
งาน Keynote ของ Steve Jobs ในงาน WWDC 2007 ผ่านไปแล้วเมื่อหลายวันก่อน หลังจากติดตาม Live ในคืนวันงาน และได้ดูตัวไฟล์วีดีโอแล้ว (มีแล้วตามเว็บ torrent ชั้นนำทั่วไป หวังว่า apple จะออกให้ดาวน์โหลดในเร็ววัน เหมือนกรณี Macworld 2007 เมื่อต้นปี)
ผมเชื่อว่าหลายคนคงรู้สึกเหมือนผมว่า นี่มัน Top Secret แล้ว (เรอะ!) เดาเอาเองว่าจริง ๆ แล้วคงมีหลายอย่างที่ถูกตัดทิ้งไปในระหว่างทางที่ผ่านมา (ซึ่งน่าจะเป็น Top Secret ที่ว่า) ทำให้ที่ยังเหลืออยู่ ละม้ายคล้ายคลึงกับข้อมูลในงาน WWDC2006 เสียจนสาวกอย่างผมเซ็งจิต (หรือไม่งั้นจริง ๆ แล้วก็ไม่มีอะไรในกอไผ่ตั้งแต่แรก)อย่างไรก็ดีไหน ๆ ก็ไหน ๆ เคยเขียนเมื่อตอน WWDC2006 ไว้ ขอเขียนเปรียบเทียบกันซักทีน่าจะดี
1. New Desktop
มาพร้อม dock ที่เป็น 3D พร้อมเงาสะท้อนบนพื้นแบบแวววาวสวยงาม ดูสวยดีครับ แต่สำหรับคนใช้ G4 อย่างผม ก็ได้แต่หวังว่าจะสามารถเลือกปิดเปิดความสามารถนี้ได้ตามต้องการ ขอเปิดดูความงดงามในทีแรก และปิดทิ้งตอนใช้งานจริงเน่อ ส่วนตัว Stack ก็น่าสนใจ แต่ไม่ได้เป็นอะไรใหม่นัก ส่วนการนำมาใช้กับไฟล์ที่ download มาจากเน็ต ดูเป็นความคิดที่เวิร์คดี ตอนนี้ผมเลยสร้าง Directory ชื่อ Downloads ไว้บน Desktop แล้วลากมาสร้าง alias ไว้ใน Dock เข้าไปที่ Safari และ Firefox ตั้ง Download fiจากนั้นเข้าถึงข้อมูลด้วยการคลิกขวา ก็พอได้ฟีลคล้าย ๆ กับ Stack แม้ไม่สวยเท่า แต่คิดว่าประโยชน์ใช้สอยใกล้เคียงกัน
2. New Finder (new sidebar- network view, coverflow, Back to my mac)
หน้าตาเอา iTunes มาเลย ส่วนนี้น่าจะดีกับ Apple เพราะคนฝั่ง windows หลายคนก็คุ้นเคยกับ iTunes ดี ทำให้สามารถเข้าใจ finder ของ mac ได้ทันทีที่เริ่มจับ ผมไม่ค่อยชอบที่คอลัมภ์ซ้ายเราต้องเสียไปหนึ่งบรรทัดเพื่อจัดหมวดหมู่ ถ้าเปลี่ยนเป็นแค่เส้นคาดแบ่งก็น่าจะดี ประหยัดพื้นที่ดี
ส่วน Network View ใหม่นี่ดีมาก เพราะว่าเรื่องการ mount เน็ตเวิร์คบน mac os x เป็นเรื่องค่อนข้างยุ่งยากในความคิดผม
cover flow เป็นฟังก์ชั่นใน iTunes ที่ผมไม่ค่อยเปิดใช้ ไม่แน่ใจว่า เวลามาอยู่ใน finder แล้วผมจะใช้มันหรือเปล่า อย่างนึงที่แน่ ๆ ถ้าช้าจนเกินไปก็คงไม่ยุ่งด้วย
Back to my mac อันนี้ดูมีประโยชน์ดีครับ รู้สึกคุ้น ๆ ว่าสามารถทำได้ด้วยการไปสมัครตัวชี้ DNS ฟรีกับเซ็ตค่าใน Router อีกนิดหน่อยเราก็ใช้ได้แล้ว (หรือเปล่าหว่า) ไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ ๆ คงเป็นประโยชน์กับคนอื่น ๆ อีกมากทีเดียว
3. Quick Look
ฟังก์ชั่นที่น่าจะมาตั้งแต่ Tiger แล้ว สิ่งที่กังวลก็เรื่องความเร็วอีกนั่นแหละ (ก็เครื่องซื้อนานแล้วนี่) อย่างไรก็ดี ผมคิดว่าการ implement ใน os เลย คงจะไม่ทำความเร็วขี้ริ้วขี้เหร่นัก
4. 64 Bit
ก็ดีครับ ส่วนคำถามที่ว่าใครจะใช้ไฟล์ใหญ่ขนาด 4 GB เหมือนตัวอย่างใน keynote กัน ก็ขอบอกว่างานอย่างทำสื่อโฆษณาใหญ่ๆ ก็จำเป็นต้องใช้นะครับ เคยทำงานแล้วมันไม่สามารถ new เอกสารได้ใหญ่เท่าที่ต้องการ ก็ยุ่งยากพอควรที่ต้องแบ่งภาพเป็นส่วน ๆ แทน
5. Core Animation
เรื่องนี้ไม่เห็นเป็นตัวเป็นตน แต่จาก demo ใน keynote ก็ทำให้เราเห็นพลังของการประมวลผลของเครื่องคุณ jobs เอ๊ย ทำให้เราเห็นประสิทธิภาพของ Core animation ได้เป็นอย่างดี น่าทึ่งดี หากว่าเรามี app แจ๋ว ๆ อย่างนั้นใช้
6. Boot Camp
โอเค ๆ รู้แล้วว่าแถมมา แต่เครื่องผมรันไม่ได้ ผ่านไปโดยด่วน
7. Spaces
ส่วนนี้ก็ไม่ต่างจากที่เคยประกาศมา ก็นับว่า implement ได้เหมาะกับความเป็น apple ดี ใน Linux ผมไม่เคยใช้สำเร็จซักที งง ว่าWindows ไหนมันอยู่ที่ Desktop ไหน คราวนี้ต้องลองกันดูว่าจะได้ใช้หรือไม่
8. Movie Widget, Webclip
Movie Widget นี่ไม่สามารถใช้กับเมืองไทยได้ ผ่านไป ส่วน Webclip เรื่องเก่าเล่าใหม่อีกแล้ว แต่ที่ดีมากคือ การที่เราสามารถเลือกชั้นส่วนของเว็บได้ง่ายขึ้น จากที่ต้องลากตำแหน่ง กลายเป็นการเลือก Element แทน ดูสะดวกดี อีกอย่างที่อยากให้ปรับปรุงคือทำให้ Widget กินแรมน้อยกว่านี้หน่อยจะดีมาก
9. iChat
ผมใช้งาน iChat อยู่บ่อย ๆ เสียงที่ได้จาก iChat ยังนับว่าชัดน้อยกว่าของ skype มาก ส่วนวีดีโอคมชัดกว่านิดหน่อย ดังนั้นการเอาระบบเสียงใหม่เข้ามา ก็น่าจะช่วยได้เยอะทีเดียว ส่วนลูกเล่นอื่น ๆ ผมไม่ค่อยสนใจนัก
10. Time Machine
เรื่องเก่าเล่าใหม่ แต่ครั้งนี้ผมรู้สึกว่าโอเคกับไอคอนกับหน้าตาโปรแกรมแล้วครับ ดูไปดูมาก็สวยดีนะ
One More Thing… Safari for Windows
ผมคิดไปเองว่า ถ้าการบุกของ platform iPod+iTunes+iTMS ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการดึงคนที่ติดใจ iPod มาใช้ Mac ด้วยแล้วล่ะก็ Platform iPhone+Safari ก็น่าจะเป็นอาวุธอีกอย่างนึงของ Apple เช่นกัน จริง ๆ ปัจจุบันผมใช้ Firefox บน windows ด้วยความสุขดีอยู่แล้ว การมาของ Safari รู้สึกว่าเป็นผู้ร้ายยังไงก็ไม่รู้ในความรู้สึกของผม เพราะว่า หมาย่างเป็นพระเอกที่ต่อสู้ฝ่าฟันกับบอสใหญ่ด้วยแรงสนับสนุนจากมหาชน (ว่าเข้านั่น) แต่ Safari เป็นพระเอกคนใหม่ที่ดูออฟชั่นทางการตลาด และทุนทรัพย์จะหนากว่าพระเอกคนเดิมยังไงพิกล เลยกลายเป็นว่า Safari จะมาแชร์ส่วนแบ่งของ Firefox แทน IE7 หรือเปล่า
อย่างไรก็ดี ตอนนี้ Safari for Windows Bug ยั้วเยี้ยมาก ผมลงแล้วเอาออกแทบไม่ทัน รุ่นนี้ผมว่า Apple ไม่ควรออกเป็น public beta เลยนะ ส่วนเรื่องย้ายแท็บนี่ใช้ Saft ที่เป็น plug-in ของ safari ก็ทำได้นานแล้วนะครับ ดังนั้นตัว Safari 3 ก็ดูไม่ค่อยน่าตื่นเต้นเท่าไหร่ (แต่เห็นว่าจะรัน Applet Editor ได้ อันนี้น่าสนหน่อย ..ลองแล้วครับ ออกเอ๋อ ๆ หน่อย)
One Last Thing … iPhone Application
ผมว่าอยู่ในการคาดเดาของหลาย ๆ สำนักอยู่แล้ว เป็นทางออกที่ฟังแล้วก็โอเค แต่ผมไม่รู้สึกพิเศษอะไรเท่าไหร่ โดยส่วนตัวรู้สึกว่า iPhone ไม่เหมาะกับผมอยู่แล้ว และส่วนตัวรู้สึกว่างั้นถ้าจะใช้งานโปรแรกมนี่ต้องต่อ GPRS ตลอดเลยเหรอ ยุ่งยากจัง ผมอยากได้โปรแกรมที่รันได้ทุกที่มากกว่า
ว่าจะพิมพ์สัั้น ๆ ทำไมยาวนักเนี่ย

Leave a Reply