• คิดนอกกรอบ Thinking out of the box

    โจทย์วิชา Business Communication อาจารย์ให้ขึ้นไปพูดหน้าห้องเรื่องอะไรก็ได้ยาว 3 นาที คิดใคร่ครวญแล้วคิดว่าอยากเล่าเรื่อง Fosbury flop แต่คิดว่าอาจจะน่าสนใจน้อยไปหน่อย เลยขึ้นเรื่องและจบเรื่องด้วยคำถามเรื่องการลากเส้นต่อจุด 9 จุดสุดคลาสสิค เพื่อทำให้งานนำเสนอน่าสนใจขึ้น และเฉลยช่วงท้ายเรื่องการลากด้วยเส้น 1 เส้น หรือ 0 เส้น คิดว่าหลายคนน่าจะยังไม่รู้

    พอทำและพรีเซ็นต์หน้าห้องไปแล้ว รู้สึกว่าสไลด์ชุดนี้ทำได้ดี มีการทำเกริ่นนำ ส่วนเนื้อหา และสรุปปิดท้าย ภาพสวย และประเด็นน่าสนใจ เอามาแปะไว้ เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อคนอื่น ๆ

  • หนทางสู่สันติภาพ

    There is no way to peace — peace is the way.
    ไม่มีหนทางสู่สันติภาพ – สันติภาพคือหนทาง

    A.J. Muste ( บ้างก็ว่าเป็นคำพูดของ มหาตมะ คานธี )

  • Whale Done วาฬบอกเยี่ยม

    WhaleDoneวันนี้คาบวิชาการเจรจาธุรกิจ อาจารย์แนะนำเรื่องจากหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ Whale Done! ซึ่งมีแปลเป็นไทยแล้วชื่อหนังสือ วาฬบอกเยี่ยม เนื้อหามาจากการที่คุณคนเขียน Kenneth Blanchard ศึกษาวิธีสอนปลาวาฬในสวนน้ำว่าเวลาการฝึกสอนปลาวาฬให้แสดงโชว์เนี่ยสามารถทำมาใช้กับคนได้หรือไม่ (เออ ช่างคิดเนอะ)

    จากลักษณะที่ผู้ฝึกสอนโยนปลาให้ปลาวาฬกินเวลาที่ปลาวาฬแสดงโชว์ได้ดี เป็นจุดสำคัญที่คุณเคนเอามาประยุกต์กับการสร้างพลังของความสัมพันธ์เชิงบวกกับคนในองค์กร เนื้อหาคร่าว ๆ มีการแนะนำเรื่องการติและชมดังนี้

    When mistakes occur, redirect the energy… Describe the problem without blame
    เวลาเกิดความผิดพลาดให้เบี่ยงเบนพลัง(ความสนใจ) หมายถึงพยายามพูดถึงปัญหา อย่าพูดที่ตัวบุคคล จากนั้นก็มีขั้นตอนการตำหนิผู้อื่นดังนี้

    1. Show negative impact แสดงให้เห็นถึงผลลบที่เกิดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
    2. If appropriate, take blame ให้เราร่วมรับผิด หากเหมาะสม
    3. Go over task อธิบายแนวทางแก้ไข
    4. Express trust and confidence แสดงความเชื่อมั่นและไว้ใจ

    ตัวอย่าง สมชาย เปิดใบสั่งซื้อสินค้าผิดรุ่นมา ทำให้เราส่งสินค้าให้ลูกค้าไม่ทันกำหนด

    “(1)สมชาย ตอนนี้สินค้าที่ส่งมามันผิดรุ่น และทำให้ลูกค้าเราไม่ได้รับของตามกำหนด ตอนนี้ทางนั้นโมโหมากและเหมือนโวยวายว่าจะเลิกซื้อของกับเรา (2) จริง ๆ แล้วพี่ก็ผิดเองแหละที่ตอนนั้นพี่บอกเราไม่ละเอียดพอ (พอจังหวะนี้โดยทั่วไปสมชายก็จะบอกว่า ไม่หรอกครับ เป็นความผิดผมเอง) (3) แต่ตอนนี้พี่โทรไปคุยกับลูกค้าให้แล้วนะ ทางนั้นบอกว่าหากส่งให้ภายใน 2 วันนี้เค้าก็ยังโอเคอยู่ (4) ฝากสมชายหน่อยนะ ที่พลาดไปแล้วก็แล้วไป วันนี้รีบโทรไปสั่งใหม่ให้พี่หน่อยนะ ให้ทันภายใน 2 วัน ไหวไหม”

    When good things occur, praise immediately
    หากเกิดสิ่งที่ดีขึ้น ให้ชมในทันที แนวทางการชมคน (ฝรั่งนี่ช่างคิดเหลือเกิน ชมคนยังต้องมีวิธีการ)

    1. Be Specific ชัดเจน เฉพาะเจาะจงต่อสิ่งที่เกิดขึ้น (ไม่ชมสเปะสปะ ระบุถึงรายละเอียดของสิ่งที่เกิดขึ้น)
    2. Share positive feeling แบ่งปันความรู้สึกดี ๆ
    3. Encourage สนับสนุน เป็นกำลังใจ
    4. Be sincere จริงใจ

    ตัวอย่าง สมหญิง เลขาสาวจัดพิมพ์เอกสารเตรียมประชุมให้หัวหน้าแผนกได้อย่างเป็นระเบียบ สวยงาม พอหัวหน้าออกจากห้องประชุมก็ตรงไปหาสมหญิงที่โต๊ะทำงาน

    “(1) สมหญิง รายงานที่คุณทำให้ผมเมื่อซักครู่นี้เยี่ยมมาก โดยเฉพาะหัวข้อเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสินค้าของประเภทนั้นชัดเจนดี (2) ท่านประธานยังออกปากชมว่า เป็นการนำเสนอที่ชัดเจนดีมาก  (3) ผมเลยแจ้งในที่ประชุมว่าสมหญิงเป็นคนจัดทำขึ้นมา หัวหน้าแผนกทุกคนบอกอยากให้ฝ่ายบุคคลหาคนอย่างสมหญิงให้แผนกละคนเลยล่ะ”(4) หัวหน้ากล่าวพร้อมยิ้มจริงใจ (อันหลังนี่ไม่รู้จะทำเป็นคำพูดยังไงดี -_-“)

  • เปิดเทอม

    เปิดเทอมแล้วครับ

    ตอนนี้ชีวิตผมกำลังเปลี่ยนแปลง นี่นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในรอบหลายปีที่ผ่านมา เพราะผมกำลังเริ่มต้นเรียนปริญญาโท หลังจากที่จบตรีมาหลายปีดีดักแล้ว

    จริง ๆ เรื่องการเรียนโทอยู่ในใจมาโดยตลอด เพียงแต่เนื่องจากการทำงานที่บ้าน ทำให้เราทิ้งภาระไว้ไม่ลง ท้ายที่สุดก็มาเกิดนิมิตรเอาเมื่อปลายปีที่แล้วว่า ต้องเรียนแล้วล่ะครับ ก่อนที่จะแก่ไปกว่านี้ ไม่ได้หมายความว่าแก่แล้วนะครับ แค่คิดว่าถ้าเรียนตอนยังฟิต ๆ อยู่น่าจะดีกว่า ว่าแล้วก็อ่านหนังสือเตรียมสอบข้อเขียนอยู่ 2-3 เดือน แล้วก็สอบสัมภาษณ์ต่อจนกระทั่งตอนนี้เปิดเทอมแล้วครับ

    คอร์สที่เรียนชื่อ Young Executive MBA เรียนวันเสาร์- อาทิตย์ ซึ่งมีข้อกำหนดว่าต้องมีประสบการณ์ทำงานไม่น้อยกว่า 3 ปี

    หลังจากนี้ไปตั้งใจว่าหากไม่เหนื่อยจนเกินไป จะแบ่งเวลาเพื่ออัพเนื้อหาในห้องที่ประทับใจไว้ เพื่อทบทวนตัวเองและเผื่อจะมีประโยชน์กับท่านอื่น ๆ ด้วย จะพยายามสะกดจิตให้ตัวเองขยันพอมาอัพนะครับ

    เอาล่ะ เปิดเทอมแล้ว สู้โว้ย!

  • Hug Festival : ถนนคนเดิน อุบล ตอน (ฮักแพงแบ่งปัน)

    มีวงดนตรี 10 วงเล่นตลอดงาน, โชว์ B-Boy, แฟชั่นโชว์, แกลเลอรี่ภาพถ่าย, และของขายอีกเพียบ ๆ !

  • เหรียญ 2 บาท (สีทอง) ฉบับปรับปรุงใหม่

    อ่านข่าวนี้วันนี้ครับ


    นายพฤติชัย  ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง   ได้แถลงให้ทราบถึงการออกใช้เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดใหม่ว่าเนื่องจากราคา โลหะที่ใช้ในการผลิตเหรียญกษาปณ์ในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้นมาก โดยเหรียญกษาปณ์หลายชนิดราคามีต้นทุนการผลิตสูงกว่าราคาหน้าเหรียญ  และเหรียญบางชนิดราคามีขนาดและสีที่ใกล้เคียงกันทำให้ยากต่อการใช้สอย กระทรวงการคลัง โดยกรมธนารักษ์ จึงได้จัดทำโครงการออกใช้เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดใหม่ ทั้ง 9 ชนิดราคา โดยมีการปรับปรุงโลหะและลักษณะของเหรียญ เพื่อปรับต้นทุนในการผลิตให้มีความเหมาะสม  สะดวกต่อการใช้สอย แต่ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพ คือ ให้มีความสวยงามและยากต่อการปลอมแปลงมากยิ่งขึ้น
    ใน การจัดทำเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดใหม่นี้ มีรูปแบบและลวดลายเช่นเดิม แต่ปรับปรุงให้สวยงามมากยิ่งขึ้น  สำหรับในส่วนของรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดใหม่มี ความแตกต่างในสาระสำคัญจากเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดปัจจุบัน ดังนี้

    1. เหรียญกษาปณ์ชนิดราคา 1 สตางค์ และ10 สตางค์ เส้นผ่าศูนย์กลาง ความหนา และน้ำหนักคงเดิม แต่เปลี่ยนส่วนผสมของโลหะจากอลูมิเนียมร้อยละ 97 เป็นร้อยละ 99

    2. เหรียญกษาปณ์ชนิดราคา 5 สตางค์ น้ำหนักคงเดิม แต่เปลี่ยนเส้นผ่าศูนย์กลางจาก 16.00 มิลลิเมตร เป็น 16.50 มิลลิเมตร ความหนาลดลงจาก 1.40 มิลลิเมตร เป็น 1.35 มิลลิเมตร และเปลี่ยนส่วนผสมของโลหะจากอลูมิเนียมร้อยละ 97 เป็นร้อยละ 99

    3. เหรียญกษาปณ์ชนิดราคา 25 สตางค์ และ 50 สตางค์ เส้นผ่าศูนย์กลาง ความหนา และน้ำหนังคงเดิม แต่เปลี่ยนชนิดของโลหะจากอลูมิเนียมบรอนซ์ (สีทอง) เป็นโลหะไส้เหล็กชุบทองแดง

    4. เหรียญกษาปณ์ชนิดราคา 1 บาท เส้นผ่าศูนย์กลางและความหนาคงเดิม แต่เปลี่ยนชนิดของโลหะจากคิวโปรนิกเกิลเป็นโลหะไส้เหล็กชุบนิกเกิล และน้ำหนักลดลงจาก 3.40 กรัม เป็น 3.00 กรัม

    5. เหรียญกษาปณ์ชนิดราคา 2 บาท เส้นผ่าศูนย์กลางคงเดิม แต่เปลี่ยนชนิดของโลหะจากไส้เหล็กชุบนิกเกิล (สีขาว) เป็นโลหะอลูมิเนียมบรอนซ์ (สีทอง) น้ำหนักลดลงจาก 4.40 กรัม เป็น 4.00 กรัม และความหนาลดลงจาก 1.70 มิลลิเมตร เป็น 1.50 มิลลิเมตร

    6. เหรียญกษาปณ์ชนิดราคา 5 บาท โลหะ  เส้นผ่าศูนย์กลางคงเดิม แต่ความหนาลดลงจาก 2.20 มิลลิเมตร เป็น 1.75 มิลลิเมตร  และน้ำหนักลดลงจาก 7.50 กรัม เป็น 6.00 กรัม

    7. เหรียญกษาปณ์ชนิดราคา 10 บาท โลหะ เส้นผ่าศูนย์กลาง ความหนา และน้ำหนักคงเดิม

    สำหรับ การนำออกใช้เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดใหม่นี้  กระทรวงการคลัง โดยกรมธนารักษ์จะเริ่มออกใช้เหรียญกษาปณ์ ชนิดราคา 2 บาทก่อนเป็นลำดับแรก ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2552 เป็นต้นไป ส่วนเหรียญกษาปณ์ ชนิดราคาอื่น ๆ จะทยอยนำออกจ่ายแลกต่อไป

    ประชาชนและผู้สนใจสามารถแลกเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดใหม่ได้ที่
    – สำนักบริหารเงินตรา ถนนจักรพงษ์ กรุงเทพฯ
    – หน่วยจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ กรมธนารักษ์ ถนนพระราม 6 กรุงเทพฯ
    – สำนักงานคลังจังหวัด

    ที่มา มติชน

    สงสัยอย่างแรกคือ เกิดมาไม่เคยเห็นเหรียญ 1 สตางค์, 5 สตางค์, 10 สตางค์ ซักที ออกข่าวแบบนี้เราจะได้ใช้กันแล้วใช่ไหม สืบค้นไปเจอคำตอบที่ Wikipedia เรื่องเหรียญ 1 สตางค์ ได้ความว่าเป็นเหรียญที่ใช้แต่ภายในธนาคารเท่านั้น ก็เป็นที่เข้าใจไป

    จากนั้นเลยไปค้น ๆ Entry เก่า เรื่อง เหรียญ 2 บาท ที่เคยเขียนไว้นานแล้วว่าทำไมเราต้องมีเหรียญ 2 บาทใช้กัน วันนี้กรมธนารักษ์ก็คิดได้เสียที ปรับปรุงเหรียญใหม่ให้เป็นสีทองแดงแตกต่างจากเหรียญ 1 บาทและ 5 บาท เพื่อไม่ให้เราสับสน พอคิดต่อมาอีกหน่อยเลยเกิดความสงสัยว่าแล้วคนตาบอดจะแยกแยะอย่างไร แต่มาคิดอีกมุมคนตาบอดคงจะมีความสามารถในการแยกแยะขนาดและน้ำหนักของเหรียญได้ดีกว่าคนทั่วไปมากมายนัก ดังนั้นไม่น่าจะมีปัญหา แต่ที่จะปรับน้ำหนักเหรียญคงจะก่อเกิดปัญหาในช่วงแรกบ้างที่คนตาบอดอาจจะงง ๆ แต่ต่อไปคงจะชิน

    คราวนี้ก็ถึงคิวเจ้าของตู้หยอดเหรียญต่าง ๆ ว่าจะปรับปรุงเครื่องอย่างไร ผมไม่แน่ใจว่าระบบตรวจเหรียญในตู้หยอดเป็นแบบเทียบขนาดหรือน้ำหนัก (เดาว่าน้ำหนัก) หากว่าเหรียญเปลี่ยนน้ำหนักแบบนี้คงต้องแก้กันเหนื่อยหน่อย

  • Coraline

    Coraline ภาพยนตร์แอนิเมชั่น เทคนิคสต๊อปโมชั่น ของ Henry Selick ผู้กำกับ  The Nightmare before Chrismas ( Tim burton ไม่ใช่ผู้กำกับ Nightmareฯ นะครับ ) อยากดู หลอนได้ใจมาก

    ปล. ช่วงนี้โพสต์วีดีโอหากินไปวัน ๆ

  • Dhoom Dhoom – Pich Sophea Feat. Big

    โดนใจ … ทำไมต้องเต้นในกระท่อมด้วยเนี่ย!

  • Palm Pre

    เปิดตัวแล้ว Palm Pre อยากได้ (ระบบ GSM นะ)

  • Macworld 2009


    จบไปแล้วครับ สำหรับ Macworld 2009 เปิดตัว 4 อย่างใหญ่ ๆ อันได้แก่

    1. iLife ’09
      1. iPhoto มาพร้อมฟังก์ชั่นใหม่ Faces, Places, Sync with Facebook & Flickr, Slide show theme ความสามารถในการค้นหาใบหน้า ทำได้น่าประทับใจ ส่วนตัวแผนที่ก็ใช้ได้ คิดว่าถ้าไม่มีหน้าที่เป็นหมุดปักแผนที่ให้คลิกแล้วกระโดดไปยังรูปได้เลย มันคงเป็นฟีเจอร์ที่ไม่มีอะไรเท่าไหร่ ส่วน Slide Show ก็อลังการดี แต่มีแบบให้เลือกน้อยไปหน่อย ส่วนการทำ Ken burns (ซูมภาพช้า ๆ เวลาทำสไลด์โชว์) โดยการใช้ระบบจับใบหน้าก็แจ๋วดี ระบบจับใบหน้ามีในกล้องดิจิตอลหลากหลายยี่ห้อมาเป็นปี ๆ แล้ว พอเห็นว่ามีใครซักคนจับมันมายัดลงโปรแกรม แล้วใช้พลังประมวลผลในเครื่องช่วยในการทำให้ชีวิตง่ายขึ้น อย่างทำ Smart Album ที่ดึงรูปทุกคนในครอบครัวมารวมกันได้ ก็รู้สึกทึ่งให้ไอเดีย
      2. iMovie ส่วนตัวคิดว่านี่คือสิ่งที่เจ๋งที่สุดของทั้งหมดในงาน ทั้ง ๆ ที่ตอนเห็นตัว iMovie เวอร์ชั่นที่แล้วก็งั้น ๆ พอเห็นเวอร์ชั่นนี้ เลยรู้ว่าไอ้ที่ออกมาก่อนหน้านั้นมันเป็นของที่ยังทำไม่เสร็จนี่เอง (จนต้องเปิดให้โหลดเวอร์ชั่นเก่ามาใช้ฟรี) พอเจอเวอร์ชั่นนี้เข้าไป เห็นแล้วอยากใช้เลย ทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้จะตัดต่ออะไรดี ว่าแต่ว่าดูท่าทางจะใช้พลังประมวลหนักสุด ๆ (ที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะตอนพรีเซ็นต์นั่นมัน Mac Pro รุ่น 8-core หรือเปล่าครับเนี่ย)
      3. Garage Band แอปเปิลนี่น่าจะเป็นคนที่หากินกับออนไลน์คอนเทนต์เก่งสุดแล้วมั๊ง เมื่อหลายปีก่อน พี่ชายกับน้องต้องแวะไปตามร้านวีดีโอ(จำชื่อไม่ได้) ที่จะอัดวีดีโอสอนเล่นดนตรีขายโดยเฉพาะ ซื้อมาดู ม้วนละหลายร้อยอยู่ วันนี้นอนอยู่บ้านกดสองสามคลิกก็มีคนดัง ๆ มาสอนถึงที่ คิดว่ายอดโหลดคงไม่ถล่มทลาย แต่ส่วนตัวคิดว่ามันดีกับวงการดนตรีครับ ว่าแต่อีตาคนสอนที่แถมมานี่มันเล่นได้หลายอย่างจังเลยฟะ
      4. iWeb (ข้อมูลในเว็บ) เพิ่มตัว Widget เข้ามาซึ่งก็เป็นอันเด็ดทีเดียวนับว่าโอเค แต่อัพเดทไม่มากนัก
      5. iDVD เหมือนถูกลืม ส่วนที่เจ๋งสุดของ iDVD คือ Theme ที่ความสวยงามทิ้งห่างคนอื่น ๆ ในตลาดไม่เห็นฝุ่น แต่บนเว็บไม่มีรูป Theme ใหม่ ๆ ให้ดูเลย ดังนั้นเลยไม่แน่ใจว่าจะมีมาเพิ่มหรือเปล่า (ของตัวเวอร์ชั่นที่แล้วไม่ค่อยโดนนะครับแอปเปิล)

      สรุปคร่าว ๆ ว่าตัว iLife อัพเดทน้อย ถ้าแถมมาคงดี แต่ลงทุนซื้อคงไม่ค่อยคุ้มเงินเท่าไหร่ เซ็งสุดคือเครื่องซื้อก่อนหน้านั้นไม่ถึงสัปดาห์ แต่ไม่ได้รับการอัพเดทฟรี เฮ้อ

    2. iWork ’09 ตัวออฟฟิศใหม่ คราวที่แล้วเพิ่ม Numbers เข้ามา ครั้งนี้มีการเปลี่ยนแปลงนิด ๆ หน่อย ๆ
      1. Keynotes เพิ่มตัวเอฟเฟ็คต์ต่าง ๆ Magic Move เห็นหลายครั้งแล้วใน Keynotes ที่ผ่าน ๆ มา ยังคิดว่าขยันตั้งค่าให้จังเลย พอเห็นวิธีอิมพลีเมนต์แล้วยอมรับเลย แอปเปิลฉลาดในการทำให้มันง่าย ๆ อ้อ เอฟเฟ็กต์ Anagram ก็แจ๋ว แต่โดยรวมแล้วส่วนตัวก็งั้น ๆ อาจเพราะตัว Keynote มันค่อนข้างจะมีฟีเจอร์ครบแล้ว
      2. Pages ตัวนี้แอปเปิลเพิ่มฟีเจอร์ต่าง ๆ เหมือนเพื่อให้ครบ ๆ เท่าทันกับ Word Processing ในท้องตลาด ที่คิดว่ามีประโยชน์สุดก็ตัวสร้างจดหมายเวียนจากตารางใน Numbers (ซึ่ง Word Processing ตัวอื่นมีมาตั้งแต่มะโว้) ส่วนตัว Mathtype สำหรับเขียนสัญลักษณ์คณิตศาสตร์ น่าจะเพิ่มฟีเจอร์นี้ลงใน Pages เลย เพราะลูกค้าที่อยู่ในกลุ่มการศึกษาของแอปเปิลเยอะมาก (และเจ้าอื่นบนวินโดวส์ก็มีมานานแล้ว)
      3. Numbers คราวที่แล้วออกมา ด้อยกว่า Excel เยอะมาก ดีที่มีหน้าตางาม ๆ ตามสไตล์แอปเปิลมาเพิ่ม สิ่งที่ดีที่สุดในตัวใหม่นี้คือเกี่ยวกับ error bar, trend ใน กราฟที่น่าจะมีประโยชน์ที่เหลือก็เพิ่มมาให้ครบถ้วน และแข่งขันในตลาดได้ดีขึ้น
      4. iWork.com ดู ๆ แล้วส่วนนี้น่าจะเป็นไฮไลท์ที่น่าจะคุ้มค่าแก่การอัพเดท แต่คิดว่าฟีเจอร์ยังขาด ๆ อยู่ อย่างความสามารถในการแก้ไขออนไลน์ร่วมกันได้ (หวังมากไปหรือเปล่าหว่า) หรืออย่างถ้าเป็น Keynote น่าจะสามารถพรีเซ็นต์งานได้จาก Browser เลยน่าจะทำให้รู้สึกว่าการอัพเกรดคุ้มค่าขึ้น อ๊ะลืมไปมันคิดตังค์นี่ อืม … ถ้าฟีเจอร์แค่นี้คิดว่าคนใช้คงไม่เข้าเป้า (ต้องซื้อ iWork แถมยังต้องมาจ่ายค่าใช้งานบริการเว็บอีก)
    3. iTunes + สวรรค์สำหรับนักฟังเพลง เวลาพิสูจน์แล้วว่า DRM เป็นของแสลงสำหรับตลาดนี้ การส่งมอบประสบการณ์การซื้อเพลงและนำเพลงติดตัวไปด้วยนั่นต่างหากที่ผู้บริโภคต้องการ ไม่ใช่ข้อจำกัดหยุมหยิมที่คอยกวนใจคนใช้ของถูกลิขสิทธิ์ ไชโย
    4. Macbook 17″ Unibody ส่วนตัวแล้วเฉย ๆ เพราะคิดว่าตัวนี้หนักเกินไป กรณีของแบตที่ใช้ได้นาน 8 ชั่วโมงกับ Cycle การชาร์จ 1000 รอบนับว่าดีมีประโยชน์ หลายคนยี้กับการที่เปลี่ยนแบตด้วยตัวเองไม่ได้ นี่คงแล้วแต่คน บังเอิญผมไม่ใช่คนชอบแบกแบตอีกก้อน นอกจากมันหนักแล้วมันก็แพงด้วย ดังนั้นจึงไม่คิดว่ามันเป็นปัญหา

    ทั้งหมดทั้งสิ้นคิดว่าประทับใจ  iMovie ในแง่การออกแบบโปรแกรมตัดต่อภาพยนตร์ที่แตกต่างกับตัวอื่น ๆ อย่างมีนัยสำคัญ (คนที่พรีเซ็นต์ iMovie คือวิศวกรคนทำ iMovie และเป็นคนสร้าง Premiere ด้วย) รองลงมาคือ ระบบจับใบหน้าของ iPhoto ที่เหลือก็งั้น ๆ ใครยังไม่มีก็คุ้มค่าแก่การซื้อ แต่ไม่คุ้มค่าแก่การลงทุนเพื่ออัพเกรดเท่าไหร่