https://youtube.com/watch?v=nk8Il0gKhig
-
วันที่ข้าพเจ้าลาโลก
ในวันที่ข้าพเจ้าถือกำเนิด
ข้าพเจ้าร้องไห้เสียงดัง
พ่อแม่ญาติพี่น้องล้วนยินดีปรีดาในวันที่ต้องลาโลก
ข้าพเจ้าหวังใจว่าข้าพเจ้าจะยิ้มปิติปรีดา
และคนทั้งโลกจะร่ำไห้เสียใจ– eYacht
ปล.เรียบเรียงขึ้นใหม่ จากการรับรู้เมื่อนานมาแล้ว
-
ความงามอันสัมบูรณ์
-1-
ระหว่างสนทนากันในมื้ออาหารครั้งหนึ่ง ขณะถกกันเรื่องเทคโนโลยีศัลยกรรมเพื่อความงามในปัจจุบัน เพื่อนหญิงคนหนึ่งแสดงความคิดเห็นขึ้นกลางวงว่าผู้หญิงที่เคยสวยมากเมื่อหลายปีก่อน กำลังสวย”น้อยลง” เนื่องมาจากการที่คนทั่ว ๆ ไปสวยขึ้นจากการศัลยกรรม
นำมาซึ่งข้อสงสัยสำหรับผมว่า ความสวยนั้นเป็นสิ่ง สัมพัทธ์ หรือ สัมบูรณ์ กันแน่
ตะเกียบจะยาวหรือสั้น ขึ้นกับว่าตะเกียบถูกเทียบกับไม้จิ้มฟัน หรือ กระบอง นั่นเองคือสัมพัทธ์
ขณะที่สัมบูรณ์คือความหมายหมดจรด เบ็ดเสร็จ ไม่จำเป็นต้องนิยามด้วยการเปรียบเทียบกับสิ่งไหนจำไม่ได้ว่าวันนั้นข้อคิดเห็นจบลงอย่างไร แต่เพื่อนหญิงกล่าวว่า ความงามนั้นน่าจะลดลงเนื่องจากความเคยชินของคนมอง และแปรผกผันกับความสวยของคนรอบข้าง ที่เพิ่มความเร่งขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญตามคมมีดของหมอแต่ละคน
-2-
วันนี้อ่านเจอเรื่องเล่าจากหนังสือ “ระยะทางอันห่างใกล้” ของคุณนิ้วกลมและคุณพิมปาย เป็นเรื่องเล่าจากเทือกเขาหิมาลัย ในบ้านของคนที่อาศัยในเทือกเขาที่เรียกได้ว่ามีเสน่ห์ที่สุดในโลกนั้น กลับมีปฎิทินรูปเทือกเขาในสวิสเซอร์แลนด์แขวนไว้ เออหนอคนเรา อยู่ใกล้หิมาลัย แต่ใจกลับอยู่ที่สวิสเซอร์แลนด์ คุณนิ้วกลมตั้งคำถามขึ้นมาว่า“คนที่นี่(หิมาลัย) จะเห็นว่าวิวแบบนี้สวยไหม”
หากมีสมการความสวย ค่าความสวยกับความใกล้ชิด ค่าความสวยกับความเคยชิน จะแปรผกผันกันไหม
ยิ่งใกล้ชิดมากเท่าไหร่ ยิ่งเห็นว่าสวยน้อยลง
ยิ่งเคยชินกับสิ่งนั้นมากแค่ไหน ก็ยิ่งเห็นว่ามันช่างสามัญธรรมดา-3-
ความคิดทบทวนย้อนไปยังคำกล่าวที่ว่า“beauty lies in the eyes of the beholder”
ความสวยนั้นขึ้นกับสายตาที่มองท้ายสุดแล้วผมเห็นด้วยแล้วว่าความสวยนั้นสัมพัทธ์จริง แต่ความสวยของคนคนนั้นไม่ได้สัมพัทธ์กับคนรอบ ๆ ตัวเธอ หากแต่สัมพัทธ์กับสายตาของคนมองต่างหาก ดังนั้นด้วยความสวยที่ทวีขึ้นของคนรอบข้าง หากสร้างความเคยชินให้กับมอง เขาก็ย่อมเห็นเธอคนนั้นสวยน้อยลงเป็นธรรมดา
อย่างไรก็ดีความสวยนั้นก็ไม่ได้อยู่เพียงภายนอกเท่านั้น
สายตาที่มองเห็นแต่ความสวยภายนอกโดยละเลยความงามภายใน นั่นเป็นเพียงสายตาอันโง่เขลาเท่านั้น
เพราะความงามภายในนั้นสัมบูรณ์ และถูกสร้างขึ้นโดยเจ้าของเท่านั้น มีดหมอไม่เกี่ยว
-
เปลือยญี่ปุ่น
เป็นงานเขียนของผมที่ส่งไปประกวด และได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสารท้องถิ่น เมื่อซัก 2-3 ปีที่แล้ว ปัจจุบันนิตยสารดังกล่าวหยุดพิมพ์แล้ว (สงสัยเนื่องจากบรรณาธิการต้องไปเลี้ยงลูก ; ) ) ค้น ๆ ไปเจอเข้าในเครื่อง เลยเอามาลงขัดตาทัพไปก่อน เพราะช่วงนี้เก็บตัวอ่านหนังสือสอบมิดเทอมอยู่
เมืองทาคายาม่าเป็นเมืองเล็ก ๆ ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา ในประเทศญี่ปุ่น ถ้าโตเกียวเปรียบได้กับกรุงเทพ เกียวโตเปรียบได้กับอยุธยา เมืองทาคายาม่าคงเปรียบได้กับแม่ฮ่องสอน
จริง ๆ แล้วปลายเดือนมีนาคมที่ทาคายาม่าน่าจะร้อนแล้ว แต่ด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบ ตอนนี้หิมะตก อุณหภูมิอ่านค่าได้ -1 องศาเซลเซียส ซึ่งไม่เหมาะกับคนไทยเขตร้อนเช่นผมอย่างยิ่ง แม้ว่าสวมเสื้อสามตัวแล้ว ขนแขนยังลุกเป็นระยะ ๆ ตลอดทาง
หลายคนกล่าวไว้ว่ามาญี่ปุ่นแล้ว ต้องหาโอกาสลองแช่บ่อน้ำร้อนกลางแจ้ง หรือที่เรียกกันในภาษาญี่ปุ่นว่า ออนเซ็น ดูซักครั้ง เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ประกอบขึ้นมาจากหมู่เกาะ และมีภูเขาไฟมากมาย ทำให้เกิดบ่อน้ำร้อนธรรมชาติทั่วเกาะเต็มไปหมด ชาวญี่ปุ่นเชื่อกันว่า การได้แช่ออนเซ็นจะทำให้ร่างกายสดชื่นด้วยอิทธิฤทธิ์ของแร่ที่อยู่ในน้ำ ผมจึงตั้งใจว่า มาญี่ปุ่นคราวนี้ ออนเซ็นเป็นกิจกรรมระดับ “พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง!” แต่ชีวิตมันไม่ง่ายดายอย่างนั้น เมื่ออุปสรรคอันใหญ่เขื่องสำหรับชาวไทยอีสานอย่างผมคือ ผมไม่ได้เปลือยเปล่าต่อหน้าสาธารณชนเป็นเวลานานหลายสิบปีแล้วนี่สิ
ผมเข้าถึงที่พักในตอนบ่าย ในห้องพักมีชุดคลุมอาบน้ำญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่ายูกาตะ พับไว้อย่างสวยงาม วางคู่กับผ้าเช็ดตัวขนาดเล็ก ๆ หนึ่งผืน เอกสารแนะนำเรื่องการใช้บริการออนเซ็น ซึ่งสรุปสั้น ๆ ได้ว่า ในการแช่บ่อน้ำร้อน ตามมารยาทแล้วห้ามสวมเสื้อผ้าโดยเด็ดขาด ต้องอาบน้ำให้เนื้อตัวสะอาดก่อนลงแช่ในบ่อ ซึ่งสบู่แชมพูมีบริการพร้อมแล้วที่ห้องอาบน้ำ ไม่จำเป็นต้องถือไป ผ้าเช็ดตัวที่วางไว้ใช้สำหรับถูตัวเวลาอาบน้ำ และที่สำคัญห้ามแช่นานเกินไป เพราะอาจเป็นอันตรายได้
หลังจากศึกษาวิธีเป็นอย่างดี ผมเลือกเปลี่ยนให้เหลือยูกาตะเพียงชิ้นเดียว นัยว่าจะได้ตัดความประหม่าเวลาต้องถอดนั่นถอดนี่ต่อหน้าคนอื่น หลังจากนั้นก็หยิบผ้าเช็ดตัวผืนเล็กนั้น พาดบ่ามาด้วยก่อนจะเดินออกจากห้องไป ระหว่างเดินไปยังบ่อน้ำร้อน ผมขนลุกเป็นระยะ ๆ ไม่แน่ใจเพราะความหนาวแทรกผ่านผ้าฝ้ายเข้ามากระทบผิวหนัง หรือเพราะต้องเดินสวนกับสาวญี่ปุ่นในสภาพหวิว ๆ ไร้ซึ่งอาภรณ์ที่รัดกุมกันแน่
พอไปถึงที่บริเวณออนเซ็น ด้านหน้ามีบริการเครื่องดื่ม หนุ่มญี่ปุ่น 2-3 โต๊ะนั่งดื่มนมกันอยู่ เนื่องจากการแช่บ่อน้ำร้อนจะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมาก ดังนั้นตามคำแนะนำจากผู้รู้ว่า หลังจากจากแช่ออนเซ็นควรดื่มน้ำหรือนม จะทำให้ร่างกายรู้สึกดีเป็นพิเศษ พอเดินลึกเข้าไป ก็พบกับทางเข้าบ่อน้ำร้อน ซึ่งแยกเป็นฝั่งชายและหญิง ผมเลือกเดินเข้าทางฝั่งชาย แม้ใจอยากหลงเดินเข้าอีกฝั่งใจจะขาด
เมื่อเดินเข้าไปถึงจะพบกับห้องแต่งตัว หลายคนเรียกว่าห้องทำใจ ผมเดินเข้ายืนแน่นิ่งอยู่หน้าตู้ล็อกเกอร์ พร้อมกับแอบมองไปยังน้องชายของคนอื่น ๆ ที่ต่างก็ออกมาลอยหน้าลอยตา เดินส่ายไปมากันขวักไขว่ ชาวไทยอีสานจับสายคาดชุดยูกาตะ พร้อมกับสะกดจิตตัวเองให้ปลดชุดออกแต่โดยดี ในเมื่อเห็นของคนอื่นแล้วก็ควรให้คนอื่นเห็นบ้างจะได้เสมอเหมือนกัน ว่าแล้วก็ปลดชุดยูกาตะ และก้มหน้าเดินเข้าไปยังห้องอาบน้ำโดยพลัน
สภาพห้องอาบน้ำเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ ภายในก่อกำแพงแบ่งเป็นช่อง ๆ แต่ละช่องกว้างราว ๆ 2 เมตร พอมองเข้าไปจะพบเก้าอี้ไม้ตัวเล็ก ขนาดพอ ๆ กับเก้าอี้ซักผ้า ฝักบัว ถังไม้ ก๊อกน้ำ สบู่ และแชมพู ถูกวางเตรียมไว้อย่างดี ผมเลือกเดินเข้าช่องอาบน้ำอันหนึ่ง ลากเก้าอี้มานั่ง และแอบศึกษาวิธีการอาบน้ำของหนุ่มญี่ปุ่นอีกฟากที่กำลังอาบน้ำอย่างเมามัน ว่าคนญี่ปุ่นเค้าอาบน้ำกันอย่างไร หาได้มีจิตเป็นอื่นไม่ พอดูซักพักก็ถึงบางอ้อว่าถังไม้นั้นมีไว้เติมน้ำให้เต็ม เทสบู่เข้าไป นำผ้าเช็ดตัวผืนเล็กจุ่มลงแล้วนำมาขัดถูตัวให้สะอาด ทราบดังนั้นก็เลียนแบบให้ดูกลมกลืนในทันที
ระหว่างที่กำลังนั่งขัดตัว ได้ยินเสียงแว่ว ๆ ของผู้หญิงมาจากช่องถัดไปอีก 2-3 ช่อง ด้วยอารามตกใจ ผมจึงชะเง้อไปดู (ครับ ถึงจะตกใจแต่ก็ไม่มุดหนีครับ) เห็นแล้วก็โล่งอกเมื่อพบว่าเป็นเด็กหญิงอายุ 3-4 ขวบกำลังอาบน้ำกับคุณพ่ออย่างสนุกสนาน โธ่… ดีใจ เอ้ย ตกใจหมด
หลังจากขัดถูตัวเรียบร้อยก็ถึงนาทีของบ่อน้ำร้อน สภาพของห้องแช่บ่อน้ำร้อนเต็มไปด้วยไอน้ำ ทำให้เรามองเห็นคนอื่น ๆ ไม่ถนัดนัก ความรู้สึกขัดเขินก็ลดน้อยลง ตามคำแนะนำกล่าวว่าน้ำในบ่อร้อนสูงถึงเกือบ 50 องศา ซึ่งหากลงไปในทันทีอาจลวกร่างกายได้ง่าย ๆ ดังนั้นเวลาลงต้องค่อย ๆ หย่อนตัวลง ผมลองหย่อนขาลงไป พอโดนน้ำเข้าก็ต้องหันไปมองคนอื่น เพราะน้ำร้อนมากจริง ๆ แต่พอเห็นชาวบ้านเค้าแช่กันอย่างสบายอกสบายใจ ก็พอโล่งใจว่าคงไม่เป็นอันตราย พอลงไปแช่ทั้งตัว ร่างกายก็ค่อย ๆ ปรับตัวได้ และเริ่มรู้สึกถึงความปลอดโปร่งโล่งสบาย แช่ได้ซักพักเริ่มรู้สึกมั่นใจขึ้น จึงย้ายไปยังโซนบ่อน้ำร้อนกลางแจ้ง
บริเวณกลางแจ้งเผยให้เห็นตัวเมืองจากมุมสูง แสงไฟระยิบระยับจากบ้านเรือนในทาคายาม่า บวกกับภูเขาที่ห้อมล้อม และหิมะที่กำลังโปรยปราย ทำให้ผมรู้สึกราวกับว่าได้เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติอย่างแท้จริง นี่กระมังเหตุผลที่ห้ามไม่ให้สวมสิ่งใดไว้กับร่างกาย บรรยากาศทำเอาผมเคลิบเคลิ้มจนเกือบลืมว่าห้ามแช่นานเกินไป
เมื่อปลุกตัวเองจากภวังค์ ผมจึงลุกกลับออกไปเพื่อแต่งตัวและเดินทางเข้าที่พัก เตรียมตัวสำหรับมื้อค่ำ ระหว่างที่เปิดประตูบานเลื่อนไปยังห้องทำใจที่ฝากเสื้อผ้าไว้ ผมหยุดหายใจไปสองวินาทีกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
บรรยากาศโดยรอบเป็นชายหนุ่มญี่ปุ่นใหญ่น้อยเปลือยเปล่า บ้างก็แต่งตัว บ้างก็เก็บของ ซึ่งหลังจากแช่มาซักพักก็เริ่มชินตาแล้วว่ามันก็เหมือน ๆ กันกับของชาวไทยอย่างเรานี่แหละ แต่สิ่งที่ทำผมแทบช็อคคือคุณป้าแม่บ้านที่กำลังถูพื้นอยู่ตรงหน้าผมอย่างขะมักเขม้น ท่ามกลางเหล่าชายฉกรรจ์ไร้อาภรณ์อย่างไม่สะทกสะท้าน ขณะที่ผมกำลังยืนอึ้งกับเหตุการณ์ตรงหน้า มือข้างหนึ่งกำลังใช้ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กประจำกายเช็ดผมอยู่ คุณป้าก็ทำท่าจะเงยหน้าขึ้นมามองว่าไอ้หนุ่มนี่ทำไมมันไม่เดินไปซักที วินาทีนั้นเองที่ระบบป้องกันตนเองของผมเริ่มทำงาน สมองสั่งการอย่างฉับไว ตรวจสอบหาอุปกรณ์ที่จะมาคั่นกลางระหว่างสายตาคุณป้ากับร่างกายผม ผม นึกได้ว่าในมือขวามีผ้าเช็ดตัวผืนเล็กคู่ใจอยู่ วินาทีนั้นเองคุณป้ากำลังเงยหน้าขึ้นมาแล้ว แย่แล้ว! ไม่ทันแล้ว ผมคงไม่สามารถย้ายมือที่เช็ดผมอยู่ไปปิดช่วงล่างได้ทัน เร็วเท่าความคิด ผมจึงเลื่อนผ้ามาปิดหน้าไว้แทน และเดินออกไปอย่างสง่าผ่าเผย
พร้อมกระหยิ่มยิ้มย่องใจว่า เป็นวิธีป้องกันช่วงล่างที่หลักแหลมแยบยลจริง ๆ
ปล. เสียใจกับหนุ่ม ๆ ด้วยที่บทความนี้ขึ้นต้นว่าเปลือยญี่ปุ่น แต่เนื้อเรื่องมีแต่ผู้ชายโป๊กับป้าแม่บ้าน 1 คน -
Printer หยุดทำงานบน Mac OS X 10.5.7 Leopard
เพิ่งถอย Canon LBP3050 มาใช้งานส่วนตัว เนื่องจากภาระเรื่องการเรียน เพราะต้องส่งการบ้าน และพิมพ์เอกสารมาอ่านเป็นครั้งคราว ทบทวนแล้วซื้อตั้งแต่ตอนเริ่มเรียนน่าจะคุ้มค่ากว่า
พอเอามาใช้แล้วก็ต้องหงุดหงิด เพราะถ้าสั่งงานพิมพ์ไปได้ 2-3 หน้าเครื่องก็ไม่ตอบสนองเอาดื้อ ๆ อาการคือพอสั่งพิมพ์ไปแล้ว ตัว Printer queue ก็ขึ้นว่าส่งข้อมูลผ่าน USB ไปจนหมดแล้ว แต่พริ้นเตอร์กลับไม่พิมพ์อะไรออกมา(ใช้งานบน Mac OS X 10.5.7)
เลยแก้ปัญหาด้วยการอ่าน Manual ของไดรเวอร์พริ้นเตอร์ ก็ไม่พบวิธีแก้ไขปัญหานี้ กลับไปโหลดไดรเวอร์บนเว็บ Canon ก็พบว่าที่ใช้อยู่ก็เวอร์ชั่นใหม่แล้ว เอาไดรเวอร์เข้า ๆ ออก ๆ รีสตาร์ทหลายรอบมาก จนหมดปัญญาแล้ว ดังนั้นจึงแก้ปัญหาด้วยการรัน Windows ผ่าน Visualization ขึ้นมา ปรากฎว่าพิมพ์ได้ (แสดงว่าไม่เกี่ยวกับฮาร์ดแวร์) ก็เลยจำใจใช้วิธีนี้ประทังชีวิตไปก่อน จนกระทั่งวันนี้ได้เจอเอกสารเรื่อง Leopard Upgrade Issues ซึ่งระบุว่านี่เป็น Bug ของตัว 10.5.7 ที่ส่งผลถึงการเอ๋อของการสั่งพิมพ์ พร้อมมีวิธีแก้เสร็จสรรพดังนี้
Printers may stop working after installing Apple system update
Issue: In late June 2009, Apple released a system update for Mac OS X 10.5.7 Leopard. That system update appears to have a bug that may cause your existing printers to stop working in all applications, including NeoOffice.
Solution: Fortunately, we have found that the following steps should get your printers working again:
- Launch the System Preferences application and click on the Print & Fax icon
- Control click in the list of printers and in the popup menu that appers, select Reset printing system…
- Reboot your machine
- Press the + icon to readd each of your printers
Note: Resetting the printing system will, among other things, delete any custom printing presets you had created. In order to recover them, you will need to backup the following file beforehand:
~/Library/Preferences/com.apple.print.custompresets.plist (where ~ in your Home Folder)
and copy it back to the ~/Library/Preferences/ folder after resetting the printing system.
สุดท้ายก็บางอ้อ เออนะหัวเสียอยู่ตั้งนาน อย่างไรก็ดี จะให้คอยรีสตาร์ททุกครั้งที่พิมพ์ก็ตายพอดีสิครับ ได้โปรดรีบแก้ปัญหาโดยด่วน Apple !!
-
The Five Messages Leaders Must Manage
สัปดาห์ที่แล้วอาจารย์วิชา Organization Behavior (พฤติกรรมองค์กร) มีงานให้อ่านบทความ ของคุณ John Hamm ชื่อ The Five Messages Leaders Must Manage อ่านแล้วโดนหลายข้อ มาบล็อกเก็บไว้ซะหน่อย
บทความพยายามกล่าวถึงความผิดพลาดในการบริหาร อันเนื่องมาจากการสื่อสารของผู้นำ ที่ในหลาย ๆ ครั้งคนในทีมอาจจะตีความผิด เนื่องจากผู้บริหารเวลาพูดมักจะพูดภาพรวม ๆ อย่างเช่น ขอให้ทุกคนโฟกัสไปยังสินค้าหลักของเราในไตรมาสนี้ เป็นต้น ซึ่งจากข้อความดังกล่าว คนในทีมอาจเข้าใจไม่ตรงกัน และทำให้บริษัทไปไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้
แก่นของหน้าที่ผู้บริหารคือ การสร้างแรงบันดาลใจและสนับสนุนทุกทีมในองกรค์ รับผิดชอบในการสร้างอนาคตที่ดีขึ้นให้กับบริษัท
ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ผู้นำหรือผู้บริหารควรจะรู้ และจัดการข้อมูลเมื่อต้องการส่งให้รัดกุม โดยเฉพาะ 5 บริบทดังต่อไปนี้
-
WWDC 2009 Keynote Download Link

มีมาให้โหลดกันแล้วครับกับ Key Note ของ WWDC 2009 แบบเป็น MP4 ที่ไม่ใช่ Streaming เอามาฝากกันตามธรรมเนียม คลิกโดยพลัน
-
10 Things I hate about Macbook (Unibody)
- จอกระจก คงไม่ต้องอธิบายอะไรอีกเกี่ยวกับเรื่องนี้
- Trackpad เสียงดัง เวลาเรากด ดังทั้งตอนกดลงไปและตอนปล่อย ไม่เห็นคนเค้าบ่นกัน แต่ส่วนตัวคิดว่าดังผิดปกติไปหน่อย
- จออ้าเวลาถือ หากประกบเครื่องแล้วถือเหมือนแฟ้ม (มือจับตรงบานพับ ถือไว้ข้างตัว) ตัวจอที่เป็นแม่เหล็กจะดีดออกมา เครื่องจะแง้ม ๆ ไม่ประกบกันสนิท ไม่ได้ห่างจนทำให้เครื่องตื่นจาก Sleep Mode แต่ก็ทำให้รำคาญได้พอสมควร ทีแรก ๆ ตอนที่ได้เครื่องมาใหม่ ๆ ไม่มีอาการนี้ แต่หลังจากไปวางไว้หลังเครื่อง Server Dell จู่ ๆ แม่เหล็กก็หมดแรงไปกะทันหัน ไม่รู้ว่าเพราะสนามแม่เหล็กของ Server Dell หรือ ถูก Dell สูบวิญญาณไป
- ไม่มี Firewire Port ดันซื้อ HDD External ที่มี Firewire และ USB มาใช้งาน พอใช้ไม่ได้รู้สึกเสียโอกาสเล็กน้อย
- เสียง DVD-Rom ที่จะต้องดังทุกครั้งเวลาเปิดฝาเครื่อง หากเครื่องอยู่ใน Sleep Mode
- ช่องเสียบหูฟังที่มาตรฐานดีเกินไป ทำมารองรับหูฟังที่มีไมค์แบบของ iPhone ทำให้หากเอา Jack ที่ไม่ค่อยได้มาตรฐานเสียบเข้าไปจะทำให้รูหลวมไปเลย (ซึ่ง Jack ที่มีอยู่กับตัวก็ไม่ค่อยจะได้มาตรฐานดีเท่าไหร่ ดังนั้นตอนนี้ช่อง Jack หลวม ๆ ไปซะแล้ว)
- ช่อง mini-Display Port ที่จะต้องทำให้เราเสียเงินซื้อหัวแปลง หลายคนอาจบอกว่า แหม ยังไม่ชินอีกเหรอ ก็ต้องขอบอกว่าใช่ครับ ยังไม่ค่อยชิน เพราะต้องควักเงินอีกพันกว่า
- Wi-Fi ไม่ค่อยแรงเท่าไหร่ คงเพราะตัวเครื่องเป็น Aluminum ซึ่งถือเป็นฉนวนที่ดี เป็นเรื่องจนทำให้ต้องจัดหาที่วาง Access Point ในบ้านใหม่
- ไม่มี Multi- Card reader คนส่วนใหญ่ในปัจจุบันอย่างน้อยก็ต้องมีการ์ดซักอย่างในชีวิตบ้าง ไม่มีก็ไม่ถึงกับเดือดร้อนอะไร แต่ถ้ามีคงจะดี
- ปิดฝาแล้วเข้าโหมด Sleep ช้ามาก (ตอนใช้ iBook เร็วกว่าเยอะ) แถมระหว่าง Sleep ก็กินแบตอย่างมีนัยยะสำคัญ
เขียนเรื่องนี้ไว้นานแล้ว แต่รู้สึกว่ายังไม่ค่อยครบถ้วนเท่าไหร่ แต่เมื่อคืนงาน WWDC ทำเครื่องเราตกรุ่นไปแล้ว ดังนั้นเลยต้องรีบมาโพสต์ไว้ (ตัวใหม่มี SD Card reader แล้ว ข้อ 9 ก็นับได้ว่าตกไป)
อีกอย่างเช้านี้ตื่นขึ้นมา Macbook ที่บ้านก็กลายเป็น Macbook Pro ไปซะงั้น
หรือมองอีกมุมคือ Macbook ที่บ้านกลายเป็น Macbook Limited Edition ไปแล้ว เพราะเป็น Macbook รุ่นเดียวที่เป็น Aluminumปล. มีใครสังเกตุไหมว่า Macbook Pro 13 นิ้ว ให้ HDD ขนาดเล็กลง
-
บร๊ะเจ้าโจ๊ก ชาบู ชาบู
สุดยอดคาถา – เบอร์สำรอง – (แนะนำให้ดูมิวสิคจบจึงค่อยอ่าน)
————————————————————————-
เบอร์สำรองร้องแซ่ซ้อง ทั่วหล้า
ฟังเสนาะตระการตา บร๊ะโจ๊ก
แฝงด้วยอภิปรัชญา ตีค่า ยากแฮ
ปลดปล่อยเหล่าสัต ว์โลก สุโค่ยลึกล้ำ ฯคอนเวิร์สเจิดจำรัส น้ำเงิน ฤาแดง
สวมใส่ทอดน่องร้อนแรง เตะตา
สองบาทมีนัยแฝง ก้าวเดิน
หรือเพียงอยากให้หมา -ถามไปขำขำ ฯจับมือกับยามถามไถ่ สุขดิบ
เดินเหินไม่ลงลิฟต์ โลกร้อน
ไฟเขียวแล้วค่อยดริฟต์ เดินข้าม สี่แยก
ก้าวไปคุยไม่ยอกย้อน สุดทางถนน ฯฝากเรย์แบนด์กับเบ๊ แว่นดำ
รับกีต้าร์ตัวสีดำ ดีดร้อง
ใส่อารมณ์ข่มช้ำ กระหึ่ม ทั่วนา
เสร็จกิจคืนลูกน้อง ได้รับมือถือ ฯหยิบแว่นดำบนพื้น ใส่ทับ
แจกลายเซ็นแฟนคลับ นับสิบ
แว่นไม่ร่วงคล้ายจับ มหัศจรรย์ นักแล
ฉับไวราวตาทิพย์ ปลีกตัวโบกรถ ฯขึ้นรถแท็กซี่แล้ว พยักหน้า
รถออกไม่พูดจา รู้เรื่อง
โชเฟอร์หันหน้ามา เป็นร่าง อวตาร
สื่อสารด้วยจิตเฟื่อง ฟรีค่าโดยสาร ฯเต้นพลิ้วดุจดังเทพ ดงบัง
เอสจวยหัวเคยัง เรียกพ่อ
แดนเซอร์สาวด้านหลัง นางสนม นั้นแฮ
ยักย้ายบั้นเอวล้อ ล้อมรอบพร้อมเพรียง ฯพี่แจนโชว์โซโล่ ฤาว่า พลพล
ใครเห็นหรือได้ยล ร้องโอ้ว
นิ้วเทพไม่เหมือนคน ทั่วไป ทัดเทียม
พลังไฟสิบล้านโวลต์ สุดยอดมือฉมัง ฯถึงห้องแฟนสาวแล้ว ไม่มี ฝ้าฤา
ประจันหน้าแกะมือถือ อย่างคล่อง
กิ๊กงงเหมือนกระบือ ทำอะ -ไรนา
แกะซิมกลืนลงท้อง แฟนสาวตาถลน ฯสุดท้ายแค่ฝันไป ไม่เกิด ขึ้นจริง
โจ๊กมัวแต่ประวิง ไม่รับ
นิ่งงันดังผีสิง เพื่อนทัก กลับมา
รับโทรศัพท์หน่อยครับ ดักควายเอิงเอย .
Credit : Promoolข้อมูลเพิ่มเติม : So Coolian
ของแถม – 17 ข้อเกี่ยวกับ โจ๊ก โซคูล (Credit : Pantip)
- น้ำตาของ โจ๊ก โซคูล สามารถ รักษามะเร็งได้ แต่โจ๊ก โซคูล ไม่เคยร้องไห้
- โจ๊ก โซคูล ไม่เคยใส่นาฬิกา เพราะขณะนี้เป็นเวลาเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ โจ๊ก โซคูล
- การวิดพื้นของ โจ๊ก โซคูล ไม่ใช่การออกแรงดันตัวให้สูงขึ้นจากโลก แต่เป็นการออกแรงดันโลกให้ต่ำลงจากตัว
- ทฤษฎี natural’s selection ไม่เป็นจริง เพราะสิ่งมีชีวิตจะดำรงเผ่าพันธุ์ได้หรือไม่ โจ๊ก โซคูล เป็นผู้อนุญาต
- โจ๊ก โซคูล สามารถฆ่ากระสุนสองนัด ด้วยนกตัวเดียวได้
- ทุกครั้งที่คุณฟังเพลงของ โซคูล คุณไม่ได้เลือกจะฟัง แต่ โจ๊ก โซคูลเป็นผู้เลือกให้คุณฟัง
- โจ๊ก โซคูล สามารถวิ่งรอบโลกเพื่อต่อยหลังหัวตัวเองได้
- คอมพิวเตอร์ของโจ๊ก โซคูล ไม่มีปุ่ม Ctrl เพราะ โจ๊ก โซคูล สามรถ ควบคุมทุกอย่างได้อยู่แล้ว
- ถ้าโจ๊ก โซคูล มีเงินห้าร้อยบาท คุณมีเงินห้าร้อยบาท โจ๊ก โซคูลมีเงินมากกว่าคุณ!!!
- โจ๊ก โซคูล มีดวงจันทร์บริวารอยู่ 12 ดวง หนึ่งในนั้น ชื่อว่า “โลก”
- โจ๊ก โซคูล สามารถเล่นรัลเซี่ยน รูเร็ท โดยมีกติกาว่า “ใส่กระสุนเต็มทุกช่อง และโจ๊ก โซคูลเป็นฝ่ายเริ่มก่อน” ให้ชนะได้
- โจ๊ก โซคูล สามารถฟังประกาศ คมช. เพียงครั้งเดียวได้
- โจ๊ก โซคูล สามารเป่าลมใส่ไม้ไผ่จนหักโค่นได้
- ถ้าคุณได้ก้าวเข้ามาสู่ความเป็น โซคูลเลี่ยน คุณจะไม่มีวันได้กลับไปอีก
- ลีโอนาโด้ ดาร์วินชี่ เป็นผู้ให้กำเนิดศาสตร์และศิลป์มากมายที่มีคุณประโยชน์ต่อโลก แต่โจ๊ก โซคูล เป็นผู้ให้กำเนิด ลีโอนาโด้ ดาร์วินชี่
- อักษร “เจ” ซึ่งเป็นตัวอักษรนำหน้าชื่อของ โจ๊ก โซคูล ได้ถูกนำไปใช้นำหน้าชื่อให้แก่ผู้มีชื่อเสียงทั่วโลก อาทิ จอร์ท วอชิงตัน, จอร์ท บุช, จอร์ท ลูคัส, จีน เกรย์, จอน แมคเคลน, แจ๊ค สแปโร่ว, แจ๊ค เดอะริปเปอร์ และ แจค แฮปปี้ทรีเฟรน
- นักชีววิทยา ได้แบ่งสิ่งมีชีวิตตามความซับซ้อนของโครงสร้างร่างกาย ไว้เป็น 8 phylun โดยให้มนุษย์อยู่ใน phylum chordata แต่ โจ๊ก โซคูล อยู่ phylum “GOD
หากท่านใดพยายามค้นหาบร๊ะเจ้าโจ๊กอาจเจอเหตุการณ์นี้ได้

-
ทหารผ่านศึกที่เคยรบในสงครามเดียวกัน
วันนี้ได้อ่านบล็อกของคุณ iPattt หลังจากดองมานาน โดนใจมากกับเรื่อง เว็บราชการ รัฐบาล ทำไมถึงแพง? ไม่ขอบอกว่าเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยเรื่องไหน แต่ขอบอกว่ารู้สึกเหมือนเจอ “ทหารผ่านศึกที่เคยรบในสงครามเดียวกันมา” คุณ iPattt อธิบายหลาย ๆ อย่างที่ผมไม่รู้จะเขียนออกมาเป็นตัวหนังสืออย่างไรดีได้
คารวะหนึ่งจอก!
