งแรกไม่ใช่หรือ ดังนั้นแล้วมันน่าเศร้าไหมที่คนขับแท็กซี่ที่ทยอยส่งผู้โดยสารทีละคน ๆ ไม่มีสิทธิ์ที่จะได้

    ผมค่อนข้างมั่นใจว่า คนที่อ่านเกือบทั้งหมดจะไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ดี จากนี้ไปหลายปี หวังว่าหากประสบเรื่องราวคล้ายกับเรื่องนี้ ก็ขอให้ได้ฉุกคิดว่าเคยอ่านเรื่องราวอีกแง่มุมหนึ่ง จากซักที่ไหนซักแห่งเมื่อนานมาแล้ว

    3 March, 2006
  • ไฟฟ้าเลหลัง ขายต่ำกว่าทุน

    คลาสที่เรียน IMC ที่เรียนช่วงเสาร์ อาทิตย์
    ในคลาสมีเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้าด้วย
    เดี๋ยวนี้การไฟฟ้าเองก็ต้องทำการตลาดด้วยเหมือนกัน

    ประเด็นมันอยู่ที่ว่าไม่รู้เรียนกันอีท่าไหน
    ทางอาจารย์ถามทางเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าว่า
    เพราะอะไรไม่อยากเป็นบริษัท
    เจ้าหน้าที่รีบชี้แจงใหญ่เลยว่า ปัจจุบันการไฟฟ้าขาดทุน
    การไฟฟ้าขายไฟฟ้าในราคาที่ต่ำกว่าทุน
    เพื่อให้ประชาชนสามารถซื้อไฟฟ้าได้ในราคาไม่แพง
    ดังนั้นหากกลายเป็นรัฐวิสาหกิจล่ะก็
    จะทำให้ค่าไฟกลับกลายเป็นแพงขึ้น ประชาชนลำบาก

    อาจารย์สวนกลับมาในทันทีว่า
    “แล้วคิดว่าการที่การไฟฟ้าขาดทุนนี่มันดีจริงเหรอครับ”
    จากนั้นแกก็ไม่ได้สาธยาย อธิบายอะไรต่อไปเท่าไหร่

    โดยส่วนตัวผมเองก็ไม่เห็นในการเปลี่ยนกฟผ.นะครับ
    แต่เป็นในแง่ที่ว่าสาธารณูปโภคพื้นฐานนั้นควรจะเป็นของรัฐ
    เพื่อประกันว่าไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น
    ประชาชนยังจะได้รับบริการในส่วนนี้อยู่
    ไม่ได้มองในแง่ว่าไฟมันจะถูกหรือแพง
    (อาจเพราะเป็นชนชั้นกลางมั๊ง เลยไม่สนใจเท่าไหร่)

    แต่สิ่งที่อาจารย์พูดก็น่าสนใจ
    เราคิดว่ามันเป็นการบริหารองค์กรที่ถูกต้องแล้วหรือ
    การที่ทางกฟผ. บริหารองค์กรแล้วขาดทุน
    นั่นเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจและยกย่องแล้วหรือเปล่า

    เราใช้ทุนมหาศาลในการโปรโมทแคมเปญรวมพลัง หารสอง
    เราเปิดแคมเปญหากใช้ไฟฟ้าน้อยลง ได้ส่วนลดเป็นอ้้ตราก้าวหน้า
    การขึ้นค่าไฟก็เป็นอีกทางนึง ที่จะทำให้ประชาชนใช้ไฟน้อยลง(หรือเปล่า)
    มันอาจเป็นวิธีที่ไม่ดีนัก อาจมีผลกระทบในแง่ของการเติบโตของเศรษฐกิจ
    มีปัญหาเรื่องการประท้วงโวยวาย ฯลฯ
    แต่มันก็เป็นอีกทางหนึ่งที่น่าพิจารณาและสมเหตุสมผลด้วยประการทั้งปวง

    ก็ในเมื่อหากองค์กรขาดทุนไปเรื่อย ๆ
    แล้วองค์กรมันจะก้าวหน้าไปได้อย่างไร

    26 February, 2006
  • Stop Stop Stop … Motion

    วันนี้ได้ดู Tim Burton’s Corpse Bride
    ดูจนจบเพิ่งรู้ว่าเป็น Stop motion ไม่ใช่ 3D Animation
    น่าอายชะมัด ทั้ง ๆ ที่ก็เอะใจอยู่
    แต่มันเนียนจนตัดสินใจไม่ได้
    ว่านี่มัน Stop Motion หรือ CGI กันแน่

    เนื้อเรื่องงั้น ๆ ชอบตอนจบเป็นพิเศษ เพราะบรรยากาศมันหม่นมืด
    แต่จบได้เจิดจ้าดี

    มองในแง่ของเทคนิคแล้ว เรื่องนี้ระดับเทพ
    ปล. ต้องรีบหา Wallace มาดูแล้วล่ะ กำลังอินได้ที่

    26 February, 2006
  • ยุบกะลา ไม่เลือกใคร

    ยุบสภาแล้วครับ

    แปลว่าเดือนเม.ย. ต้องเลือกกันใหม่
    เป็นทางเลือกที่ฉลาดมากของทักษิณ
    เพราะปล่อยไปก็มีแต่เสียกับเสีย
    สู้ดี ปิดเกม แล้วเปิดกระดานใหม่
    กระดานที่ถ้าวางแผนดี ๆ ก็สามารถชนะได้
    คิดดูสิ ขนาดเลว ๆ อย่างจอร์ช บุช ยังได้ปธน.รอบ 2
    อย่างพี่ไทยจะเหลือเหรอ
    (ไม่ได้ว่าทักษิณเลวนะครับ
    แค่ยกตัวอย่างว่าผู้นำที่ขาดจริยธรรมเนี่ย
    ยังได้เป็นผู้นำรอบ 2 จนได้
    …. เอ ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้ว่าทักษิณ)

    คิดว่าไม่เคยเล่า ในการเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมา
    ผมกา ไม่เลือกใคร ซักคนเดียว
    หลายคนติงว่า เฮ้ย เสียของ เสียสิทธิ์
    แต่ความคิดผมคือ ก็ในเมื่อมันไม่มีใครน่าเลือก
    จะให้เลือกใคร(วะ) ก็กาให้เค้ารู้กันว่า
    ไม่มีใครน่าเลือกเลย (โว้ย)

    สมมุติว่าทุกคนรู้สึกว่า นักการเมืองมันไม่เข้าท่าซักคน
    แล้วทุกคนลงไม่เลือกใคร
    นักการเมืองทุกคน ไม่มีคะแนนเลยซักเสียง
    คิดว่านักการเมืองคงต้องลาไปขายกล้วยแขก
    เพราะเข้าใจแล้วว่าไม่มีใครเห็นค่า

    โอเค ยอมรับว่าเพ้อฝัน
    แต่ผมก็สุขใจที่ได้ทำอย่างนี้
    ได้คิดอย่างนี้
    ส่วนใครจะเป็นรัฐบาล
    ก็ให้อีก 59,999,999 ล้านคนที่เหลือตัดสินก็แล้วกัน

    25 February, 2006
  • PowerBook 50″

    ถ้าใครติดตามเป็นสาวกจะทราบดีว่า
    Powerbook เป็นรุ่นแรกที่มีจอใหญ่ที่สุดคือ 17 นิ้ว
    Powerbook เป็น Notebook รุ่นแรกที่เป็นจอ Wide Screen
    ประมาณนั้น
    รูปนี้เจอในบอร์ดเห็นตลกดีเลยเอามาลง


    ในภาพเป็น Powerbook จอขนาด 50 นิ้ว (โคตรบ้า)
    ปล. วันที่ 28 ก.พ. นี้ ท่านผู้นำประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่(อีกแล้ว)
    คาดกันว่าอาจจะเป็น Mac mini ตัวใหม่ ที่เป็น Entertainment เต็มรูปแบบ
    กับ iBook รุ่นใหม่ จอ 13.3 นิ้ว จอ Wide
    ก็ลุ้นกันต่อไป

    23 February, 2006
←Previous Page
1 … 33 34 35 36 37 … 39
Next Page→

eYacht | เรื่องมันมีอยู่ว่า

ชีวิตเรารื่นรมย์กว่าที่เราเข้าใจเสมอ

  • Blog
  • About
  • Search

2026 Copyright Reserved