มองโลกในแง่ร้าย VS รอบคอบในแง่ดี

Written by

in

, ,

วันนี้ระหว่างกำลัง Check in เพื่อรับ Boarding Pass ขึ้นเครื่องบิน Air Asia มีผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งวิ่งเข้ามาคุยด้วยอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ขอร้องให้ช่วยฝากสัมภาระของเธอบางส่วนขึ้นเครื่องในนามผม เนื่องจากว่าน้ำหนักของสัมภาระที่ฝากใต้ท้องเครื่องแต่ละคนจำกัดที่ 15 กิโล (คิดว่านะ ถ้าเกินนี้คิดกิโลละ 80 บาท) บังเอิญผมไม่มีกระเป๋าโหลด และทำการขึ้นตั๋วเรียบร้อยแล้ว จึงไม่สามารถช่วยเหลือได้ จึงปฎิเสธไปว่ารับฝากไม่ทันแล้ว

 ในทางกลับกัน ไม่รู้ว่าจะเป็นการมองโลกในแง่ร้ายเกินไปหรือไม่ ว่าสัมภาระที่จะฝากในนามเรา ก็ไม่รู้ข้างในเป็นอะไร เกิดเป็นยาบ้า หรือ อะไรที่ผิดกฎหมายขึ้นมา อย่างนี้คงโชคร้ายน่าดู

ระหว่างที่เครื่องกำลังออก  ผมนั่งอยู่ที่เก้าอี้บนเครื่อง พนักวางแขนคั่นเราไว้กับผู้โดยสารข้าง ๆ แม้จะแข็งแรงมากจากวัสดุ แต่ความคับแคบของที่นั่งก็ทำให้เรารู้สึกว่า อาณาเขตส่วนตัวของเราโดนก้าวล้ำมาเป็นระยะ ๆ  ผมนั่งคิดเรื่องนี้พร้อมกับรู้สึกไม่แน่ใจว่าพอเราเติบโตขึ้น เรามองโลกในแง่ร้ายขึ้น หรือ เรารอบคอบขึ้นกันแน่

Comments

3 responses to “มองโลกในแง่ร้าย VS รอบคอบในแง่ดี”

  1. champ Avatar

    มันเหมือนกับรักษาสิทธิของเรากลายๆ นะครับ อันนี้

    ผมคิดว่าระหว่าง “แล้งน้ำใจ” กับ “รักษาสิทธิ” นี่บางทีก็แบ่งออกจากกันยากเหมือนกัน

    ไม่ได้ว่าคุณแล้งน้ำใจนะครับ ถ้าเป็นผมผมก็ไม่รับฝากน่ะ เสี่ยง

  2. ชม Avatar
    ชม

    แอบแวะ มาทัก เป็น ระยะๆ ละกัน อ่านแล้ว ชอบ เรื่องนี้ เพราะเคยเจอเรื่องทำนองนี้มาเช่นกัน … คุณ รอบคอบดีแล้ว …

    ใช่แล้วจริงๆ ที่ว่าเราโตขึ้น ก็ต้องเจอ คน และเรื่องราวต่างๆ แบบนี้ … นี่ขนาดยังไม่แก่กันมากนะเนี่ย .. มองโลกในแง่ร้าย ดีกว่า มาเจ็บใจทีหลังนะคะ

  3. eYacht Avatar

    Champ : ในตอนที่คุณป้าผู้หญิงเดินจากไป เจ้าหน้าที่ที่หน้าเคาท์เตอร์กระซิบผมว่า อย่ารับเลยค่ะ เสี่ยง บังเอิญได้อ่านคำว่าเสี่ยงที่คุณ Champ พิมพ์มาผมเลยนึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้ ส่วนเรื่องที่ว่าแล้งน้ำใจ อันนี้ผมรับมาถือไว้เองตั้งแต่ตอนที่ปฎิเสธคุณป้าคนนั้นไปแล้วครับ รู้สึกผิด แต่ไม่ฟูมฟายครับ
    ชม : ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนบ่อย ๆ นะครับ และก็ดีใจที่คุณชอบเรื่องนี้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *