วันนี้ระหว่างกำลัง Check in เพื่อรับ Boarding Pass ขึ้นเครื่องบิน Air Asia มีผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งวิ่งเข้ามาคุยด้วยอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ขอร้องให้ช่วยฝากสัมภาระของเธอบางส่วนขึ้นเครื่องในนามผม เนื่องจากว่าน้ำหนักของสัมภาระที่ฝากใต้ท้องเครื่องแต่ละคนจำกัดที่ 15 กิโล (คิดว่านะ ถ้าเกินนี้คิดกิโลละ 80 บาท) บังเอิญผมไม่มีกระเป๋าโหลด และทำการขึ้นตั๋วเรียบร้อยแล้ว จึงไม่สามารถช่วยเหลือได้ จึงปฎิเสธไปว่ารับฝากไม่ทันแล้ว
ในทางกลับกัน ไม่รู้ว่าจะเป็นการมองโลกในแง่ร้ายเกินไปหรือไม่ ว่าสัมภาระที่จะฝากในนามเรา ก็ไม่รู้ข้างในเป็นอะไร เกิดเป็นยาบ้า หรือ อะไรที่ผิดกฎหมายขึ้นมา อย่างนี้คงโชคร้ายน่าดู
ระหว่างที่เครื่องกำลังออก ผมนั่งอยู่ที่เก้าอี้บนเครื่อง พนักวางแขนคั่นเราไว้กับผู้โดยสารข้าง ๆ แม้จะแข็งแรงมากจากวัสดุ แต่ความคับแคบของที่นั่งก็ทำให้เรารู้สึกว่า อาณาเขตส่วนตัวของเราโดนก้าวล้ำมาเป็นระยะ ๆ ผมนั่งคิดเรื่องนี้พร้อมกับรู้สึกไม่แน่ใจว่าพอเราเติบโตขึ้น เรามองโลกในแง่ร้ายขึ้น หรือ เรารอบคอบขึ้นกันแน่

Leave a Reply