Category: Business

  • สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าบุคลากร

    พักหลัง ๆ นี้บางครั้งอ่านบล็อกของคนอื่น ว่าด้วยเรื่องการวาดบริษัทในฝันขึ้นมา เพราะระบุ วิธีการจูงใจพนักงาน ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและอยู่ร่วมบริษัทได้นาน ๆ ทีแรกที่อ่านก็รู้สึกว่าน่าสนใจ อีกใจหนึ่งก็คิดในใจว่าค่อนข้างจะเพ้อฝันไปหน่อย เพราะสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคนนี่เอง ที่ทำให้เราบริหารกันได้ไม่จบสิ้น ใช่ว่าการมีค่าตอบแทนที่ดี การสร้างงานที่ท้าทาย การปรับรายได้เป็นระยะ มีโบนัสล่อใจ ฯลฯ จะทำให้คนอยู่กับเราได้นาน

    ที่ร้านเป็นรูปแบบกลางเก่ากลางใหม่ เรามีพนักงานหลายสิบคนที่ทำงานกับเรามาไม่ต่ำกว่า 10 ปี และหลายสิบคนที่ทำงานมากกว่า 5 ปี หลายสิบคนเพิ่งเร่ิมงานได้ไม่ถึง 2 ปี และอีกหลายคนที่เริ่มงานเมื่อเดือนก่อน เราไม่ใช่บริษัทขนาดเล็กเพิ่งเปิด พร้อมด้วยเพื่อนฝูงมาลงขันกัน ขำ ๆ ทำงานครีเอทีฟ เอามันเข้าว่า หรือ ไม่ใช่บริษัทขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยรูปแบบแผนกชัดเจน เราเป็นร้านค้าขนาดกลางค่อนเล็ก ที่ยังคงระบบครอบครัวไว้ค่อนข้างสูง (more…)

  • ประชุม

    สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เวลามีโอกาสกลับมาบ้าน มักจะถูกพ่อลากเข้าร่วมประชุมด้วยบ่อย ๆ ตอนนั้นเบื่อเหตุการณ์นี้มาก แทนที่จะได้มีเวลาไปทำอย่างอื่น กลับต้องมาร่วมประชุมเป็นชั่วโมง ๆ
    พอมาปัจจุบัน ได้มาทำงานเอง และก็กำหนดประชุมและนำประชุมของร้านเอง ทั้งประชุมระดับแผนก ระดับผู้บริหาร ประชุมทั้งร้าน ไหนจะประชุมงานส่วนของโรงแรมอีก ทำมาเรื่อย ๆ รวม ๆ ก็จะ 2 ปีแล้ว ได้ข้อสังเกตมาหลายอย่าง (more…)

  • เงินขาด – เงินเกิน

    โดยปกติพนักงานเก็บเงินหรือแคชเชียร์ ทำหน้าที่รับเงินสดจากลูกค้า ทอนเงินคืน หน้าที่หลักประมาณนี้ หัวใจสำคัญคือ ทำอย่างไรให้ยอดเงินในบัญชีที่ระบุนั้น ตรงกับเงินที่เก็บมาจริง ๆ ที่อยู่ในลิ้นชัก

    เจ้าของกิจการไม่ต้องการจะไปนั่งเฝ้าร้านทั้งวันเอง ก็จ้างแคชเชียร์มานั่งเก็บเงิน คุมแคชเชียร์ด้วยระบบบัญชี ถ้ายอดเงินที่ปรากฎในบัญชี (บิลซื้อขาย) วันนี้ตรงกับเงินในลิ้นชักก็ถือว่าถูกต้อง แต่หากไม่ตรงกันก็ถือว่ามีปัญหา

    ปกติความผิดพลาดจะมีอยู่สองอย่างคือ เงินเกิน กับ เงินขาด

    (กรณีของเงินในลิ้นชักกับบัญชีตรงกัน แต่สต๊อคตัดผิด อย่างเช่น ขายซออู้ แต่ตัดสต็อคซอด้วง ยอดเงินตรงกับบัญชี แต่สต็อคสินค้าผิดแล้ว เพราะซออู้จะเกินมา 1 ส่วนซอด้วงจะขาด 1 อันนี้ไม่อยู่ครอบคลุมกรณีของแคชเชียร์ที่เราจะพูดกันในวันนี้)

    กรณีเงินเกิน
    โดยปกติเงินเกินจะเกิดจาก การขายแต่ลืมลงบัญชี หรือถ้ามองทันสมัยหน่อย ก็ขายไป แต่ไม่ได้ยิงบาร์โค้ด หรือไม่งั้นก็ลงยอดเงินในบัญชีผิด

    กรณีเงินขาด
    โดยปกติ เงินขาดจะเกิดจากการลงยอดเงินผิด หรือไม่ก็ทอนเงินพลาด (more…)

  • Hi – So Way

    Leena chan

    นี่ไม่น่าจะเรียกว่าน่าทึ่ง นี่มันระดับเหลือเชื่อ!
    คิดได้ไงน่ะ
    คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพใหญ่ คลิกที่นี่เพื่อดูด้วยตาตัวเอง

  • ความลับแห่งชาติ (เราถังแตก!)

    วันนี้ไม่ได้เขียนเรื่องนี้เพื่อกล่าวโจมตีใคร

    ที่ร้านเป็นร้านที่ขายให้ราชการเป็นส่วนใหญ่ ปัจจุบันระบบเบิกจ่ายของราชการไทยเปลี่ยนเป็นระบบ GFMIS (ระบบจ่ายเงินของหน่วยงานรัฐโดยการโอนเงินเข้าบัญชีร้านค้า โดยไม่จ่ายเป็นเงินสด หรือเช็คเหมือนเมื่อก่อน) อันเลิศหรูสุดอลังการงานสร้างมาได้ปีกว่า ๆ (แต่ระบบยังคงความไม่ค่อยจะได้เรื่องในฝั่งของร้านค้าเหมือนเดิม เรื่องเก่าบ่นแล้วที่นี่) ปัญหาตอนนี้ที่เจออีกอย่างคือ ตอนนี้ประเทศไม่มีเงินครับ
    จากการชี้แจงของหน่วยงานที่เจ้าหน้าที่ร้านไปตามให้ช่วยทำเรื่องเบิกเงินให้หน่อย หน่วยงานบอกว่าส่งไปนานแล้ว แต่ว่าทางคลังจังหวัดแจ้งว่า รายการรอจ่ายค้างที่คลังเป็นจำนวนมาก เนื่องจากประเทศเราไม่มีเงิน พนักงานอัตราจ้างหลายต่อหลายคนไม่ได้รับเงินเดือนมาหลายเดือนแล้ว

    พูดเป็นเล่นไป!

    ตอนนี้เรายังรอเงินจากการเก็บภาษีของประเทศเมื่อเดือน มีนาคม (หมดเขตชำระภาษี 31 มี.ค.) ตอนนี้ยังจัดสรรไม่เรียบร้อย ซึ่งก็เป็นปกติที่ประเทศเราจะไม่มีเงินเดือนเมษายน เป็นอย่างนี้ทุกปี แต่ร้านค้าไม่เคยรู้กัน ปีนี้ระบบเบิกจ่ายเป็นอิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้นประชาชนจึงรู้กันทั่วว่าประเทศไทยไม่มีเงิน

    ตอนนี้ที่ร้านเลยไม่รู้จะแก้ปัญหานี้อย่างไร ก็ได้แต่รอว่าเมื่อไหร่จะจัดสรรกันเสร็จ จะได้เอาเงินมาหมุนซักที

    ปล. หลังสงกรานต์ ค่าธรรมเนียมการโอนเงินผ่านระบบ GFMIS ขึ้นราคาจาก 10 บาทเป็น 12 บาท
    ปล2. สมุดเช็คขึ้นราคา จากเดิมเช็คใบละ 5 บาท ขึ้นเป็นใบละ 15 บาท นี่มันอะไรกันเนี่ย!

  • คูณดอกเงิน

    วันนี้หานั่งหาข้อมูลเพิ่มเติมการฝากประจำโปรโมชั่นพิเศษ เห็นว่าอาจจะมีประโยชน์เลยเอามาฝาก
    ตอนนี้ทางธ.กรุงเทพ กับ ธ.กสิกร (ที่อื่น ๆ ไม่ทราบ) มีโปรโมชั่นพิเศษ ฝากประจำดอกเบี้ย 5.125% กับ 4.5% ตามลำดับ (ตอนนี้ดอกฝากออมทรัพย์อยู่ที่ 0.75% ยังไม่หักภาษี) เงื่อนไขก่อนอื่นต้องมีเงินฝากออมทรัพย์กับธนาคารดังกล่าว จากนั้นไปเปิดบัญชีฝากประจำ ฝากครบเวลาที่กำหนด รับดอกไปเลย และระบบจะปิดบัญชีดังกล่าวแล้วโอนเงินพร้อมดอกคืนให้ที่ออมทรัพย์ แต่ทั้ง 2 แห่งมีรายละเอียดต่างกันเล็กน้อยดังนี้

    ตารางเปรียบเทียบ

    อย่างไรก็ดี ต้องอย่าลืมว่าดอกเบี้ยที่ได้ ต้องหักภาษี 15% ด้วย และดอกเบี้ยที่ได้เป็นอัตราตามเงื่อนไขเลย(ไม่ต้องหาร 12 แล้วคูณเดือน เพราะไม่ใช่อัตราดอกเบี้ยต่อปี เป็นต่อ 8 เดือน) อย่างเช่นถ้าฝาก 100 บาท กับธ. กสิกร ครบ 8 เดือนจะได้ดอก 4.5 บาท หักภาษี 15% เหลือดอกที่ได้รับจริง 3.825 บาท

    จากการคำนวณ แม้ว่าดอกของทางธ.กสิกรจะทบต้น แต่ว่ากรุงเทพตอบแทนดีกว่า หากใครมีเงินเหลือ ๆ ใช้ก็ลองเอาไปฝากดูนะครับ

    ตอนนี้ผมกำลังคิดว่าจะซื้อหวยงวดที่จะถึงนี้ พอวันที่ 16 อาจจะถูกซัก 160 ล้าน เอาไปฝากกับธ. กรุงเทพ พอครบ 10 เดือนก็ได้ดอกมา 6,970,000 บาท อืม ๆ น่าสน ๆ 😆

    หรือหากบังเอิญมีตังค์ 73,000,000,000 บาทพอดี ก็เอาไปฝากธ.กรุงเทพ ครบ 10 เดือนได้ดอก 3,180,062,500 บาท อืม อันนี้ก็น่าสนเนอะ ว่ามะ 😯

    ข้อมูลเพิ่มเติม กสิกรไทย , กรุงเทพ

  • ทุกข์ของนายจ้าง

    ในร้านแห่งหนึ่งที่คุณเป็นเจ้าของ
    หากว่าคุณได้ยินมาว่ามีพนักงานคนหนึ่งในร้านขโมยของ
    คุณจะทำอย่างไร

    1. ยังไม่มีหลักฐาน แน่นหนา ชัดเจน ทนทุกข์ต่อไปกับความรู้สึกหวาดระแวงว่าพนักงานคนนี้จะขโมยของเราไปเมื่อไหร่ (และก็ไม่รู้ว่าจะได้หลักฐานเมื่อไหร่ หรือแม้กระทั่งยังไม่มั่นใจว่าจะได้หรือเปล่าด้วยซ้ำไป)

    2. ไล่ออกไป และทนทุกข์ต่อไปกับความรู้สึกผิดที่ไล่พนักงานออก และมันจะแย่สุด ๆ เวลาที่พนักงานคนดังกล่าวพูดทิ้งท้ายหลังถูกไล่ออกว่า ถ้าเถ้าแก่คิดว่าผมขโมยล่ะก็ เถ้าแก่เข้าใจผิดแล้ว คนอื่นต่างหากที่ขโมย (ซึ่งเราก็ไม่อาจรู้ได้ว่าจริงหรือไม่จริง บางทีพนักงานอาจจะขโมยนั่นแหละ แต่หลอกให้เรากลุ้มเล่น หรืออาจจะอยากลากเพื่อนร่วมก๊วนลงเหวไปด้วยกันก็เป็นได้ ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นก็จะเข้าสู่ Loop นี้เหมือนเดิมอีกรอบหนึ่ง)

  • ดื่มสุราผิดศีลข้อ 5

    บางอย่างที่ได้จากการเรียน IMC

    7-11 ที่ขายดีที่สุดในประเทศอยู่ที่ท่าพระจันทร์ จริง ๆ ก็ไปมาหลายครั้งสมัยเรียน ก็พอรู้ว่าขายดี แต่ไม่คิดว่าดีที่สุดในประเทศ (ว่ากันว่าค่าเช่ารูเล็ก ๆ นั้น ประมาณ 200,000 บาทต่อเดือน)

    เหล้าต้องสื่อสารลูกค้าตัวเองด้วย Print Ads มากขึ้น เพราะว่าถูกจำกัด ด้านการสื่อสารด้วยโทรทัศน์ (ห้ามออกอากาศก่อน 4 ทุ่ม) ดังนั้นจะเห็นคัทเอาท์ใหญ่ ๆ ของเครื่องดื่มแอลกอฮอร์เพียบ เท่าที่่สังเกตุตอนนี้ในส่วนคัทเอาท์ คำที่ต้องโปรยข้อเสียของเหล้าในโฆษณา(ตามกฎหมายต้องทำที่คาดใหญ่ ๆ เหนือโฆษณาน่ะ) คำที่น่าจะดีที่สุดตอนนี้คือ ดื่มสุราผิดศีลข้อ 5 เชื่อว่าเพราะฟังดูแล้วไม่รุนแรงเหมือนพวก ขับรถแล้วตาย ทำให้ขาดสติ อะไรประมาณนั้น ตลกไหมที่เราให้น้ำหนักการผิดศึลน้อยมาก

    ประเทศไทยมีเกย์ราว 3 ล้านคน กลุ่มนี้เป็นตลาดที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นตลาดที่น่าสนใจ

    Dtac วางการตลาดเป็นที่ 2 ตลอดมา ไม่คิดจะเอาชนะ AIS แต่จะไม่ยอมเสียเก้าอี้ตัวนี้ให้ TRUE move โดยเด็ดขาด (ผมใช้ Dtac และฟังแล้วชอบไอเดียนี้แฮะ)

  • ไฟฟ้าเลหลัง ขายต่ำกว่าทุน

    คลาสที่เรียน IMC ที่เรียนช่วงเสาร์ อาทิตย์
    ในคลาสมีเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้าด้วย
    เดี๋ยวนี้การไฟฟ้าเองก็ต้องทำการตลาดด้วยเหมือนกัน

    ประเด็นมันอยู่ที่ว่าไม่รู้เรียนกันอีท่าไหน
    ทางอาจารย์ถามทางเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าว่า
    เพราะอะไรไม่อยากเป็นบริษัท
    เจ้าหน้าที่รีบชี้แจงใหญ่เลยว่า ปัจจุบันการไฟฟ้าขาดทุน
    การไฟฟ้าขายไฟฟ้าในราคาที่ต่ำกว่าทุน
    เพื่อให้ประชาชนสามารถซื้อไฟฟ้าได้ในราคาไม่แพง
    ดังนั้นหากกลายเป็นรัฐวิสาหกิจล่ะก็
    จะทำให้ค่าไฟกลับกลายเป็นแพงขึ้น ประชาชนลำบาก

    อาจารย์สวนกลับมาในทันทีว่า
    “แล้วคิดว่าการที่การไฟฟ้าขาดทุนนี่มันดีจริงเหรอครับ”
    จากนั้นแกก็ไม่ได้สาธยาย อธิบายอะไรต่อไปเท่าไหร่

    โดยส่วนตัวผมเองก็ไม่เห็นในการเปลี่ยนกฟผ.นะครับ
    แต่เป็นในแง่ที่ว่าสาธารณูปโภคพื้นฐานนั้นควรจะเป็นของรัฐ
    เพื่อประกันว่าไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น
    ประชาชนยังจะได้รับบริการในส่วนนี้อยู่
    ไม่ได้มองในแง่ว่าไฟมันจะถูกหรือแพง
    (อาจเพราะเป็นชนชั้นกลางมั๊ง เลยไม่สนใจเท่าไหร่)

    แต่สิ่งที่อาจารย์พูดก็น่าสนใจ
    เราคิดว่ามันเป็นการบริหารองค์กรที่ถูกต้องแล้วหรือ
    การที่ทางกฟผ. บริหารองค์กรแล้วขาดทุน
    นั่นเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจและยกย่องแล้วหรือเปล่า

    เราใช้ทุนมหาศาลในการโปรโมทแคมเปญรวมพลัง หารสอง
    เราเปิดแคมเปญหากใช้ไฟฟ้าน้อยลง ได้ส่วนลดเป็นอ้้ตราก้าวหน้า
    การขึ้นค่าไฟก็เป็นอีกทางนึง ที่จะทำให้ประชาชนใช้ไฟน้อยลง(หรือเปล่า)
    มันอาจเป็นวิธีที่ไม่ดีนัก อาจมีผลกระทบในแง่ของการเติบโตของเศรษฐกิจ
    มีปัญหาเรื่องการประท้วงโวยวาย ฯลฯ
    แต่มันก็เป็นอีกทางหนึ่งที่น่าพิจารณาและสมเหตุสมผลด้วยประการทั้งปวง

    ก็ในเมื่อหากองค์กรขาดทุนไปเรื่อย ๆ
    แล้วองค์กรมันจะก้าวหน้าไปได้อย่างไร

  • เมื่อคืนฝันดีน่าตบ ฝัน ๆ ว่าพบมอ’ไซค์ยอดดี

    วันอาทิตย์ไปเรียนหนังสือมาครับ
    เป็นคอร์สสั้น ๆ เกี่ยวกับ Marketing
    หัวเรื่องใหญ่ คือ IMC Integrated Marketing in Communication
    แปลเป็นไทยว่า การสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ
    แปลไทยเป็นไทยว่า การโปรโมทแบบครบเครื่อง

    ความหมายคือ การทำการประชาสัมพันธ์
    โดยการใช้เครื่องมือทางการตลาด (เช่น โฆษณาทีวี, ป้าย, อีเวนท์ ฯลฯ)
    หลาย ๆ ตัวพร้อม ๆ กันเพื่อให้การประชาสัมพันธ์มีประสิทธิภาพสูงสุด

    คราวนี้ Case Study ที่เราทำกันวันอาทิตย์คือ
    “รถมอเตอร์ไซค์ในฝัน”
    อาจารย์ให้เขียนสิ่งที่่เราอยากได้ไว้ในกระดาษ
    สิ่งที่ประทับใจคือ มีเจ้าหน้าที่จากบ.ขายมอเตอร์ไซค์เขียนว่า
    อยากให้มอเตอร์ไซค์มีนาฬิกา
    เออ คิดได้สมเป็นคนในวงการจริง ๆ
    เพราะว่าหากเราขี่มอเตอร์ไซค์อยู่
    เราจะได้ไม่ต้องปล่อยมือซ้ายมาดูเวลา
    ก็สามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัย
    (โอเค ว่ามันก็ไม่ได้ยากเย็นในการยกมือมาดู
    แต่โดยไอเดียมันก็เจ๋งน่ะ ว่าไหม)

    อีกข้อคือสิ่งที่ไม่อยากให้มีเค้าบอกว่า ซี่ของล้อ
    โดยเค้าให้เหตุผลว่า มันมีเยอะ ทำให้ทำความสะอาดได้ยาก
    หากเป็นไปได้ อยากให้มันมีน้อย ๆ จะได้เช็ดไม่กี่ครั้งก็สะอาด

    นอกนั้นคนส่วนใหญ่อยากให้มอเตอร์ไซค์ไม่ร้อน
    ไม่อันตราย ไม่มีควันดำ ลดหลั่นกันไป

    น่าตื่นใจดีที่คนเรามีความคิดที่หลากหลายได้ขนาดนี้

    ปล.ผมอยากให้รถมอเตอร์ไซค์มีที่เก็บขาตั้งอัตโนมัติ
    เพราะเกือบล้มอยู่บ่อย ๆ เนื่องจากลืมเก็บ ไม่รู้คนอื่นเป็นกันหรือเปล่า