Skip to content
eYacht | เรื่องมันมีอยู่ว่า

eYacht | เรื่องมันมีอยู่ว่า

ชีวิตเรารื่นรมย์กว่าที่เราเข้าใจเสมอ

  • About Me
  • Archives
  • Search
  • ศาสตร์เอ้ย

    ที่ร้านเป็นตัวแทนของ canon ทำให้เราตกแต่งร้านเป็นสีแดง และเสื้อพนักงานเป็นสีแดง จริง ๆ แล้วก็มีปัญหากันบ้างตามสมควร อย่างเวลาไปทานอาหารจะถูกมองด้วยสายตาแปลก ๆ หรือระหว่างที่ขี่มอเตอร์ไซค์ติดไฟแดงอยู่ ก็มีคนที่ร้านเคยถูกคนบนรถกระบะเรียกขึ้นรถไปร่วมชุมนุม ฯลฯ อย่างไรก็ดียังไม่เคยเกิดปัญหาที่แย่ ๆ อะไร อย่างเช่นโดนทำร้าย หรือ ถูกสบถด่า

    หลายวันก่อนพนักงานที่ร้าน 2 คนขับรถไปรับของที่มหาวิทยาลัยอุบลฯ รถที่ร้านจะติดสติ๊กเกอร์ชื่อร้าน โลโก้ canon และรูปพอลล่า ใครเห็นก็จะทราบได้ทันที เพราะเราใช้รูปแบบสติ๊กเกอร์นี้มาราว ๆ ซัก 2 ปีเห็นจะได้

    ปัญหาคือทาง มหาวิทยาลัยอุบล ไม่อนุญาตให้พนักงานเข้าไปในมหาวิทยาลัยได้ เนื่องจากพนักงานที่ร้านสวมเสื้อแดง

    นี่เราอยู่ในยุคกลางที่คนล่าแม่มดกันหรืออย่างไรวะครับ

    ศาสตร์ร์ร์ร์….
    (เป็นขั้นสุภาพกว่าของสาดดด)

    31 March, 2009
  • สัปดาห์หนังสือ

    หนังสือที่ได้จากสัปดาห์หนังสือปีนี้ หลังจากไปตะลุยเดินอยู่ 4 ชั่วโมง หอบหนังสือจนขาลากพบเรื่องที่น่าสนใจหลายอย่าง

    1. คนที่เรียนป.โทด้วยกันสนใจงานสัปดาห์หนังสือน้อยจนน่าใจหาย (ไม่แน่ใจว่าเพราะผมเป็นคนต่างจังหวัดหรือเปล่า เลยกรี๊ดกร๊าดเป็นพิเศษ เพราะแถวบ้านไม่มี)
    2. ผมสนใจอ่านหนังสือวรรณกรรมน้อยลงมาก (เมื่อก่อนอ่านเรื่องสั้นเยอะ ยิ่งอินดี้ยิ่งชอบ)
    3. ผมเสี่ยงน้อยลง หากไม่ใช่นักเขียนที่รู้จัก หรือเคยอ่านจะไม่ค่อยกล้าซื้อ
    4. ผมสนใจหนังสือเรื่องธุรกิจมากขึ้น และใจถึงกับหนังสือเหล่านี้มากกว่าหนังสือวรรณกรรม (เศร้าเล็กน้อย)
    5. หนังสือที่รู้สึกโดนใจในงาน ส่วนใหญ่ซื้อตามร้านหนังสือไปหมดแล้ว และในงานนี้ไม่ค่อยมีหนังสือปกใหม่ ๆ ที่โดนใจเท่าไหร่
    6. ค่าความเสียหายน่าจะเกือบ ๆ  3 พันได้มั้ง ลืมนับเงินก่อนเข้างาน แต่ที่แน่ ๆ กดมา 2500 ไม่พอใช้ต้องไปกดอีกรอบ
    7. หนังสือธุรกิจแพง หนังสือการ์ตูนก็แพง แต่ก็ซื้อ
    8. งานนี้หนังสือการ์ตูนเยอะขึ้น นักเขียนการ์ตูนไทยหาที่ทางได้เยอะขึ้นมาก (รู้สึกเป็นห่วง mud จังเลย สู้เค้านะครับพี่คุ่น)
    9. งานนี้เจอนิ้วกลม (ดีใจอย่างแรง ได้ลายเซ็นด้วย คุยกันนิดหน่อย บอกว่าพี่เขียนหนังสือโคตรเก่งเลยครับ พี่แกคงกินข้าวอร่อยไปสามล้านปีแสง ; ผมรู้สึกอย่างที่พูดจริง ๆ นะครับ), เจอคุณทรงวิทย์ สี่กิติกุล โดยบังเอิญ ได้ลายเซ็นด้วย, เห็นบก. Let’s, เห็นคุณโหน่ง (วงศ์ทนงค์) (คนนี้ไม่่ค่อยตื่นเต้นแล้ว)
    10. Let’s Comic เล่มใหญ่เลิกแล้ว เปลี่ยนเป็น Bookazine แทน ขายราคาเป็นสองเท่าของเล่มเดิม ลุยอุดหนุนกันต่อไป โย่ว!
    11. สำนักพิมพ์แจ่มใส คือนครเมกกะของเด็กสาว ม.ต้น คนเยอะมากกกกกกก
    12. สำนักพิมพ์ a book ทอนเงินช้าที่สุดในงาน, นิ้วกลมอยู่บูธ Full Stop, คุณวินทร์ เลียววารินท์ มีบูธเป็นของตัวเองใหญ่มาก และมีหนังสือที่เค้าเขียนเต็มไปหมด (สุดยอด)
    13. 4 ชั่วโมง เดินยังไม่หมด (เกือบ ๆ ) ถ้าสัปดาห์หน้าคึกเดี๋ยวไปอีกรอบ เก็บตก
    14. ได้เสื้อ Movie lovers are sick people รุ่นใหม่ของ Bioscope มา 1 ตัว ดีใจ (สีแดง ลายแฟรงเกนสไตน์) ตอนนี้ยังใส่อยู่ด้วยความเห่อ
    15. มีบริการฝากของแถว ๆ ด้านนอกของแพลนนารี่ฮอลล์ แต่ถ้ามีของมีค่ามาก ๆ มีล็อกเกอร์บริการ อยู่ แถว ๆ ประตูทางออกที่ติดทะลุไปรถไฟฟ้าใต้ดิน (ใกล้ ๆ ฟู้ดคอร์ท อยู่หน้าห้องน้ำ) สนนราคาอยู่ที่ 20 บาท ใช้ได้ดี ลองมาแล้ววันนี้
    16. ได้มาทั้งสิ้น 20 เล่ม ได้แก่ TRY, เพลงรักประกอบชีวิต, ปอกกล้วยในมหาสมุทร, ปลาย่าง, จิ๊บปี้ การผจญภัยของนกกระจอกแห่งหลังคา, หนังอาร์ตไม่ได้มาเพราะโชคช่วย, mud เล่ม Superheroes, มักก้าซิน Demo 2 Years later, Let’s comic vol.1, โลกของเรา, ที่นี่…มีชีวิต, ABC Comic Vol. 4 Colors, เด็ก สตรี คนชรา, รู้เช่นเห็นชาติ การตลาดยุคใหม่, เปรี้ยง เจาะลึกไอเดียเขย่าเมือง, โฆษณุก, แบรนด์ไทย ไปโตเมืองนอก, The Effective Executive, จับเข่าสนทนา 12 ปรมาจารย์การตลาด, ผ่าความคิด สตีฟ จอบส์
    29 March, 2009
  • MV เกาหลีจัง

    Nobody – Wonder Girls (Soldier Version)

    GEE – by Girl Generation (ซับนรก)

    ปกติผมไม่ได้ฟังเพลงเกาหลีเท่าไหร่ พอรู้จัก Wonder Girls บ้าง (รู้อยู่เพลงเดียว) ส่วน Girl Generation นี่ฟังครั้งแรกก็เวอร์ชั่นซับนรกนี่เลยครับ ไม่เคยฟังมาก่อนแต่ก็ฮาอย่างแรงคิดว่าถ้าใครเคยฟังมาคงฮาแรงกว่า

    23 March, 2009
  • Apple iPhone Firmware 3.0 Keynote Download

    เมื่อคืนมีเปิดตัว iPhone firmware 3.0 ตัวใหม่ สำหรับคนที่ดูผ่าน Streaming ของ Apple ไม่ได้ ตอนนี้วีดีโอมีให้โหลดแล้วครับ คลิกโลด Download Keynote

    18 March, 2009
  • คิดนอกกรอบ Thinking out of the box

    โจทย์วิชา Business Communication อาจารย์ให้ขึ้นไปพูดหน้าห้องเรื่องอะไรก็ได้ยาว 3 นาที คิดใคร่ครวญแล้วคิดว่าอยากเล่าเรื่อง Fosbury flop แต่คิดว่าอาจจะน่าสนใจน้อยไปหน่อย เลยขึ้นเรื่องและจบเรื่องด้วยคำถามเรื่องการลากเส้นต่อจุด 9 จุดสุดคลาสสิค เพื่อทำให้งานนำเสนอน่าสนใจขึ้น และเฉลยช่วงท้ายเรื่องการลากด้วยเส้น 1 เส้น หรือ 0 เส้น คิดว่าหลายคนน่าจะยังไม่รู้

    พอทำและพรีเซ็นต์หน้าห้องไปแล้ว รู้สึกว่าสไลด์ชุดนี้ทำได้ดี มีการทำเกริ่นนำ ส่วนเนื้อหา และสรุปปิดท้าย ภาพสวย และประเด็นน่าสนใจ เอามาแปะไว้ เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อคนอื่น ๆ

    คิดนอกกรอบ Thinking Out Of The Box

    Thinking Out Of The Box (English Version)

    View more presentations from eyacht.
    17 March, 2009
  • หนทางสู่สันติภาพ

    There is no way to peace — peace is the way.
    ไม่มีหนทางสู่สันติภาพ – สันติภาพคือหนทาง

    A.J. Muste ( บ้างก็ว่าเป็นคำพูดของ มหาตมะ คานธี )

    10 March, 2009
  • Whale Done วาฬบอกเยี่ยม

    WhaleDoneวันนี้คาบวิชาการเจรจาธุรกิจ อาจารย์แนะนำเรื่องจากหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ Whale Done! ซึ่งมีแปลเป็นไทยแล้วชื่อหนังสือ วาฬบอกเยี่ยม เนื้อหามาจากการที่คุณคนเขียน Kenneth Blanchard ศึกษาวิธีสอนปลาวาฬในสวนน้ำว่าเวลาการฝึกสอนปลาวาฬให้แสดงโชว์เนี่ยสามารถทำมาใช้กับคนได้หรือไม่ (เออ ช่างคิดเนอะ)

    จากลักษณะที่ผู้ฝึกสอนโยนปลาให้ปลาวาฬกินเวลาที่ปลาวาฬแสดงโชว์ได้ดี เป็นจุดสำคัญที่คุณเคนเอามาประยุกต์กับการสร้างพลังของความสัมพันธ์เชิงบวกกับคนในองค์กร เนื้อหาคร่าว ๆ มีการแนะนำเรื่องการติและชมดังนี้

    When mistakes occur, redirect the energy… Describe the problem without blame
    เวลาเกิดความผิดพลาดให้เบี่ยงเบนพลัง(ความสนใจ) หมายถึงพยายามพูดถึงปัญหา อย่าพูดที่ตัวบุคคล จากนั้นก็มีขั้นตอนการตำหนิผู้อื่นดังนี้

    1. Show negative impact แสดงให้เห็นถึงผลลบที่เกิดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
    2. If appropriate, take blame ให้เราร่วมรับผิด หากเหมาะสม
    3. Go over task อธิบายแนวทางแก้ไข
    4. Express trust and confidence แสดงความเชื่อมั่นและไว้ใจ

    ตัวอย่าง สมชาย เปิดใบสั่งซื้อสินค้าผิดรุ่นมา ทำให้เราส่งสินค้าให้ลูกค้าไม่ทันกำหนด

    “(1)สมชาย ตอนนี้สินค้าที่ส่งมามันผิดรุ่น และทำให้ลูกค้าเราไม่ได้รับของตามกำหนด ตอนนี้ทางนั้นโมโหมากและเหมือนโวยวายว่าจะเลิกซื้อของกับเรา (2) จริง ๆ แล้วพี่ก็ผิดเองแหละที่ตอนนั้นพี่บอกเราไม่ละเอียดพอ (พอจังหวะนี้โดยทั่วไปสมชายก็จะบอกว่า ไม่หรอกครับ เป็นความผิดผมเอง) (3) แต่ตอนนี้พี่โทรไปคุยกับลูกค้าให้แล้วนะ ทางนั้นบอกว่าหากส่งให้ภายใน 2 วันนี้เค้าก็ยังโอเคอยู่ (4) ฝากสมชายหน่อยนะ ที่พลาดไปแล้วก็แล้วไป วันนี้รีบโทรไปสั่งใหม่ให้พี่หน่อยนะ ให้ทันภายใน 2 วัน ไหวไหม”

    When good things occur, praise immediately
    หากเกิดสิ่งที่ดีขึ้น ให้ชมในทันที แนวทางการชมคน (ฝรั่งนี่ช่างคิดเหลือเกิน ชมคนยังต้องมีวิธีการ)

    1. Be Specific ชัดเจน เฉพาะเจาะจงต่อสิ่งที่เกิดขึ้น (ไม่ชมสเปะสปะ ระบุถึงรายละเอียดของสิ่งที่เกิดขึ้น)
    2. Share positive feeling แบ่งปันความรู้สึกดี ๆ
    3. Encourage สนับสนุน เป็นกำลังใจ
    4. Be sincere จริงใจ

    ตัวอย่าง สมหญิง เลขาสาวจัดพิมพ์เอกสารเตรียมประชุมให้หัวหน้าแผนกได้อย่างเป็นระเบียบ สวยงาม พอหัวหน้าออกจากห้องประชุมก็ตรงไปหาสมหญิงที่โต๊ะทำงาน

    “(1) สมหญิง รายงานที่คุณทำให้ผมเมื่อซักครู่นี้เยี่ยมมาก โดยเฉพาะหัวข้อเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสินค้าของประเภทนั้นชัดเจนดี (2) ท่านประธานยังออกปากชมว่า เป็นการนำเสนอที่ชัดเจนดีมาก  (3) ผมเลยแจ้งในที่ประชุมว่าสมหญิงเป็นคนจัดทำขึ้นมา หัวหน้าแผนกทุกคนบอกอยากให้ฝ่ายบุคคลหาคนอย่างสมหญิงให้แผนกละคนเลยล่ะ”(4) หัวหน้ากล่าวพร้อมยิ้มจริงใจ (อันหลังนี่ไม่รู้จะทำเป็นคำพูดยังไงดี -_-“)

    1 March, 2009
  • เปิดเทอม

    เปิดเทอมแล้วครับ

    ตอนนี้ชีวิตผมกำลังเปลี่ยนแปลง นี่นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในรอบหลายปีที่ผ่านมา เพราะผมกำลังเริ่มต้นเรียนปริญญาโท หลังจากที่จบตรีมาหลายปีดีดักแล้ว

    จริง ๆ เรื่องการเรียนโทอยู่ในใจมาโดยตลอด เพียงแต่เนื่องจากการทำงานที่บ้าน ทำให้เราทิ้งภาระไว้ไม่ลง ท้ายที่สุดก็มาเกิดนิมิตรเอาเมื่อปลายปีที่แล้วว่า ต้องเรียนแล้วล่ะครับ ก่อนที่จะแก่ไปกว่านี้ ไม่ได้หมายความว่าแก่แล้วนะครับ แค่คิดว่าถ้าเรียนตอนยังฟิต ๆ อยู่น่าจะดีกว่า ว่าแล้วก็อ่านหนังสือเตรียมสอบข้อเขียนอยู่ 2-3 เดือน แล้วก็สอบสัมภาษณ์ต่อจนกระทั่งตอนนี้เปิดเทอมแล้วครับ

    คอร์สที่เรียนชื่อ Young Executive MBA เรียนวันเสาร์- อาทิตย์ ซึ่งมีข้อกำหนดว่าต้องมีประสบการณ์ทำงานไม่น้อยกว่า 3 ปี

    หลังจากนี้ไปตั้งใจว่าหากไม่เหนื่อยจนเกินไป จะแบ่งเวลาเพื่ออัพเนื้อหาในห้องที่ประทับใจไว้ เพื่อทบทวนตัวเองและเผื่อจะมีประโยชน์กับท่านอื่น ๆ ด้วย จะพยายามสะกดจิตให้ตัวเองขยันพอมาอัพนะครับ

    เอาล่ะ เปิดเทอมแล้ว สู้โว้ย!

    1 March, 2009
  • Hug Festival : ถนนคนเดิน อุบล ตอน (ฮักแพงแบ่งปัน)

    มีวงดนตรี 10 วงเล่นตลอดงาน, โชว์ B-Boy, แฟชั่นโชว์, แกลเลอรี่ภาพถ่าย, และของขายอีกเพียบ ๆ !

    12 February, 2009
  • เหรียญ 2 บาท (สีทอง) ฉบับปรับปรุงใหม่

    อ่านข่าวนี้วันนี้ครับ


    นายพฤติชัย  ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง   ได้แถลงให้ทราบถึงการออกใช้เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดใหม่ว่าเนื่องจากราคา โลหะที่ใช้ในการผลิตเหรียญกษาปณ์ในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้นมาก โดยเหรียญกษาปณ์หลายชนิดราคามีต้นทุนการผลิตสูงกว่าราคาหน้าเหรียญ  และเหรียญบางชนิดราคามีขนาดและสีที่ใกล้เคียงกันทำให้ยากต่อการใช้สอย กระทรวงการคลัง โดยกรมธนารักษ์ จึงได้จัดทำโครงการออกใช้เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดใหม่ ทั้ง 9 ชนิดราคา โดยมีการปรับปรุงโลหะและลักษณะของเหรียญ เพื่อปรับต้นทุนในการผลิตให้มีความเหมาะสม  สะดวกต่อการใช้สอย แต่ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพ คือ ให้มีความสวยงามและยากต่อการปลอมแปลงมากยิ่งขึ้น
    ใน การจัดทำเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดใหม่นี้ มีรูปแบบและลวดลายเช่นเดิม แต่ปรับปรุงให้สวยงามมากยิ่งขึ้น  สำหรับในส่วนของรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดใหม่มี ความแตกต่างในสาระสำคัญจากเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดปัจจุบัน ดังนี้

    1. เหรียญกษาปณ์ชนิดราคา 1 สตางค์ และ10 สตางค์ เส้นผ่าศูนย์กลาง ความหนา และน้ำหนักคงเดิม แต่เปลี่ยนส่วนผสมของโลหะจากอลูมิเนียมร้อยละ 97 เป็นร้อยละ 99

    2. เหรียญกษาปณ์ชนิดราคา 5 สตางค์ น้ำหนักคงเดิม แต่เปลี่ยนเส้นผ่าศูนย์กลางจาก 16.00 มิลลิเมตร เป็น 16.50 มิลลิเมตร ความหนาลดลงจาก 1.40 มิลลิเมตร เป็น 1.35 มิลลิเมตร และเปลี่ยนส่วนผสมของโลหะจากอลูมิเนียมร้อยละ 97 เป็นร้อยละ 99

    3. เหรียญกษาปณ์ชนิดราคา 25 สตางค์ และ 50 สตางค์ เส้นผ่าศูนย์กลาง ความหนา และน้ำหนังคงเดิม แต่เปลี่ยนชนิดของโลหะจากอลูมิเนียมบรอนซ์ (สีทอง) เป็นโลหะไส้เหล็กชุบทองแดง

    4. เหรียญกษาปณ์ชนิดราคา 1 บาท เส้นผ่าศูนย์กลางและความหนาคงเดิม แต่เปลี่ยนชนิดของโลหะจากคิวโปรนิกเกิลเป็นโลหะไส้เหล็กชุบนิกเกิล และน้ำหนักลดลงจาก 3.40 กรัม เป็น 3.00 กรัม

    5. เหรียญกษาปณ์ชนิดราคา 2 บาท เส้นผ่าศูนย์กลางคงเดิม แต่เปลี่ยนชนิดของโลหะจากไส้เหล็กชุบนิกเกิล (สีขาว) เป็นโลหะอลูมิเนียมบรอนซ์ (สีทอง) น้ำหนักลดลงจาก 4.40 กรัม เป็น 4.00 กรัม และความหนาลดลงจาก 1.70 มิลลิเมตร เป็น 1.50 มิลลิเมตร

    6. เหรียญกษาปณ์ชนิดราคา 5 บาท โลหะ  เส้นผ่าศูนย์กลางคงเดิม แต่ความหนาลดลงจาก 2.20 มิลลิเมตร เป็น 1.75 มิลลิเมตร  และน้ำหนักลดลงจาก 7.50 กรัม เป็น 6.00 กรัม

    7. เหรียญกษาปณ์ชนิดราคา 10 บาท โลหะ เส้นผ่าศูนย์กลาง ความหนา และน้ำหนักคงเดิม

    สำหรับ การนำออกใช้เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดใหม่นี้  กระทรวงการคลัง โดยกรมธนารักษ์จะเริ่มออกใช้เหรียญกษาปณ์ ชนิดราคา 2 บาทก่อนเป็นลำดับแรก ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2552 เป็นต้นไป ส่วนเหรียญกษาปณ์ ชนิดราคาอื่น ๆ จะทยอยนำออกจ่ายแลกต่อไป

    ประชาชนและผู้สนใจสามารถแลกเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดใหม่ได้ที่
    – สำนักบริหารเงินตรา ถนนจักรพงษ์ กรุงเทพฯ
    – หน่วยจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ กรมธนารักษ์ ถนนพระราม 6 กรุงเทพฯ
    – สำนักงานคลังจังหวัด

    ที่มา มติชน

    สงสัยอย่างแรกคือ เกิดมาไม่เคยเห็นเหรียญ 1 สตางค์, 5 สตางค์, 10 สตางค์ ซักที ออกข่าวแบบนี้เราจะได้ใช้กันแล้วใช่ไหม สืบค้นไปเจอคำตอบที่ Wikipedia เรื่องเหรียญ 1 สตางค์ ได้ความว่าเป็นเหรียญที่ใช้แต่ภายในธนาคารเท่านั้น ก็เป็นที่เข้าใจไป

    จากนั้นเลยไปค้น ๆ Entry เก่า เรื่อง เหรียญ 2 บาท ที่เคยเขียนไว้นานแล้วว่าทำไมเราต้องมีเหรียญ 2 บาทใช้กัน วันนี้กรมธนารักษ์ก็คิดได้เสียที ปรับปรุงเหรียญใหม่ให้เป็นสีทองแดงแตกต่างจากเหรียญ 1 บาทและ 5 บาท เพื่อไม่ให้เราสับสน พอคิดต่อมาอีกหน่อยเลยเกิดความสงสัยว่าแล้วคนตาบอดจะแยกแยะอย่างไร แต่มาคิดอีกมุมคนตาบอดคงจะมีความสามารถในการแยกแยะขนาดและน้ำหนักของเหรียญได้ดีกว่าคนทั่วไปมากมายนัก ดังนั้นไม่น่าจะมีปัญหา แต่ที่จะปรับน้ำหนักเหรียญคงจะก่อเกิดปัญหาในช่วงแรกบ้างที่คนตาบอดอาจจะงง ๆ แต่ต่อไปคงจะชิน

    คราวนี้ก็ถึงคิวเจ้าของตู้หยอดเหรียญต่าง ๆ ว่าจะปรับปรุงเครื่องอย่างไร ผมไม่แน่ใจว่าระบบตรวจเหรียญในตู้หยอดเป็นแบบเทียบขนาดหรือน้ำหนัก (เดาว่าน้ำหนัก) หากว่าเหรียญเปลี่ยนน้ำหนักแบบนี้คงต้องแก้กันเหนื่อยหน่อย

    4 February, 2009
←Previous Page
1 … 5 6 7 8 9 … 39
Next Page→

eYacht | เรื่องมันมีอยู่ว่า

ชีวิตเรารื่นรมย์กว่าที่เราเข้าใจเสมอ

  • Blog
  • About
  • Search

2026 Copyright Reserved