เป็นโฆษณาที่เท่ห์มาก อดไม่ได้จนต้องเอามาลง (จริง ๆ หากินกับการโพสต์วีดีโอไปวัน ๆ )
-
Get A Mac ( Jojo’s Bizarre Adventure Version )
ดูแล้วชอบมาก Dio (ในชุดเมทอันน่าสะพรึงกลัว) หยุดเวลาด้วย Blue Screen of Death คิดได้ไง
ใครสงสัยว่ามาจากไหนต้องดูนี่ประกอบ Jojo’s Bizarre Adventure – WRYYYYYYYY
-
เนื้อเพลง Sick (ป่วย) by Jroc (Thaitanium) Lyric
แกะเนื้อเพลง Sick (ป่วย) ของ Jroc จาก Thaitanium Compilation da beginning ถูกบ้าง ผิดบ้างแนะได้เลย อย่างท่อนฮุคนี่ไม่แน่ใจว่าร้องว่า นี่ก็ป่วยสาด หรือ nigga ป่วยสาด เอาเป็นว่าแสดงความคิดเห็นได้ครับ
ศรีธัญญาหลังคาแดง
แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับนาฬิการาคาแพง
แล้วมันเกี่ยว อะไรกับภาษาที่จับมาแปลงพลิกแพลง
Slang ทะแยง So น้อง โอ๊ะ นอนตะแคงนี่ก็ป่วยสาด ป่วยสาด
ก็หมอกูวินิจฉัย Rhyme กูน่าพิศมัย
พ่นอิทธิฤทธิ์ออกไมค์ ความวิปริตอย่าให้บอกใคร
กระแทกเข้ามา 2 3 จอกอะเดี๋ยวกูจะบอกให้
ผสม Sound โรคจิตวิตถาร
ฤทธิ์กามโปรดใช้จินตนาการคิดตาม
Fuck da วิจารณญาณ
หน้าปกมันก็บอกอยู่แล้ว Contain Sick Rhyme
ป่วย สาด … ก็Rhyme แม่งโคตร Sick
ประสบกามนิด ๆ บวกทรามนิด ๆ
บางทีก็ลามปามนิด ๆ
อะ So What แล้วแต่มึงคิดว่ากูน่ะวิปริต
หรือกูไม่มีสิทธิ์ที่จะคิด Man
http://www.Lamfa.com/eYachtนี่ก็ป่วยสาดป่วยสาด นี่ก็ป่วยสาดป่วยสาด นี่ก็ป่วยสาดป่วยสาด
กูน่ะป่วยสัตว์ใครช่วยเรียกรถพยาบาลที
นี่ก็ป่วยสาดป่วยสาด นี่ก็ป่วยสาดป่วยสาด นี่ก็ป่วยสาดป่วยสาด
สมองกูน่ะป่วยสัตว์ใครช่วยเรียกนางพยาบาลที -
Museum of Siam พิพิธภัณฑ์สยาม

แวะไปมาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากได้ยิน คำร่ำลือ มา อย่าง ท่วมท้นเดินดูแล้วรู้สึกเท่ห์มากที่ได้เกิดมาบนแผ่นดินที่มีพิพิธภัณฑ์แบบนี้ตั้งอยู่ ขอบคุณสำนักนายกรัฐมนตรี (ไม่ว่าจะเป็นชุดใดก็แล้วแต่) ที่ได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นมา
ขอชื่นชมและขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกคน
ปัจจุบันนี้เก็บค่าเข้าชมแล้ว แต่ผมเชื่อว่ามันไม่แพงเลย เมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้กลับมา
ปล.ขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เก็บกระเป๋าที่ลืมไว้ให้ และยอมเปิดให้เข้าส่วนของพิพิธภัณฑ์ชั่วคราว(ลูกปัด) ทั้งที่หมดเวลาทำการแล้ว
พิพิธภัณฑ์สยาม http://www.ndmi.or.th
ผู้คิดคอนเซปต์ http://storyinc.co.nz
ผู้ดูแลโปรดักชั่นและจัดการโครงการฯ http://www.picothai.com/
ผู้ออกแบบ http://www.designlab.co.th
-
หอศิลป์ กรุงเทพ
ชื่อเต็ม ๆ ว่า หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อวานแวะไปเดินมาครับ น่าดีใจที่เรามีอะไรแบบนี้
- คนเยอะกว่าที่คิดมาก น่าจะเพราะมีการแสดงภาพถ่ายจากงานประกวดของสมาคมภาพถ่ายด้านล่าง (กำลังจัดกัน) เลยคึกคักเป็นพิเศษ
- นักศึกษาปี 4 ม.กรุงเทพฯมาจัดแสดง Thesis ในชื่อหัวข้อ OH ที่ชั้น 4 จากการสอบถาม ทางหอศิลป์จะขอให้ส่งรายละเอียดงานมาให้ตรวจก่อน จากนั้นก็ระบุวันที่จะจัดแสดง ที่สำคัญไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการมาแสดงงาน
- จากการสอบถามแม่บ้าน ที่นี่เปิด 10.00 – 21.00 น. หยุดวันจันทร์ตามธรรมเนียม และเย็นวันศุกร์จะมีนักเรียนมาเดินเยอะ น่าดีใจแทน
- หอศิลป์สร้างขึ้นมาโดยมีสถาปัตยกรรมที่ดี ใช้แสงจากภาพนอกเพื่อประหยัดไฟ โถงโล่งตรงกลางมองได้จนถึงพื้นชั้น 1 ลดความอึดอัด แม้จะหน้าตาดูเหมือนที่กักเกนไฮม์ นิวยอร์คไปบ้าง (จริง ๆ ก็เยอะอยู่) แต่ไม่เป็นไร ๆ ทุกอย่างต้องมีการเริ่มต้น
- เว็บไซต์ของหอศิลป์ สวยดีแต่ยังไม่สุดยอด รูปน้อยไปหน่อย ไม่ค่อยเรียกแขก ตัวหนังสือเล็กไปหน่อย ที่น่าชมเชยคือใช้ฟอนต์เดียวกันกับที่หอศิลป์ใช้ในการแสดงงาน ดูสอดคล้องกันดี
- โลโก้สวยดี น่าจะเล่นได้มากกว่านี้ เอามาทำของที่ระลึกขายได้
- ร้านขายของที่ระลึกยังไม่เปิด เห็นพี่รปภ.บอกว่ากำลังทำอยู่ แต่ยังไม่มีกำหนดเปิด อยากได้เข็มกลัดลายที่เป็นรูปโลโก้อ่ะ
- ส่วนตัวคิดว่าทางหอศิลป์สามารถเก็บเงินค่าเข้ากับผู้ใหญ่ในราคาไม่แพงนักได้ (ผมยินดีที่จะจ่ายนะ) ฟรีสำหรับนักเรียนที่มีบัตรนักเรียน ทำระบบสมาชิกให้เข้มแข็ง(แจ้งข่าวสาร, ส่วนลดของที่ระลึก, ลดราคาค่าเข้าชม) สร้างรายได้จากการขายของที่ระลึก การสำเนาภาพสำหรับผู้ที่อยากได้ เพื่อสร้างรายได้มาหมุนเวียนเลี้ยงตัวเอง ทำได้น่าจะดีมาก ๆ
- งานก่อสร้างไม่ค่อยเรียบร้อย เห็นรอยโป้วสี, งานทาสีหยาบ ๆ หลายจุด น่าเสียดาย
- ห้องจัดแสดงงานไม่ค่อยต่อเนื่องกัน บริเวณชั้น 2-3 ที่เป็นห้องกระจก ถูกออกแบบมาทำให้การแสดงงานไม่ค่อยเชื่อมต่อกัน เราต้องเดินเข้าห้องแล้วกลับออกทางเดิม เพื่อเข้าห้องถัดไปให้ความรู้สึกไม่ค่อยต่อเนื่องเวลาดูงานเท่าที่ควร ทางออกน่าจะเชื่อมไปยังห้องถัดไปได้ในทันที
- ทางลาดชันวนขึ้นบริเวณชั้น 5-7 ชันไปหน่อย คงเพราะเส้นรอบวงของอาคารแคบไปนิด
- งานที่จัดแสดงเน้นภาพถ่ายมากไปหน่อย อยากให้มีความหลากหลายมากกว่านี้ ทั้งงานปั้น งาน Installation ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนจะยินดีมอบงานให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย หากได้มาจัดแสดงที่นี่
- ขอชี้ชวนให้แวะไปครับ ไปง่าย (ทางเชื่อมรถไฟฟ้า BTS ทะลุเข้าไปได้เลย) ได้เสพงานจรรโลงใจ แถมไม่เสียตังค์
-
ความเท่าเทียม
ส่วนตัวแล้วไม่ได้อยู่ฝ่ายพันธมิตร หรือ นปช. เดี๋ยวนี้ต้องเรียกฝ่ายเหลือง กับแดง สินะ แต่อ่านเจอบล็อกเอนทรี่นี้แล้วรู้สึกชอบ เข้าใจง่าย ได้ประเด็น
-
ศาสตร์เอ้ย
ที่ร้านเป็นตัวแทนของ canon ทำให้เราตกแต่งร้านเป็นสีแดง และเสื้อพนักงานเป็นสีแดง จริง ๆ แล้วก็มีปัญหากันบ้างตามสมควร อย่างเวลาไปทานอาหารจะถูกมองด้วยสายตาแปลก ๆ หรือระหว่างที่ขี่มอเตอร์ไซค์ติดไฟแดงอยู่ ก็มีคนที่ร้านเคยถูกคนบนรถกระบะเรียกขึ้นรถไปร่วมชุมนุม ฯลฯ อย่างไรก็ดียังไม่เคยเกิดปัญหาที่แย่ ๆ อะไร อย่างเช่นโดนทำร้าย หรือ ถูกสบถด่า
หลายวันก่อนพนักงานที่ร้าน 2 คนขับรถไปรับของที่มหาวิทยาลัยอุบลฯ รถที่ร้านจะติดสติ๊กเกอร์ชื่อร้าน โลโก้ canon และรูปพอลล่า ใครเห็นก็จะทราบได้ทันที เพราะเราใช้รูปแบบสติ๊กเกอร์นี้มาราว ๆ ซัก 2 ปีเห็นจะได้
ปัญหาคือทาง มหาวิทยาลัยอุบล ไม่อนุญาตให้พนักงานเข้าไปในมหาวิทยาลัยได้ เนื่องจากพนักงานที่ร้านสวมเสื้อแดง
นี่เราอยู่ในยุคกลางที่คนล่าแม่มดกันหรืออย่างไรวะครับ
ศาสตร์ร์ร์ร์….
(เป็นขั้นสุภาพกว่าของสาดดด) -
สัปดาห์หนังสือ

หนังสือที่ได้จากสัปดาห์หนังสือปีนี้ หลังจากไปตะลุยเดินอยู่ 4 ชั่วโมง หอบหนังสือจนขาลากพบเรื่องที่น่าสนใจหลายอย่าง
- คนที่เรียนป.โทด้วยกันสนใจงานสัปดาห์หนังสือน้อยจนน่าใจหาย (ไม่แน่ใจว่าเพราะผมเป็นคนต่างจังหวัดหรือเปล่า เลยกรี๊ดกร๊าดเป็นพิเศษ เพราะแถวบ้านไม่มี)
- ผมสนใจอ่านหนังสือวรรณกรรมน้อยลงมาก (เมื่อก่อนอ่านเรื่องสั้นเยอะ ยิ่งอินดี้ยิ่งชอบ)
- ผมเสี่ยงน้อยลง หากไม่ใช่นักเขียนที่รู้จัก หรือเคยอ่านจะไม่ค่อยกล้าซื้อ
- ผมสนใจหนังสือเรื่องธุรกิจมากขึ้น และใจถึงกับหนังสือเหล่านี้มากกว่าหนังสือวรรณกรรม (เศร้าเล็กน้อย)
- หนังสือที่รู้สึกโดนใจในงาน ส่วนใหญ่ซื้อตามร้านหนังสือไปหมดแล้ว และในงานนี้ไม่ค่อยมีหนังสือปกใหม่ ๆ ที่โดนใจเท่าไหร่
- ค่าความเสียหายน่าจะเกือบ ๆ 3 พันได้มั้ง ลืมนับเงินก่อนเข้างาน แต่ที่แน่ ๆ กดมา 2500 ไม่พอใช้ต้องไปกดอีกรอบ
- หนังสือธุรกิจแพง หนังสือการ์ตูนก็แพง แต่ก็ซื้อ
- งานนี้หนังสือการ์ตูนเยอะขึ้น นักเขียนการ์ตูนไทยหาที่ทางได้เยอะขึ้นมาก (รู้สึกเป็นห่วง mud จังเลย สู้เค้านะครับพี่คุ่น)
- งานนี้เจอนิ้วกลม (ดีใจอย่างแรง ได้ลายเซ็นด้วย คุยกันนิดหน่อย บอกว่าพี่เขียนหนังสือโคตรเก่งเลยครับ พี่แกคงกินข้าวอร่อยไปสามล้านปีแสง ; ผมรู้สึกอย่างที่พูดจริง ๆ นะครับ), เจอคุณทรงวิทย์ สี่กิติกุล โดยบังเอิญ ได้ลายเซ็นด้วย, เห็นบก. Let’s, เห็นคุณโหน่ง (วงศ์ทนงค์) (คนนี้ไม่่ค่อยตื่นเต้นแล้ว)
- Let’s Comic เล่มใหญ่เลิกแล้ว เปลี่ยนเป็น Bookazine แทน ขายราคาเป็นสองเท่าของเล่มเดิม ลุยอุดหนุนกันต่อไป โย่ว!
- สำนักพิมพ์แจ่มใส คือนครเมกกะของเด็กสาว ม.ต้น คนเยอะมากกกกกกก
- สำนักพิมพ์ a book ทอนเงินช้าที่สุดในงาน, นิ้วกลมอยู่บูธ Full Stop, คุณวินทร์ เลียววารินท์ มีบูธเป็นของตัวเองใหญ่มาก และมีหนังสือที่เค้าเขียนเต็มไปหมด (สุดยอด)
- 4 ชั่วโมง เดินยังไม่หมด (เกือบ ๆ ) ถ้าสัปดาห์หน้าคึกเดี๋ยวไปอีกรอบ เก็บตก
- ได้เสื้อ Movie lovers are sick people รุ่นใหม่ของ Bioscope มา 1 ตัว ดีใจ (สีแดง ลายแฟรงเกนสไตน์) ตอนนี้ยังใส่อยู่ด้วยความเห่อ
- มีบริการฝากของแถว ๆ ด้านนอกของแพลนนารี่ฮอลล์ แต่ถ้ามีของมีค่ามาก ๆ มีล็อกเกอร์บริการ อยู่ แถว ๆ ประตูทางออกที่ติดทะลุไปรถไฟฟ้าใต้ดิน (ใกล้ ๆ ฟู้ดคอร์ท อยู่หน้าห้องน้ำ) สนนราคาอยู่ที่ 20 บาท ใช้ได้ดี ลองมาแล้ววันนี้
- ได้มาทั้งสิ้น 20 เล่ม ได้แก่ TRY, เพลงรักประกอบชีวิต, ปอกกล้วยในมหาสมุทร, ปลาย่าง, จิ๊บปี้ การผจญภัยของนกกระจอกแห่งหลังคา, หนังอาร์ตไม่ได้มาเพราะโชคช่วย, mud เล่ม Superheroes, มักก้าซิน Demo 2 Years later, Let’s comic vol.1, โลกของเรา, ที่นี่…มีชีวิต, ABC Comic Vol. 4 Colors, เด็ก สตรี คนชรา, รู้เช่นเห็นชาติ การตลาดยุคใหม่, เปรี้ยง เจาะลึกไอเดียเขย่าเมือง, โฆษณุก, แบรนด์ไทย ไปโตเมืองนอก, The Effective Executive, จับเข่าสนทนา 12 ปรมาจารย์การตลาด, ผ่าความคิด สตีฟ จอบส์
-
MV เกาหลีจัง
Nobody – Wonder Girls (Soldier Version)
GEE – by Girl Generation (ซับนรก)
ปกติผมไม่ได้ฟังเพลงเกาหลีเท่าไหร่ พอรู้จัก Wonder Girls บ้าง (รู้อยู่เพลงเดียว) ส่วน Girl Generation นี่ฟังครั้งแรกก็เวอร์ชั่นซับนรกนี่เลยครับ ไม่เคยฟังมาก่อนแต่ก็ฮาอย่างแรงคิดว่าถ้าใครเคยฟังมาคงฮาแรงกว่า
-
Apple iPhone Firmware 3.0 Keynote Download

เมื่อคืนมีเปิดตัว iPhone firmware 3.0 ตัวใหม่ สำหรับคนที่ดูผ่าน Streaming ของ Apple ไม่ได้ ตอนนี้วีดีโอมีให้โหลดแล้วครับ คลิกโลด Download Keynote
